กรรมติดจรวด + โอนที่ดิน

พ่อเป็นครู อาศัยเงินเดือนน้อยนิดเลี้ยงดู เมียและลูก เมื่อประมาณปี 2532 พ่อถูกฟ้อง เนื่องจาก ไปค้ำประกันให้คนกลุ่มหนึ่ง แล้วพวกเกิดเบี้ยว  พ่อไม่ได้ฟ้องลูกหนี้เพราะเห็นว่าเป็นครูด้วยกัน   ตกลงกันให้เขาทยอยมาใช้คืนดีกว่าขึ้นโรงขึ้นศาล   แต่ก็ไม่มีใครคิดจะใช้หนี้ให้พ่อเรา   เกือบทั้งชีวิตพ่อ เลยต้องใช้หนี้แทนผู้อื่นมาโดยตลอด สามล้านกว่าบาท โดยการกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ประจำจังหวัด ตามวงงเงินสูงสุดเท่าที่จะกู้ได้  มาใช้หนี้แทนเขา แล้วผ่อนงวดกับสหกรณ์ครูอีกที รวมทั้ง ขายทรัพย์สินบางส่วน มาใช้หนี้ จนในที่สุด โฉนด ที่ดิน+บ้าน ที่ครอบครัว ที่เราอยู่อาศัยก็ต้องถูกยึด ภาพของหมายศาลเป็นกระดาษตราครุฑ มาติดหน้าบ้านเรา ในวันนั้น ยังจำติดตา แม้กระทั่งข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ในบ้าน  ยังถูกประทับด้วยตราครุฑสีแดง   แม่บอกว่า พ่อกู้สหกรณ์ครูอยู่หลายรอบ คือ รอบหนึ่งจะกู้ได้ประมาณ 1ล้าน ผ่อนไปเรื่อยๆ ประมาณ สิบปี ก็หมด แล้วกู้ต่อ  ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องสมาชิกในครอบครัวอีก 4 คนที่เหลือ (แม่เป็นสาวชาวบ้าน มีอาชีพทำสวน เรามีน้องอีก2คน วัยไล่เลี่ยกัน) ระหว่างเป็นครู ในวันเสาร์อาทิตย์  พ่อก็ทำไร่ข้าวสาลี ข้าวโพด ทำสวนลิ้นจี่ ลำไย มะม่วงไปตามฤดูกาล เลี้ยงวัว เพราะห็ด ปลูกต้นสัก ขุดบ่อเลี้ยงปลา บนที่สวนติดเชิงเขาอีก 12ไร่ (เป็นที่ สปก.ชื่อแม่) เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ซึ่งลำพังเงินเดือนที่ได้รับจริง ไม่ถึง5000 บาท ตลอดต่อเดือน  ในชีวิตเรา  เราไม่เคยเห็นพ่อนิ่งดูดายกับชีวิตที่ตกอับ  เราเลยช่วยพ่อเราทำงานตลอดเช่น  เสาร์อาทิตย์ ตอนกิ่งลำไย /ลิ้นจี่ เอามาเพราะใส่ถุงขาย กล้าละ 30 บาท   เลี้ยงไก่ไข่  งานเหล่านี้พ่อเป็นคนสอนเราทำหมด

 

 เคยเห็นไหมคะ วัน  จ-ศ  ครู ผ.อ นักบริหาร ที่ต้องขี่ มอเตอร์ไซค์เก่าๆ ไปโรงเรียน  ฤดูฝนตกใส่เสื้อกันฝนสีเขียว สวมรองเท้าบูท ข้างบนเป็นชุดกากี  วัน เสาร์อาทิตย์ ขี่มอเตอร์ไซ คันเดิม พ่วง เข่ง สองข้าง เข้าสวน วันปิยะมหาราช พ่อสวมชุดขาวพร้อมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ขับมอเตอร์ไซค์คันเดิม ไปทำพิธีวางพวงมาลา  ในขณะเดียวกัน ผอ.ท่านอื่นๆ ขับรถเก๋ง โก้หรู  

  เรื่องนี้ผ่านมานานมาก สมัยตอนเราเป็นเด็ก 6-7 ขวบ ยังไม่รู้เรื่อง พอโตมาพอที่จะรู้เรื่อง พ่อก็ใช้หนี้หมดแล้ว  เลย ไม่ติดใจอะไร ปล่อยให้พวกมันไปชดใช้กรรมให้พ่อเราเอง เวรกรรม มีจริง ไม่ช้าก็เร็ว  ลูกหนี้ หลายคนได้ทยอยใช้หนี้กรรม กันบ้างแล้ว เช่น ตอนนี้บางคนเป็นอัมพาตทั้งตัว ต้องออกจากครู  ยังไม่ตายแต่หายใจทิ้งไปวันๆ อยู่เป็นภาระให้ลูกหลาน 

 อีกคนหนึ่ง  รถชนตายคาที่ ทั้งผัวทั้งเมีย เมื่อหลายปีก่อน  ทิ้งลูก3คนไว้อยู่กับญาติห่างๆ 

 อีกคนหนึ่ง โดนฟ้องจากแบงค์กสิกร ถูกยึดทรัพย์ ลาออกจากราชการทั้งผัวทั้งเมีย หนีไปเช่าห้องรูหนูอยู่ เพื่อหนีเจ้าหนี้นอกระบบ 

 อีกคนหนึ่ง ลูกสาวสำส่อนติดเอดส์จนพ่อแม่อับอาย เอาลูกไปทิ้งที่วัดพระบาทน้ำพุ   นี่เป็นตัวอย่างของกรรมติดจรวด

 ปี 41 เราสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งได้ ดีหน่อยที่หน่วยกิตไม่แพง ยังได้ช่วยพ่อประหยัด เราเลยกู้เงิน กยศ เรียน ได้ค่าใช้จ่ายเดือนละ 3000 บ. พ่อส่งให้เดือนละ 1500 บ. อยู่หอของ ม. ค่าหอเทอมละ 1500 บาท  จนจบมหาวิทยาลัย

ในปี 2543 พ่อเราไปซื้อ บ้าน กลับคืนมา โดยซื้อในนาม น้าชายของเรา (น้องชายของแม่)  ซึ่งในขณะนั้น ยังใช้หนี้ไม่หมด

ในปี 45 เราเรียนจบ ป ตรี  และพอดีกับ หนี้ที่หักเงินเดือนทุกเดือนๆ ของพ่อได้หมดลง  พ่อเลย เออรี่ ออกจาราชการ เพราะคิดว่า ภาระต่างๆ ได้หมดสิ้นลง และลูกๆ ก็ทยอยกันจบมหาวิทยาลัย   กินบำนาญเดือนละ 25,000 บ เต็มๆ

 จนในที่สุด ปี52 ที่ผ่านมาพ่อได้เสียชีวิตลง พ่อได้สั่งไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ว่าให้ชวนน้าไปโอนที่กลับคืนมาเสีย    เราเลยอยากถามท่านผู้รู้ว่า

 

1 เรากลัวเขามายึดอีก หลอนมากๆ

2 การโอนจากชื่อน้า มาเป็นชื่อเรา สามารถโอนให้กันตามปกติได้ไหม หรือ ต้องมีสัญญาซื้อขาย (ตอนนี้โฉนดอยู่กับเรา แต่ชื่อด้านหลังเป็นชื่อน้า)

3 ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการโอน ที่ สนง.ที่ดิน คิดคำนวณ จากอะไร ถ้ามีบ้านด้วย ต้องคิดประเมินราคาบ้านด้วยหรือไม่ 

4 เห็นเขาว่ากันว่า รีบไปดำเนินการก่อน มีค. นี้เพราะ หลังจาก มีค.ไป ค่าธรรมเนียมแพงมาก

 

ตอนนี้หาข้อมูลอยู่คะ จึงอยากถามท่านผู้รู้ ในบอร์ดก่อน  และจะไปสอบถาม สนง ที่ดิน อีกไม่กี่วันนี้

 

 

daring
ความเห็นที่ 1
daring

พึ่งไปโอนมาก่อนปีใหม่ทำเป็นสัญญาซื้อขายโดยสามีทำเป็นขายให้ภรรยาค่าธรรมเนียม 600+ แต่ถ้าสามีโอนให้ภรรยาเฉยๆ ค่าธรรมเนียม 3000+ เฉพาะที่ดิน คิดเอาเองละกัลพี่ละเซ็ง หมู

*-*
ความเห็นที่ 2
*-*

1. ถ้ายกให้โดยเสน่ห์หาก็ไม่น่าแพงนะ
2. แนะนำว่าให้คุยกับเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินน่าจะดีกว่าค่ะ

ภัทรวงศ์สยาม
ความเห็นที่ 3
ภัทรวงศ์สยาม

ในการโอนอสังหาริมทรัพย์นั้น มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องดังนี้
1.ค่าธรรมเนียมการโอน ร้อยละ 0.5 - 2.0 ขึ้นอยู่กับลักษณะนิติกรรม เช่น ถ้าเป็นการให้โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทน เช่น พ่อแม่โอนให้ลูก ค่าธรรมเนียมปกติร้อยละ 0.5 ถ้าเป็นการซื้อขายร้อยละ 2.0 อาจมีการลดค่าธรรมเนียมการโอนเพื่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งคราว
2.ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คิดตามอัตราภาษีก้าวหน้า โดยไม่ได้รับยกเว้น 150,000 บาทแรก
3.ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ เสียรายการใดรายการหนึ่ง โดยอัตราค่าภาษีธุรกิจเฉพาะบวกกับภาษีบำรุงท้องถิ่นรวมเป็นร้อยละ 3.3 ส่วนค่าอากรร้อยละ 0.5
----------------------------------------

กรณีของคุณ คงอยู่ที่การให้โดยเสน่หา(ตกลงกับน้าดีๆ)
เพราะเสียน้อยที่สุดแล้วคือ 0.5%
ซึ่งจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับ ผลการประเมินราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ของกรมที่ดินท้องถิ่น) พร้อม ข้อ 1 และ 2

รวยล้นฟ้า
ความเห็นที่ 4
รวยล้นฟ้า

เรื่องทางกฎหมายการโอนคิดว่า จขกท คงหาทางไม่ยากนักเพราะไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยาก ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้แพงจนขนาดจะเป็นปัญหาในการทำให้ จขกท ต้องเสียโอกาศในการได้สิทธิ์ของตัวเองคืน

แต่ปัญหา ที่แท้จริง คือ ต้องดูจากนิสัยใจคอน้าชาย และ สถาณะการณ์ความสัมพันธ์ระหว่าง ครอบครัวของตัวเองกับน้าชาย ว่าให้ความรู้สึกกันขนาดไหน มีช่องว่างหรือโอกาศที่น้าชายจะทำหักหลังหรือปล่าว

เราว่า จขกท ช่วงนี้ลองเข้าไปใกล้ชิดคลุกวงในกับน้าชายดูแล้วลองพิจารณาดูพฤติกรรมหรือแนวโน้มปฎิกิริยาว่า มีความเสี่ยงหรือปล่าวโดยยังไม่ต้องบอกว่าจะโอนคืนแล้วพยายามทำดีกับน้าชายเข้าไว้ให้เค้ารู้สึกดีกับเรามากๆ น่าจะเป็นประโยชน์กับเรื่องนี้

ถ้าดุลพินิจของ จขกท แม่นยำพอ คิดว่าน่าจะติดสินใจได้ไม่ยากเย็นนัก
เอาใจช่วยครับผม

ปล. อ่านเรื่องราวแล้ว รู้สึกว่า การต่อสู้บางเรื่อง สำหรับบางคน มันช่างน่าจุกอกซ่ะจริงๆ

001
ความเห็นที่ 5
001

พ่อของคุณเป็นนักสู้ตัวจริง ...ขอบคุณที่เอาเรื่องราวดีๆมาให้อ่านครับ ...

อา_อ๊าม_อ๊ด
ความเห็นที่ 6
อา_อ๊าม_อ๊ด

เป็นคุณพ่อที่ดีมากๆเลยครับ

เสียใจกับการจากไปของท่านด้วยนะครับ

-_-

ตาม คห.3 เลยครับ เรื่องค่าธรรมเนียม ครับ น่าจะ 0.5 ของราคาประเมินครับ

qvpop
ความเห็นที่ 7
qvpop

เอาใจช่วยนะคะ ถือว่าพวกเค้าได้ใช้เวรกรรมต่อกันแล้ว ก็อย่าได้คิดจองเวรกรรมกันอีกเลยค่ะ

ส่วนเรื่องที่ดินรอผู้รู้มาให้คำตอบนะคะ.........

llnJ_llSJ
ความเห็นที่ 9
llnJ_llSJ

พ่อ จขกท.เป็นนักสู้จริงๆเลยนะครับ
มีที่ดินติดเชิงเขาซะด้วย คงสวยน่าดู

อยากบอก
ความเห็นที่ 10
อยากบอก

โฉนดอยู่ที่ใครไม่สำคัญ สำคัญที่ชื่อท้ายสุด(ผู้รับสัญญา) เห็นมั้ยคะจะปรากฎอยู่ว่าเป็นชื่อของใครคนนั้นแหละคือเจ้าของโดยสมบูรณ์ ถ้าน้าคุณยินยอมโอนให้ก็ดีใจด้วยแต่ถ้าไม่ยินยอมก็คงต้องเหนื่อยหน่อยคะ (ต้องจ้างทนายยาวเลย) หรือที่สำคัญที่สุดหนังสือสัญญาคะมีมั้ยคะ ถ้ามีก็ดีในระดับหนึ่ง เป็นหลักฐานสำคัญ แต่ปกติแล้วหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเค้าต้องทำที่ที่ดินนะคะไม่ใช่ทำกันเอง ไม่อย่างนั้นจะไม่สมบูรณ์ ตรวจสอบซักนิดนะคะสำคัญที่สุดโทรไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่ที่ดินในเขตของคุณครอบครองอยู่ซิคะ อยู่อำเภออะไรก็โทรไปปรึกษาเค้าซิคะ เค้าจะให้คำตอบคุณได้ดีกว่าในนี้แน่นอนคะโชคดีนะคะ