บอก ศักราช พุทธทำนาย

                                           บอกศักราช (ของเก่าเล่าสืบต่อกันมา)โลกนาโถ ปางเมื่อ สมเด็จพระบรมโลกนาถ ทรงพระอาพาธเพียงพิษ ลงพระโลหิตมิได้หยุดหย่อน บรรทมเหนือแท่นแก้ว ปัฏจฐรสิลาอาสน์ ปิ้มประหนึ่งว่าพระ หฤทัยเจียนจะขาดสุดสิ้นหวังพระอุตสาหะมาตั้งเสด็จเดาะ หวังสงเคราะห์มวลหมู่ประชาชน  ยังพะวงพะวนมิได้ลัดเลาะเกาะแก้วบรรดาดาล เสด็จข้ามโอฆะสงสารสาคะรัง วิมานแมนยังมิได้ตั้งต้านต่อไพรี สมเด็จพระชินวงศ์ณะรังสีก็สุดรื้อขน พระสู้ทนจนพับเพียบกำลังแล้ว พระประทีปแก้วกำลังจะเสด็จดับลับสูญฝ่ายพุทธบริษัทต่างก็มาดูรพูลเทวษ ว่าโอ้โอ่พระปิ่นปกเกษ ทูลกระหม่อนแก้ว จะหลีกลัดตัดแล้วเข้าสู่พระอมตะมหานครนฤพานสมเด็จพระศาสดาจารย์เสด็จมาตรัสพระสัทธรรมเทศนาอยู่เจื้อยแจ๋ว สั่งสอนแล้วซึ่งมนุนิกรเทพบุตร อีกนาคคุรฑอินทร์พรหมยมยักษ์อักขะนิษฐ์ ดังเอาน้ำสุราลัยอมฤทธิ์มาราดรด สมเด็จพระผู้ทรงวราพรตหาทรงพระกรุณา ไว้อายุพระพุทธศาสนาได้ห้าพันพระวัสสาด้วยประการฉะนี้ตัง  ปรินิพุพุตัง  วันทามิหัง  เมื่อพระพุทธศสานาล่วงไปได้  ๕๐๐ ปี  จะหานางภิกษุณี นั้นก็หาไม่ได้ อันดับนั้นไปพอถึง  ๑๐๐๐ พันปี  ก็สิ้นสุดหน่อพระอรหันต์ จะเหาะเหินเดินอากาศนั้นก็ไม่มี  พอล่วงถึง ๒๐๐๐  ปี จะหาพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงพระไตรปิฎกจกตามตำนานนั้นก็ไม่มี  พอล่วงถึง   ๓๐๐๐  ปีเป็นวาระกำหนด จะหาพระภิกษุสงฆ์มั่วสุมลงพระอุโบสถก็เสื่อมสิ้นสูญไป  พอล่วงเข้า ๔๐๐๐ ปี  แล้วไซร้ ทั้งผ้าไตรจีวรนั้นก็เสื่อมสูญ  พอครบ  ๕๐๐๐ ปี  บริบูรณ์  ก็จะเหลือเพียงผ้าเหลืองน้อยห้อยหู  แต่พอสำคัญรู้ว่าบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ศาสนาของพระพุทธองศ์เจ้าทั้งห้าพันปีนั้น ถ้าจะคณนานับโดยวัน  ก็ได้หนึ่งล้านกับแปดแสนวันเป็นวระกำหนด  ถ้าจะคณนานับโดยอุโบสถ  ก็ได้หนึ่งแสนกับสองหมื่นอุโบสถ ถ้าจะกำหนดนับโดยเดือน ก็ได้หกหมื่นเดือนดังจะรู้ ถ้าจะคณานับโดยฤดู ก็จะได้หนึ่งหมื่นกับห้าพันฤดูศาสนาของพระสัพพัญญกล่าวไว้ว่า  โย ปุคคโล ถ้าบุคคลใดตั้งใจตรงปลงจุตสาห์ฟังพระพุทธศักราช  ก็อาจจะระลึกได้ดั่งใจประสงค์  จะเป็นอินทร์เป็นพรหมก็คงจะสมควรความคิดกุศลนั้นจะเนรมิตวิมานไว้คอยท่า  หากแตกกายทำลายเบ็ญจขันธ์ทั้งห้า  ก็จะได้ไปเสวยสุขในชั้นฟ้าดุสิตเทวสถาน  สาสนัง  อันว่าศาสนาของพระสมณโคดมบรมบพิตรนั้น  จะสิ้นสุดในปีชวดนักษัตรอัฏฐศกเพ็ษเดือนหกวันอังคาร  เวลาย่ำค่ำลงไปนานถึงสามยามกับอีกสี่นาฬิกาพอแสงทองพวยพุ่งรุ่งขึ้นมาเป็น วันพุธ  ก็สิ้นสุดวจนะพระพุทธศาสนาปะกาสิตา โหตุ ด้วยประการฉะนี้ 
ความเห็นที่ 1
กระทู้โลกแตกเหรอ

อายุ 5000 ปี เป็นความเชื่อยุคหลัง

ตราบเท่าที่คนยังเข้าวัดปฏิบัติธรรมศาสนาก็อยู่ไปเรื่อยๆ

ถ้าตรงกันข้ามก็อยู่ไม่นาน เข้าใจยัง ลองนึกถึงปัจจุบันดิ

ปัจจุบันบอกอนาคต emoticon emoticon emoticon emoticon

ความเห็นที่ 3
อา_อ๊าม_อ๊ด

กด Enter มันยากมากเลยหรอเนี่ย

emoticon emoticon

ความเห็นที่ 4
nz

..5...5..5 #5 and #6...so funnny!!

ความเห็นที่ 5
ไม่ใช่คนพุทธ

อืมม นิทานหลอกว่าเด็กเดินได้เจ็ดก้าวมาอีกแระ..สักวันนึงก็จะรู้ ว่า...มันสุดยอดแค่ไหน 555+

ความเห็นที่ 6
กุเอง

ไอ้บ้า ประสาทแดรกemoticon emoticon emoticon

V
V

ความเห็นที่ 7
ป่านป่วน

พอครบ ๕๐๐๐ ปี บริบูรณ์ ก็จะเหลือเพียงผ้าเหลืองน้อยห้อยหู แต่พอสำคัญรู้ว่าบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ศาสนาของพระพุทธองศ์เจ้า
น่ากลัวจัง emoticon เราว่าน่าจะเป็นไปได้นะ การกระทำปัจจุบัน บ่งบอกถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

ขอให้ไอ่คนเหริ้ยอยู่จนถึงโลกแตก มันจะได้ถูกธรรมชาติลงโทษให้ตายอย่างสาหัส emoticon

ความเห็นที่ 8
คนผ่านมา

พุทธทำนายนั้นพระพุทธองค์ได้ทำนายไว้เช่นนั้นจริงหรือไม่สรุปไม่ได้

แต่ในกรณีที่บอกว่า 1000 ปีให้หลังหมดพระอรหันต์อภิญญา 6 นั้นไม่ใช่แน่ ปัจจุบันยังมีอยู่หลายองค์
และที่บอกว่า 500 ปีสิ้นภิกษุณี นั้นก็ยังไม่ชัดเจนในพุทธทำนาย
พระพุทธองค์ตรัสเรื่องภิกษุณีไว้ดั่งนี้ว่า
*ดูก่อนอานน ถ้ามีผู้หญิงเข้ามาพัวพันในองกรศาสนานี้อายุของศาสนาจะลดลงไปครึ่งนึง ถ้าอายุยาวถึง 100 ปี จะเหลือเพียงแค่ 50 ปี* ฉะนั้นพุทธประงสงค์ของพระพุทธเจ้า จึงได้บัญญัติวินัยนักบวชหญิงที่เรียก ครุกรรม 10 ที่นางพิมพาจะมาขอบวช ถ้าใครศึกษาพุทธประวัติคงจำกันได้

ความเห็นที่ 9
คนผ่านมา

บางทีในการเราหยิบยกเรื่องที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกมานั้น ต้องดูด้วยว่า มาจากคำพูดที่พระพุทธเจ้าได้พูดออกมาจริงๆหรือเปล่า เพราะปัจจุบันกาลได้ล่วงเลยมานานนับเกือบ 3000 ปี
***อรรถกฐา ที่เป็นคำแต่งขึ้นมาใหม่ในพระไตรปิฏกนั้นเป็นคำของครูบาอาจารย์รุ่นหลัง มิใช่คำของพระพุทธเจ้า เราคิดดูแล้วกันระหว่างคำพูดของพระพุทธเจ้า กับ พระสาวกรุ่นหลังแม้แต่จะเก่งกล้าสามารถแค่ไหน จะเทียบพระองค์ผู้สัพพัญญูญาณได้หรือไม่*******
ฉะนั้นที่บอกว่า 1000 ปีสิ้นอรหันแบบนี้ 2000 ปีสิ้นอรหันต์แบบนี้ ไม่ตรงตามพุทธทำนาย แสดงว่าไม่ใช่คำที่พระพุทธเจ้าทำนายมาแน่นอน อาจจะเป็นคำที่เสริมแต่งหรือตัดทอนกันต่อๆไป

ความเห็นที่ 10
คนผ่านมา

แต่ความเสื่อมไปของศาสนานั้นดูจากตรงนี้เลย
พระพุทธองค์ให้ดูที่ธรรมและวินัยที่พระองค์แสดงไว้ดีแล้ว ท่านตรัสเอาไว้ว่า ถ้าธรรมะแหละพระวินัยไม่บริสุทธิ์และไม่บริบูรณ์ ท่านจะไม่ยอมเสด็จปรินิพพานเด็ดขาด ท่านตรัสไว้อีกว่า พระวินัยไม่มีใครที่จะบัญญัติได้นอกจากพระตถาคตองค์เดียว สาวกไม่มีสิทธิ์บัญญัติ และท่านตรัสไว้ห้ามมิให้ตัดทอนและเพิ่มวินัยที่ ตถาคตตรัสไว้ดีแล้ว ถึงบางครั้งจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับกาลสมัยได้ แต่ไม่อนุญาติให้บัญญัติเพิ่ม และตัดทอน
ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันที่ว่าศาสนาเสื่อมไป เพราะพระวินัยถูกมองข้ามออกไปนั่นเอง และปรากฏได้ว่ามีการบัญญัติเพ่ม และตัดทอนออกไป *ยกตัวอย่างพระฉันสุราได้ แต่ไม่เกิน 1 องคุลี เทียบฝาบาตร *
นี่แหละคือเหตุทำให้พระศาสนาถึงต้องเสื่อมไป เพราะพระธรรมและวินัยเสื่อมไปนั่นเอง