ทอท.เปิดความจริง “Pick Up Counter สุวรรณภูมิ” “คิง เพาเวอร์” จ่ายผลตอบแทนถูกต้องทุกสัญญา

ผู้นำ ทอท.ยืนยัน บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนสัมปทานค่าบริการ 3 % ในพื้นที่ “Pick up Counter” ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถูกต้องครบตามสัญญา ย้ำทุกรายละเอียดตรวจสอบความโปร่งใสได้ทั้งหมด  

ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

“ทอท.”เปิดเผยว่า ได้ตามที่คณะกรรมการเมื่อปี 2547 คัดเลือกและประกาศผลการตัดสินบริษัทผู้ชนะประมูลได้สิทธิสัมปทานพื้นที่ประกอบการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คือ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์

ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด โดย บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด (King Power Suvarnabhumi : KPS) เป็นคู่สัญญาเข้าประกอบการบริหาร “พื้นที่เชิงพาณิชย์”(commercial Area)ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

กำหนดค่าตอบแทนที่เรียกว่าค่าบริการ 3 %  โดยมีการประกอบกิจการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากร” หรือ เป็นส่วนหนึ่งที่รวมอยู่ในสัญญาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ดังนั้นการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน ทอท.ได้ดำเนินการถูกต้องเป็นปกติ โดยเรียกเก็บจาก หรือคิดเป็นของยอดส่งมอบสินค้าปลอดอากร  ต่อกรณีที่หนังสือพิมพ์ Guardian ในอังกฤษ และ The Straits Times ในสิงคโปร์นำเสนอเนื้อหาความเกี่ยวข้องระหว่าง ทอท.กับกลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ และ/หรือ ข้อมูลหลายอย่างที่ปรากฎในบางสื่ออาจสร้างความสับสนขึ้นได้ ประการสำคัญสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องถึงการฟ้องเรียกค่าเสียหายระหว่างกันแต่อย่างใด

ดังนั้น ทอท.จึงพร้อมจะลำดับเหตุการณ์ที่ถูกต้องถึงเรื่อง การจ่ายผลตอบแทนระหว่าง ทอท.กับ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด”การประกอบกิจการให้บริการพื้นที่จุดส่งมอบสินค้า

ซึ่งมีลำดับการจ่ายผลตอบแทนรัฐอย่างถูกต้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ ดังนี้ยุคที่ช่วงเปิดประมูลระบุอัตราค่าตอบแทนที่ ทอท.ใช้เรียกเก็บจากโครงการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดการประมูลนั้นยังไม่มีสัญญา “เรียกเก็บค่าใช้บริการพื้นที่จุดส่งมอบสินค้าสุวรรณภูมิ” ระบุไว้ในสัญญาเข้าบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์

แต่การเรียกเก็บมาเกิดขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นการประมูล ซึ่งทอท.เขียนระบุเพิ่มจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ15 ของยอดจำหน่ายสินค้าและค่าบริการนับตั้งแต่วันที่ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด เริ่มประกอบการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสุวรรณภูมิ

จึงได้ชำระค่าตอบแทนจากการประกอบกิจการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรให้แก่ ทอท.ในอัตรา15%ของค่าบริการในการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรแก่ผู้ประกอบการรายย่อยด้วย ซึ่งเรียกเก็บจากร้านในเมืองอัตรา 3%ของยอดสินค้าที่ส่งมอบสินค้า หรือเท่ากับ 0.45%ของยอดสินค้าที่ส่งมอบตามจริง (คำนวณการจ่ายผลตอบแทนรัฐ 3% ของ 15%) มาโดยตลอด

ซึ่งพื้นที่บริการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรนั้นเป็นเพียงการให้บริการและไม่มีการจำหน่ายสินค้าใด ๆ เกิดขึ้นภายในสุวรรณภูมิเลย ลักษณะเช่นเดียวกับสมัยที่ดำเนินกิจการ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนสุวรรณภูมิเปิดใช้งาน ทอท.ก็เคยอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบกิจการส่งมอบสินค้าปลอดอากรโดยเรียกสัญญาดังกล่าวว่าเป็นส่งมอบสินค้าปลอดอากร

ขณะนั้น ทอท.เรียกเก็บค่าตอบแทนจากสัญญาให้บริการดังกล่าวในอัตรา 2% ของการส่งมอบสินค้าปลอดอากร จากนั้นในช่วงท้ายก่อนปิดดอนเมืองได้ปรับเป็น 3%

ยุคที่ 2 ช่วงปี 2554-2555

คณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.มีหนังสือถึงบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด <โดยระบุจะขอแยกออกจากสัญญาเชิงพาณิชย์แล้วให้ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดซึ่งเป็นร้านดิวตี้ฟรีในเมืองมาทำแทน โดยจะเรียกเก็บ 3 %ของยอดสินค้าที่ส่งมอบแทนการเรียกเก็บ 15%ของค่าบริการส่งมอบสินค้าปลอดอากร

ดังนั้นทาง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัดได้ทำหนังสืออธิบายไปยัง ทอท.ไม่เห็นด้วยกับการแยกpick up counterออกจากสัญญาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์มาตลอด จากนั้นในเดือนตุลาคม 2555 ทอท.มีหนังสือตอบ คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ อนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรได้ไปพลาง ๆ ก่อน พร้อมทั้งกำหนดเรียกเก็บค่าตอบแทนใหม่อัตรา3%ของสินค้าปลอดอากรที่ส่งมอบ แต่ยังคงสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาแยกการประกอบกิจการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาไว้

เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ทาง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จึงมีหนังสือตอบไปยัง ทอท.ต่อกรณีดังกล่าวระบุว่าบริษัทยินดีให้ปรับขึ้นค่าตอบแทนในการประกอบกิจการพื้นที่บริการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรเพิ่มเป็น 3% ของยอดสินค้าส่งมอบสินค้าปลอดอากร แต่ยังคงยืนยันในข้อเท็จจริงทั้งทางเอกสารและทางพฤตินัยว่าการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ บริษัทฯได้รับสิทธิ์เพียงรายเดียวจากการเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการดังกล่าวช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 ทอท.มีหนังสือมาถึงบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด<โดยแจ้งว่า “อนุญาตให้ยังคงอยู่ในสัญญาเชิงพาณิชย์ โดย ทอท.จะเรียกเก็บค่าตอบแทนในอัตรา3% ของยอดส่งมอบสินค้าปลอดอากร
นับจากนั้นเป็นต้นมาคู่สัญญาทั้งฝ่าย คือ ทอท.กับ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จึงได้บรรลุถึงข้อยุติจากการเจรจา ที่ทำให้ ทอท.ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจาก “ค่าตอบแทนอัตราใหม่เพิ่มมากกว่า” ที่ระบุในสัญญาฉบับเดิม ทำให้ ทอท.ได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เครดิต : https://www.matichon.co.th/news/605547