ร้านขายของชำห่วยๆๆๆๆๆ

              ใครเคยเจอร้านขายของชำห่วยๆๆ บ้าง พอดีวันนี้ได้มีโอกาสผ่านไปแถวซอย ติวานนท์ 18 ซึ่งหน้าปากซอยจะมีร้านขายของชำอยู่ 2 ร้าน โดยร้านเจ้าของเรื่องเป็นร้านที่อยู่ตรงกลางระหว่างร้านขายยากับร้านรับทำ พรบ. รถยนต์ ประมาณนี้ เราก็เข้าไปซื้อเจอผู้ชายประมาณวัยรุ่นตอนปลาย กำลังเรียงน้ำแข็งเข้าตู้ เราก็ถามว่ามีบัตรเติมเงินดีแทคมั๊ยคะ แหม พี่แกก็ตอบทันควัน ว่าเอาอะไร จะเอาบัตรของอะไร(ไม่มีหางเสียงไม่ว่า แต่กลับมีกริยาที่ไม่พอใจจะตอบอีก) เราก็ตอบว่าดีแทค(เริ่มมีอารมบ้าง) แล้วท่านก็ถามว่า เอาเท่าไหร่ ถ้าต่อด้วยคำว่าวะได้มันคงจะเติม เราก็บอกราคาไป มันก็เข้าไปหยิบ ต่อจากนั้น ก็มีแป๊ะแก่ๆเดินออกมานึกว่าจะพูดดี เพราะว่าแก่แล้ว แต่ปรากฎว่ามาถึง ท่านก็พูดว่า ลงมาดิื ลงมาเลย (อ่อ ลืมบอกไป พอดีเรายืนอยู่หน้าร้าน ซึ่งร้านเค้าเนี่ย จะต่ำกว่าระดับฟุตบาท หน้าร้านจะเป็นที่สูงกว่าในร้านนั่นเอง) เออ เราก็งง ว่าสั่งใครว่ะ ปรากฎว่า อ่อ สั่งเราเอง เราก็ไม่ลง 555 กวนตีนเล่น ก็รอจนไอ้เด็กหนุ่มหยิบบัตรมา แล้วมันก็ยื่นให้แป๊ะคนนั้น ท่านแป๊ะก็พูดเสียงดังว่าเฮ้ย ลงมาดิ ลงมา บอกให้ลงมา เรางี้อยากจะด่ามากมาย ว่ามรึงเป็นใครกันว่ะเนี่ย มาซื้อนะเนี่ยไม่ใช่มาขอ อย่างนี้ถ้าของมันอยู่ข้างบน ไม่ต้องเดินไปยกเองเหรอวะ แต่เราก็เดินลงไปนะด้วยความงง และโมโห ตอนแรกว่าจะไม่เอา แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เดินเข้าไป เฮ้อ อย่างนี้ก็มีอ่ะ เบื่อมากเลย ทำไมไม่รักการบริการ แล้วฝืนมาทำทำไมก็ไม่รู้นะคนเรา ตกลงขอปฎิญาณตรงนี้เลยว่า ต่อให่โลกนี้มีร้านนี้ร้านเดียว แล้วต้องซื้อร้านมัน ก็จะไม่ซื้ออีกต่อไป ถึงแม้ว่าตัวจะตายก็ตาม

 

 

ความเห็นที่ 1
ลุงป.6

......มาระบายสายไปเสียแล้วละครับ
คุณเดินลงไปหาแป๊ะตามคำสั่งของแกเรียบร้อยแล้ว

ความเห็นที่ 2
แอน

อยากจะระบาย เกี่ยวกับร้านชำ บ้าง ในซอยเราก็มี4ร้าน เราก็เลือกซ์้อร้านที่คิดว่าดีที่สุด ในซอย เพราะซื้อมาสองร้าน ร้านนี้หน้าจะดีที่สุด แต่ก็ต้องมาเจอ ราคาของตามใจคนขาย วันนี้ซื้อไข่3ฟอง10บาท กับคนนี้ พอพรุ่งนี้ ซื้อไข่กับอีกคน ขาย3ฟอง12บาท เราก็ถามว่าเมื่อวานขาย10 ทำไมวันนี้ขาย12 คนขายก็ตอบมาว่า ขาย12 มานานแล้ว มาซื้อ10 กับใครก้ไปซื้อกับคนนั้นสิ แน๊ะ...มีตะคอกกลับอีก หน้าเสียเลยเรา แค่ไข่10 20 บาท ไม่น่าไปสงสัยถามเลย....ขอปฎิญาณ เหมือนกันว่า ชาตินี้จะไม่กลับไปซื้อร้านนั้นเลย ยอมเดินไกลไปเซเว่น ยังดีกว่า

ความเห็นที่ 3
เออนะ

แล้วตอนไปซื้อของที่เซเว่น ทำไงเหรอ

ให้พนักงานในเซเว่น เดินไปหยิบของไปให้ โดยที่เจ้าของกระทู้ยืนอยู่หน้าประตูร้านหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ ต้องไปที่เคาท์เตอร์คิดเงิน

ก็เหตุผลเดียวกันค่ะ

บ้านเราเปิดมินิมาร์ท ตั้งแต่หกโมงเช้า ปิดสี่ห้าทุ่ม

ลูกค้าวันนึงนับพันคน ไม่อยากจะสาธยายสรรคุณ ถ้าจำแนกเป็นจำพวกๆ ได้นี่คงได้เยอะมากมาย

ที่ร้านเราทำแบบเดียวกัน ถ้าจะซื้ออะไร ต้องมาจ่ายตังค์ที่เคาท์เตอร์ จะไม่หยิบไปให้หน้าร้านค่ะ

แล้วทีหลัง เรื่องซื้อบัตรเติมเงิน ช่วยบอกทีเดียวได้ไหมค่ะ จะเอาบัตรค่ายไหน ราคาเท่าไร ไม่ต้องให้ถามวกไปวนมา รำคาญค่ะ

ทราบค่ะ ว่าไม่ได้มาขอเรากิน แต่เราอยากจะบอกเหมือนกัน ว่าเป็นเรื่องต่างตอบแทน ไม่ได้มีบุญคุณอะไรต่อกันมากมาย

ความเห็นที่ 4
เออนะ

(ต่อๆๆ)

แล้วอีกอย่างนะ ทฤษฎีเรื่อง "ลูกค้าคือพระเจ้า" ช่วยคิดให้ลึกซึ้งนะ ไม่ได้หมายความว่า "ลูกค้าทำตัวเป็นพระเจ้า" แต่หมายถึง "คนขายต้องกระทำต่อลูกค้าเป็นพระเจ้า" เพราะฉะนั้น ลูกค้า ก็ไม่มีสิทธิ์มายโสโอหัง กับแม่ค้า คนค้าขาย คนค้าขายเองก็ไม่ดูถูกลูกค้าค่ะ แต่ถ้าถึงขนาดให้คนขายทำตัวเยี่ยงคนรับใช้ที่บ้านของลูกค้า ก็จะเกินไปหน่อยไหมจ๊ะ

บอกตรงนี้เลย ถ้าลูกค้าแรงมา นโยบายคือให้แรงกลับ ไม่กลัวค่ะ ลูกค้านิสัยชุ่ยๆ ชั่วๆ ไม่มีร้านไหนต้อนรับ

พวกเหรียญดำ ด้วยนะจ๊ะ เก็บไว้ใส่ปากผีพ่อผีแม่จะดีกว่า ไม่ต้องเอามาจ่ายนะจ๊ะ ไม่รับจ๊ะ

ขอบคุณที่มาอุดหนุนเจ้าค่ะ

ความเห็นที่ 5
เออนะ

(ต่ออีกนี๊ด)

แม่ค้าขอปฏิญาณเช่นกันค่ะ ต่อให้ไม่มีลูกค้าสักคนตั้งแต่เช้า แล้วต้องมาเจอลูกค้านิสัยเสีย สันดานเน่า ขอปิดร้านไปฮอลิเดย์ดีกว่า จ้า

ความเห็นที่ 6
เออนะ

ดีแต่ปากเสียว่าพ่อค้าแม่ค้า ไม่รู้เรื่องจริงจะเป็นเช่นไร

ที่เราเจอบ่อยคือ ใช้น้ำเสียงแบบสั่งคนใช้มาสั่งโน้นนี่กับคนขาย

กรณีนี้ ก็น่าจะเช่นกัน

สำรวจพฤติกรรมตัวเองก่อนดีไหม ก่อนมาตั้งกระทู้ด่าแม่ค้า

เราเห็นมาเยอะละ กระทู้ด่าแม่ค้า ไม่มีไรดีสักอย่าง

ราคามากกว่าห้างใหญ่ๆ 1 บาท ก็ว่าแพง

คนไทย ก็คิดได้แค่นี้แหละ

ความเห็นที่ 7
กวนทีนนะ

เพราะอย่างโชว์ห่วยถึงเจ็งนะสิบริการเป็นเลิศดีจัง
แล้วเออนะมีร้านกับเค้าหรือเปล่าจะรีบไปอุดหนุน

ความเห็นที่ 8
เออนะ

เรื่องถุงพลาสติกก็เหมือนกัน เห็นเป็นประเด็นในบอร์ดนี้ครั้งนึง

ลูกค้าบางคนทำน่าเกลียด ซื้อของชิ้นเล็กๆ ยัดใส่กระเป๋าถือได้ ยังขอถุงพลาสติก

และที่เราสงสัยว่า เดี๋ยวนี้ โรงเรียน หรือคุณพ่อคุณแม่ ไม่สอนคุณลูกเรื่องภาวะโลกร้อน ให้ลดการใช้ถุงพลาสติกบ้างเหรอ

เด็กบางคนมาซื้อ อมยิ้ม 1 อัน ยังขอถุงใส่เลย ไม่ได้ "งก" หรอกค่ะไม่กลัวว่าจะขาดทุน เพราะให้ถุงพลาสติกลูกค้าแน่นอน

เรื่องทิ้งขยะก็ด้วย เดี๋ยวนี้ หยุดสอนให้เด็กทิ้งขยะให้เป้นที่เป็นทางแล้วเหรอ ซื้อไอติมโคน เอามือฉีกกระดาษ แล้วทิ้งบนพื้นในร้านเลย ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แต่มันแสดงถึงสันดานคุณพ่อคุณแม่ของเด็ก ที่บ้านปฎิบัติกันเช่นไร ก็เป็นนิสัยเป็นสันดานมาปฎิบัตินอกบ้านให้คนอื่นประนามเช่นกัน

ความเห็นที่ 9
เออนะ

เดี๋ยว ก็คงมีคนมาด่าเราค่ะ

ไม่ว่าอะไรจ๊ะ

เรื่องปกติ ที่ลูกค้าจะด่าแม่ค้า

แต่ทีหลัง ถ้าจะด่าอะไร ช่วยด่าต่อหน้าที่ร้านเลยนะ ไม่ต้องมาด่าลับหลัง

จะได้รู้ไปเลย ใครผิดใครถูก

ความเห็นที่ 10
เออนะ

เรื่องถุงพลาสติก ขอต่อนะคะ ขอขอบคุณลูกค้าซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนมากแล้วที่ไม่เอาถุงพลาสติก เลือกที่จะถือสินค้าออกนอกร้านไปโดยมือเปล่า หรือเอาถุงมาเอง (ปลื้มใจมาก)

ส่วนพวกที่ยังต่อต้าน ยังอยากจะให้ร้านค้าใส่ถุงพลาสติกให้อีก ทั้งๆ ที่ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นสิทธิ์ของคุณค่ะ เพราะสันดานคนไทยคือ ขี้อิจฉา กลัวคนค้าขายจะร่ำรวยเกินหน้าเกินตา (เพราะไปลดต้นทุน) เราเข้าใจ

แล้วไม่ตอ้งมาพูดเรื่อง ลด 1 บาท ถ้าไม่เอาถุง

ลักษณะสินค้าที่ขายแต่ละร้านไม่เหมือนกัน

ถ้ามาซื้อมาม่า 1 ซอง (ต้นทุน 5.10 บาท ขาย 6 บาทประมาณนี้) แล้วไม่เอาถุง แล้วจะให้ร้านค้าลดให้ 1 บาท ก็เกินไป ไม่ต้องมาพูดประเด็นนี้นะจ๊ะ ไม่รับฟัง เพราะว่าแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน ใช้นโยบายอะไรแบบนี้ให้เหมือนกันไม่ได้