อาหารที่มีกรดยูริกสูงที่ควรงด

  

อาหารที่มีกรดยูริกสูงที่ควรงด

กรดยูริค (Uric acid) คือกรดชนิดหนึ่งในร่างกาย เกิดจากการเผา
ผลาญของสารพิวรีน ถ้ามีมาก เกินไปจะเก็บสะสมตามข้อต่างๆ
จนอาจจะเป็นโรคเก๊าท์ได้ ชาย ไม่ควรมีกรดยูริคในเลือดมากกว่า
8 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรหญิง ไม่ควรมีกรดยูริคในเลือดมากกว่า
6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ที่มา: nutrition.anamai.moph.go.th

อาหารที่มีสารพิวรีนน้อย ( 0-50 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)

1.นมและผลิตภัณฑ์จากนม 2.ไข่ 3.ธัญญพืชต่าง ๆ 4.ผักต่าง ๆ 5.ผลไม้ต่าง ๆ 6.น้ำตาล 7.ผลไม้เปลือกแข็ง(ทุกชนิด) 8.ไขมัน

อาหารที่มีสารพิวรีนปานกลาง (50-150 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)

1.เนื้อหมู 2.เนื้อวัว 3.ปลากระพงแดง 4.ปลาหมึก 5.ปู 6.ถั่วลิสง
7.ใบขี้เหล็ก 8.สะตอ 9.ข้าวโอ๊ต 10.ผักโขม 11.เมล็ดถั่วลันเตา
12.หน่อไม้

อาหารที่มีพิวรีนสูง (150 มิลลิกรัมขึ้นไป)

* อาหารที่ควรงด

1.หัวใจไก่ 2.ไข่ปลา 3.ตับไก่ 4.มันสมองวัว 5.กึ๋นไก่ 6.หอย 7.เซ่งจี้(หมู) 8.ห่าน 9.ตับหมู 10.น้ำต้มกระดูก 11.ปลาดุก 12.ยีสต์ 13.เนื้อไก่,เป็ด 14.ซุปก้อน 15.กุ้งชีแฮ้ 16.น้ำซุปต่าง ๆ 17.น้ำสกัดเนื้อ 18.ปลาไส้ตัน 19.ถั่วดำ 20.ปลาขนาดเล็ก 21.ถั่วแดง 22.เห็ด 23.ถั่วเขียว 24.กระถิน 25.ถั่วเหลือง 26.ตับอ่อน 27.ชะอม 28.ปลาอินทรีย์ 29.กะปิ 30.ปลาซาดีน
กระป๋อง

การดูแลตนเองสำหรับผู้มีกรดยูริคสูง

รับประทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ โดยงดอาหารที่มีพิวรีนสูง ซึ่งได้แก่ เครื่องในสัตว์ เนื้อวัว น้ำสกัดจากเนื้อสัตว์เข้มข้น น้ำต้มเนื้อ ปลาทู ปลารัง หอยแมลงภู่ หอยสแคลลอบ ห่าน ไข่ปลา ปลาไส้ตัน และผลิตภัณฑ์จากปลาไส้ตัน ยีสต์ และอาหารหมักที่ใช้ยีสต์

ผัก รับประทานผักส่วนที่โตเต็มวัย ไม่รับประทานส่วนยอดผัก และหลีกเลี่ยงหน่อไม้ หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ สะตอ กระถิน ชะอม ผักขม

รับประทานเต้าหู้เป็นประจำ เพราะเต้าหู้จะช่วยขับยูริคได้

ไม่รับประทานอาหารมันมาก เช่น อาหารที่ทอดอมน้ำมันมาก เนื้อสัตว์ติดมัน เพราะไขมันทำให้ร่างกายขับยูริคได้น้อยลง

ดื่มน้ำสะอาด มากๆ วันละ 3 ลิตร เพื่อช่วยการขับถ่ายยูริค

งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้
ยูริคสูงขึ้น ทอดยอด ยอดคะน้า และยอดผักหวานก็เป็นอาหาร ที่ควรละเว้น โดย

๑. ขณะที่เกิดอาการ หรือผู้ที่เป็นโรคเกาต์ ควรงดยอดผักทุก ชนิด เพราะส่วนที่กำลังงอกจะมี สารพิวรีนสูงเปลี่ยนเป็นกรดยูริกได้ ยอดผักบุ้งจีน
ผักเฉพาะที่เกิดอาการ

๒. ผลของพืชไม่ได้ห้าม แต่เมล็ดพืชควรงด รวมทั้งงาด้วย ให้สังเกตว่า
อะไรที่สามารถงอกได้จะ มีการสะสมสารพิวรีนแม้จะทำให้สุกแล้วก็ตาม

๓. เช่นเดียวกับข้อ ๒ คือเมล็ดพืชทุกชนิดที่งอกได้จะมียูริกค่อนข้างมาก ควรงดโดยเฉพาะขณะมีอาการ

๔. ถั่วเมล็ดแห้งทั้งหลายมีสารยูริกสูงปานกลาง หากกินไม่มาก ก็ไม่เป็นไร แต่ในที่นี้คุณดื่มนมถั่วเหลืองชนิดเข้มข้นวันละ ๑ ลิตร หรือมากกว่านับว่าปริมาณมากเกิน ทำให้ได้รับพิวรีนมาก ประกอบกับโปรตีนก็สูง ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นการสร้างกรดยูริกภายในร่างกายได้ ควรลดปริมาณการดื่มนมถั่วเหลืองลงให้เหลือวันละ ๒ แก้ว ถ้าอาการ ยังไม่ดีขึ้นอาจต้องงดสักระยะหนึ่งก่อน ให้เวลาร่างกายขับยูริกออกก่อน ปกติเมื่อปรึกษาแพทย์ๆ จะให้ยาขับยูริก และอาการจะดีขึ้นใน ๓-๔ วัน

๕. การเกิดกรดยูริกมาจาก ๒ ปัจจัย

- ปัจจัยภายนอก ได้แก่ สารต่างๆ ในอาหารทั่วไปที่มีผลทำให้ปริมาณกรดยูริกในร่างกายสูงขึ้นได้ เช่น สารพิวรีน กรดยูริก หรือเกลือของกรดยูริกในอาหาร สารพวกนี้จะถูกเผาผลาญเป็นกรดยูริกได้

- เกิดจากปัจจัยภายใน กรดยูริกที่เกิดจากการสลายตัวของเซลล์ต่างๆในร่างกาย เช่น ถ้ากล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นหรือในภาวะอดอาหารมีการสลายของกล้ามเนื้อ จะมีสารพิวรีนเกิดมาก กรดยูริกก็เกิดมากด้วยอาหารที่มีพิวรีนสูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ ปลาซาดีน ตับ ไต น้ำสกัดจากเนื้อน้ำต้มกระดูก อาหารที่มีพิวรีนปานกลาง ได้แก่ เนื้อ ไก่ ปลา อาหารทะเล หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม ถั่วต่างๆ เห็ด กะหล่ำดอก ยอดผักต่างๆ อาหารที่มีพิวรีนต่ำ ได้แก่ ผักเกือบทุกชนิด ผลไม้ ไข่ นม เนยแข็ง เมล็ดข้าวขัดสี แป้ง (ยกเว้น
แป้งสาลี)

นอกจากนี้ ยาบางอย่าง เช่น แอสไพริน และยาที่เข้าซาลิไซเลต ยับยั้งการขับยูริกออกจากร่างกาย อาหารที่มีไขมันสูงจะยับยั้งการขับยูริกออกจากร่างกาย น้ำดื่มก็นับว่าสำคัญ ควรดื่มน้ำให้มาก อาจถึง ๓ ลิตรต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีกรดยูริกเข้มข้นมากจนตกตะกอนและจับตัวเป็นผลึก ซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้

สำหรับเรื่องการออกกำลังกาย ขณะที่มีอาการไม่ควรออกกำลังกาย เพราะกล้ามเนื้อทำงานมาก ก็มีสารพิวรีนมากขึ้น และมีการสร้างสาร แลคเตท ทำให้การขับยูริกลดลง ในภาวะปกติที่ไม่มีอาการกำเริบ คือสามารถควบคุมอาการของโรคได้ ก็ออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่หนักเกินไป เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ โยคะ เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.vibhavadi.com
http://www.doctor.or.th/node/1941

ความเห็นที่ 1
ลุงป.6 ณ เอ็มไทย

................คุณ dish123 ลืมเหล้า เบียร์หรือไวน์ไปหรือเปล่าครับ ? ... เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดมันส่งเสริมให้ร่างกายสร้างกรดยูริกดีนักแล
โรคเก๊าต์นี่เขาเรียกว่าโรคคนมีเงินครับ... เพราะคนไข้กินแต่อาหารดีๆที่มันบำรุงเก๊าต์ทั้งนั้นเช่น ... เนื้อวัว .. เนื้อหมู.. เป็ด.. ไก่ .. อาหารทะเล .. เครื่องในสัตว์ปีกตลอดจนสัตว์ที่มีปีกทั้งหลาย ฯลฯ
เวลาปวดเก๊าต์ตามข้อเข่า .. ข้อเท้า.. ตามมือ .. ตามข้อศอก ฯลฯ มันปวดจนอยากจะตัดอวัยวะส่วนนัั้นทิ้งไปเลยนะครับ ... คิดว่าทุกคนคงเคยถูกประตูหรือหน้าต่างหนีบนิ้ว ... ปวดเก๊าต์ก็เหมือนกันนั่นแหละแต่มันจะปวดเหมือนประตูหรือหน้าต่างหนีบทั้งวันทั้งคืน ... แต่เขามียาดีกินหรือฉีดนะ ... สองสามชั่วโมงหาย ... แต่ถ้ากินบ่อยๆกระเพาะทะลุครับ

เพราะฉนั้น ... อย่าเป็นเก๊าต์ดีที่สุด ... หลีกเลี่ยงให้ห่ างๆเข้าไว้เป็นดี

ความเห็นที่ 2
19842527

คุณdish123
คุณลุงป.6

โรคเก๊าต์เรียกว่าโรคคนมีเงิน

ถ้าเก๊าต์รักตะเองนะ กินยา/แก้ยังไงหายคับ

เพราะมันเสียเงินมากยิ่งกว่าอะไรอีก :em19: :em19: :em19: :em13: :em13: :em23:

ความเห็นที่ 3
Qoun

หมอบอกว่าผมเป็นเก๊าเมื่อ2ปีที่แล้ว อายุ 23ขวบ หมอตกใจวัดค่าได้ 8กว่าๆ

ตอนแรกก็หยุดกินอาหารที่พิวรีนสูงแต่สุดท้าย จบที่ซื้อยากินครับ โคชิซิน แผงละ 50บาท ไปหาอ่านตามเวปหมอ ผลข้างเคียงคือ ท้องร่วงอย่างเดียว นอกนั้นไม่เป็นอันตรายมาก

ตอนนี้กินปกติ วันไหนรู้สึกเริ่มจะเจ็บกินดักไว้เลย 1เม็ด ก่อนนอนอีก 1เม็ด ตื่นมาหาย...เปลี่ยนเป็นปวดท้องอึแทน อิอิ

แต่สำหรับผมกินปกติ นานๆจะมาที ประมาณ 2-3เดือนต่อครั้ง แต่ถ้าไม่ได้กินยานะครับ แทบไม่ต้องเดินกันเลยทีเดียวเหมือน ลุง ป.6 ว่า เหมือนโดนประตูหนีบ แล้วไม่ใช่ประตูบ้านธรรมดานะครับ ผมว่าน่าจะเป็นประตูเครื่องบินหนีบ เอิ้กๆ

ความเห็นที่ 4
6potato9

...โรคนี้ส่วนมากจะเป็นกับคนแก่
แล้วก็มักจะเป็นกับผู้ชาย :em29:

ความเห็นที่ 5
เบส เบส

เก๊ารักเธอ น่ะจ๊ะ จุ๊บุ๊ๆๆๆ :em12: :em12: :em12:

ความเห็นที่ 6
จาวเจียงใหม่

ผู้สูงวัยควรเลี่ยง ๆ อาหารกลุ่มนี้ดีกว่า ทานได้แต่ก็อย่าให้บ่อย :em01:

ความเห็นที่ 7
GanZaLord

ปั๊ดโธ่ !!! ... จะทานอะไร จะกินอะไร ก็จัดไป กลัวอะไร ก็แค่ทานให้พอดี ไม่ใช่ทานของพวกนี้จะตาย:-)วันพรุ่งนี้ซะหน่อย ทานของพวกนี้ ก็รู้จักดูแลตัวเอง ก็แค่นั้น มันไม่เห็นยาก นอกจากไอ้พวกสารพัดอ้าง ขี้เกียจ กะอีแค่ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ อย่านั่งกับที่นานๆ ง่ายจะตาย ตอนทานได้ทานไปเลย ตอนที่ทานไม่ได้แล้วก็มาโอดครวญ ไอ้บ้า

ความเห็นที่ 8
หมูสนามเด้อ

หมอบอกห้ามกินแกงหน่อไม้เพราะกรดยูริกสูง..ข้อยเลยหันมาซัดซุปหน่อไม้แทนจ้อย.. :em27: :em12: :em13: :em01: :em19:

ความเห็นที่ 9
สุดแสนล้านทรวง

ของห้าม คือ ของที่กินประจำ

กับของ ที่อยากกิน :em27: :em01: