เฉิงตู มีอะไรน่าดูบ้าง?

CHENGDU ไปเที่ยวเฉิงตู...ดูอะไรดี?

เฉิงตู มีความหมายว่า ค่อยๆกลายเป็นเมือง เหตุที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะตั้งแต่โบราณพื้นที่แถวนี้จะถูกน้ำท่วมอยู่เสมอ จนกระทั่งในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้มารสร้างระบบชลประทาน ขุดคลองเพื่อระบายน้ำในขณะทีน้ำเอ่อล้น ทดน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดเป็นประจำทุกปีก็หายไป พืชผลก็สมบูรณ์ ชีวิตก็ดีขึ้น ผู้คนก็อพยพมาอยู่เมืองนี้ขึ้นเรื่อยๆ เมืองก็ขยายใหญ่โตขึน้เรื่อยๆ ก็เลยได้ชื่อว่า เฉิงตู

เส้นทางบินใหม่ของสายการบินไทยแอร์เอเชียมาแล้ว เปิดบินตรงจากดอนเมืองสู่เฉิงตู ไปดูแพนด้าเมืองจีนกันได้ง่ายๆ แค่บินไปกับแอร์เอเชีย หรือจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่จิ่วจ้ายโกว ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว

“เฉิงตู” เมืองเอกแห่งมณฑลเสฉวน ที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคม เป็นตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ เป็นเมืองที่ความเจริญรุ่งเรืองเดินทางมาผสมผสานกับความสวยงามของธรรมชาติ และวัฒนะรรมจีนอันยิ่งใหญ่ ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่ใครๆก็อยากไปเยือน มาดูสิว่าไปเฉิงตูแล้วเราไปดูอะไรกันบ้างดีล่ะ?

จิ่วจ้ายโกว สวรรค์บนดิน

เมื่อเปิดเส้นทางบินตรงสู่เฉิงตู เดสทิเนชั่นในฝันของคนรักธรรมชาติอย่าง “เจิ่วจ้ายโกว” ก็เป็นจริงได้มากขึ้น ด้วยระยะทางประมาณ 430กิโลเมตรจากเมืองเฉิงตู นั่งรถต่อไป “สวรรค์บนพื้นดิน” ก็ได้ไม่ยากเลย

“อุทยานจิ่วจ้ายโกว” เที่ยวได้ทุกฤดู ไปดูเมื่อไหร่ก็สวย ในแต่ละช่วงเวลามีความงดงามแตกต่างกันไป อยากเห็นฉากธรรมชาติสุดอลังการ ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สะท้อนเงาของใบไม้เปลี่ยนสี มีทั้งสีเหลืองส้ม แดง ก็ต้องมาในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน แต่พอเข้าเดือนธันวาคม เทือกเขาและต้นไม้ก็จะมีหิมะปกคลุมไปทั่วสุดจะงดงาม ชมธารน้ำแข็ง และถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคามถึงพฤษภาคม ก็จะได้พบกับอากาศอบอุ่น สดชื่น ฟ้าสีน้ำเงินกับเมฆสีขาวสะท้อนลงแผ่นน้ำดั่งกับส่องกระจกเลยทีเดียว

บรรดาความงามในจิ่วจ้ายโกว “ทะเลสาบ” สีสวยนั้น ดูจะเป็นแรงดึงดูดให้นักเดินทางอยากมาเห็นความงามกับตัวเองสักครั้ง ความงามประหลาดของผืนน้ำในจิ่วจ้ายโกว มีสาเหตุมาจากในบริเวณนี้มีธาตุแคลเซียมเจือปนอยู่มากทำให้ทะเลสาบและธารน้ำของที่นี่มีสีสันงดงามแปลกตา สีของน้ำแต่ละจุดจะแตกต่างกันไปอีก เมื่อจุดกระจายแสง การสะท้อนของผิวน้ำนั้นต่างกันอยู่ที่ความลึกที่ต่างกัน ก็ให้สีที่เห็นนั้นต่างกัน อย่างเช่นเราจะเห็นน้ำในทะเลสาบดอกไม้ห้าสี มีสีเหลือง สีเขียวเหลือง สีเขียวอ่อน สีเขียวแก่ และสีน้ำเงิน และด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอันสวยงามเช่นนี้ จึงควรค่าแล้วที่องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่นี้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2535 และเป็น World Biosphere Reserve ในปี พ.ศ. 2540

แต่เนื่องจากเมื่อเดือนสิงหาคมปี พ.ศ. 2560 นี้ ได้เกิดแผ่นดินไหวในบริเวณนี้ ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ทางอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวจะต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ คาดว่าจะพร้อมกลับมาเปิดบริการอีกครั้งในปี 2561 นี้ ควรเช็คข้อมูลล่วงหน้าก่อนเดินทาง

HUANGLONG NATIONAL SCENIC RESERVE

อุทยานธารน้ำมังกรเหลือง หวงหลง

อุทยานธารน้ำมังกรเลือง หรือ หวงหลง คืออีกหนึ่งอัศจรรย์ธรรมชาติของเฉิงตู อยู่ไม่ไกลจากอุทยานจิ่วจ้ายโกว ธารน้ำและทะเลสาบหลาหลายสีสวยบนความสูงที่ระดับ 2,000 – 3,000 เมตร ธารน้ำสีมรกต ที่เกิดจากแร่แคลเซียมคาร์บอเนตที่อยู่ใต้ผืนน้ำ เป็นเหมือนร่องธารน้ำให้มังกรได้ว่ายเล่น ส่วนตัวธารมังกรเหลืองที่เกิดจากดินสีเหลืองยาวกว่า 3.6 กิโลเมตรนั้นคือ มังกรที่พาดผ่านจากสวรรค์ ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่คือความงดงามอันยิ่งใหญ่ ทะเลสาบสีฟ้าจะสะท้อนสี เปลี่ยนสีไปตามใบใม้ ที่นี่ได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2535

CHENGDU RESEARCH BASE OF GIANT PANDA BREEDING

ศูนย์อนุรักษ์และขยายพันธุ์แพนด้า

แฟนคลับของช่วงช่วง หลินฮุ่ย หลินปิง พร้อมกันหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้ว เรามาบุกบ้านเกิดถิ่นกำเนิดของพวกนางกันเถอะ! ใช่แล้ว ที่นี่คือภูมิลำเนาของเหล่าแพนด้า ที่ประเทศจีนส่งไปเป็นทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งช่วงช่วงและหลินฮุ่ยก็เช่นกัน ที่นี่เป็นศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์หมีแพนด้า สร้างเลียนแบบธรรมชาติถิ่นที่อยู่ของแพนด้าในป่า มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตจริงของแพนด้า แวดล้อมไปด้วยป่าไผ่ ชุ่มชื่นสวยงาม

ศูนย์อนุรักษ์ฯ นี้มีพื้นที่กว่า 2,500 ไร่ และกำลังจะเพิ่มเป็น 5,000 ไร่ เพื่อขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น เพราะจะไม่ใช่มีแค่แพนด้าเท่านั้น ยังมีแพนด้าแดง ลิงสีทอง และสัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์อื่นๆอีก

เราสามารถเข้าชมแพนด้าได้อย่างใกล้ๆ จากบ่อที่แพนด้าอยู่ ซึ่งก็จะเดินเล่นปีนต้นไม้ กินใบไผ่ ไปตามประสา และเราก็ยังไปดูลูกแพนด้าเกิดใหม่ได้แบบใกล้ชิดสนิทแนบมาก แต่ถ้าอยากขออุ้มด้วยจะได้ไหม? เจ้าหน้าที่ตอบเลยว่าได้ แต่ต้องจ่ายค่าอุ้มด้วย ค่าอุ้มคนละประมาณ 1,200 หยวน สนใจไหม? ถามใจเธอดูจ้ะ

JINLI ANCIENT STREET

ถนนโบราณจิ๋นหลี่

ถ้าอยากย้อนอารมณ์วินเทจแบบจีนๆ ขอแนะนำถนนเส้นนี้ “ถนนโบราณจิ๋นหลี่” แห่งเมืองเฉิงตู บ้านจีนโบราณและเรื่องราวของสามก๊กที่มีอยู่ทุกซอกทุกมุม อยู่ติดกับศาลเจ้าสามก๊ก หาไม่ยากเลย

บ้านไม้ก่ออิฐสไตล์จีนมีให้เห็นตลอดสองข้างทาง เป็นทั้งร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ร้านที่มีโชว์กาก โชว์สุดยอดของเสฉวน หาดูได้ที่นี่ด้วย ส่วนใครอยากซื้อของที่ระลึกจากเฉิงตู ก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งของฝากจากเรื่องสามก๊ก หน้ากากสีสวย ตุ๊กตาแพนด้า เดินเล่นเพลินๆ ได้ภาพสวยๆ บรรยากาศจีนเก่าๆ มท้องและอิ่มใจไปด้วยกัน

LESHAN GRAND BUDDHA

พระใหญ่เล่อวาน

ถ้าเป็นเวอร์ชั่นคนไทย เราจะเรียก “หลวงพ่อโตเล่อซาน” พระพุทธรูปหินแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเฉิงตู อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเล่อซาน สร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์ถัง (ปี ค.ศ. 713-803) ใช้เวลาก่อสร้าง 90 ปี งานชิ้นยิ่งใหญ่ของชาวบ้านในสมัยนั้นที่ต้องแกะสลักพระพุทธรูปจากภูเขาหิน หลังพิงเขา หันหน้าสู่แม่น้ำหมินเจียง มีความสูง 71 เมตร นิ้วยาว 8.3 เมตร หลังเท้ากว้าง 9 เมตร และช่วงไหล่กว้าง 24 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่อยู่ในอิริยาบถนั่ง วางมืออยู่บนหน้าตักทั้งสองข้าง ใบหน้ายิ้มแย้ม แสดงถึงความเมตตา มีความสุข คนที่มาที่นี่จึงขอพรจาก “หลวงพ่อโต” เพื่อความร่มเย็นและเป็นสุข

องค์พระเล่อซาน ยังมีสภาพที่สมบูรณ์ โอ่อ่าวง่างามมาจนถึงวันนี้นั้น ก็ด้วยภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนที่เริ่มตั้งแต่เจาะสกัดหินเป็นทางระบายน้ำไหลด้านหลังพระกรรณทั้งสองและเศียรองค์พระ เพื่อกันการกัดเซาะของน้ำฝนไม่ให้ไหลบนตัวองค์พระและทำลายทัศนียภาพขององค์พระพุทธรูป ทำให้องค์พระไม่สึกกร่อนเสียหายมาก สามารถคงรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับเมื่อพันกว่าปีก่อน

ที่นี่ยังได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกแบบผสมระหว่างวัฒนธรรมและธรรมชาติร่วมกับภูเขาเอ๋อเหมย์ เมื่อปี พ.ศ. 2539 อีกด้วย

WUHOU TEMPLE

วัดวูเฮา

หรือศาลเจ้าสามก๊ก สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงบุคคลสำคัญในเรื่องสามก๊ก นิยายอิงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของชาวจีน เหตุที่มีเรื่องราวมากมายของสามก๊กในเขตนี้ ก็เพราะว่าในสมัยสามก๊กนั้น เล่าปี่ตั้งราชธานีที่เสฉวนนั่นเอง มีขงเบ้งมาเป้นเสนาธิการ ที่ปรึกษากลยุทธ์ที่สุดยอด มีกวนอูเป็นทหารเอก ถึงแม้ว่าเล่าปี่จะเป็นเจ้าเมือง และเป็นผู้นำก๊ก แต่ชาวเมืองกลับรักและนับถือขงเบ้ง หรือจูกัดเหลียงมากกว่าจึงสร้างวัดให้ แต่ต่อมาทางการจีนให้สร้างเพิ่มเติม สร้างศาลเล่าปี่ และมีรูปปั้นขุนนางที่สำคัญครบทุกท่าน ทุกวันนี้ที่นี่ยังเป้นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่มีเรื่องรางของสามก๊กอีกด้วย

EMEI SHAN

ภูเขาเอ๋อเหมย์

ถาคุณเป็นคอหนังจีนกำลังภายใน คุณต้องรู้จักที่นี่แน่นอน ภูเขาเอ๋อเหมย์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “ภูเขาง๊อไบ๊” นั่นเอง เป็นภูเขาลูกเดียวกันกับที่เป็นที่ตั้งของสำนักแม่ชีง๊อไบ๊ ในนิยายกำลังภายในเรื่องมังกรหยก เป็นที่เดียวที่พญางูขาวไป๋ซู่เจินจำศีล ภูเขาแห่งนี้เป็น 1 ใน 4 ภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาของจีน เป็นพุทธสถานที่สำคัญ มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น และเจริญสูงสุดในสมัยราชวงศ์ซ่ง บนภูเขาเอ๋อเหมย์มีวัดวาอารามทางพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก มีวัดอยู่ด้านบนเกือบทุกยอดเขา ทุกวันนี้อาจจะเหลือไม่ครบทุกวัด เพราะผ่านกาลเวลาและสงครามมาพอสมควร แต่ก็ยังมีวัดใหญ่และสวยงามบนยอดเขาส เช่น วัดเป้ากว๋อ และวัดวั่นเหนียน เป็นต้น

นอกจากจะได้ชมความสวยงามของวัดแล้ว สำหรับคนที่ชื่นชอบอากาศสดชื่น ยืนอยู่บนยอดเขานั้น มาที่นี่ไม่มีผิดหวัง ที่ยอดเขาจินติ่ง มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,000-3,000 เมตร เป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ชมทะลหมอกเย็นฉ่ำให้สายหมอกระใบหน้าและเส้นผมกันเลย และในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ในวันที่ฟ้าโปร่ง อากาศเป็นใจ เราจะได้เห็นปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องกระทบยอดหลังคาแดงของวิหารบนยอดเขางามจนตะลึงอึ้งไปหลายนาทีทีเดียว อุณหภูมิที่เขาเอ๋อเหมย์มีความแตกต่างกันมา จนมีคำเรียกขานว่า “ภูเขา 4 ฤดู ในระยะ 10 ลี้ อากาศยังแตกต่างราวคนละฟ้า” คนที่ไปเที่ยวที่นี่จึงได้กำไร เพราะได้บรรยากาศที่หลากหลาย

ก่อนกลับอย่าลืมซื้อของดีของง๊อไบ๊ นั่นคือชาเอ๋อหลุ่ย ชาจู๋เยี่ยชิง กระเทียม ฟักทองอบแห้ง ดินดี อากาศดี ของดีแน่นอน

ห้ามพลาด เด็ดขาด!

เฉิงตูมีเรื่องราวมากมายของชาวเสฉวนให้คุณได้เรียนรู้และสัมผัส และมี 2 สิ่งต่อไปนี้ ที่พลาดไม่ได้จริงๆ

โชว์เปลี่ยนหน้ากาก

ถ้าไปเฉิงตู แล้วพลาดสิ่งนี้ อย่าบอกใครนะว่าไปมาแล้ว เพราะถือว่ายังไปไม่ถึง ! “โชว์งิ้วเปลี่ยนหน้ากาก” เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของเสฉวน เพียงแค่พริบตาเดียว หน้ากากสีสวยที่เราเห็นอยู่บนหน้านั้นก้เปลี่ยนไป จนไม่สามารถจับตาได้ทัน

การแสดงนี้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ไม่มีการถ่ายทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ไม่มีการถ่ายทอดให้บุคคลภายนอกตระกูลได้รู้ “เคล็ดลับ” นั้นจะเป็นความลับจากรุ่นสู่รุ่น ขณะที่คนดูก็จะมีคำพูดติดปากว่า “ทำได้อย่างไร” รับรองว่าโชว์จบ แต่คนดูจะยังไม่จบ แต่จะมาเล่ามาวิเคราะห์หาวิธีให้ได้ว่าเขาทำได้อย่างไร

photo from thaibizchina

อาหารเสฉวน แซ่บ ซ่า น่ากิน

ใครว่าอาหารจีน จืด เลี่ยน มาเจออาหารเสฉวนหรืออาหารซื่อชวนเสียก่อน แล้วจะเปลี่ยนใจ เป็นอาหารที่มีรสจัด ทั้งเผ็ด ทั้งซ่า พริกหม่าล่าที่กำลังฮิตอยู่ในบ้านเราก็มาจากที่นี่ล่ะ คนเสฉวนชอบกินพริกพอๆกับคนไทย เพราะบ้านเมืองอยู่ในอากาศชื้น พริกจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นในร่างกาย อาหารจานเด็ดมีอยู่มากมาย และหลายจานเช่นกันที่เราคุ้นเคย อย่างเช่น สุกี้หม่าล่า ไก่ผัดมะม่วงหิมพานต์

เต้าหู้ทรงเครื่องสูตรเสฉวน

เครื่องปรุงหลักๆของอาหารเสฉวนคือ พริก มีทั้งพริกแห้ง พริกทอด พริกบดผสมน้ำมัน พริกเผาและพริกป่น และยังมีทีเด็ดเฉพาะตัวคือ “พริกซื่อชวน” มีทั้งพริก กระเทียม ขิง และเต้าเจี้ยวผสมกัน ขาดไม่ได้เลยจริงๆ


ติดตามบทความเกี่ยวกับประเทศจีนได้ที่ ข้อมูลท่องเที่ยว โดย Angel Star Travel