ทำไมเราถึงนอนละเมอ…นอนละเมอคืออะไร

เคยสะดุ้งตื่นกลางดึก พูดเป็นเรื่องเป็นราวในขณะที่นอนหลับ หรือเดินออกมานอกบ้านโดยที่ตื่นเช้ามาก็ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปไหม อาการแบบนี้เรียกกันว่า “ละเมอ”

ในคนปกติ การนอนละเมอจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้นไม่กี่วันก็หายไปเอง แต่ถ้าเป็นนานมากและค่อนข้างบ่อย จนรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกว่าหลับได้ไม่เต็มที่ ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิในการทำงาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อลดความเครียดและประพฤติกรรมที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการนอนละเมอและในบางรายอาจต้องใช้ยาเพื่อปรับคุณภาพการนอนให้ดีขึ้น

 

 

 การนอนละเมอ (Sleepwalking) คือ การทำกิริยาต่างๆ โดยไม่รู้ตัวในขณะที่กำลังหลับและเมื่อตื่นขึ้นมาจะจำไม่ได้

การละเมอ เกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่ คือ
1. สิ่งกระตุ้นจากภายนอก เช่น หนังเขย่าขวัญ ภาพน่ากลัวหรือกิจกรรมในตอนกลางวันอันชวนตื่นเต้น ทำให้ฝังใจแม้ในยามหลับก็ยังนึกถึง
2. สิ่งกระตุ้นจากภายใน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งความเครียด ความเหนื่อยล้า กรรมพันธุ์ การปรับเปลี่ยนเวลานอน เช่น การทำงานทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ได้พักผ่อนหรือการคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ก่อนนอน

การนอนหลับของเด็กจะมี 2 ช่วง เรียกว่า ช่วงหลับตื้น (REM Sleep)และช่วงหลับลึก (Non-REM Sleep)ซึ่งเป็นช่วงระยะหลังจากหลับไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง และการละเมอก็จะเกิดขึ้นในหลับลึก

ปัญหาการนอนละเมอ มี 2 แบบ คือ
1. ละเมอฝันผวา (Night terror) ส่วนมากเกิดในเด็กอายุ 4-7 ปี เนื่องจากระบบประสาทของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ การจัดเรียงข้อมูลในสมองจึงยังไม่เป็นระเบียบนัก โดยเด็กมักตกใจตื่นอย่างฉับพลัน บางครั้งก็หวีดร้อง แต่เมื่อตื่นขึ้นมาเด็กจะจำอะไรไม่ได้
วิธีแก้ไข คือ อุ้มเด็กมากอดไว้ ลูบหัว ตบก้น โยกตัวเบาๆ และปลอบให้นอนต่อ เพราะถึงอย่างไรก็ตามเด็กก็จะจำความฝันนี้ไม่ได้อยู่ดี

2. ละเมอเดิน (Sleepwalking) มักเกิดขึ้นในเด็กโต โดยอาจเดินไปรอบๆ ห้องหรือเดินไปนอกห้องหรือนอกบ้านทั้งๆ ที่ไม่รู้ตัวและเมื่อตื่นมาก็จะจำอะไรไม่ได้เช่นกัน
วิธีแก้ไข คือ เบื้องต้นควรปรับสภาพแวดล้อมห้องเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น โดยจัดห้องให้โล่ง ปิดประตู-หน้าต่างห้องให้แน่นหนา และไม่ควรใช้เตียงสองชั้น ในบางครั้งผู้ปกครองอาจเล่านิทานน่ารักๆ หรือเปิดเพลงให้เด็กฟังก่อนนอนเพื่อเป็นการผ่อนคลายก็ได้

ไม่ควรทานยานอนหลับ แต่หากปฏิบัติตามนี้แล้วยังคงมีอาการละเมอที่หนักยิ่ง ๆ ขึ้นไปอยู่ ก็ควรที่จะเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อรักษา 

 

 อ่านต่อ : khanpaklive.com