คนช่อง11 รุดให้การ รัฐบีบสื่อ กับคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อหาข้อสรุปและตรวจสอบหาความจริงจากเหตุ การณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 โดยยกกรณีเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 2553 ในวันที่เจ้าหน้าที่ขอคืนพื้นที่ถนนราชดำเนิน จนเหตุการณ์รุนแรงลุกลามทำให้ทั้งสองฝ่าย คือ พลเรือนและทหาร เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

 ทาง คอป.ได้เชิญตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที มาแสดงความคิดเห็นในฐานะสื่อที่ทำหน้าที่รายงานสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิด ขึ้นในช่วงเวลานั้น มีรายการวิพากษ์วิจารณ์ มีการออกแถลงการณ์ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นสื่อหลักที่ประชาชนคอยติดตามข่าวในช่วงเวลานั้น

นายปริย นวมาลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัม พันธ์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กล่าวในการประชุมสะท้อนภาพการทำงานของสื่อเอ็นบีทีว่า รัฐบาลพยายามที่จะใช้สื่อ คือ เอ็นบีที ไม่ว่าจะเป็นข้อความตัววิ่งหน้าจอหรือการจัดเวทีสนทนา จะต้องเชิญวิทยากรที่คิดเหมือนกับรัฐบาลมาแสดงความเห็นผ่านโทรทัศน์ โดยที่ผู้จัดไม่สามารถหาคนที่เป็นกลางหรือฝ่ายที่คิดเห็นแบบเดียวกับเสื้อ แดงมาออกรายการได้ เพื่อที่จะโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนเป็นการราดน้ำมันลงในกองไฟ ซึ่งเอ็นบีทีกลายเป็นสื่อที่จุดชนวนความรุนแรงให้เกิดขึ้น

"รัฐบาล พยายามใช้องค์กรของผม ถ้าสังเกตจากตัววิ่งที่ขึ้นหน้าจอ จะเห็นว่ามีข้อความด่าคนไทยอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คิดไม่เหมือนกับรัฐบาล ในรายการสนทนาทางผู้จัดทำรายการที่จะเชิญวิทยากรมาพูดถึงความรุนแรงในช่วง นั้น ไม่สามารถที่จะเชิญนักวิชาการที่มีความเป็นกลางหรือความคิดเห็นทางฝ่ายเสื้อ แดงได้ คือพูดง่ายๆ ระบุมาแล้วว่า จะต้องเอาคนที่คิดเหมือนรัฐบาลเท่านั้น เพื่อมาแสดงความคิดเห็นโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มประชาชนที่เห็นแตกต่างจาก รัฐบาล ตรงนั้นเป็นส่วนที่เหมือนกับการราดน้ำมันลงไปในกองไฟ รัฐบาลเองก็ไม่ได้ใช้สมอง ในการเลือกหนทางที่จะแก้ปัญหาให้ถูกต้อง" นายปริยกล่าว

"ทำไมผมถึงพูดแบบนี้ เพราะว่าองค์กรของผมได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นระเบิดเอ็ม 79 ก็ยอมรับว่า บางรายการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่สร้างสรรค์ เจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายยอมรับว่า บุคลากรและเจ้าหน้าที่ก็เป็นบุคคลที่น่าเห็นใจ ไม่ว่ารัฐบาลใดจะมา ก็ต้องทำไปตามเนื้อหาที่รัฐบาลต้องการ เพราะว่าสื่อที่ผมทำงานอยู่ก็เป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความรุนแรง มีมุมตรงนี้ในเบื้องต้น" นายปริยกล่าวและว่า ความรุนแรงมาจากตรงนี้ส่วนหนึ่งรัฐบาลหลีกเลี่ยงได้ แต่เลือกที่จะมองประชาชนกลุ่มหนึ่งเป็นศัตรูของตัวเอง ทำให้นำพาเหตุการณ์ไปสู่ความรุนแรง ถ้าคอป. จะไปเจาะข้อมูลจากบุคลากรในสถานี เชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไม่มีใครกล้าพูด เหตุผลก็น่าจะทราบว่าพวกตนรับเงินเดือนจากรัฐบาล แต่ส่วนตัวเห็นใจประชาชน จึงกล้าออกมาพูดเช่นนี้

หน้า 1

 

ขอยกย่องในความกล้าหาญของคนสื่ออย่างคุณปริย นวมาลาครับ ขอบคุณที่พยายามรักษาจรรยาบรรณของคนสื่อที่ทุกวันนี้ถูกบดบังโดยอำนาจเงินและอำนาจรัฐไปเยอะมาก คุณไม่ต้องกลัวตกงานหรอกครับ คนแบบคุณประชาชนจะดันให้รุ่งเอง วันพระไม่ได้มีหนเดียวครับ เชื่อผม เป็นกำลังใจให้ตลอดไป สู้ๆนะครับ...อย่าให้ประชาชนคนไทยต้องตายฟรี ช่วยๆกันเปิดโปงความจริงครับ... :em05: :em01: :em05: :em01: :em05: :em01:

ความเห็นที่ 2
58

ทุกวันนี้ไม่ดูช่อง11 เลย ควรปรับปรุงและยอมรับในความรู้สึกของคนในช่อง 11 ด้วย

ความเห็นที่ 3
หนึ่ง

ขอยกย่องท่านจากใจ

ความเห็นที่ 4
ddd

ปรองดอง เอี้ยๆ ฆ่าประชาชนไปตั้งเยอะ

ความเห็นที่ 5
2820

ขอคนไทยช่วยกันนำพาชาติให้รุ่งเรือง

ความเห็นที่ 6
นายปรี หน้าเหม

ยิ่งดูรายการคลายปม (ปมด้อยของพิธีกร )ยิ่งอดสู ทำอย่างนี้นายกและพวกหัวหงอกหัวดำทั้งหญิงและชายยัง กล้าๆบอกให้สามัคคีกันเพื่อบ้านเมือง....เลวได้ใจ จังไรเรียกพี่จริงๆ

ความเห็นที่ 7
a

ถ้าบุคลากรของ NBT กล้าที่จะออกมาพูดในความจิง ยืนหยัดในความจริงและสิ่งที่ถูกต้อง ผมคนหนึ่งละที่จะยืนอยู่กับพวกท่านในการต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งความจริงและความถูกต้องครับ

ความเห็นที่ 8
รู้ทัน here

มันเห็นว่าไม่มีใครเอาไอ้มาร์คเลยออกมาพูด

ความเห็นที่ 9
TarlMay

ถึงจะช้า แต่ก็ดีกว่า ไม่มีสำนึก

ความเห็นที่ 10
ปังคุง

ขอชมคุณด้วยความจริงใจ ถ้ามีคนกล้าอย่างคุณบ้าง ประเทศก็จะไปรอด
ยกย่องในความกล้าหาญ