....ทำไมนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่สนใจการเมืองเหมือนในอดีต....? ค่านิยม สังคม สิ่งแวดล้อม?? SOEY ^^

 

บทบาทและหน้าที่ของนักศึกษาต่อการเมืองการปกครอง


          นักศึกษาในยุคสมัยก่อนนั้นเวลาพูดคุยจะมีเนื้อหาสาระทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการสนทนากันมีการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล นักการเมือง มีการร่วมกันต่อสู้เรียกร้องเมื่อเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นในสังคม เพราะฉะนั้น เมื่อมีการรวมกลุ่มของนักศึกษาขึ้นมา จะทำให้รัฐบาลเกรงกลัวในพลังของปัญญาชน เพราะนักศึกษา หมายถึง ผู้ที่เรียนรู้ มีความรู้ มีการศึกษาข้อมูลต่าง นักการเมืองจึงไม่สามารถที่จะโกหก หลอกลวงได้

          ปัจจุบันนักศึกษา ไม่ใส่ใจทางด้านการเมืองการปกครอง อำนาจจึงตกอยู่ในมือของนักการเมืองที่เข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน นักศึกษาไม่สามารถตั้งโจทย์ให้สังคมสอบถามรัฐบาลได้ ไม่สามารถตีแผ่ความจริงในข้อมูลที่พวกเขาหามาได้ ผู้ที่ตีแผ่ปัญหาต่างๆ กลับเป็นนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ออกมาสาวไส้เพื่อเรียกคะแนนจากประชาชน ซึ่งข้อมูลที่นำมาอวดอ้างบางครั้งเป็นหลักฐานเท็จ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายได้รับความเสียหาย หรือต้องการทำลายให้เสียชื่อเสียง หรือดิสเครดิตเพื่อหวังคะแนนเสียงในการเลือกตั้งคราวต่อไป

          นักการเมือง มิใช่ ผู้ที่ร่ำรวย มีเงินทอง เป็นนักบริหารงานในบริษัทต่างๆ แล้วจะสามารถมาบริหารงานประเทศได้อย่างราบรื่นเหมือนงานบริษัทคงไม่ใช่แน่ เพราะการบริหารงานรูปแบบบริษัท จะทำธุรกิจเพื่อแสวงกำไรเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจรูปแบบในการให้ได้มาซึ่งผลกำไร ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ร่วมงาน และลูกน้อง  การบริหารงานประเทศเป็นสังคมใหญ่ที่มีความแตกต่างทางศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม ภาษา และวิถีการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นไปตามลักษณะของแต่ละพื้นที่ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะเข้ามาบริหารงานประเทศต้องเข้าใจถึงผลประโยชน์ส่วนรวม เพราะสังคมระดับประเทศต้องได้ดูแลทุกข์สุขของคนหมู่มาก เข้าใจถึงความแตกต่างในแต่ละชุมชน เข้าใจปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมนั้นๆ    เมื่อนักศึกษาเข้าใจสาเหตุของปัญหาการเมืองในปัจจุบัน จึงต้องเริ่มที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการปกครองในท้องถิ่นของตน แก้ไขปัญหาในชุมชน และเพิ่มระดับการเรียนรู้ทางสังคมให้สูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับประเทศ แม้จะไม่ได้ทำงานในกลุ่มนักการเมืองก็ตาม เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม และชุมชนของตนเอง

          เมื่อเยาวชน นักเรียน นักศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจในกฎหมาย และระเบียบการปกครองประเทศ จะทำให้สังคมมีความสะอาดในการเลือกตั้งผู้นำตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. อบจ. สส. สว.  นักศึกษาจึงต้องตรวจสอบประวัติการทำงานของผู้ที่จะมาเป็นผู้นำในท้องถิ่นของเรา ให้พวกเขามีความโปร่งใส และสะอาด ปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพื่อไม่ให้มาแสวงหาประโยชน์จากงบประมาณที่รัฐบาลนำมาพัฒนาชุมชนให้มีความเจริญและเข้มแข็งขึ้น อีกทั้งถ้านักการเมืองการปกครองที่ได้รับเลือก เป็นเยาวชน หรือผู้ที่ศึกษาหาความรู้ทางด้านกฎหมาย จะทำให้การบริหารงานมีประสิทธิ์ภาพ ทำให้พื้นที่มีแต่ความสงบสุข และลดปัญหาภายในชุมชนต่างๆ ได้

          ถ้าเยาวชนในยุคปัจจุบัน ยังโดนมอมเมากับวัฒนธรรมที่ผิดๆ การฟุ้งเฟ้อในการใช้สินค้า การใช้จินตนาการแต่ในเกมออนไลน์ซึ่งไม่มีความเป็นจริง  นักศึกษาผู้หญิงมองแต่เรื่องการแต่งตัว ความสวยความงาม  เงินทองจนนำไปสู่การค้าประเวณี ซึ่งสังคมพยายามชักจูงให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นอาชีพหนึ่งที่ผู้หญิงสามารถทำได้ การพนันที่เกิดจากเกมกีฬา การติดยาเสพติดชนิดต่างๆในสังคม  การสูบบุหรี่และการดื่มสุรากลายเป็นการโอ้อวด และเห็นเป็นเรื่องปกติของสังคมเมืองในวัยทำงาน ปัญหาการไม่รู้หนังสือของเยาวชนที่อยู่ในเขตชนบท เมื่อปัญหาต่างๆเกิดขึ้น ความเสื่อมของสังคมจะตกต่ำลงเรื่อยๆ และผู้ที่เป็นต้นเหตุหลักเหล่านี้ คือ ผู้ที่ต้องการมอมเมานักศึกษาไม่ให้มีความรู้ด้านการเมืองการปกครอง เพื่อพวกเขาจะได้แสวงหาผลประโยชน์ต่างๆให้กับตนเอง และพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงปัญหาสังคมที่จะมีมากขึ้นทุกวัน และลูก หลาน รุ่นต่อมาจะเข้าไปรวมอยู่ในสังคมที่มีแต่ความมืดมิดต่อไป

สิ่งที่นักศึกษาจะต้องแสวงหา

1. เรียนรู้จริยธรรมในการดำเนินชีวิต

2. ศึกษาทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของศาสนาที่ตนเองนับถืออย่างแท้จริง

3. ศึกษาและร่วมกันแก้ไขปัญหาชุมชนของตนเอง

4. ศึกษาบทบาทและหน้าที่ทางกฎหมาย ในแต่ละมิติ

5. สังเกตเรียนรู้และเข้าร่วมทำกิจกรรมทางการเมืองในระดับต่างๆ

6. หาความรู้จากหนังสือ ตำราต่างๆ ทางวิชาการ เพื่อพัฒนาความรู้ของตนเองอยู่เสมอ

7. ใช้เทคโนโลยี เช่น อินเตอร์เน็ตในทางที่ดี เพื่อการศึกษาหาความรู้ ในศาสตร์แขนงต่างๆ อยู่เสมอ

8. เรียนรู้ภาษาสากล เพื่อรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่แท้จริง และถูกต้อง เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ และเข้าใจภาษาตนเองอย่างถ่องแท้ 

9. ร่วมมือกันทำงานในกลุ่ม ชมรม มหาวิทยาลัย และชุมชน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม

10. พัฒนาสมอง พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ รู้จักประดิษฐ์คิดค้น สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

11. ต่อสู้และเรียกร้องเมื่อสังคมไม่ได้รับความเป็นธรรม


สรุป

          บทบาทของนักศึกษาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ แต่ละคนมีจิตสำนึกในสิ่งที่ดี และต้องการที่จะทำประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม ต้องการที่พัฒนาความเจริญก้าวหน้าให้กับชุมชนที่ตนเองอยู่  แต่การพัฒนานั้นต้องพัฒนาทั้งจิตใจและร่างกาย เรียนรู้ทางด้านศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม อย่างลึกซึ้ง เมื่อมีพื้นฐานความคิดที่ดี สิ่งที่คิดต่อๆไปก็จะดีด้วยโดยอัตโนมัติ

         การเมืองการปกครองเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของความเจริญทางวัตถุ ที่ผู้มีอำนาจเงิน นำมามอมเมาเยาวชนให้หลงใหลมัวเมาคิดถึงแต่ความสุขเพียงชั่วขณะของตนเอง จนลืมคิดถึงอนาคต และ ความเจริญทางสังคมเพื่อส่วนรวม และนำมาซึ่งการกดขี่ หลอกลวง ผู้ที่ไม่รู้กฎหมายต้องตกเป็นเหยื่อของผู้ที่ถือกฎหมาย หรือเบียดเบียนคนในสังคมเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง

          เพราะฉะนั้น นักศึกษา คือ ปัญญาชนที่มีความรู้ ต้องไม่ให้ใครมาหลอกลวง หรือ กดขี่ข่มเหงได้ ผู้มีความรู้จะต้องใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง กลุ่มชน และสังคม ให้มีความสะอาด นำมาซึ่งความสงบสุข และสันติสุขในสังคมนั้นๆ 

 

ความเห็นที่ 1
บราๆๆ

สวัสดีครับคุณโซอี้..
โห...นี่ลงทุนเอารูปตัวเองมาลงเลยหรือครับ..
แวะมาทักทายเดี๋ยวว่างๆเข้ามาใหม่ครับ

ความเห็นที่ 2
ตกสำรวจ

สวัสดี ครับ
คุณ Soey

สมัยก่อน นศ. จะบ้ากิจกรรม วันๆ อยู่แต่ใน ชมรม ที่ตัวเองสังกัด อยู่กันยันเช้า กิน - นอน ในชมรม ปิดเทอมก็พากันออกค่าย ..... สนุกไปอีกแบบ

ส่วนเดี๋ยวนี้ ...... สิ่งเร้ามันแยะ นศ. หนุ่ม - สาว จ้องแต่สมัคเข้าบ้าน AF ดิ้นรน อยากเป็น นักแสดง / นาง - นายแบบ / นักร้อง ไม่สนใจเรื่องไกลตัว (การเมือง)

และที่สำคัญ ...... ไม่มีผู้นำทางแนวความคิด

ความเห็นที่ 3
vickyvivid

การทำลายเยาวชนทั้งทางตรงทางอ้อม คือ วิธีการที่อำมหิตของชนชั้นปกครอง เราเศร้าใจชะมัด

ความเห็นที่ 4
interracter

ฝากถึง จขกท ครับ ผมมีหน้าที่เรียนครับ ไม่ได้มีหน้าที่ไปชุมนุมหรือแสดงความเห็นในทางการเมือง ขอโทษ ด้วยครับที่ผมเห็นแก่ตัว แต่สังคมปัจจุบัน มันบีบบังคับให้เป็นเช่นนี้ครับ...และเหตุการในอดีตมันคนล่ะกรณีกับปัจจุบันครับปัจจุบันถึงแสดงความคิดเห็นไปก็ไม่มีประโยชน์แหละครับ
*-*

ความเห็นที่ 5
soey30

คหทื่ 4 ขอบคุณน้องน่ะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้ตั้งใจเรียนต่อไปเพื่ออนาคต ค่ะ .. อยู่ปีไหนล่ะค่ะ น้อง interracter

หวัดดีค่ะคุณบราๆๆ คุณตกสำรวจ
จิงแล้วตั้งกระทู้ไปตั้ง 2 วันที่แล้วแล้วน่ะค่ะ
ไม่มาซะที เลยมาลงใหม่ เมื่อตอน 10 โมงเช้าวันนี้เอง
ปล่อยมา 2 กระทู้ รวดเลยย ดีจัง

ความเห็นที่ 6
นศ.เมคคราฯปทุมวัน

หรืออาจเป็นเพราะความเห็นแก่ตัว ของคนยุคสมัยนี้.. มีความทวีคูณมากขึ้น

ปล. ไม่รุ้จะอธิบายไงดี

ความเห็นที่ 7
วิมุตติ

อิๆๆดีจร้าน้องโซอี้ 30
วิถีคิดที่เปลี่ยนไป
ความรับผิดชอบต่อสาธารณะที่เปลี่ยนไป
ค่านิยมที่เปลี่ยนไป
ความเห็นแก่ตัวที่เปลี่ยนไป
ทุกอย่างล้วนเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น

พี่มองอย่างนี้นะค่ะ

ความเห็นที่ 8
TarlMay

วงจรทุนนิยม ยากจะ ไม่รับไม่ได้ ปล่อย เดินในทิศทางสังคมสมัยใหม่ ยึดติดไม่ได้ มีร้ายก็มีดี วงจร จริงๆ

ความเห็นที่ 9
Shindo_Kotaro

คิดให้ดี วิเคราะห์ในระดับโครงสร้าง มันเป็นความผิดเด็กหรอครับ กระทู้ของคุณมีจุดอ่อนหลายจุดนะครับ และที่สำคัญ อำนาจตามรัฐธรรมนูญ เป็นของประชาชนทุกคนนะครับ ไม่ใช่เฉพาะนักศึกษา และถ้าบอกว่านักศึกษาเป็นผู้มีการศึกษา มีความรู้ แล้วบัณฑิตที่จบมาแล้วเต็มบ้านเมืองนี้ไม่มีปัญญาหรอครับ ต้องพึ่งเด็กอย่างเดียวรึไง ก่อนจะบอกว่าเด็กลุ่มหลงมัวเมาทำให้ชาติล่มจม ลองคิด วิเคราะห์อีกซักหน่อยว่า เด็กในวันนี้ มันไม่ใช่ผลจากผู้ใหญ่รึยังไง สังคมที่เด็กอยู่ในวันนี้ มันไม่ใช่สังคมที่ถูกรังสรรค์จากพวกผู้ใหญ่รึยังไง
ส่วนเรื่องการเมือง ตราบใดที่รัฐสภา ยังเป็นแค่ที่นั่งประชุมของตัวแทนมาเฟียแต่ละที่มานั่งคุยกัน บ้านเมืองมานกะได้แค่นี้ละ

ความเห็นที่ 10
soey30

คหที่ 9 มันก็เป็นเพียงกระทู้ที่ผู้หญิงธรรมดาคนนึง ที่บังเอิญมาสนใจเรื่องการเมืองจะตั้งได้ คงไม่ได้เพอเฟคอะไร ..ถ้าไปเปรียบเทียบกับกระทู้อื่นๆในบอร์ดนี้ใช่มั้ยค่ะ ..เข้าใจค่ะ

คุณบอกว่า ตราบใดที่รัฐสภาเป็นแค่ตัวแทนมาเฟียจะมานั่งกัน ก็เพระมีคนแบบคุณคิดแบบนี้อยู่เยอะแยะไง มันเลยเป็นช่องโหว่ว ให้มีแต่มาเฟียในคราบนักการเมืองเต็มไปหมด วิธีแก้หรอค่ะ ..เราและเยาวชนก็ต้องหันมาปลูกจิตสำนึก ให้ทุกคนมองว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว และเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน ใช่มั้ย ล่ะค่ะ จะได้รู้เท่าทันมาเฟียเหล่านั้น คนธรรมดาอย่างเราๆ

ขอบคุณน่ค่ะ อุตสาห์ ล๊อคอินมา ตอบกระทู้