ชีวประวัติ อ.หนู กันภัย

  

 

ชีวประวัติ อ.หนู กันภัย ในสมัยนั้น การตีกันในแต่ละครั้งส่วนใหญ่ต้องมีคนเสียชีวิต จะเป็นด้วยตายในที่เกิดเหตุหรือกลับไปเสียชีวิตที่บ้านหรือโรงพยาบาล ก็สุดแล้วแต่  ส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะจับมือใครมาดมได้ นักเลงสมัยนั้น ไม่มีการซัดทอดกัน ที่เสียชีวิตก็ทำศพไปที่อยู่ก็สู้กันต่อไป เป็นวัฏจักร อยู่อย่างนั้น    

ในเวลานั้น เริ่มมีการลองของขณะที่นายหนูได้หางานทำโดย ไปเป็นกระเป๋ารถเมล์อยู่ที่ท่ารถเมล์ จังหวัดนนทบุรี ทุกครั้งที่ออกรถ ก็จะท่องคาถาที่ได้เรียนมาเป็นประจำทุกครั้ง และที่ท่ารถจะมีกลุ่ม นักเลงกลุ่มหนึ่งค่อยออกรังเกชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้าในตลาดประชาชนที่เดินอยู่ภายในตลาดเป็นประจำ  จนกระทั่งวันหนึ่งนายหนู กำลังโบกรถเข้าจอดในอู่รถเรียบร้อย ก็เห็นกลุ่มนักเลงเดินโวยวาย กับชาวบ้านตลอดทาง นายหนูก็จ้องมองหน้าอย่างไม่พอใจ มันเห็น              

มองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ก็เดินเข้ามาหาเรื่องจนชกต่อยกันยกใหญ่ และมีคนในกลุ่มนักเลงคนหนึ่งใช้มีดที่พกติดเอวมาแทงเข้าที่ท้อง และตามตัวหลายแห่ง พอดีมีตำรวจผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี ก็ทำเอากลุ่มนักเลงวิ่งหนีกระเจิง                                                                         

เมื่อตำรวจเข้ามาดูตามตัวของนายหนู แต่กลับไม่พบปาดแผล เห็นแต่เพียงเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นทั้งตัว เล่นเอาตำรวจที่เห็นเหตุการณ์ ตอนกลุ่มนักเลงแทงนายหนูอึ้งไปสักพักใหญ่ ก็ถามว่าเอ็งมีของดีอะไร ป้องกันตัว ข้าเห็นพวกมันรุมเอ็งคนเดียวแทนที่เอ็งจะเจ็บตัว ทำไม ไม่เป็นอะไร พวกมันซะอีกมีกันตั้งหลายคนแต่กลับสะบักสะบอมไปและในวันนั้นเอง ได้มี “ซินแส” เดินทางผ่านมาที่บ้านนายหนู ไม่ทราบว่ามาจากที่ไหน และจู่ๆ ก็เดินมาบอกกับแม่ว่า ให้ระวังลูกชาย ของท่านให้ดี  เพราะเขาเป็นคนระห่ำ  หากภายในสามวันลูกชายของท่าน รอดตายได้ก็จะเป็นใหญ่เป็นโต เป็นครูบาอาจารย์เขา มีชื่อเสียงโด่งดัง ทำเอาแม่ไม่เป็นอันทำอะไรนั่งรอลูกชายอยู่หน้าบ้านด้วยอาการ ที่เป็นหวง หลังจากได้ฟังคำทักของซินแสคนนั้น  เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เจอหน้าหนู แม่ก็บอกว่า อยากให้ หนูบวช…บวชเถอะนะจะได้ไม่วุ่นวาย…                                                                                                                                                         

หนูก็ตอบอย่างไม่คิดอะไร…ก็แล้วแต่แม่หากต้องการที่จะให้ บวชก็จะบวชให้…จะเอาวันไหน…เดือนไหน…ก็บอกมา แม่ตอบกลับมาในทันทีว่า ภายใน 3 วัน…หนูงง…เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร เพียงตอบกลับไปว่า…ตามใจแม่ 3 วันก็ 3 วัน จะบวชให้                       

เหมือนว่าฟ้าดิน พากันเป็นใจในวันรุ่งขึ้นมีข่าวออกมาจาก โรงพักว่าตำรวจต้องการที่จะจับหนูกับพรรคพวก และตามข่าวบอก มาว่าจะจับตายด้วยซ้ำไป เพราะตำรวจชุดที่จะเข้ามาจับนั้นรู้ดีว่า หนูคนนี้มีวิชาอาคมคงกระพัน ฟันไม่เข้า-ยิงไม่ตาย ยุคนั้นหาก มีข่าวออกมาอย่างนี้ต้องหนีอย่างเดียวเพราะไม่มีใครสามารถที่จะ ต่อสู้กฎหมายบ้านเมืองได้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจออกกวาดล้าง               

หลังจากข่าวนี้ออกมาจนความมาเข้าหูนางสว่าง ผู้เป็นแม่ ได้พาหนู เข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยให้คำมั่นว่าจะพาหนู ไปบวช กับหลวงตาที่วัดระหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี  ซึ่งห่างจากบ้านออกไปไม่ไกลนัก  รุ่งเช้าจึงได้เข้าพบหลวงตาดี ที่วัดระหาร  ซึ่งเป็นวัดที่มีความสนิทสนมกันกับทางบ้านเป็นอย่างมาก หลวงตาท่านบอกว่าให้บวชดีที่สุด เพราะจะได้ดัดนิสัยและหากไม่บวชในเวลานี้อนาคตต่อไปภายหน้าไม่ดีแน่…แต่หากทำตามที่แม่และหลวงตาบอกอนาคตจะดูดีกว่า หลวงตากล่าวว่าเมื่อดูจากนิสัยใจคอแล้วไม่น่า จะเป็นคนที่ดุร้าย แต่ตรงกันข้ามจะเป็นคนที่มีใจเมตตาด้วยซ้ำไป และน่าที่จะเป็นนายคนได้ดีในอนาคต จึงได้บวชให้สมดังใจที่แม่หวังไว้ ครั้นเมื่อบวชเป็นสามเณร (ในเวลานั้นวิชาอาคมในตัวพอ ที่จะนำเอาไปใช้บ้างได้แล้ว) ก็มีเพื่อนมาหาและกล่าวถึงเรื่องราวที่ท่าน มีเรื่องกับพวกนักเลงแล้วโดนแทงมาแต่ไม่เป็นอะไร จึงมาเพื่อขอของดี แต่สามเณรบอกว่าไม่มี  เพื่อนทั้งสามคน ก็บอกว่าไม่มีได้ไง เขาเห็นกัน ทั้งตลาด จนต้องจำนน                                                                                                       

โดยเพื่อนทั้งสามคนต้องการให้สามเณรสักยันต์ให้ ก็เลย ต้องหาอุปกรณ์ในการสักให้เพื่อน  ได้ไปเอาทางมะพร้าวมาเหลาเป็นทาง แล้วเอาเข็มเย็บผ้าพันเป็นเข็มสักยันต์ และหาหมึกจีนมาฝน สามเณรก็ได้สักให้จนสมใจเพื่อนแล้วก็ได้ลากลับ  ไม่นานนักเพื่อนของ สามเณรไปกินเหล้าเกิดไปมีเรื่องเขม่นกับโต๊ะข้างๆ จนเกิดมีปากเสียงกัน กลุ่มเพื่อนของสามเณรที่สักยันต์กับท่านไปนั้น โดนแทงอย่างจัง แต่ไม่เข้า ไม่เป็นอะไรเลย และเรื่องนี้ก็ได้ไปเข้าหูชาวบ้านต่างพากันมาขอของดี และสักยันต์กับสามเณรหนูเป็นจำนวนมากในระยะนั้น ข่าวคราวของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปกวาดล้าง กลุ่มนักเลง มีทั้งพวกของหนูเองและพวกของฝ่ายคู่อริ ถูกทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจกวาดล้างและถูกจับไปหลายสิบคน  และพวกหัวโจกที่ทำตัวเป็น หัวหน้าถูกจับตาย เมื่อทราบข่าวของพรรคพวกใจมันร้อนรุ่มขึ้นมา ตลอดเวลา และด้วยจิตใจที่เป็นนักเลงอยากจะไปช่วยดูแลพรรคพวก ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไป แต่มานึกถึงคำที่แม่และหลวงตา กำชับเอาไว้ จึงได้ตัดใจไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับอดีตที่ผ่านมาอีกเลย และกลับมาเฝ้าคิดเฝ้าศึกษาถึงเรื่องพระคาถาต่อไปอีกอย่างต่อเนื่อง วันทั้งวันเอาแต่ท่องตำราพระคาถาฝึกจิตภาวนา  ทำอยู่อย่างนั้นทั้งวัน ทั้งคืน  ตื่นเช้าขึ้นหลังจากออกบิณฑบาตเรียบร้อยก็สวดมนต์ภาวนา จนกระทั่งอายุครบบวชหลวงตาดีได้บวชพระให้ โดยให้ฉายาว่า  ธรรมวโร              

เวลาผ่านไปไม่นานนักมีกระแสข่าวเข้าหูว่า มีพระรูปหนึ่ง เวลานี้อยู่ที่จังหวัดระยอง เป็นพระที่มีวิชาอาคมแก่กล้ามาก ก็ขอ อนุญาตหลวงตา ออกเดินทางธุดงควัตรไปที่จังหวัดระยองตามลำพัง เพราะได้ทราบข่าวมาว่าที่จังหวัดระยองมีหลวงตาที่แกร่งกล้าวิชา อยู่องค์หนึ่ง  หลังจากที่บอกลาหลวงตาดีและเดินทางไปที่จังหวัดระยอง เพื่อตามหาหลวงตาซึ่งทราบเบื้องต้นเพียงว่าอยู่ที่จังหวัดระยองจากนั้น ก็ได้เดินทางมุ่งหน้าไปที่จังหวัดระยองเป็นที่แรก ขณะออกเดินทางพบกับความลำบากต่างๆ นาๆ ค่ำไหนนอนนั่นปักกลด ลงไปทั่ว ใต้ร่มไม้-ริมน้ำ-ข้างบ้านชาวบ้าน-กลางทุ่ง ในที่สุดต้องยอมรับ ใจตัวเองว่า ไม่มีความอดทนพอ ยอมอายตัวเองโบกรถเพื่อที่จะไป ถึงระยองให้ได้ ตลอดเวลาที่บวชอยู่นั้นได้บำเพ็ญศีลภาวนาอย่าง เคร่งครัด                         

ครั้นเมื่อกระเสือกกระสนไปจนถึงจังหวัดระยอง ก็ยังไม่มีที่จำวัด ความยุ่งยากลำบากกายต่างๆ นาๆ ได้ฉันอาหารบ้าง ไม่ได้ฉันบ้าง  เดินทางตามวัดวาอารามเพื่อจำวัด บางวัดเจ้าอาวาสก็ให้จำวัด บางวัดก็ไม่ให้อาศัยไล่ลงเลยก็มี เป็นอย่างนี้นานนับเดือน จนบางครั้ง ถึงกับท้อ แต่ด้วยใจอันมุ่งมั่นจึงทำให้เดินทางต่อไปได้ ขณะออกเดิน ธุดงค์นั้นพระหนูได้ปักกลดลงไปในกลางป่า-กลางนา-ใต้ร่มไม้-บางครั้งมีชาวบ้านเข้ามาขอหวย แต่ก็ได้ปฏิเสธและตอบไปว่าเป็น พระบวชใหม่ออกธุดงค์ ชาวบ้านก็พากันเดินจากไป และความตั้งใจ ก็เริ่มเป็นผล                         

เมื่อเดินทางถึงวัดระหารไร่ จังหวัดระยอง มีพระมากมายทยอย มากันที่วัด เพื่อมา ทางถึงวัดระหารไร่ จังหวัดระยอง มีพระมากมายทยอย มากันที่วัด เพื่อมาทำปริวาสกรรม ต่างคนก็ต่างหาที่สงบ และก็ได้ สอบถามกับพระรูปต่างๆ พยายามพูดคุยหา

 

 

   ที่มา  http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=20

 

 

 

นางสาวมาโดก้า Diva กิ๊บกิ้ว
ความเห็นที่ 2
นางสาวมาโดก้า Diva กิ๊บกิ้ว

โอ้ววววว ลอร่าไม่อยากจะเชื่อเลยฮ่ะ

ได้ที่หนึ่ง จึงหน้าหวาน ปานน้ำผึ้ง
สวยทะลึ่ง สวยทะเล้น เป็นหนักหนา
ได้ที่หนึ่ง อยู่ประจำ ตาลาลา
สุขหนักหนา หลั่นล้าใจ ใครจะเทียม อิๆ

น้องเหน่ยเหนย2010
ความเห็นที่ 3
น้องเหน่ยเหนย2010

นังมาโดก้า(เพื่อนสาว)สักลาย"จิ้งจกพิงกำแพงเย็ต"ไว้กลางหลัง กับอาจารย์เงาะ สายขอม....

ตอนนี้กิจการร้านยีนส์ภายใต้แบรนด์ MDK เดอะมอลล์ โคราช จึงมีลูกค้าเข้าจนนังมาโดก้า(เพื่อนสาว)กำลังจะบินด่วนกลับเมืองไทย เพื่อหาทำเลในการขยายกิจการต่อไปเจ้าค่ะ!

นางสาวมาโดก้า Diva กิ๊บกิ้ว
ความเห็นที่ 4
นางสาวมาโดก้า Diva กิ๊บกิ้ว

ความคิดเห็นที่ 6 โดย: น้องเหน่ยเหนย2010

จ่ายค่าตัวกุด้วย อ้างชื่อบ่อยมาก กระทู้ลงอาคมมันยังไม่เว้น อินี่คนเล่นของชัวร์

santamornica
ความเห็นที่ 5
santamornica

ลูกพี่ลูกน้องก็ไปสักยันต์กับอจ.หนูเหมือนกัน ตอนนี้ก็เป้นลูกศิษย์ลูกหาท่าน แถมสักเต็มตัว

มืaลaย
ความเห็นที่ 6
มืaลaย

อยากลองจังไปสัก จังเลยเห็น ในหนังสือพิมพ์ ทีวี ลงข่าวเต็มไปหมด

อนรรฆ
ความเห็นที่ 8
อนรรฆ

เดี๋ยวนี้ไปสักไม่ลงแล้วครับ เพราะว่าแพงมาก ถ้าชอบศิลปะละก็ ไปสักอยุธยาดีกว่าครับ เส้นคมชัด เข็มเล็กไม่ใหญ่เท่าของอ.หนู ภาพออกมาสวยงามกว่ากันเยอะ อ.หนู ใช้เข็มใหญ่ กะว่าจะให้สักเสร็จเร็วแต่ภาพออกมาแข๊งๆอย่างไรไม่รู้ ครับ แพงอีกต่างหาก ไม่ว่าจะใช้เหตุผลอะไรมาอ้างก็แพงโดยใช้เหตุครับ

...
ความเห็นที่ 9
...

วิกรม กรมประดิษฐ ให้สัมภาษณ์ในรายการการวู้ดดี้ว่า

ถ้าใครหนังเหนียวจริงให้ไปลองให้วิกรมแทงดู

ถ้าไม่เข้าวิกรมจะให้ล้านนึง

ใครสักของดีจริง ไปหาวิกรม ที่ อมตะนครได้เงินล้านฟรีๆ

ไปลองหน่อยดิ ได้ตั้ง1ล้านแนะ

baibuabok
ความเห็นที่ 10
baibuabok

ไม่เคยคิดจะสักเลยค่ะ...

เพราะรู้ว่าสักยังไงก็คงไม่เหนียว...