พระวินัยมีข้อห้าม พระไม่สามารถถูกตัวกะเทยใช่ไหมค่ะ

มีข้อห้ามในพระวินัย นอกจากผู้หญิงแล้ว พระก็ไม่สามารถที่จะถูกตัวกะเทยใช่ไหมค่ะ ขอรบกวนอธิบายข้อนี้ให้หน่อยนะคะ





ความเห็นที่ 1
chaychai

จริงๆ ทั้ง ถูกต้องตัวผู้หญิงและกระเทย(บัณเฑาะห์) ก็ผิดและไม่ผิด ขึ้นอยู่กับเจตนาและบุคคลนะครับ

เช่น ถ้าหญิงนั้นเป็นมารดา ถูกต้องตัวเพื่อช่วยเหลือบำรุงมารดาก็ไม่ผิด,

ถ้าถูกต้องหญิงหรือกระเทย โดยไม่เจตนา (อจิตตกะ) ก็ไม่ผิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาและถูกต้องด้วยความกำหนัดด้วยหรือเปล่า

ลองไปอ่านวินัยบัญญัติก็ได้ครับ

--------------------------------------------

พระบัญญัติมีว่า


สิกขาบทที่  ๒  ว่า  อนึ่ง  ภิกษุใด  กำหนัดแล้ว  มีจิตแปรปรวน

แล้ว  ถึงความเคล้าคลึงด้วยกายกับมาตุคาม  จับมือก็ตาม  จับช้องผม

ก็ตาม  ลูบคลำอวัยวะอันใดอันหนึ่งก็ตาม  เป็นสังฆาทิเสส.


คำอธิบายมีว่า

        คำว่า  กำหนัดนั้น  พระอรรถกถาจารย์แสดงว่า  กำหนัดในอันเคล้าคลึง  

อธิบายตามมติของท่านว่า  เพราะถ้ากำหนัดในเมถุน  จับต้องกายหญิง  

ก็จะพึงเป็นบุพพปโยคแห่งการเสพเมถุน  อันเป็นวัตถุแห่งทุกกฏ.  


ตามมติของข้าพเจ้า  กำหนัดในทางใดทางหนึ่งก็เหมือนกันสมด้วยการตัดสินอาบัติในวินีตวัตถุ  แห่งปฐมปาราชิกสิกขาบท  

ในเรื่องภิกษุพยายามที่อวัยวะหญิงอันมิใช่ทวาร  ตัดสินว่าเป็นสังฆาทิเสส

หาปรับเป็นทุกกฏ  โดยฐานเป็นบุพพปโยคแห่งการเสพเมถุนไม่  


ในคัมภีร์วิภังค์ก็แก้บทนี้เป็นคำกลาง  แปลว่า  เป็นไปในทางใดทางหนึ่งก็เหมือนกัน.  

มาตุคามบทนี้  ในคัมภีร์วิภังค์แก้ว่า  ได้แก่หญิงมนุษย์โดยที่สุดเกิดในวันนั้น.  

ท่านแก้อย่างนี้ชอบ  เพราะความกำหนัดของชาย  ย่อมเป็นไปแม้ในหญิงเด็ก.


หญิงเป็นวัตถุแห่งสังฆาทิเสส  บัณเฑาะก์คือกะเทย  เป็นวัตถุแห่งถุลลัจจัย.  

บุรุษและสัตว์ดิรัจฉานผู้เมีย  เป็นวัตถุแห่งทุกกฏ.


ในเพราะวัตถุแห่งสังฆาทิเสส  สำคัญถูกและจับต้อง  กายต่อกายถูกกันเข้า  เป็นสังฆาทิเสส  

แม้หญิงถูกต้องก่อน  แต่ภิกษุยินดีรับผัสสะก็เป็นสังฆาทิเสสเหมือนกัน.  

สำคัญเป็นอย่างอื่นไปเสีย  จับต้องเป็นถุลลัจจัย  เอากายเช่นมือของตนถูกของเนื่องด้วยกายของเขา  เช่น

ผ้าห่ม    หรือเอาของเนื่องด้วยกายของตน  เป็นต้นว่าชายจีวรถูกกายของเขา  

เพื่อจำง่าย  ข้างหนึ่งเป็นกาย  อีกข้างหนึ่งเป็นของเนื่องด้วยกาย  เป็นถุลลัจจัยเหมือนกัน.


เอาของเนื่องด้วยกายของตนถูกของเนื่องด้วยกายของเขาก็ดี    

เอาของมีดอกไม้เป็นต้นปาถูกกายหรือของเนื่องด้วยกายของเขาก็ดี  เป็นทุกกฏ  

สำคัญเป็นอื่นและจับต้อง  แต่ไม่ถึงกายต่อกาย  เป็นทุกกฏทุกประโยค.  


ในเพราะวัตถุแห่งถุลลัจจัย  ทำไม่เต็มที่  ต้องทุกกฏอย่างเดียว.  

ไม่ต้องกล่าวปรารภถึงวัตถุแห่งทุกกฏ.  จับต้องหลายวัตถุ  เป็นอาบัติหลายตัว

มีชนิดและจำนวนตามวัตถุ  จับต้องหลายประโยค  เป็นอาบัติหลายตัว มีจำนวนตามประโยค.


อันภิกษุผู้ทำการเคล้าคลึงด้วยอำนาจความกำหนัด  จะพึงมุ่งเฉพาะวัตถุเป็นต้นว่าหญิง  

ท่านจึงจัดอาบัติในสิกขาบทนี้เป็นสจิตตกะ


เพราะเหตุนั้น  ไม่เป็นอาบัติแก่ภิกษุผู้ไม่แกล้งจะถูกต้อง  

เช่น หลีกผู้หนึ่ง  ไพล่ไปโดยอีกผู้หนึ่ง  

ผู้ถูกต้องด้วยเผลอตัว  เช่น หญิงมาถูกต้อง  ภิกษุตกใจผลักออกไปในทันที  

ผู้ถูกต้องและไม่รู้ตัว  เช่น  กระทบกันในเวลาเบียดคนมาก  

ผู้อันหญิงถูกต้องก่อน  แต่ไม่ได้ยินดีรับผัสสะ.  

อาการเหล่านี้เป็นองค์แห่งอนาบัติ  เพราะไม่มีแห่งจิตกำหนัด.

---------------------------

อ่านเรื่องนี้ประกอบนะครับ http://www.84000.org/tipitaka/read/?1/375