เบื่อสามี ไม่รู้ชีวิตคู่จะรอดมั้ย

เรากับสามีคบกันก่อนแต่งงานถึง 10ปี  พอแต่งงานแล้วเราก็แยกกันอยู่เพราะหน้าที่การงาน  แต่สามีจะกลับทุกวันพุธ  และสามีจะกลับบ้านทุกวันศุกร์  พอแต่งงานก็มีลูกเลย  คลอดลูกคนแรกออกมาสามีก็น่ารัก  ช่วยดูแลลูกทุกอย่าง  ยกเว้นตอนกลางคืน  สามีจะไม่ช่วยดูลูกเลย  เพราะเค้าขี้เซา  บางครั้งเราเหนื่อย  เราก็หงุดหงิดบ้าง  เราไม่ใช่แม่บ้านที่อยู่บ้านรอสามีมาเลี้ยง  เราก็ทำงานนอกบ้านเหนื่อยเหมือนกัน   จนลูกโตได้ซักขวบ  เราตั้งท้องคนที่สอง  เราเริ่มเหนื่อยมากขึ้นเพราะต้องทำงานเลี้ยงลูก  แล้วก็ท้องโตด้วย  สามีไม่ค่อยช่วยทำงานแล้ว  เราต้องทำเองทุกอย่าง  และลูกก็ไม่ติดพ่อ  เราเหนื่อยมาก เริ่มเบื่อ  แต่ก็ต้องอดทน  จนลูกคนที่สองคลอดออกมา  ภาระเรายิ่งเพิ่มขึ้น  แต่สามีก็ยังทำตัวเหมือนเดิม   กลับมาบ้านวันพุธตอนเย็นๆ   แล้วก็ห่วงนอนเหมือนเดิม  มาถึงเล่นกับลูก  พอลูกหลับได้คนหนึ่ง  ก็นอนทั้งๆที่อีกคนยังไม่นอน  แล้วลูกก็ติดเราทั้ง สองคน  วันเสาร์อาทิตย์ก็หาเรื่องนอนลูกเดียว  บางครั้งก็หาข้ออ้างกลับไปทำงานทั้งวัน  ไม่ช่วยเราเลี้ยงลูก  คิดดูซิเราคนเดียว  งานก็ทำ   ลูกก็เลี้ยง  งานบ้านก็ทำ  สามีไม่เคยช่วย  ถึงช่วยก็ไม่เต็มที่  บางทีก็หงุดหงิดใส่เรา  ความหวานไม่เคยมีเลย  จนเราท้อ   แต่พอเค้ากลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่   เค้าช่วยพ่อแม่ค้าทำงานทุกอย่าง  แต่เราก็ต้องเลี้ยงลูกเหมือนเดิม    จนเรามีความรู้สึกว่าเค้าไม่รักเราเท่าแม่เค้า  และเราก็ไม่ใช่ครอบครัวเค้า  เราเป็นคนละครอบครัว   เราเหนื่อย  เบื่อ  เราไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย  เชื่อมั้ยบางครั้งเราต้องเอาใจสามี  ทั้งๆที่เหนื่อย  เงินซักบาทเราก็ไม่เคยได้จากเค้า  คำหวานซักคำจะพูดกับเราก็ไม่มี   แต่เราก็ต้องทนเพื่อลูก  เราไม่รู้จะทนได้นานซักแค่ไหน  บางทีเราก็คิดว่า  ชีวิตการแต่งงานของเราคงไม่รอด  แต่สามีของเราไม่มีคนอื่นหรอก  เรื่องนี้เราเชื่อได้  บางครั้งเราคิดนะว่าเป็นเวรกรรม  ตอนที่คบกันใหม่ๆเราเอาแต่ใจตัวเองมาก   ตอนนั้นเราทำตัวอย่างไร  ตอนนี้สามีเราก็ทำกับเราแบบเดียวที่เราเคยทำกับเค้า   ตอนนี้เราต้องทน  แต่ไม่รู้ว่าจะทนได้นานซักแค่ไหน  ความรักที่เคยมีให้กัน  มันก็น้อยลงทุกที  ไม่ใช่เฉพาะเราที่คิดไปเอง  เราคิดว่าสามีเราก็คงรู้สึกเหมือนกัน   ไม่รู้เราจะทนได้นานซักแค่ไหน   แต่ตอนนี้เราต้องทนไปก่อน  เพื่อไอ้ตัวเล็กของเรา
ความเห็นที่ 1
_Tiky_

คุณสนิทกับพ่อแม่มากมั้ย แล้วแม่ของคุณทำงานนอกบ้านด้วยรึเปล่า บางครั้งการที่เราเก็บกดมาก ๆ ได้ระบายแล้วก้อขอคำแนะนำจากท่านบ้างก้อน่าจะดีไม่ใช่น้อย ท่านน่าจะมีแนวคิดดี ๆ ห้คุยได้ปรับใช้บ้าง (เพราะคนสมัยก่อนยังไงก้อยกให้สามีเป็นใหญ่ ถึงแม้จะเริ่มทำงานนอกบ้านแล้วก้อตาม)

เรายังมานั่งคิดเลยว่า พ่อแม่เรามีลูกตั้ง 3 คน ทำทั้งงานในบ้านนอกบ้านแถมทำงานช่วยเหลือสังคมอีก ท่านก้อยังอยู่กันมาได้อ่ะนะ บางทีคนสมัยนี้ก้อคิดอะไรตื้น ๆ เกินไป คิดแค่ว่าเลิกแล้วเรื่องมันจะจบน่ะ ทัง ๆที่มันอาจจะเป็นปัญหามากกว่าเดิม

ความเห็นที่ 2
_Tiky_

เคยอ่านหนังสือเล่มนึงชื่อ "จดหมายจากเมืองไทย" เป็นหนังสือที่เขียนในยุคสมัยที่ผู้หญิงเริ่มมีบทบามากขึ้น

พ่อซึ่งเป็นคนหัวเก่าได้สอนลูกสาวว่า "คนสมัยก่อนเค้าจัดหน้าที่ของผู้หญิงและผู้ชายอย่างลงตัวแล้ว คือผู้ชายทำงานนอกบ้านหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนผู้หญิงทำงานในบ้านเลี้ยงดูอบรมลูก แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปผู้หญิงอยากจะทำอะไรให้เท่ากับผู้ชาย ฉะนั้นเจ้าก้อต้องยอมรับหน้าที่ที่มันหนักขึ้นให้ได้ และต้องทำให้ดีทุกหน้าที่ด้วย"

ฝากไว้ให้ จขกท คิดค่ะ

ความเห็นที่ 3
itoursab

เค้าอยู่ไกล กลับบ้านก็อยากพักผ่อนละมังครับ
เพียงแต่เรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัวผมว่า
ให้เค้าหัดรับผิดชอบบ้างก็ดีนะ
เหมือนมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก แง่บๆ

ความเห็นที่ 4
กอลิล่า

มาบ่นที่นี่ทำไมคะ ทำไมไม่ไปบอกสามีหล่ะ น่าจะปรึกษาสามีนะ ว่าคุณเหนื่อยแล้ว ทำงานมาเหมือนกันเลี้ยงลูกบ้าง อีกอย่างคุณเคยขอเงินเขาค่ากินอยู่ไหมคะ ถ้ายังไม่ได้ขอ ก็บอกไปตามตรงเลยค่ะ ว่าครอบครัวหน่ะ เอาเงินมารวมกันแล้วช่วยกันบริหารดีกว่าไหม เพราะลำพังเงินตัวคุณเองไม่พอหรอก ต้องคุยให้เข้าใจหน่ะ ไม่ใช่เอาแต่นอนๆๆๆ ถ้าทำไม่ได้ก็เอาเลยเซ็นใบหย่า จบ อย่าเอาแต่เก็บกดๆๆ หรือปรึกษาพ่อแม่คุณดูว่าทำอย่างไรดี พ่อก่ะแม่อาจมาเที่ยวบ้านวันเสาร์อาทิตเพื่อดูแลหลานก็ได้ คุณจะได้พักผ่อนหน่ะ ส่วนเรื่องเงินนะ ฝ่ายชายไม่ออกสักเยนเนี่ยเรารับไม่ได้จิงๆ

ความเห็นที่ 5
Coco

เราทำงานเหมาคนเดียวจนเขานึกเอาเองว่าคุณทำได้หรือเปล่า
เวลาเขาจะช่วย หรือช่วยแล้วไม่ได้ดั่งใจคุณแล้วหงุดหงิดใส่หรือเปล่า
มันอาจจะเป็นตัวทำให้เขาไม่อยากมายุ่ง มาช่วยคุณทำงานบ้านก็ได้
ตอนลูกคนแรกเขาก็ช่วยงานบ้านคุณพอสมควรไม่ใช่หรือ
ตอนนี้คุณเหนื่อยขึ้น อารมณ์อาจจะไม่ดี ทำให้เขาไม่อยากเข้ามาจุ้นจ้านกับคุณ เลยกลายเป็นเหมือนเขาไม่ยอมช่วยอะไรเลย นอนดีกว่าไม่ต้องรบรากับอารมณ์เมีย

ลองค่อยๆคิดพิจารณาดีๆ ปัญหามันต้องมีสาเหตุ
ลูกคนโตคงอยู่ช่วงวัยซน ข้าวของเกลื่อนบ้าน อันนี้ต้องทำใจ อย่าคาดหวังให้บ้านมันเรียบร้อยเหมือนตอนก่อนมีลูก
ปล่อยอะไรได้ก็ปล่อย เหนื่อยนักก็พัก พยายามหาหน้าที่ให้สามีคุณ ให้เขามีส่วนร่วมในการดูแลลูกบ้าง เป็นแม่ต้องใจเย็นๆ เป็นเมียยิ่งต้องเย็นใหญ่ ถ้าคิดจะให้ครอบครัวอยู่รอด คิดถึงเทวดาตัวน้อยๆของเราให้มากๆ

ส่วนเรื่องเงิน ควรจะต้องพูดกันให้มันเป็นเรื่องเป็นราว ให้เขารับผิดชอบด้วย อย่าเหมาจ่ายคนเดียว อย่ารับผิดชอบงานบ้านคนเดียว เขาเป็นหุ้นส่วนชีวิตคุณ เป็นพ่อของลูกคุณ ต้องช่วยกัน .....ขอให้โชคดี

ความเห็นที่ 6
คนเป็นแม่

ก่อนอื่น ลองเปิดใจคุยปัญหากัน คุยกันให้เข้าใจ
ตกลงกัน ถ้าทั้งคู่รัก และจูนเข้าหากันใหม่
แก้ไขปัญหาได้ ก็ดีค่ะ
แต่ถ้าไม่ได้ ก็คงต้องจบ และคุยกันใหม่
แต่คราวนี้เป็นการดูแลลูกนะ

ความเห็นที่ 7
ดด

แฟนของฉันก็เป็นแบบนี้ค่ะไม่เคยช่วยงานบ้านเลยเลิกงานหกโมงเย็นทุกวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เราเลิกงานสองทุ่มนั่งรถรับส่งถึงบ้านสองทุ่มห้าสิบทําโอทีเสาร์ อาทิตย์ กลับบ้านล้างจานกวาดบ้านได้แค่นั้นเพราะเราก็ต้องแบ่งเวลาพักผ่อนอันนี้เข้างานกะเช้า ส่วนกะกลางคืนเลิกงานแปดโมงเช้ากลับถึงบ้านรีบนอนก่อนเลยเพราะต้องตื่นบ่ายสามโมงครึ่งลุกกลับจากโรงเรียน บางทีการที่เปิดใจคุยการตรงๆดีๆมันใช้ไม่ได้กับบางคนจริงๆนะผลออกมาก็คือเหมือนเดิม เลวร้ายกว่านั้นก็คือยังไม่ทันจะคุยถึงประโยคก็เดินหนีแล้ว แฟนไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ไม่มีกิ๊ก ก็จริงและขอบคุณบางครั้งเหนือยมากๆเราก็ไม่ไหวนะ

ความเห็นที่ 8
หนูนี่นี่

ผู้ชายบางคนพูอะไรไป ก็ไม่เข้าใจ ยากและไม่อยากเข้าใจ เพราะความเห็นแก่ตัว ผู้หญิงก็รับไปเต้ม ๆ พอผู้ชายเจอผู้หญิงพูดหน่อยก็ทนไม่ได้ อยากไปมีคนอื่น ลองคิดดูซิว่าพวกเราอยากบ่น อะป่าว ถ้าดีก็ไม่ว่า ยังมาทำให้แย่ลงอีก เฮ้อ ก็ถ้าไม่มีลูกน่ะ พวกเราผู้หญิงก็สู้เต้มที่เหมือนกัน เดี๋ยวนี้พวกเราหาเลี้ยงตัวเองได้แล้วน่ะจ๊ะ ..... เราเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ย่ะ

ความเห็นที่ 9
ฉันก็เป็นเหมือนกัน

ฉันก็เป็นเหมือนกัน ต้องอดทน และพูดตรงๆกันต่อหน้า พ่อแม่ของเค้าด้วย ทำแล้ว ได้ผล พ่อแม่สามีก็เข้าข้างเราด้วยซะอีก มีศักดิ์ศรีในความเป็นแม่คน ทุกวันนี้เราไม่ง้อสามีเลย