เมื่อหลวงตามหาบัวโปรดพ่อในนรก

เมื่อหลวงตามหาบัวโปรดพ่อในนรก <\/scr"+"ipt>"); //]]>--> เมื่อหลวงตามหาบัวโปรดพ่อในนรก


เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์จริงของคุณนุ่นที่หลายคนอาจจะไม่เชื่อ
แต่ลองอ่านให้จบท่านอาจได้ข้อคิด อะไรหลายอย่างจากเรื่องนี้

เล่าที่มาของนุ่น

บ้านของนุ่นอยู่ในกรุงเทพฯ ครอบครัวนุ่นจัดได้ว่าครอบครัวนุ่นมีฐานะครอบครัวหนึ่งเลยก็ว่าได้
แม่และน้าของนุ่นเป็นพวกชอบเข้าวัดทำบุญมาก โดยเฉพาะวัดป่าบ้านตาด และสวนแสงธรรม
ตั้งแต่มีโครงการณ์ช่วยชาติ ของหลวงตาบัว เข้าไปช่วยงานจนแทบจะเรียกว่าเป็นกิจกรรมหลักของชีวิตทีเดียว
ส่วน ตัวพ่อและนุ่น แทบไม่เคยเข้าวัดเลย พ่อเป็นพวกติดเหล้า แต่ก็รักลูกมากจึงไม่ได้ไปกินเหล้านอกบ้าน แต่กินในบ้านเพื่อจะได้อยู่กับลูก
และด้วยความ สุดขั้วมาเจอกันทำให้พ่อและแม่นุ่นมีปากเสียงกันเป็นประจำ โดยพ่อก็จะต่อว่าแม่และลามไปถึงหลวงตาบัวถึงขนาดเรียกหลวงตาบัวว่า อีตาบัว
นุ่นเองนอกจากจะสนิทกับพ่อมากกว่าแม่แล้วยังเห็นว่า แม่เอาแต่ทำบุญไม่สนใจพ่อและนุ่นเลย จึงเข้ากับพ่อเป็นปี่เป็นขลุ่ย
ทุกข์สุดในชีวิต

และด้วยการใช้ชีวิตอย่างที่กินเหล้า-สูบบุหรี่จัด ทำให้มะเร็งคร่าชีวิตพ่อไปก่อนเวลาอันควร
นั่นเป็นเหตุให้นุ่นเป็นทุกข์ ทุกข์ที่สุดในชีวิตของนุ่น
แม่พยายามหาเวลามาอยู่กับนุ่นมากขึ้น แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก
ด้วยความคิดถึงพ่อทุกวันนุ่นต้องตื่นมาใสบาตรพระหน้าบ้าน เพื่ออุทิศให้พ่อ




จนมาวันหนึ่งแม่จึงเอ่ยปากชวน นุ่นไปทำบุญ ประทายข้าว ที่วัดป่าบ้านตาด กับหลวงตาบัว
ด้วยความอคติที่พ่อพร่ำสอนนุ่น ทำให้นุ่นปฏิเสธในฉับพลัน
แม่จึงพยายามชี้แจงเหตุผลว่า ทำกับหลวงตาบัวได้บุญมาก พ่อเขาจะได้บุญมากไปด้วย
หลังจากมีการทุ่มเถียงอยู่นาน แม่จึงใช้ไม้เด็ดว่า ถ้าทำกับหลวงตาแล้ว ถ้าพ่อไม่ได้รับบุญครั้งนี้ก็เลิกไปแม่ก็จะเลิกไปเหมือนกัน
นุ่นจึงไปด้วยเพราะเหมือนรับคำท้า
พอไปในงานนุ่นก็ไปช่วยในกลุ่ม กองเรือป้าป้อม
และด้วยความที่มาเพราะคำท้าทำให้นุ่น หงุดหงิดกับการมาครั้งนี้ตลอดงาน
พ่อมาหา

หลังจากเสร็จงานก็กลับบ้านที่กรุงเทพฯ และคืนนั้นเองระหว่างที่นุ่นหลับอยู่
แม่ก็เข้ามาปลุกนุ่นด้วยอาการตกใจอย่างมาก นุ่นตื่นเร็วพ่อมา
และแม่ก็พาไปห้องแม่ซึ่งตอนนี้นามานอนด้วย
เมื่อเข้าไปน้าพูดขึ้นว่า นุ่นมาหาพ่อหน่อย
นุ่นจึงตวาดกลับไป เล่นบ้าอะไร เอาพ่อมาเล่นบ้าอะไร
พ่อในร่างน้าก็พยายามพูดให้นุ่นเชื่อว่าเป็นพ่อจริงๆ ไม่ใช่น้า
จน มีการนำเรื่องที่มีเฉพาะนุ่นกับพ่อที่รู้กันแค่สองคนมาถาม ซึ่งพ่อก็ตอบได้ นุ่นจึงลงใจวิ่งเข้าไปกอดพ่อในร่างของน้า หลังจากแสดงความรักและคิดถึงกันอยู่นานพ่อจึงเล่าเรื่องหลังความตายของพ่อ ให้ฟัง

เรื่องหลังความตาย

พ่อเล่าว่า
พ่อเป็นคนที่ชอบดื่มเหล้า จึงถูกนำลงไปนรกไปกรอกน้ำทองแดง
ระหว่างที่พ่อเข้าแถว พ่อเหลือบไปเห็นพระรูปหนึ่งเข้ามาอยู่ในบริเวณนั้น
แล้วก็มีเสียงเรียก นายอำนวย...ออกมา
พ่อไม่กล้าออกนอกแถว เพราะจะมีคนคอยเอาหอกแหลมแทงทะลุคนที่แตกแถว มันน่ากลัวมาก
พอถึงคิวพ่อถูกกรอกน้ำทองแดง ก็มีแรงมหาศาลฉุดพ่อออกจากแถว พร้อมพูดว่า

นายอำนวย...ออกมาถ้าเราสั่งแล้วไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอก

จำเราได้รึเปล่า

จำไม่ได้ครับ

เราอีตาบัวไง

อีตาบัวที่อ๊อดชอบไปทำบุญบ่อยๆนะหรอกหรือครับ

เอ่อนั่นแหละ

เท่านั้นพ่อเข่าอ่อนเลย หลวงตาท่านทราบแต่ท่านไม่โกรธแต่ท่านกลับมาช่วย
ต่อรองเจ้ากรรมนายเวร

หลวงตาพาพ่อไปหาคนที่มีหน้าที่ดูแลบัญชีบุญบาปของมนุษย์
แต่พ่อไม่ค่อยทำบุญบุญน้อย จึงไม่พอให้เจ้ากรรมนายเวร
หลวงตาจึงให้เปิดบัญชีบุญของแม่ ซึ่งมีมากแต่ยังไม่พอ
หลวงตาจึงว่า ให้ดูใหม่ มีบุญประทายข้าวด้วย
เขาจึงเปิดอีกจึงพบและ หลวงตาให้เอาบุญนี้ให้เจ้ากรรมนายเวร
ซึ่งทางโน้นก็พอใจจึงปล่อยตัวพ่ออกมาได้
เรื่องของพ่อหลังพ้นจากนรก

หลัง จากที่หลวงตาท่านช่วยพ่อของนุ่น วิญญาณเร่ร่อนของพ่อน่นจึงได้ไปอย่วัดป่าบ้านตาด ดังเช่นวิญญาณอีกจำนวนมหาศาลที่หลวงตาบัวช่วยให้พ้นจากนรก
เหตุที่มาวัดป่าบ้านตาดเพราะจะได้คอยอนุโมทนากับคนที่มาทำบุญที่วัด รวมไปถึงมีการพัฒนาคุณภาพวิญญาณ ให้มีมีบุญกุศลและความดีพอที่จะยกชั้นภูมิได้
หากวิญญาณไหนโชคดีมีญาติมาปฏิบัติธรรมก็จะเปลี่ยนภพภูมิได้เร็ว
พ่อนุ่นยังเล่าต่ออีกว่าผ้าบังสุกุล ที่แม่กับนุ่นทำไปทอดทิ้งไว้
พ่อได้รับแล้ว เวลาร้อนก็อาศัยกันร้อนได้ เวลาหนาวก็อาศัยห่มได้

นั่งสมาธิให้พ่อด้วย

เนื่องจากภพภูมิที่พ่ออยู่ไม่เหมือนภพภูมิมนุษย์ เป็นภพที่ยังทุกข์อยู่มาก
หากวันไหนนุ่นนั่งสมาธิแล้วอุทิศบุญให้พ่อ พ่อก็จะรู้สึกสบาย
นุ่นจึงรับปากพ่อว่าจะนั่งสมาธิให้ทุกวัน ซึ่งหลังจากรับปากพ่อแล้ว นุ่นก็จะนั่งทุกวันซึ่งเป็นเวลาเดิมทุกวัน
แต่มีอยู่วันหนึ่งนุ่นได้ไปช่วยงานหลวงตา
เมื่อเลยเวลานั่งสมาธินุ่นก็รู้สึกถึงอาการคันและเจ็บยิบๆเหมือนใครเอาเข็มมาจิ้ม
พอนึกขึ้นได้ว่าเลยเวลานั่งสมาธิแล้วจึงพูดออกไปว่า เสร็จงาน กลับบ้านแล้วจะไปนั่งสมาธิให้พ่อเท่านั้นแหละอาการก็หายไป
หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็มาแฝงน้าอีก นุ่นจึงถามพ่อว่าเรื่องที่คันยิบๆนั่นฝีมือพ่อรึเปล่า
ซึ่งพ่อก็รับว่าใช่
หลวงตาเลื่อนงานประทายข้าว

มีอยู่ปีหนึ่งหลวงตาท่านเลื่อนงานประทายข้าวให้มาเร็วขึ้น ราว1อาทิตย์ โดยท่านให้เหตุผลว่า อาทิตย์ที่เลื่อนไปท่านจะไปทำธุระ
นุ่นเองก้ได้ถามกับพ่อที่แฝงมาที่ร่างของน้า ถึงสาเหตุที่แท้จริง
พ่อจึงตอบว่า ที่หลวงตาเลื่อนเพราะกำหนดการงานประทายข้าวเดิมตรงกับวันตัดสินของทางนรกหลวงตาจึงเลื่อนให้เร็วขึ้นเผื่อจะมีญาติของใคร ทำบุญให้คนที่ตกนรกหลวงตาจะได้ใช้บุญที่ญาติอุทิศไปให้ใช้ในการต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวร

พ่อบุญพอแล้ว

หลัง จากที่พ่อมาแฝงร่างน้าครั้งแรก นุ่นและแม่ได้เพียร ทำบุญกับหลวงตา รักษาศีล นั่งสมาธิ เพื่ออุทิศบุญให้พ่อ ซึ่งระหว่างนั้นพ่อก็เข้ามาแฝงน้าเป็นระยะๆ
จนกระทั่งวันหนึ่ง พ่อมาบอกนุ่นว่า หลวงตาบอกพ่อมีบุญพอแล้วที่จะเปลี่ยนภพภูมิไปเมืองสวรรค์ให้ไปตัดอาลัยทั้งหมดให้ได้จะพาไปภพภูมิที่ดีกว่า
ตอนนี้พ่อเหลือห่วงคือลูกคนเดียวแต่ยังไงก็จะมาลาลูก
นุ่นได้ยินดังนั้นก็ร้องห่มร้องไห้ แล้วพูดว่า นุ่นไม่ยอม นุ่นไม่ยอมให้พ่อไปไหน พ่ออยู่อย่างนี้นุ่นยังได้เจอเวลาพ่อมาแฝงน้า
พ่อก็พูดทั้งน้ำตาว่า น้ำตาของลูกในโลกวิญญาณมันท่วมเป็นทะเลมหาสมุทรแล้วแล้วพ่อก็เงียบไป
นุ่นเล่าเรื่องนี้ให้แม่และน้าฟัง ทั้งสองจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ นุ่น ทำใจเพื่อไม่ให้ขวางทางพ่อ ที่จะไปดี
และพ่อก็มาอีก แต่คราวนี้นุ่น ทำใจได้แล้วและหลังจากนั้น พ่อก็ไม่เคยมาแฝงน้าอีกเลย
เรื่องราวหลังจากนั้นและบทสรุป

หลังจากนั้นนานมากแล้ว นุ่นก็ยังทำใจไม่ได้ ยังแอบร้องไห้คิดถึงพ่อเป็นประจำ
ซึ่งมีวันหนึ่ง นุ่นไปกราบหลวงตาที่สวนแสงธรรม
นุ่นนั่งอยู่ด้านล่างกุฏิหลวงตาขณะฟังเทศน์หลวงตา
ด้วยความทุกข์ใจที่ยังตัดอาลัยไม่ขาดนุ่นจึงก้มหน้าและร้องไห้ออกมา แต่เป็นการร้องแบบเงียบๆไม่ได้รบกวนใคร
ซักพักก็มีแม่ชีคนหนึ่งเดินเข้ามาลูบหลัง แล้วพูดขึ้นว่า พ่อหนูให้ฉันมาบอกว่า ตอนนี้พ่ออยู่สวรรค์แล้วสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง
นุ่น ถึงกับสะดุ้ง เพราะที่ร้องไห้เป็น การก้มหน้าแล้วน้ำตาไหล ซึ่งถ้าไม่มีใครมานั่งจ้องหน้าจริงๆก็จะไม่เห็น อีกทั้งเป็นเวลาค่ำแล้ว และต่อให้เห็นก็ไม่มีใครรู้ได้หรอกว่า นุ่นร้องไห้เรื่องอะไร
แต่แม่ชีที่ไม่เคยเห็นหน้าคนนี้พูดตรงกับเรื่องของนุ่น ซึ่งมันไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ
หลังจากคราวนั้นนุ่นก็ทำใจได้ และตั้งใจทำบุญเหมือนเดิม เพราะนุ่นเชื่อแล้ว
เชื่อในบุญในบาป
เชื่อในหลวงตามหาบัว
แล้ววันนี้ท่านเชื่อรึยัง..????

ที่มา ,คุณ bon เวปนวรัตน์

��??�?�� : #Topic-080610095027320��?����..�?����?��"��?����?�� �?���?�" ���������������� ��������
Its not easy to be princess
ความเห็นที่ 1
Its not easy to be princess

เรื่องนี้ขอค้านอย่างแรง (ความเชื่อส่วนตัว)

ตรงประเด็นที่ว่า ปกติบอกว่า ความดี กับความชั่ว ทำยังไงก็หักล้างกันไม่ได้ บุญใครบุญมัน กรรมใครกรรมัน
นี่มีให้พระช่วยต่อรองให้ แบบนี้คนที่อยู่กันก็ช่วยกันทำชั่ว แต่พอตอนตายก็ให้ลูกหลานไปหาพระให้ช่วยเหรอคะ
แล้วอีกอย่าง ทำไมทำกับหลวงมหาบัวแค่ครั้งเดียว หักล้างถึงขึ้นพ่อคุณนุ่นได้ขึ้นสวรรค์เลยเหรอ???
แบบนี้จะมีประโยชน์อะไรกับการที่ต้องทำดีทั้งชีวิต ถ้างั้นอ่ะ ???? เรื่องแบบนี้จะทำให้คนไม่ทำดีกัน
เพราะถือว่าสุดท้าย ท้ายสุดก็ให้หลวงตามหาบัวช่วยให้ได้ขึ้นสวรรค์ ต่อให้ทำไม่ดีแค่ไหน ยังงั้นเหรอคะ ????

แล้วอีกประเด็น การทำบุญ ไม่จำเป็นต้องเจาะจงพระไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเรื่องนี้่ต้องเน้นเจาะจงว่าต้องเป็น
หลวงตามหาบัวองค์เดียวคะ

pp
ความเห็นที่ 2
pp

ตอบข้างล่าง (ส่วนตัวเหมือนกัน )
คุณเคยทำบุญมั๊ยคะ เคยไปกราบหลวงตารึยัง
ถ้ายัง อย่าพึ่ง มีอคติค่ะ
ตามความเชื่อพุทธ ก็ยังมี บุญที่ได้จากการทำต่างออกไป ทำบุญที่ง่ายที่สุด คือ การทาน
จะทานให้ได้บุญนั้น ยังประกอบด้วย สิ่งที่ทำทานนั้น สุจริตมั๊ย
เจตนาที่ทำ บริสุทธิ์มั๊ย
ผู้รับมีศีลมั๊ย
ลดหลั่นกัน ไป
ผู้ที่เราทำบุญด้วยมีศีลมาก ก็ผลบุญต่างออกไป เปรียบเสมือนการปลูกข้าวในนา ที่นาดี ข้าวก็งอกงาม
ในทางพุทธถือว่า ยิ่งทำบุญ กับพระอรหันต์ ยิ่งบุญมาก
แต่ทั้งนั้นไม่อยากให้คุณยึดติดว่า ชั้นต้องทำให้ได้มากๆนะ
เพราะมันประกอบกับหลายอย่าง
และยิ่งมีบุญที่ เกิดจากการทำวิปัสนากรรมฐาน นั้น ยิ่งมากกว่าการทาน เสียอีก
บอกตรงๆ เห็นเม้นคุณแล้วตกใจ
ลองศึกษาธรรม ดูก่อนนะ ให้ละเอียดกว่านี้ แล้วก็อย่าตัดสิน ด้วย อคติของตัวเอง หรือการ ยึดติดกับความคิด หรือความเชื่อส่วนตัวมากเกินไป จริงๆนะ
แล้วนุ่นก็ไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว อ่านดีๆนะ เรื่องที่เค้าเล่ามันคงย่อมากๆ จากที่เค้าคงต้องเพียรนั่งสมาธิน่าจะนาน อยู่นะ

pp
ความเห็นที่ 3
pp

การสนองของกรรมนั้น ก็ยังแยกอีกยิบย่อย
ตามชนิดของกรรม จำไม่ได้แล้ว
ซึ่งสามารถ นำกรรมดีมาสนองก่อน
จากกรณีนี้น่าจะมาจากผลบุญที่ญาติส่งมาให้
กรรมบางอย่างก็สามารถเป็นอโหสิกรรมได้

ครับผม
ความเห็นที่ 4
ครับผม

ที่ความเห็นที่ 2 กล่าวมานั้นถูกเเล้วครับ คุณ จขกท อย่าเอาความคิดตัวเองตัดสินไปเลยครับ ลองศึกษาธรรมะอย่างจริงจังดูเเล้วจะเข้าใจอะไรอีกหล่ายอย่างที่เราไม่เคยรู้ดั่งเช่นผม

เอ้อเฮอ
ความเห็นที่ 5
เอ้อเฮอ

เอ่อ หิๆๆ โทษที ผมหมายถึงผมเห็นด้วยกับความเห็นที่สองที่เเนะนําสู่ความเห็นที่หนึ่งครับ ไม่ใช่ จขกท ฮิๆๆ พิมพ์ผิด โทษที

ok
ความเห็นที่ 6
ok

http://www.buddhism-online.org/board/index.php?topic=31.0
คนร่ำรวยมีโอกาสสร้างกุศลผลบุญได้มากกว่าคนจนจริงหรือไม่?

รบกวนคุณ princess เข้าไปอ่านลิ้งกระทู้ที่ผมวางไว้ให้นะครับ คําตอบอยู่ในนั้นหมดเเล้วตามที่คุณความเห็นที่สองได้กล่าวเอาไว้ เรีื่องธรรมะนั้นลึกซึ้งเกินกว่าที่เราเข้าใจครับ ต้องศึกษากันทั้งชีวิตครับ ตัวผมก็เคยเข้าใจผิดๆมาหลายอย่าง เเต่หลังจากทีได้ศึกษาอย่างเป็นประจําเเล้ว ทุกวันนี้ก็ได้คํา่ตอบที่เราไม่รู้หลายอย่างเลยครับ ยังไงคุณ princess ก็เริ่มต้นได้ดีเเล้วเพราะคุณได้เข้ามาอ่านธรรมะในเวป mthai นี้ ที่เหลือถ้าอยากรู้อย่างถูกต้อง ต่อไปก็ขึ้นอยู่ที่ตัวคุณที่ต้องสานต่อเเล้วครับ อนุโมทนาครับคุณ princess

Therock
ความเห็นที่ 7
Therock

พระองค์ใดที่ยังวุ่นวายกับทางโลกไม่มีทางบรรลุได้

สุดหล่อ
ความเห็นที่ 8
สุดหล่อ

ระวังนะครับ ท่าน ๆ ที่ปรามาส หลวงตามหาบัว ไว้...นรกจะถามหา เพราะหลวงตาท่านเป็นพระอรหันต์ แล้วนะครับ.....บาปหนักมากนะครับ....

ผู้รู้ รู้ คนโง่ย่อมไม่เข้าใจ

ศาสนาพุทธไม่ได้เป็นศาสนาทีสอนให้บังคับเชื่อ เพราะถือว่าเป็นของทำได้ยาก ทวนกระแส เย็น สงบ ระงับ แต่คนโง่ก็ชอบที่จะดึงตัวเองต่ำลำบาก หากคนที่ศึกษาธรรมะและปฏิบัติ จะมีความเคารพ และยำเกรงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อย่างมาก ยิ่งความกลัวนั้นทำให้เราไม่กล้าล่วงเกิน แม้ทางพุทธจะบอกว่าไม่เชื่อไม่เป็นไร ทำดีกับศาสนาอะไรก็ได้ดีเหมือนกันหมด แต่การล่วงเกินพระรัตนตรัย การปรามาสด้วยกาย วาจา ใจ ย่อมให้โทษอย่างมาก เหมือนการเอามือไปจับเหล็กร้อน รู้ไม่รู้ แต่ถ้าจับก็ต้องเจ็บมาก การกล่าววาจาล่วงเกินนั้นก็เหมือนจับเหล็กร้อนโดยที่ไม่รู้ตัว ผลนะได้รับแต่ แต่หนักกว่าจับเหล็กไม่รู้ประมาณ คนที่มีปัญญาย่อมระวังเป็นอย่างมาก ของมันเป็นธรรมดาของโลก เหมือนนิวเคลียร์มันมีอยู่แล้ว แต่เราเพิ่งคนพบกัน ไม่ใช่ว่าคนพบมันถึงเกิด ดังนั้น ศาสนาพุทธ ผู้มีปัญญา ศึกษา ปฏิบัติ ถึงเข้าใจ ไม่ใช่วิสัยคนโง่ที่จะเข้าใจ

Its not easy to be princess
ความเห็นที่ 10
Its not easy to be princess

ตอบคห.2 นะคะ

ดิฉันไม่ได้อคติกับพระองค์ใดนะคะ ดิฉันเชื่อในการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บาปกรรมกับผลดีจะตามไปอยู่ทุกที่กับคน ๆ นั้นไม่มีทางหลุดพ้นได้ ดิฉันแค่จำได้ขึ้นใจเรื่องพระมหาเทวทัต ที่เคยทำบาปด้วยการฆ่าพ่อตัวเอง แต่พอสำนึกแล้วและบวชจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ยังต้องไปชดใช้กรรมในขุมนรกตั้งถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 2 กัลป์ แล้วถึงจะได้เสวยสุขในสวรรค์ แม้เป็นพระอรหันต์แล้วยังไม่สามารถลดโทษตัวเองด้วย ตั้งแต่นั้นมา ดิฉันก็จำขึ้นใจมาตลอดว่า คนเราแม้ทำผิดอะไร ก็ต้องได้รับผลกรรม ไม่มีทางที่จะลบล้างได้ กรรมส่วนกรรม บุญส่วนบุญ

ถ้าดิฉันเข้าใจแบบนี้ ดิฉันเข้าใจผิดป่าวคะ??

(ไม่ได้ถกเถียงนะคะ คือเป็ฯการสนทนาธรรมะ เพราะด้วยตัวดิฉันเองไม่ได้เข้าศึกษาลึกอย่างจริงจัง เลยอยากจะไขข้อสงสัย)