;;;ลักษณะเด่นของคนรวย;;;

;;;ลักษณะเด่นของคนรวย;;; window.google_render_ad();ทุก ปีสื่อมวลชนไม่ว่าสาขาไหนๆ มักกระตือรือร้นกระจายข่าวผลสำรวจ ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั้งไทย และต่างประเทศเป็นประจำ เพราะนอกจากจะเป็นข่าว ที่คนอยากรู้แล้ว ของแบบนี้ยังกระตุ้นให้ผู้ได้ยินได้ฟัง อยากร่ำรวยเหมือนเศรษฐีเหล่านี้นั่นเอง



แต่ผู้หาเช้ากินค่ำอย่างพวกเรา คงรู้กันอยู่แก่ใจนะว่า การจะเป็นเศรษฐีได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เห็นไหมว่าโลกนี้มีมหาเศรษฐีเพียงกระจุกเดียว เมื่อเทียบกับอัตราส่วนของประชากรโลกที่มีมาก มายมหาศาล



หนำซ้ำการเป็นมหาเศรษฐีหรือเศรษฐีอะไรเนี่ย ก็มี 2 แบบซะด้วยนะ คือ รวยเพราะพ่อแม่รวยอยู่แล้ว กับ รวยเพราะสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเอง ไม่นับพวกรวยเพราะผัวหรือเมียรวยนะ



แต่สิ่งที่สำคัญกว่าและน่าเรียนรู้จากประสบการณ์ของบรรดาเศรษฐีทั้งหลายต่างหากล่ะ ที่ พวกเราควรรู้ไว้และเอาเยี่ยงอย่างคนที่รวยจากความสามารถของตัวเอง เพราะเราไม่ใช่ทายาทบ้านทรายทองนี่หว่า จะได้อยู่เฉยๆลาภก็ลอยมาหา ว่าแต่คนมีตังค์ ถ้าไม่รู้จักรักษามรดกไว้ให้ดีก็มีสิทธิ์ "สมบัติหมด" เหมือนกัน



งั้นขอพูดถึงคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวแล้วรวยกันดีกว่า เพราะสมาชิกปากกัดตีนถีบอย่างเราๆ ท่านๆ ย่อมประสงค์อยากมั่งมี และมั่งคั่งแบบเดียวกับคนกลุ่มนี้แน่ๆ การได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตของเศรษฐีเหล่านี้ไว้ สักวันนึงคุณอาจเป็นเศรษฐีกะเค้าบ้างก็ได้...ใครจะไปรู้ล่ะ ใช่ป่าว


ใน ประเภทของเศรษฐี (type of mil-lionaire) บอกว่า คนที่ล่ำซำมักมีสิ่งที่คล้ายคลึง กันดังนี้...

1. ทำงานหนัก ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงินสิจ๊ะ


2. ปัญญาเลิศ ดูอย่างอภิมหาเศรษฐี บิล เกต เจ้าของไมโครซอฟท์เป็นตัวอย่างละกัน รวยขึ้นมาได้เพราะมันสมองแท้ๆ

3. ใช้เวลาในการก่อร่างสร้างตัวเป็นสิบ ยี่สิบปี หรือมากกว่านั้น ไม่ใช่รวยเร็วแบบวันนี้ พรุ่งนี้ก็รวยที่ไหนล่ะ อยากรวยแบบหลังก็ไปเสี่ยงโชคเอาละกัน

4. อายุเฉลี่ยของคนรวยด้วยลำแข้ง จึงหนีไม่พ้นเลข 4 หรือเลข 5 ขึ้นไป เรียกว่า กว่าจะมีฐานะก็เข้าวัยกลาง คนขึ้นไป

5. เมื่อมีเงินแล้วก็ต้องรู้ว่า ควรนำเงินไปเก็บออมหรือลงทุนในช่องทางไหนได้บ้าง ที่จะช่วยให้เงินทองที่มีอยู่มันเขยิบเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ที่เค้าเรียกกันว่า ให้เงินทำงานแทนเรานั่นแหละ

อย่างถ้าจะเก็บออมเงินทองไว้ในธนาคาร เพราะคิดว่าเซฟที่สุด มั่นคงที่สุดก็ทำไป แต่ควรแบ่งทรัพย์สินไปลงทุนในด้านอื่นด้วย เพราะแช่เงินไว้ในแบงก์ ก็ได้แค่ดอกฯ แล้วดอกฯมันเยอะนักเรอะ ต้องคิดเหมือนกันนะ ดังนั้น จึงควรรู้ช่องทางในการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมาว่างั้นเถอะ

6. ลด ละ เลิกอบายมุข เพราะ ไม่ว่าเหล้าหรือบุหรี่ กินมาก สูบมากก็เปลือง เอาแค่มีประสบการณ์ ไว้มั่งก็พอ สุดท้าย ขอให้ผู้อ่านรวยวันรวยคืนและรวยอย่างมีความสุขด้วย โอมเพี้ยง.
http://board.palungjit.com/f6/;;;%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A2;;;-187251.html
เจ้าหญิง ผู้ต่อต้านไมโครซอฟท์

บิล เกต รวยเพราะฉลาดแกมโกงนะคะ ไปหาสารคดีเรื่อง Pirate of the Silicon Valley มาดู แล้วจะเข้าใจว่าเค้ารวยได้ไง

ขโมยไอเดียมาจากสตีฟ จ๊อบส์ (เจ้าของบ.แอปเปิ้ล) ทั้งนั้น แล้วขายให้บริษัทผลิตคอม โดยถือลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์แต่เพียงผู้เดียว

สนับสนุนแอปเปิ้ลให้ถึงที่สุดค่ะ ไม่ใช้ PC แล้วค่ะตอนนี้ ใช้ product ของ Apple INC อย่างเดียว เช่น ไอโฟน ไอพอด ไอทั้งหลายแหล่

TUliP Athena
ความเห็นที่ 2
TUliP Athena

เป็นความคิดที่ดีมากค่ะ
อยากรวยๆ พร้อมขยันๆๆๆ

FI MU RM
ความเห็นที่ 3
FI MU RM

โดยส่วนตัวจะชอบศึกษาจากคนที่สร้างตัวด้วยตัวเอง..

ตัวอย่างจากอดีตเจ้านาย.
มาจากคนไม่มีอะไรเลยความรู้ ป.2
อาศัยความขยัน อดออม เก็บๆๆๆ เงินน้อย-มากไม่สำคัญทำหมด จะใช้เงินแต่ละครั้ง คิดแล้วคิดอีก เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อของทุกอย่าง
จากวันนั้นถึงวันนี้มีเงิน+ทรัพย์สิน +1000M
เส้นทาง>>รับจ้างเย็บเสื้อผ้าโหล+รับเลี้ยงเด็ก 5ปี
เปิดร้านรับตัดเสี้อเอง 3ปี
เปิดร้านขายของชำเล็กๆ(ส่งของให้ลูกค้าถึงบ้าน)
ขยายร้านเป็นมินิมาร์ท 10ปี
สร้างอพาร์ทเม้นท์ 1>2>3 15ปี
สร้างโรงแรม 1>2 จนถึงปัจจุบัน
**ส่งลูกเรียนนอก 6คน จบโท5คน ตรี1คน
การลงทุน***แกจะซื้อที่ดินที่มีอนาคตเท่านั้น(เน้นสุขุมวิท)
(โชคดีด้วยที่ตอนมีเงินแล้วแกเลือกซื้อที่ดินแถวสุขุมวิท ซึ่งตอนนั้นยังไม่เจริญ ราคาถูก)

***ปัจจุบันแกยังใช้เงินเหมือนตอนที่ยังไม่มี (งกมาก)

PA-i Sama
ความเห็นที่ 4
PA-i Sama

เก็บเงินจากหนึ่งจนถึงล้านนั้นแสนยากลำบาก แต่จากล้านก้าวไปสู่สิบล้านร้อยล้านนั้นง่ายยิ่งกว่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า... emoticon

FI MU RM
ความเห็นที่ 5
FI MU RM

ความคิดเห็นที่ 4 โดย: PA-i Sama เขียนเมื่อ 12:27 น. 15 พ.ค. 2009
เก็บเงินจากหนึ่งจนถึงล้านนั้นแสนยากลำบาก แต่จากล้านก้าวไปสู่สิบล้านร้อยล้านนั้นง่ายยิ่งกว่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...

***************************************
ถูกต้อง และ จริงแท้ (ที่เขาเรียก ***เงินต่อเงิน***)

GenGent
ความเห็นที่ 6
GenGent

จารวยบ้าง... emoticon

เล็กดีรสโต
ความเห็นที่ 7
เล็กดีรสโต

ไม่มีคนรวยที่ไหนไม่โกง และมีเล่ห์เหลี่ยมหรอกจ๊ะ มันก็มีไม่มากก็น้อย ไม่งั้นมันไม่ทันกัน พวกนักธุรกิจมันชิงผลประโยชน์กันตลอดเวลา นี่แหละเค้าถึงเรียกกว่าระบบทุนนิยมมันนำพาความเสื่อม โลภมากรวยมากจนอัตตามากเป็นเงาตามตัว

คนที่รวยมาเพราะความขยันมีน้อยในสมัยนี้นะ มีแต่พวกใช้ความสามารถในการบริหารเสียมากกว่า ใครบริหารงานเก่งคนนั้นรวยเร็ว ไม่งั้นคณะบริหาร MBA คงไม่เป็นที่นิยมและหนังสือสอนลูกอะไรนั่นคงไม่ได้เป็นหนังสือยอดนิยม

เราขอเป็นคนมีความสุขที่สุดในโลกแล้วกัน พอเพียงจ๊ะ เดินขึ้นบันไดทีละขั้น อย่างช้าๆแต่มั่นคง

mooncycle2009
ความเห็นที่ 8
mooncycle2009

อยากรวย เอาเงินไปช่วยเพื่อนมนุษย์ เพื่อนสัตว์...

artonline
ความเห็นที่ 9
artonline

สาธุ

PPP
ความเห็นที่ 10
PPP

เราว่าคนรวย กับ เศรษฐีต่างกันนะ
รวยคือ คนมีตังค์ แต่อาจมาด้วยการโกง แก่งแย่งชิงดี หลงใหลในเงิน คิดว่าตัวเองรวยแล้วเอาเปรียบคนจนได้

แต่เศรษฐีจริงๆๆ แล้ว คือ ที่สร้างฐานะตนเองขึ้นมาให้มีเงิน มีฐานะมั่นคงและมั่งคั่ง หากแต่นำเงินที่เหลือเหล่านั้นไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ มีจิตเมตตา รู้จักให้ รู้จักเอื้อเฟื้อ
อันนี้แหล่ะ เศรษฐี
จะเป็นคนรวยไหม ขึ้นอยู่ปัจจัยหลายอย่าง เช่น การศึกษา บุคลิกภาพความเป็นผู้นำ อาชีพที่เลือกทำ เป็นต้น