ว่าด้วยForward "เตือน!ระวังกินสัปปะรดแล้วติดเอดส์ .... "

มันคือ

Forward Mail ครับ

 

 มันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่  ควรระวังมากกว่าเสียใจการซื้อผลไม้หั่นแล้ว – ระวัง  - หั่นเองดีกว่าระดับความสำคัญ : สูงมันเกิดขึ้นที่ สิงคโปร์ – ถนน วอเตอร์ลูเด็กชายวัย 10  ขวบได้รับประทานสับปะรด 15 วันก่อนหน้าที่จะไม่สบาย หลังจากนั้น เมื่อเขาได้ไปตรวจสุขภาพหมอวินิจฉัยว่า...เขาเป็นเอดส์พ่อแม่เด็กไม่อยากจะเชื่อดังนั้นทั้งครอบครัวจึงตรวจสุขภาพด้วย ไม่มีใครในครอบครัวที่ติดเอดส์ ดังนั้นหมอจึงตรวจอีกครั้ง และถามว่าได้กินอะไรเข้าไปรึเปล่าเด็กตอบว่า "ใช่ฮะ"วันนั้นเด็กได้กินสับปะรดในตอนเย็นทันใดนั้น มีกลุ่มหนึ่งจากรพ. ได้ไปที่คนขายสับปะรดเพื่อตรวจสอบพวกเขาพบว่าคนขายสับปะรด ได้ทำมีดบาดนิ้วตอนหั่นสับปะรด เลือดของเขากระจายลงไปที่ผลไม้ เมื่อตรวจเลือดของคนขายแล้ว ก็พบว่าเขาเป็นเอดส์โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ โชคร้ายที่เด็กชายต้องมาติดเชื้อไปด้วยอีกคนกรุณาใส่ใจขณะคุณกินอาหารริมถนน  และช่วยส่งต่อให้คนที่คุณรัก กรุณาส่งต่อจดหมายนี้ให้ทุกคนที่คุณรู้จัก เผื่อว่าข้อความของคุณจะช่วยชีวิตคนๆหนึ่งไว้!!!

ต้นฉบับภาษาอังกฤษ

Buying Cut fruit -Beware - better cut it yourself.Importance: HighIt happens in Singapore - Waterloo Street.A 10 year old boy, had eaten pineapple about 15 days back, and fell sick,from  the day he had eaten. Later when he had his Health check done...Doctors diagnosed that he had AIDS. His parents couldn't believe it..Then  the  entire family under went a checkup...None of them suffered from Aids.So the doctors checked again with the boy   ifHe had eaten out...The boy said 'yes'. He had pineapple that evening.immediately a group from the hospital went to the pineapple vendor to  check.They found the pineapple seller had a cut on his finger while cutting the  pineapple; his blood had spread into the fruit.When they had his blood checked...the guy was suffering from AIDS...but he  himself was NOT aware.Unfortunately the boy is suffering from it now.Please take care while you eat on the road side and pls fwd this mail to  Your  dear  ones.PLEASE FORWARD THIS MAIL TO ALL THE PERSONS YOU KNOW AS YOUR MESSAGE MAY  SAVE  ONE'S! LIFE

 

ซากสัปปะรดจริงๆ

 

โอเคครับ ในทางวิทยาศาสตร์ เราต้องมาดูกันว่าการติดต่อเชื้อทางนี้เป็นไปได้ไหม

การติดเชื้อทางเยื่อบุ เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ครับ แต่อาจจะยากสักหน่อย เพราะองค์ประกอบต้องมีพร้อมหลายอย่างมากๆ 

- เชื้อต้องมากพอ ... ปกติคนที่เป็นHIVที่เชื้อมากๆ ต้องมีอาการบางอย่างให้เห็น และคงไม่แข็งแรงพอจะมาขายของได้ขนาดนี้

- เยื่อบุต้องมีแผล จึงจะพอมีโอกาสสักหน่อย ... ถ้าหากไม่มีแผล โอกาสจะต่ำมากไปอีก

- ตัวกลางที่นำไป ต้องไม่ทำลายเชื้อซะก่อน เช่นไม่แห้งเกินไป ไม่เป็นกรดด่างเกินไป

เวลาที่ใช้ หากเชื้อออกนอกร่างกายนานๆ ก็จะตายไปเรื่อยๆ

แต่อะไรก็เป็นไปได้ครับ ... โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์การติดเชื้อในแบบดังกล่าว อาจจะพอๆกับเดินๆอยู่แล้วมีเครื่องบินตกใส่จากนั้นฟ้าผ่าซ้ำ .... 

 

 ให้ความเห็นทางการแพทย์ไปแล้ว ที่เหลือคือความเห็นแบบหมอแมวครับ

สิ่งที่ไร้สาระส้น...มีหลายอย่าง 

- ไม่สบายหลังกินสัปปะรด ... การติดเชื้อ HIV ไม่ทำให้คุณเกิดอาการไม่สบายทันทีแบบในFWDครับ เป็นเดือนแน่ะ กว่าจะมีอาการ

- เด็กอายุ 10 ขวบ ไปด้วยอาการติดเชื้อ HIV แบบเฉียบพลัน อาการจะเหมือนหวัดธรรมดาเท่านั้น ... ไม่มีหมอบ้าที่ไหนในโลกที่หาเรื่องไปเจาะHIVหรอกครับ ... เมืองไทยขนาดคนที่อาการเหมือน หมอจะขอเจาะยังเจอด่าเลย ... นี่เด็กไปโรงพยาบาลแบบเป็นหวัด ไปขอเจาะแบบนี้เห็นทีหมอคนที่ว่าคงไม่กลัวเจอเตะ

- เวลาเจอเด็กเป็นเอดส์ สิ่งแรกๆคือดูในครอบครัว หลังจากนั้นต้องหาว่าเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ... หมอที่สิ้นคิดขนาดไปถามว่า "หนูไปกินอะไรมา" สมควรเอามะเขือม่วงยัดก้นแล้วถีบตกทะเลไปเลย ...

- เด็กเปรตคนนี้ดันจำได้อีกนะว่า 15 วันก่อนไปกินอะไรมา ... เมื่อวานซืนกินอะไรบ้างจำได้หรือเปล่ายังไมู่รู้้เลย

- ทีมของโรงพยาบาลออกไปแล้วตรวจเจอว่าคนขายผลไม้มีดบาดมือ .... ครึ่งเดือนแล้วนะเฟ้ย แผลที่ไหนมันจะเหลือให้เห็น

- ถ้าจู่ๆมีคนจากโรงพยาบาลมาขอเจาะเลือดของคุณว่าเป็ฯเอดส์หรือเปล่า .... คำตอบง่ายๆคือ เอารถขายผลไม้ทุ่มใส่คนของโณงพยาบาล ไม่ใช่ให้เค้ามาเจาะ

- ระยะฟักตัวของเชื้อ HIV กว่าจะตรวจเจอได้จริงๆและมั่นใจได้จริงๆ มากกว่า 15 วันครับ ... ถ้าเด็กคนนี้ติดเชื้อจริงแปลว่าติดมาจากที่อื่นแหงมๆ 

 

ถ้ามีกรณีที่เด็กบอกแบบนี้ ระบุคนขายผลไม้ได้แบบนี้อีก แถมแค่15วันเจาะเจอเชื้ออีก  .... ส่งเรื่องให้ตำรวจไปเลยครับ .... นี่มันกรณีตุ๋ยเด็กแล้วครับ ไม่ใช่การติดเชื้อจากผลไม้ซากอ้อยอะไรหรอก

สุดท้าย ใครที่คิดFWD Mail เตือนภัยนี้ต่อ  ขอให้คิดใหม่นะครับ ถ้าส่งมาให้ผม มีส่งแบบนี้กลับไปให้อ่านแน่ๆ

 

 

ปล. เนื้อหาได้มาจากFWDที่กระจายป่วนบอร์ดต่างๆ

ปอ. คำว่าซากอ้อยได้มาจากบล๊อคของคุณวิชัยครับ

น้ำเงาะ
ความเห็นที่ 1
น้ำเงาะ

อยากอัดตรูดหมอแมวให้ขี้ปลิ้นติดปลายฆวย เลยคับ

lnw--level up
ความเห็นที่ 2
lnw--level up

ขอบคุณที่มาคอนเฟิร์มค่ะ
เคยมีทู้นี้ตั้งไว้นานแล้ว
เพื่อนๆก็ออกมาให้ความเห็นต่างๆกันไป
ซึ่งไม่มีใครเชื่อ FW mail ต๊องs นี้อะ

อยากบอกหมอแมวว่า ....

ช้ามากค่ะ ...

ขอบคุณ
ความเห็นที่ 4
ขอบคุณ

ขอบคุณหอแมวค่ะ

สุดา
ความเห็นที่ 5
สุดา

เห็นด้วยค่ะ ตอบได้โดนใจมากๆ น่าเคาะคนส่งค่ะ

ออน
ความเห็นที่ 6
ออน

คนที่รับเชื้อจิง ๆ จะตรวจเจอได้ก็ประมาณ 6 เดือนนะค่ะ เท่าที่ทราบมา แล้วอีกอย่างเชื้อพวกนี้มันขี้แพ้ค่ะออกมานอกร่างกายมันตายง่ายค่ะ คุณพยาบาลเคยเล่าให้ฟังว่าเชื้อตัวนี้พอเข้าไปสู่ร่างกายเรามันจะอยู่เงียบ หลบอยู่อย่างนั้นเมื่อไหร่ที่ร่างกายเราอ่อนแอลง นั่นแหละค่ะมันค่อยๆ เปิดตัวมาค่ะ
อาการที่เป็นก็คนเป็นไข้ ตอนเช้า หรือว่าตอนกลางคืน พอตื่นมาอีกวันก็หายจะเป็นอย่างนี้อยู่นานสองสามเดือนนะค่ะ
อีกอย่างอาการที่เห็นได้ชัดก็จะถ่ายบ่อยมากๆค่ะ กินแล้วเข้าเลยทำนองนี้อ่ะค่ะ เป็นโรคที่อันตรายนะค่ะ เพราะเราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ตอนนี้เค้ามียาต้านแล้วนะค่ะ ไม่แน่อีกสิบปีอาจจะมียาฆ่าเชื้อก็ได้ค่ะ ขอให้กำลังใจคนที่ติดเชื้อทุกท่านด้วยค่ะเพราะว่าบางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำค่ะว่าติดมาจากไหนเมื่อไหร่ ยังไง เมืองไทยยังไม่เปิดกว้างพอที่จะยอมรับคนเหล่านี้ น่าสงสารบางคนต้องหนีไปอยู่วัดพระบาทน้ำพุเพราะว่ากลัวครอบครัว ญาติ หรือคนอื่นๆ รังเกียจ การติดเชื้อไม่ได้ติดง่ายอย่างใน forward เมล์นะค่ะ

ชาย ฉิมพลี
ความเห็นที่ 7
ชาย ฉิมพลี

อ่านข่าวแล้วบอกได้เลยนะว่า ไอ้บ้า

เหยี่ยว
ความเห็นที่ 8
เหยี่ยว

มีฟอเวิร์ดเมล์ปัญญาอ่อนแบบนี้อีกเยอะมาก
จนบางทีผมอารมณ์ไม่ดีว่าจะส่งมาทำไม

โดนใจผมมากขอบคุณครับหมอแมว
มีแบบนี้อีกเอาลงอีกน่ะครับ

เหยี่ยว
ความเห็นที่ 9
เหยี่ยว

คุณน้ำเงาะแม่งเจ๋งว่ะ

จ๊าบ
ความเห็นที่ 10
จ๊าบ

ความเห็นที่6เจ๋งว่ะ