ต้องกำจัดโจรใต้ก่อการร้ายให้สิ้นซาก

ต้องกำจัดโจรใต้ก่อการร้ายให้สิ้นซาก

ดร.โสภณ พรโชคชัย

ดินแดนภาคใต้ไม่ใช่ของชนชาติหรือศาสนาใด แต่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ไม่มีใครอ้างสิทธิได้ การกำจัดการก่อการร้ายไม่พึงคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเพราะการก่อการร้ายต่างจากปัญหาการเมืองทั่วไปเพราะมุ่งทำลายชีวิตและทรัพย์สินผู้บริสุทธิ์ ผู้บริสุทธิ์ยินดีเสียสิทธิเพื่อรักษาชีวิต จึงควรมีการตราพระราชบัญญัติพิเศษตั้งกองกำลังพิเศษ ศาลพิเศษ เรือนจำพิเศษ จัดการกับปัญหานี้ให้เด็ดขาด

จากเหตุการณ์วินาศกรรมที่หน้าโรงแรมลีการ์เดน ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และที่ในเขตเทศบาลนครยะลาในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2555 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 12 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 400 คนนั้น ผมขอไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสียในครั้งนี้

ต่อปัญหาการก่อการร้ายในภาคใต้นั้น ขอให้ทุกท่านโปรดคิดใหม่เถิดว่า เราไม่ต้องไปสับสนกับประวัติศาสตร์ว่าดินแดนแห่งนี้เป็นของใครมาก่อน เพราะเป็นเรื่องอดีตที่ผลัดเปลี่ยนหมุนไปตามยุคสมัย ไม่ใช่ของชนชาติหรือศาสนาใดโดยเฉพาะ

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า การก่อการร้ายสร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินต่อผู้บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่มนุษยชาติไม่อาจยอมรับได้ และประชาชนในพื้นที่ต่างยินดีที่จะเสียสิทธิมนุษยชนพื้นฐานบางอย่างเพื่อความสงบสุข ดังนั้นรัฐบาลจึงอาจเสนอรัฐสภาตราพระราชบัญญัติการปราบปรามการก่อการร้าย โดยให้สามารถจับกุม คุมขังผู้ต้องหาการก่อการร้ายได้ยาวนานกว่าปกติ ให้มีศาลตัดสินผู้ก่อการร้าย มีเรือนจำพิเศษสำหรับคุมขังผู้ก่อการร้าย

รัฐบาลไม่พึงกลัวว่าต่างประเทศจะเพ่งเล็งเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอื่น ๆ ต่างให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาการก่อการร้ายโดยไม่นำพาต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ใช้สำหรับคนทั่วไป ปัญหาการก่อการร้ายต่างจากปัญหาความเห็นต่างทางการเมือง เช่น กรณีเสื้อเหลือง เสื้อแดง กรณีคอมมิวนิสต์ หรืออื่น ๆ เพราะความขัดแย้งทางการเมืองเหล่านั้นไม่เคยมุ่งทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์

ดังนั้นรัฐบาลจึงควรจัดการให้เด็ดขาดกับการออกกฎหมายพิเศษ ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ ตุลาการ ราชทัณฑ์ โดยมีกองกำลังเฉพาะ มีเรือนจำพิเศษ มีศาล ฯลฯ เพื่อจัดการการก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็วและเด็ดขาด ส่วนการป้องกัน เยียวยา ให้อภัยโทษกับผู้กลับใจหรืออื่นใด ก็สามารถดำเนินการควบคู่กันไป เพราะในทางเศรษฐกิจปัจจุบัน มาเลเซียซึ่งเคยยากจนกว่าไทย กลับมีรายได้ประชาชาติต่อหัวมากกว่าไทยถึงเกือบหนึ่งเท่าตัว จึงทำให้คนไทยใจทาสบางส่วนต้องการแยกแผ่นดิน ผิดกับกรณีชาวพม่าที่บรรพบุรุษสามารถพิชิตไทยได้ ก็ยังยินดีมาขายแรงงานในประเทศไทย เพราะประเทศไทยร่ำรวยกว่านั่นเอง

การอ่อนข้อให้กับการก่อการร้ายได้พิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ ยกเว้นแต่ในกรณีการจัดฉากด้วยเล่ห์กลเพทุบายของผู้มีใจเห็นแก่อริราชศัตรูที่จะบ่อนทำลายอธิปไตยของไทยเท่านั้น