วัฒนธรรมริวกิวของชาวโอกินาว่า ศาสตร์แห่งความงดงาม

OKINAWA CULTURE


วัฒนธรรมที่ถูกพัฒนาในสมัยอาณาจักรริวกิว ยังได้รับการสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายที่เรียกว่า “ซันชิน” ซึ่งนำเข้าจากประเทศจีนนั้นได้รับความสนใจในหมู่นักรบในฐานะศิลปะศาสตร์แขนงหนึ่ง และยังมีการพัฒนาศิลปะต่างๆ เช่น ดนตรีโบราณ ระบำคุมิโอโดริ หรือการแสดงระบำริวกิวที่ใช้ซันชินเป็นพื้นฐาน เพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากจีนและญี่ปุ่น เทคนิคการย้อมผ้าก็ได้มาจากประเทศจีนและประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกำเนิดเป็นชุดประจำท้องถิ่นของโอกินาว่าชื่อว่า “บิงกะตะ บะโชฟุและมินชา เป็นต้น



ระบำเอซา

เป็นพิธีกรรมท้องถิ่นที่จัดขึ้นเพื่อทำบุญให้กับบรรพบุรุษ โดยจะมีหนุ่มสาวถือกลองเดินระบำทั่วหมู่บ้านเข้ากับเสียงเพลงและเสียงของเครื่องดนตรีซันชิน สามารถหาชมได้ในงานเทศกาลหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ




ระบำริวกิว

ระบำโบราณที่พัฒนามาจากระบำราชสำนักนั้น มีลักษณะเด่นคือ การแสดงที่มีสีสันสดใสตระการตาและนักระบำที่ใส่ชุดบิงกะตะ ส่วนการระบำแบบใหม่จะเรียกว่า “โซโอโดริ” หรือ โซซาคุคุมิโอโดริ” ซึ่งเกิดจากการนำขนบธรรมเนียมของชาวบ้านทั่วไปมาใช้



ดนตรีริวกิว

สิ่งที่มอบความเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ดนตรีของโอกินาว่าก็คือ ซันชิน ปัจจุบันมีกรนำไปใช้กับดนตรีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ดนตรีโบราณ เพลงพื้นบ้านไปจนถึงเพลงป๊อป


cr. ภาพจาก Visit Okinawa th/Facebook


เครื่องเขินริวกิว

เครื่องเขินของโอกินาว่านั้นมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก โดยมีการนำเข้ามาจากประเทศจีนในศตวรรษที่ 14-15 สมัยที่อาณาจักรริวกิวมีความเจริญรุ่งเรืองทางการค้ากับจีน จนได้พัฒนามาเป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเองและได้รับการยอมรับในเรื่องเทคนิคและศิลปะที่สวยงาม จนมีการนำไปใช้ในงานเลี้ยงเพื่อพิธีกรรมสำคัญ และยังถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่ใช้ถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการและสินค้าของภาคเอกชนอีกด้วย หลังจากปี 1879 ได้รับการปรับให้เป็นเครื่องเขินสำรับคนทั่วไป มีการผลิตเพื่อใช้เป็นภาชนะใส่อาหารและของฝากมากขึ้น ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะอุราโชเอะ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องเขินโดยเฉพาะแห่งแรกของญี่ปุ่นสร้างขึ้นในปี 1990 มีการจัดแสดงผลงานชั้นเยี่ยมของสมัยราชวงศ์ริวกิวเอาไว้ด้วย



ยาจิมุน (เครื่องปั้นดินเผา)

“ยาจิมุน” เป็นภาษาท้องถิ่นโอกินาว่า ซึ่งมีความหมายว่าเครื่องปั้นดินเผา ได้มีการนำเข้ากระเบื้องเคลือบและเครื่องปั้นดินเผาในสมัยราชวงศ์ริวกิวที่มีความรุ่งเรืองทางด้านการค้าระหว่างประเทศ และได้นำมาสร้างวัฒนธรรมเครื่องปั้นดินเผาเป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเอง ในปี 1682 มีการนำเตาเผาที่กระจายอยู่ทั่วมารวมกันไว้ที่ย่านสึโบยะในเมืองนาฮา ทำให้เทคนิคได้รับการพัฒนามกขึ้น ปัจจุบันยังมีช่างที่สิบต่อวัฒนธรรมนี้เอาไว้มากมาย ย่านสึโบยะ เมืองนาฮา และหมู่บ้านโยมิตัน ก็เป็นที่รู้จักกันในฐานแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญเช่นกัน


หากมาทัวร์โอกินาว่า ไม่ควรพลาดที่จะเช่าชุดพื้นเมืองเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก


ติดตามบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์โอกินาว่า หรือข้อมูลท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่ ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดย Angel Star Travel