ตำนานรักแม่น้ำมิสซูรี

 

 

ขอเอาเรื่องที่เกิดขึ้นที่ Blackbird Hill มาเล่า เพราะแม่น้ำชื่อดังสายนี้ไม่น่าจะอยู่ห่างบ้านคนน่ารักกิ๊บกิ๊วบางคนแถวนี้มากนัก :em08:

(อ้างอิงจาก : www.legendsofamerica.com/NB-BlackbirdHill.html)

เรื่องนี้เริ่มจากต้นทศวรรษ 1840 มีคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งอาศัยในอเมริกาฝั่งตะวันออก หลังศึกษาจบฝ่ายชายได้ตัดสินใจว่าจะออกเดินทางเปิดโลกกว้างไปยังต่างประเทศแล้วจะกลับมาแต่งงานกับหญิงสาว แต่หลังจากวันออกเดินทางไปหลายปี ชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่ได้กลับมาและไม่มีข่าวคราวใดๆ จนหญิงสาวเชื่อว่าเขาคงตายไปแล้วและได้ตัดสินใจแต่งงานกับชายอื่น ซึ่งได้ย้ายมาอาศัยทางตะวันตกที่ Blackbird Hill (รัฐ Nebraska)

จนวันที่ 17 ตค 1849 หญิงสาวก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดฝัน เมื่อเธอเห็นอดีตคนรักเธอเดินเลียบแม่น้ำมิสซูรีมาทางกระต๊อบของเธอ ทั้งคู่ต่างตกใจและดีใจ และชายหนุ่มก็ได้เล่าถึงชีวิตของเขาในหลายปีที่ผ่านมาว่า เขาไม่ได้เป็นนักโทษชายหนีคดีเป็นผีเปรตเร่ร่อนเหมือนทรราชบางคนหรอก แต่เรือลำที่เขาออกเดินทางนั้นล่มแต่เขาก็รอดชีวิตมาได้แต่ต้องใช้เวลาเกือบ 5 ปีถึงจะกลับบ้านมาได้อีกครั้ง และเมื่อเขากลับบ้านก็ได้ทราบว่าคนรักของเขาได้แต่งงานและย้ายไปอยู่กับสามีทางตะวันตกแล้ว ชายหนุ่มจึงเริ่มออกตามหาคนรักของเขาแม้ว่าความหวังที่จะเจอจะมีน้อยมากเพราะเขาไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย เขาจึงขอติดตามขบวนคาราวานไปตั้งหลักเริ่มต้นจาก California และค้นหาในทุกๆที่ด้วยความหวังที่จะเจอคนรักที่หายไปแสนนาน

หลังจากค้นหาเป็นเวลานานและไม่พบ เขาได้ตัดใจและเดินทางกลับบ้าน และในระหว่างการเดินทางกลับนี่เอง เขาได้ผ่านมาที่ Blackbird Hill และมองเห็นแม่น้ำมิสซูรีอยู่เบื้องล่าง และเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก เมื่อเขามีความรู้สึกว่าจะได้พบกับคนรักของเธออีกครั้ง และเขาก็ตัดสินใจเดินตามเส้นทางนี้มาจนมาพบกระต๊อบของหญิงสาว

เมื่อหญิงสาวได้ฟังจบ เธอก็สารภาพออกมาว่า ตลอดเวลาเธอยังรักเขาและไม่อาจลืมเขาได้ และเธอได้บอกว่าเมื่อสามีเธอกลับมา เธอจะอธิบายเรื่องทั้งหมดและขอแยกทางเพื่อจะไปเริ่มชีวิตใหม่กับชายหนุ่ม และให้ชายหนุ่มไปหลบหลังพุ่มไม้ใกล้ๆก่อน เมื่อสามีเธอกลับมาและเธอได้พูดถึงเรื่องนี้ สามีเธอได้ปฏิเสธคำขอร้องและอ้อนวอนให้เธออย่าจากไปไหน หลังจากอ้อนวอนกันสักพักสามีของเธอก็เริ่มโกรธและถึงขั้นหยิบมีดมาฟันเธอล้มลงด้วยความวู่วาม เมื่อได้สติสามีของเธอรีบอุ้มหญิงสาวที่บาดเจ็บขึ้นมาและวิ่งไปที่ยอดเขาของ Blackbird Hill

ฝ่ายชายหนุ่มเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของคนรักและได้เห็นสามีของหญิงสาวอุ้มและวิ่งไป เขาจึงออกวิ่งไล่ตาม แต่ภาพที่ได้เห็นคือสามีของหญิงสาวกระโดดลงจากยอดเขาลงสู่แม่น้ำมิสซูรีที่อยู่เบื้องล่างและหญิงสาวในอ้อมกอด พร้อมกับได้ยินเสียงกรีดร้องสุดท้ายของหญิงสาวขณะลอยละลิ่วลงไป ชายหนุ่มจึงวิ่งลงภูเขาไปตามแม่น้ำอย่างบ้าคลั่งจนสลบไปและได้รับความช่วยเหลือจากชนเผ่าท้องถิ่น (Omaha Indians) ที่คอยดูแลจนชายหนุ่มทำใจได้แล้วจึงกลับบ้านไป

แม้จะผ่านไปแล้วกว่า 150 ปี ตลอดเส้นทางจากกระต๊อบนั้นถึงยอดเขายังคงแห้งแล้งต่างจากส่วนอื่นของภูเขา ไม่มีหญ้าและพืชชนิดใดที่ขึ้นมาตลอดระยะเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ในวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปี จะมีคนได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องจากบนยอดเขา ซึ่งได้มีนักท่องเที่ยวหลายรายในแต่ละปีขึ้นมาเยี่ยมชมเพื่อฟังเสียงนี้

ความเห็นที่ 1
อืม

ตลกดี

ความเห็นที่ 3
aaa

เนื้อเรื่องดีนะ แต่ว่าละเว้นเรื่องการเมืองบ้างเถอะ
ปลงๆมั่งก็ได้นะ

ความเห็นที่ 4
มาโดก้าชาลาล่ากิ๊บกิ้ว

ใกล้บ้าน...เค้าอยู่แถวๆนั้นอ้ะ...ตำนานนี้มันช่างเศร้าอะไรเช่นนี้นะ..ขอบคุณนะฮันนี่ กร้ากกกกก อุตส่่าห์ค้นหามาฝาก ว้าว i'm very impressคิคิ

ไม่เคยทราบมาก่อนเลยอ้ะค่ะ เอามาจากไหนอ้ะ? แปลเองหรอก๊ะ?เก่งมาก เอาไป10คะแนน emoticon emoticon

emoticon

ความเห็นที่ 5
ปลาไหล

ไม่เห็นซึ้งเลย กลับไปดูซีรีย์เกาหลีต่อดีกว่า emoticon

ความเห็นที่ 7
Kean2442

ตำนานแทบจะทุกตำนานมีแต่เรื่องเศร้าๆเนอะ

ความเห็นที่ 8
ไม่ได้ด่า แค่เป็นห่วง

จขกท.น่าจะมีความผิดปกติทางอารมณ์ ตั้งกระทู้นี้พร้อมกับ http://talk.mthai.com/topic/65944 แต่อารมณ์คนละเรื่อง

ความเห็นที่ 9
เพื่อนเนวินชาลาล่ากิ๊บกิ๊ว

ตอนตั้งไม่ได้แปะรูปนี่หว่า สงสัย admin ใจดีไปหาภาพมาประกอบฉากให้

คห.4 emoticon

คห.8 พูดถึง Personality Disorder เหรอครับ
ถือเป็นคำชมละกัน emoticon

ความเห็นที่ 10
huckerby

ผมอยู่ Mahathun ไม่ยักกะรู้เรื่องนี้เลยครับ แปลกมาก