รถไฟฟ้าสายสีทอง: ปล้นประชาชน/เอื้อนายทุนใหญ่/หวัง "เงินทอน"?

                รัฐบาลของประชาชนต้องทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อนายทุนใหญ่  จริงๆ แล้ว รถไฟฟ้าสายสีทอง  ภาคเอกชนก็มีแนวคิดที่จะลงทุนเองโดยรัฐบาลไม่ต้องดำเนินการ  ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากว่า

                เมื่อวันอังคารที่ 6 กันยายน 2559 คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทอง  (สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี–สำนักงานเขตคลองสาน-ประชาธิปก) (http://bit.ly/2cHQ8uO) โดย

                ระยะที่  1 ช่วงถนนกรุงธนบุรี แยกคลองสาน (BTS กรุงธนบุรี-โรงพยาบาลตากสิน  รวมระยะทาง 1.72กิโลเมตร (3 สถานี) เริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้า BTS  สถานีกรุงธนบุรี โดยแนวเส้นทางจะวิ่งมาตามถนนกรุงธนบุรีมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเจริญนคร  ผ่านวัดสุวรรณารามมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือไปตามถนนเจริญนคร ผ่านถนนเจริญรัถผ่านแยกคลองสาน และสิ้นสุดระยะที่ 1 หน้าโรงพยาบาลตากสิน (คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2561)

                ระยะที่  2 ช่วงถนนสมเด็จเจ้าพระยา ถนนประชาธิปก (โรงพยาบาลตากสิน–วัดอนงคารามวรวิหาร) รวมระยะทาง 0.96 กิโลเมตร 1สถานี) เริ่มจากหน้าโรงพยาบาลตากสินถนนสมเด็จเจ้าพระยา โดยแนวเส้นทางจะวิ่งคู่ขนานไปกับคลองสมเด็จเจ้าพระยาผ่านสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาข้ามถนนท่าดินแดง มุ่งหน้าสู่ถนนประชาธิปกและสิ้นสุดระยะที่ 2 ก่อนถึงบริเวณหน้าวัดอนงคารามวรวิหาร (จะเปิดให้บริการตามการพัฒนาของรถไฟฟ้าสายสีม่วงคาดว่าจะเป็นช่วงปลายปี  2565)

                สำหรับเหตุผลที่ระบุไว้ก็คือกระทรวงมหาดไทยรายงานว่าการดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทอง (สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี–สำนักงานเขตคลองสาน-ประชาธิปก) มีวัตถุประสงค์ ในการรองรับการเดินทางจากการพัฒนาพื้นที่ฝั่งธนบุรี และส่งเสริมการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้มีการกำหนดแนวเส้นทาง ตำแหน่งสถานที่ โรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุงของระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทองให้มีความสอดคล้องกับการเดินทางและการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนทางรางทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและในแผนการพัฒนาต่อไปในอนาคต

                อย่างไรก็ตามการสร้างรถไฟฟ้าสายนี้ขาดความเหมาะสมเพราะ

                1. ระยะทางถึงโรงพยายาลตากสิน หากเดินเท้าก็เพียง 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น สามารถเดินได้ หรือใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้างในราคาที่ไม่สูงนัก

                2. บริเวณนี้รถไม่ได้ติดมากมายเช่นถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน  ประชาชนจึงใช้เป็นทางลัดด้วยซ้ำไป

                3. เป็นโครงการซ้ำซ้อน โดยในระหว่างการแสดงความคิดเห็นของประชาชน มีการเสนอว่า "ย่านคลอนสานมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าในแนวบริเวณใกล้เคียงทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง และโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสซึ่งหากก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองจึงถือเป็นโครงการซ้ำซ้อนมากเกินไป" (http://bit.ly/2cfk7Z1)

                4. ผู้ที่ได้ประโยชน์ชัดแจ้งก็คือ "นายทุนใหญ่" ตามรายงานข่าวว่า "จะรองรับโครงการไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร โปรเจ็กต์ร่วมทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ของ 2 ตระกูล “จูตระกูล” แห่ง “สยามพิวรรธน์” เจ้าของศูนย์การค้าสยาม พารากอน และตระกูล “เจียรวนนท์” แห่ง แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ที่ร่วมลงทุนสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 5.25 แสน ตร.ม. และคอนโดมิเนียมซูเปอร์ลักเซอรี่ ริมเจ้าพระยาสูง 70 ชั้น 1 อาคาร และสูง 40 ชั้น 1 อาคาร ปัจจุบันกำลังก่อสร้าง เตรียมอวดโฉม เดือน ธ.ค. 2560" (http://bit.ly/2c7oR0U)

                โครงการนี้จะใช้เงินทั้งหมด 3,840 ล้านบาท สำหรับระยะทางทั้ง 2 ระยะคือ 2.68 กิโลเมตร (http://bit.ly/2cfkm6a)  เมื่อเทียบกับโครงการดิไอคอนสยามก็จะเป็นสัดส่วนเพียง 8% ของมูลค่าโครงการเท่านั้น  เช่นนี้แล้ว หากให้ภาคเอกชนสร้าง ก็ไม่เป็นภาระแก่รัฐบาลในด้านภาษีอากรที่นำมาใช้  แถมยังจะได้ค่าสัมปทานอีกด้วย  แต่หากรัฐบาลลงทุนทำเอง อาจเกิดข้อครหาถึงการหวัง "เงินทอน" จากการทำโครงการใหญ่ ๆ ก็ได้

                ยิ่งหากเทียบว่าโครงการดิไอคอนสยามนี้ มีมูลค่า 50,000 ล้าน แต่เมื่อมีรถไฟฟ้า จะทำให้มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นราว 8% ต่อปี ก็เท่ากับว่าแค่มูลค่าเพิ่มของโครงการเอกชนนี้ ก็นำมาสร้างรถไฟฟ้าได้แล้ว  รัฐบาลจึงไม่ควรลงทุนเองเด็ดขาด
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1571.htm

ความเห็นที่ 1
wawit

คงเจ๊งตามสายสีม่วงแหง ๆ คับ