สุดเซอร์ไพรส์ 6 เรื่องแปลก ผ่าน Facebook >> น่ารู้ ๆ

สังคม เครือข่ายออนไลน์อย่าง Facebook ปัจจุบันนั้นผลักดันตัวเองจนมีบทบาทในชีวิตของมนุษย์ไซเบอร์ นับว่าถ้าใครยังไม่มีถือว่าเชย..



สำหรับเครือข่าย สังคมออนไลน์ที่ได้ย่นย่อโลกทั้งใบมาไว้เพียงแค่ปลายนิ้วมือ รวมทั้งโลกส่วนตัวของแต่ละคนที่ดูเหมือนจะกลายเป็นกระแส ‘เรื่องส่วนตัวในโลกสาธารณะ' ที่ทุกอย่างจะถูกนำมาแชร์กันผ่าน Facebook กันอย่างหมดเปลือกมากขึ้น ความเป็นบุคคลสาธารณะ แม้จะไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์หรือเซเลบริตี้ ชื่อดัง กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับสังคมโลกไซเบอร์ยุคนี้ ถ้าอย่างนั้นคุณพร้อมหรือยังที่จะเจอ เรื่องสุดเซอร์ไพรส์ในชีวิต ที่เกิดจากผลพวงของสังคมเครือข่ายออนไลน์บน Facebook เหมือนคนเหล่านี้

1.สาวเหวอ! ถูกขโมยรูปที่โพสต์บน Facebook


1..2..3.. ยิ้มหน่อย!! นาทีแห่งความสุขของครอบครัวมิสซูรี่ (Missouri) ที่โพสต์รูปถ่ายของพวกเขาไว้ตอนช่วงคริสต์มาสเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำที่ดี ที่ครอบครัวนี้ต้องการแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ของเขาบน Facebook ได้เห็น แต่มันไม่ได้อยู่แค่เพียงหน้าส่วนตัวบน Facebook ของพวกเขาเท่านั้น หากแต่ภาพแห่ง ความสุขของครอบครัวได้โชว์หราบนแผ่นป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ที่ร้านขายอาหารแห่ง หนึ่งในกรุงปราก รูปถ่ายนี้ของพวกเขาได้กลายมาเป็นภาพโฆษณาที่ไม่ได้มีการขออนุญาตจากเจ้าของ ภาพเลยแม้แต่น้อย เจ้าของร้านค้าแห่งนี้ มาริโอ เบอร์ทุกซิโอ บอกว่า เขาได้นำภาพนี้มาจากอินเตอร์เน็ต และเขาก็ไม่รู้เลยว่ามันเป็นภาพของครอบครัวที่มีอยู่จริงๆ

2.ชวดเงิน หลายล้านบาท เพราะภาพบนชายหาดภาพเดียว

นาตาลี แบรนชาร์ด เป็นสาว Facebook ที่โชคร้ายที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ เพราะบริษัทประกันที่เธอเป็นลูกค้าอยู่ปฏิเสธที่จะให้เงินค่าประกันรายเดือน ที่เคยให้เธอตลอด 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา เนื่องจากเธอเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้เธอต้องออกจากงานที่บริษัทไอบีเอ็มที่โบรมองต์ ทั้งนี้เป็นเพราะทางบริษัทประกันพบว่า นาตาลีได้โพสต์รูปถ่ายขณะที่เธอกำลังสนุกสนานอยู่บนชายหาดแห่งหนึ่ง และกำลังเริงร่าอยู่ในปาร์ตี้วันเกิดของเธอเองอย่างมีความสุข ดังนั้นบริษัทประกันก็เลยคาดว่า เธอหายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วจึงงดการจ่ายเงินประกันและสิทธิที่เธอควรจะ ได้รับขณะป่วย งานนี้ไม่รู้ว่านาตาลีจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหนักกว่าเดิมอีกหรือเปล่า

3.เจ้าบ่าวอัพเดทหน้า Facebook ขณะกำลังทำพิธี

"เจ้า บ่าวจะรับเจ้าสาวเป็นภรรยาตลอดชีวิตหรือไม่" ขณะที่บาทหลวงกำลังถามคำถามสำคัญที่สุดในชีวิตกับคนที่เป็นเจ้าบ่าวในงาน แต่งงาน ขณะที่เจ้าบ่าวคือ นายดานา ฮันน่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ได้ใช้มือถือของเขาพิมพ์อัพเดทสถานภาพของตัวเองบน Facebook และ Twitter อยู่อย่างขะมักเขม้น ข่าวไม่ได้บอกว่า งานนี้เจ้าสาวของเขามีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ดูแล้วน่าจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการแต่งงานที่ค่อนข้างอึมครึมซะแล้ว

4.ภรรยาถูกสามีประกาศเลิกผ่านทาง Facebook

การ บอกเลิกกันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเอาการสำหรับคู่สามีภรรยาที่อยู่กิน กันมานาน แต่การบอกเลิกผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้นดูจะเป็นการกระทำที่เกินไปสักหน่อย เอ็มม่า แบรดดีย์ หญิงสาววัย 35 ปี ช็อก เมื่อเธอได้เห็นสามีโพสต์บนอินเตอร์เน็ตว่า ‘เนล แบรดลีย์ ได้จบชีวิตแต่งงานกับ เอ็มม่า แบรดลีย์ แล้ว' เอ็มม่าบอกว่า เธอไม่รู้จริงๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนกระทั่งเพื่อนซี้ของเธอที่อยู่ในเดนมาร์กโทรมาเช็กว่าเธอโอเคอยู่หรือ เปล่า หลังจากเพื่อนของเธอเห็นโพสต์นี้ก่อนเธอ อดีตสามีตัวดีคือ เนล แบรดลีย์ที่ขณะนี้กำลังอาศัยอยู่กับแม่ของเขาได้โพสต์เพิ่มเติมว่า ‘ในที่สุดผมก็สิ้นสุดกับเธอซะที'

5. หนึ่งในล้าน หนุ่มสาวชื่อ-นามสกุลเดียวกัน แต่งงานกันเพราะ Facebook

อะไร มันช่างบังเอิญอย่างนั้นสำหรับคู่รักคู่นี้ มันคงไม่ใช่เรื่องประหลาดสำหรับรักแรกพบบนออนไลน์ ถ้าพวกเขาไม่ได้มีชื่อและนามสกุลเหมือนกันเด๊ะ! ฝ่ายชายชื่อเคลลี่ ฮิลแบรนดท์ พบสาวสุดน่ารักจากฟลอริดาชื่อ เคลลี่ ฮิลแบรนดท์ และพวกเขาทั้งคู่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานด้วยกัน คู่รักบุพเพคู่นี้พบกันได้เมื่อเคลลี่ฝ่ายหญิง เกิดนึกสงสัยว่า จะมีใครชื่อเดียวกันกับเจ้าหล่อนบ้างบน Facebook ก็เลยเซิร์ชหาคนที่มีชื่อนี้ปรากฏว่า ชื่อของเคลลี่ฝ่ายชายก็ปรากฏขึ้นเป็นชื่อเดียว พร้อมรูปภาพที่ไม่ได้ใส่เสื้อของเคลลี่ชายที่โพสต์ไว้ เธอก็เลยคิด ‘โอ้ เขาน่ารักดีนะ' แล้วเธอก็เลยเกิดอยากจะเซย์ไฮนิยายรักออนไลน์ของหนุ่มสาวคู่นี้ก็เริ่มขึ้น อีก 8 เดือนต่อมาจนกระทั่งแฮปปี้เอ็นดิ่งในที่สุด

6.เด็กหญิงวัย 13 มีเซ็กซ์กับผู้ชายแปลกหน้าที่พบบน Facebook และซ่อนเขาไว้ในตู้เสื้อผ้า

เกิด อาการช็อกซีนีม่าขึ้น สำหรับคุณแม่ของเด็กสาววัย 13 เมื่อคนเป็นแม่เปิดประตูตู้เสื้อผ้าของลูกสาว แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลายเป็นเด็กผู้ชายอายุ 19 ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้านั่นเอง ลูกสาววัยรุ่นยอมรับว่า เธอได้มีเซ็กซ์กับผู้ชายคนนี้หลังจากที่พบกับเขาบน Facebook และซ่อนเขาไว้ในตู้เสื้อผ้าเป็นเวลา 2 วัน คุณแม่ของเด็กสาวแจ้งความกับตำรวจทันที ผลก็คือ เฟสบุ๊ค โรมิโอ ก็ได้ถูกขังคุกโทษฐานกระทำชำเราผู้เยาว์นั่นเอง


พลังแห่ง Faithbook!

เดี๋ยวนี้ใครไม่ใช้บริการ Facebook ถือเป็นคนที่เชยสุดๆ ในสายตาของนักท่องเน็ตเพราะปัจจุบันทั้งกลุ่มบรรดาเพื่อนๆ และสมาชิกครอบครัวได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนสิ่งที่พวกเขาสนใจ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอ หรือเว็บไซต์ ผ่าน Facebook มากขึ้นขนาดที่ ว่าหนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโก ครอนิเคิล รายงานว่า บริษัทคอนฟิท อิงค์ซึ่งเป็นบริษัทประเมินด้านเว็บไซต์ระบุว่า การเข้าไปใช้บริการ Facebook กลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้ชั้นนำเหมือนเว็บท่าหลัก อย่าง Yahoo และ MSN มากทีเดียว

ตัวเลขที่ทางคอมพีท อิงค์จัดเก็บเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า 15%ของการเข้าไปใช้บริการเว็บท่าสำคัญ เช่น Yahoo, MSN และ AOL มาจากผู้ใช้บริการเครือข่ายสังคม Facebook 13% อันดับสองคือ Ebay 7.61% อันดับสาม Google 7%และ My Space 2% นอกจากนี้ ตัวเลขจากผลสำรวจของ Pew Research Centerบ่งชี้ให้เห็นว่าความนิยมในบล็อกเริ่มลดลงในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งหันมาใช้บริการเครือข่ายชุมชนออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊คแทน จึงไม่น่าแปลกใจที่วัยรุ่นถึง 73% หรือ 1 ในทุก3 คน รวมทั้ง 72% ของคนวัยหนุ่มสาวใช้บริการของเครือข่ายชุมชนออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คและมายสเปซ (MySpace) แต่เมื่อแก่ตัวลง อายุมากขึ้น คนเหล่านั้นมีแนวโน้มที่จะใช้บริการเครือข่ายชุมชนออนไลน์ลดลง โดยเมื่อปี 2009 ผู้ใหญ่วัย 30 ปีขึ้นไปจำนวน 40% ใช้บริการชุมชนออนไลน์กรณีศึกษา

  • พอลล่า ถูกหนึ่งในเพื่อนที่อยู่ในลิสตบ์ Facebook ฉกรูปที่ พอลล่าถ่ายไว้กับเพื่อนชายของเธอ และเธอนำมาโพสต์ไว้ในเน็ต จนกระทั่งเป็นข่าวดังครึกโครม พร้อมเสียงวิจารณ์ต่างๆ นานา พอลล่าบอกว่าจริง ๆ แล้วในเป็นรูปที่โพสไว้บนหน้า Facebook ของเธอที่มีเฉพาะคนที่เป็นเพื่อนที่อยู่ในลิสต์เท่านั้นที่จะเห็น ครั้งหน้าเธออาจต้องซีเรียสกับการจะ add ใครสักคนเป็นเพื่อนในลิสต์เธอมากขึ้นเสียแล้ว
  • ในต่างประเทศ มีเรื่องร้องเรียนจากบรรดาญาติของครอบครัวที่ถูกคนร้ายฆาตกรรมเรื่องมีอยู่ ว่า เหล่าบรรดานักโทษที่ถูกคุมขังโทษฐานฆ่าคนตายนั้น ได้ใช้ Facebook เป็นเครื่องมือข่มขู่ญาติของผู้ตายเหล่านั้นว่า พวกเขากำลังรอที่จะพ้นโทษออกจากคุกและกลับไปแก้แค้นบรรดาญาติ ซึ่งทำให้บรรดาญาติของเหยื่อเกิดความหวาดกลัว จึงร้อวเรียนไปยังตำรวจและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ประสานกับผู้ บริหารของ Facebookในการถอดหน้า Facebook ของนักโทษเหล่านั้นออกจากระบบ




ที่มา: womanplus
น้องเหน่ยเหนย2010
ความเห็นที่ 2
น้องเหน่ยเหนย2010

นังมาโดก้า(เพื่อนสาว)สุดปลาบปลื้มเมื่อมีคนนำเอารูปภาพตนเองใน Face book ไปทำเป็น"แสตมป์ครบรอบ150ปี ชะนีไทย"เจ้าค่ะ!

V

V

V

santamornica
ความเห็นที่ 3
santamornica

ส่วนใหญ่โลกสังคมออนไลน์จะคล้ายๆกัน และมันมีมาตั้งนานแล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะเอาไปทำยังไงแน่นั้นละ

ขอบคุณบทความดีๆค่ะ

Mr.1860
ความเห็นที่ 4
Mr.1860

อยากเจอแบบข้อ6 แต่ไม่อยากถูกจับ

แมนเกิน100
ความเห็นที่ 5
แมนเกิน100

ไม่เคยเล่นอ่ะ เล่นเพิสมันส์กว่าเยอะ

ChaiMuangSing
ความเห็นที่ 6
ChaiMuangSing

โลกในจินตนาทั้งนั้น(โลกแคบ)

ออกจากบ้านกันมั้งนะ

มั่นใจว่าคนไทย50ล้านคนเห็นการเล่นเฟสบุ๊คเป็นเรื่องที่ปัญญาอ่อน!!

parman
ความเห็นที่ 7
parman

เอาไว้เล่นเกมส์อย่างเดียวอ่ะ เวลาเครียดๆ ปลูกผักๆๆๆๆๆ

K a z e
ความเห็นที่ 8
K a z e

ไม่ได้เล่นแฮะ ไม่ชอบ

จ่าดาม
ความเห็นที่ 9
จ่าดาม

บริษัทนี้ก้ใช้ facebook ในการทำการตลาดเหมือนกัน ลองดูนะ
iamvacation.com

existence123
ความเห็นที่ 10
existence123

อีกแง่ กำลังโฆษณา เชิญช่วนรึป่าว?