ระบอบการปกครอง

ระบอบการปกครองหลักๆของโลกนี้มีอยู่ 3 แบบคือ

1. ระบอบอัตตาธิปไตย คือ อำนาจชีขาดอยู่ที่คนคนเดียว สมัยก่อนไทยเราใช้ระบอบนี้เรียกว่า สมบูรณาญาสิทธิราชย์ บางแห่งให้อำนาจจะตกอยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งเรียกว่า ระบอบคณาธิปไตย เช่นพวกคอมมิวนิสต์ ข้อดีของระบอบนี้คือ ทุกอย่างจะเป็นระบบระเบียบเรียบร้อย แต่ข้อเสียคือความขัดแย้ง และอึดอัดใจ ของกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยจะทวีความรุนแรงสะสม จนเกิดเป็นปัญหาภายในบ้าน ในกลุ่ม และสุดท้ายก็ลามไปทั่ว  ดังนั้น ผู้ที่จะใช้ระบอบอัตตาธิปไตย ควรเป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมสูง ตัดสินปัญหาด้วยความชอบธรรม และให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด  

2. ระบอบประชาธิปไตย คือ อำนาจเกิดจากการเลือกของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีให้เลือกเพียงสองขั้ว การแข่งขันคะแนนเสียงนี้ ต่างกันแค่ 1 คะแนนก็ถือว่าเป็นผู้ชนะทันที ซึ่งอีกฝ่ายก็จะยอมรับ เพราะเป็นผลจากการเลือกของคนส่วนใหญ่ การแข่งขันระบอบประชาธิปไตยโดยมาก คะแนนจะต่างกันสูงสุดไม่เกิน 60-40 ถือว่าชนะขาดลอย ส่วนประเทศไทยเคยเป็นระบบสายอุปถัมภ์มาก่อน คือชาวบ้านมีปัญหาอะไรก็วิ่งไปหาหัวคะแนน หัวคะแนนวิ่งไปหานักการเมือง และนักการเมืองลงมาช่วย ซึ่งหากนักการเมืองของตนพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง สายอุปถัมภ์ก็จะไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง บางครั้งก็ออกมาประท้วงจนถึงขั้นสร้างความวุ่นวาย แต่หากใช้เวลาอีกสักหน่อย เมืองไทยก็จะค่อยๆเป็นระบอบประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่คนต้องการคือการช่วยเหลือ หากใครเป็นรัฐบาลแล้วไม่ออกทำงาน แม้สายอุปถัมภ์ของตัวเองสุดท้ายเขาก็ไม่เอา ดังนั้นคนไทยยังต้องการเวลาในการเรียนรู้ประชาธิปไตยอีกสักหน่อยแล้วประเทศของเราจะมีประชาธิปไตย์ที่แข็งแรงโดยมีพระมหา กษั ตริย์เป็นประมุข

3. ระบอบธรรมาธิปไตย คือ ยกอำนาจให้ธรรมะ หรือเอาธรรมะเป็นใหญ่ จุดเด่นของธรรมาธิปไตยคือ ทุกคนจะคิดเห็นไปในทางเดียวกันหมด การตัดสินใดๆจะเป็นเอกฉันท์ หรือ โหวต 100-0 เกิดจากทุกคนมีมุมมองเหมือนกัน เห็นอกเห็นใจกัน รักกัน เคารพซึ่งกันและกัน ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และยอมรับความจริง ระบอบนี้จะเกิดขึ้นกับเมืองที่เจริญแล้ว ผู้คนในเมืองล้วนหมดกิเลสหรือมีกิเลสน้อยแล้ว แต่เราสามารถนำหลักธรรมาธิปไตยมาใช้ได้ในบางส่วน คือการใช้นโยบายเป็นใหญ่ ตัดสินกันที่นโยบายซึ่งผู้นำที่สามารถผลักดันนโยบายดีๆให้เป็นจริงได้ ทุกคนจะรับรู้และยอมรับผุ้นำคนนั้น ซึ่งอาจให้ผลการเลือกตั้งชนะแบบ 70-30 หรือ 90-10 ก็จัดว่าเกือบจะเป็นธรรมาธิปไตยได้

 เทียบกับสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็เริ่มต้นปกครองด้วยระบอบอัตตาธิปไตยแต่พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ จึงบัญญัติอะไรขึ้นมาสักอย่างมีประโยชน์สูงสุดจนถึงยุคปัจจุบัน เมื่อขยายพุทธไปมากขึ้นคนต้องการบวชกับพระพุทธเจ้ามากขึ้นแต่ท่านไม่มีเวลา จึงอณุญาติให้สงค์กลุ่มหนึ่งตัดสินการบวชได้ เรียกว่าคณาธิปไตย ประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนาก็ออกมาในรูปแบบธรรมาธิปไตย การสถาปนาพระไตรปิฎกครังแรก โดยพระอรหันต์ 500 รูป ผลก็ออกมาเป็นเอกฉันท์ เพราะทุกรูปหมดกิเลสแล้ว

 

เมื่อนักการเมืองยังไม่หมดกิเลสยังไม่มีใครสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ดังนั้นข้อผิดพลาดจึงมีอยู่ เลือกตั้งครั้งนี้จะเลือกใคร คนไหนกิเลสน้อยก็ไม่รู้ ก็อยู่ที่ตัวของเราเองไม่เกี่ยวกับใคร ว่าต้องการให้ประเทศเป็นอย่างไร เราก็เลือกคนที่มีนโยบายแบบนั้นเข้ามาบริหารประเทศ

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เราทุกคนจะต้องยอมรับผลของการเลือกตั้ง ไม่ใช่เลือกตั้งแพ้คนไม่แพ้ แบบนี้ไม่สงบแน่ และประชาธิปไตยไทยก็จะล้มเหลวในที่สุด

ส่วนการโหวตโน โดยส่วนตัวมีความเห็นว่าเป็นการเสียสิทธิ์ในการเลือกอย่างน่าเสียดายเพราะการโหวตโนเป็นการเลือกคนที่ไม่ได้สมัคร ซึ่งจะเป็นองคมนตรีที่ถูกแต่งตั้ง โดยที่เราไม่รู้เลยว่าท่านมีนโยบายบริหารประเทศแบบใด หากทักษะการบริหารของท่านมีไม่มาก ก็จะเข้าสู่ระบอบอัตตาธิปไตยอย่างช้าๆ ระบบสายอุปถัมภ์ก็จะเจริญเติบโตขึ้นอีกครั้ง ประชาธิปไตยของไทยก็จะถอยหลังอีกมาก

เลือกตั้งครั้งนี้ก็ขอให้ทุกคนไปใช้สิทธิ์เลือกพรรคเลือกนักการเมืองที่มีนโยบายที่ท่านชอบ ผลออกมาเป็นอย่างไรก็สวยงามทั้งนั้นเพราะพวกเราชาวไทยร่วมกันสร้างงานชิ้นนี้ด้วยกัน โดยมีผลงานชื่อว่า ประชาธิปไตย

ความเห็นที่ 1
kunkrabee

ถ้าแบบนั้นจริงผมไม่รู้จักนักการเมืองคนนี้เลย ไม่รู้ว่าเค้าเป็นใครมาจากไหน หรือทุกคนที่ลงสมัคร ผมรู้จักดีมากรู้ไส้รู้พุงพวกเค้าหมด ทำอะไรไว้บ้าง แล้วแบบนี้จะให้ผมหลับหูหลับตาเลือกคนพวกนี้เข้าไปอีกหรือ อันนี้ผมหมายถึงเฉพาะในพื้นที่เลือกตั้งของผมนะครับไม่ได้หมายรวมถึงทั้งประเทศ และก้ไม่ได้สนใจ การเรียกของบางสี ถึงได้เลือก งดออกเสียง

ความเห็นที่ 2
taotur

ขอบคุณสำหรับกระทู้ดีๆครับ
.....
ประชาธิปไตยมีหลายแบบ เรามักทราบแค่ประชาธิปไตยในเชิงการเมือง....ถ้าประชาธิปไตยในเชิงการเมืองไม่เคารพประชาธิปไตยในเชิงอื่น ถือว่าไม่เป็นประชาธิไตย
......
กรณีการชุมนุมของพธม.และนปช.ไม่เคารพประชาธิปไตยในเชิงอื่น ถือว่ามีปริมาณคนจะทำอะไรก็ได้นั้น...ไม่เป็นประชาธิปไตยครับ

ความเห็นที่ 3
normal_flora

นานๆ จะมีกระทู้ดีๆ แบบนี้

ความเห็นที่ 4
kokocun

เพราะความยุติธรรม มันยังไม่มี ความสามัคคีจึงยังไม่มี

ความเห็นที่ 5
อ่ะนะจัง

จิงอย่างคุณkokocunครับ
มีความยุติธรรมก่อนเหอะ
อย่างอื่นค่อยมาว่ากัน

ความเห็นที่ 6
suchat999

ทุกอย่างต้องมีความยุติธรรมและความยุติธรรมก็มาจากเสียงส่วนมาก

ความเห็นที่ 7
สหายต่างฝ่าย

ขอบคุณจขกท.ครับ
แต่ตก"ระบอบทักษิณ"ไปรึเปล่าครับ :em15: ขำๆนะครับ ไม่ได้จงใจเหยียบหางใคร :em15:

ความเห็นที่ 8
KnightAEA

กระทู้ดีครับ

ความเห็นที่ 9
slamungs

ลด นน. แล้ว สุขภาพดี ผิวพรรณสดใส ไม่กลับมาอ้วนอีก ไม่เสียเวลาเพราะได้ผลภายใน 1 เดือน และช่วยให้คุณประหยัด เพราะได้ผลจริง
ไม่ต้องลองผิดลองถูก
ผลิตภัณฑ์ได้รับ อ.ย.ถูกต้องทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ตรวจสอบได้
ไม่ต้องทรมานกับความหิว กับวิธีการอดอาหาร ไม่มีโยโย่เอฟเฟค ไม่มีสารเคมี ได้รับสารอาหารครบถ้วน ครบ 5 หมู่ ใช้กระบวนการ การเผาผลาญพลังงาน ตามธรรมชาติของร่างกายในการลด นน.
ให้คำแนะนำ และคำปรึกษา ให้คุณมีน้ำหนักและรูปร่าง ที่ดีตามที่คุณต้องการได้อย่างยอดเยี่ยม
ลด นน.หลังคลอด อย่าให้ นน.ตัวที่มาก ทำให้คุณไม่สวย ติดต่อรับคำปรึกษา ที่ 086-530-7659
โทรมาปรึกษา เพื่อ สุขภาพที่ดีได้ก่อน เพราะปัญหาเรื่อง นน.ตัว
ทำลายสุขภาพของคุณ รวมทั้งเสี่ยงต่อโรค ทั้งโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ

ขออภัยหากข้อความดังกล่าวรบกวนท่าน

ความเห็นที่ 10
ไพร่อุปทาน

:em25: อืมมม์..ขอบคุณ จขกท มากครับ
ง่า..ระบอบแรก ผมเรียกรวม ๆ ว่า "เป็นระบอบเผด็จการ" ระบอบที่สอง ก็คือ "ระบอบประชาธิปไตย" ส่วนอันที่สามนั้น "ระบอบการปกครองของเทวดา"

ประเด็นง่าย ๆ ที่ผมอยากจะสื่อก็คือ

หากเราต้องการเป็นแค่ "สิ่งมีชีวิตที่มีเพียงหน้าที่ที่เขาอนุญาให้หายใจได้ ไม่มีสิทธิ์ในการเลือกชีวิตของตนเอง" เราก็เลือกพึงพอใจในระบอบเผด็จการต่อไป แล้วก็วางฐานะตนเองเป็นแค่ "สัตว์เศรษฐกิจ" ของใคร ๆ ในคอกที่เขาใช้เลี้ยงดู

แต่หากถ้าเราต้องการสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน และทุกคนมีหน้าที่เคารพซึ่งกันและกัน เราก็ควรเลือกใน "ระบอบแห่งอารยชน-ปชต" นั่นแล

ส่วนหากเราคิดว่า "นี่เป็นโลกของเทวดา ไม่เคยมีมนุษย์อยู่ในโลกนี้" เราก็เพ้อฝันต่อไปว่าซักวัน "เทวดาจะจุติมาปกครองพวเรา"

จะอยู่อย่างคน, อย่างทาส หรือคิดเพ้อเจ้อว่า "นี่คือโลกแห่งทวยเทพที่มีแต่เทวดาผู้ไร้กิเลส" ก็จัดไป