ไขปมปัญหา คิง เพาเวอร์ ปฏิบัติตามกฎหมาย "ทำไมต้องจ่ายแพง" ตอนที่ 1/3

นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.ระบุว่า การคิดคำนวณรายได้ และคำฟ้อง ของนายชาญชัยที่กล่าวหาพวกเขากับ คิง เพาเวอร์ ว่าทำให้รัฐเสียหายกว่า 14,000 ล้านบาท...เป็นเรื่องที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปมาก

ทีมเศรษฐกิจ ตอบไม่ได้ว่า ทำไมคนทำธุรกิจกับรัฐ หรือร่วมการงานประเภทมีสัมปทานกับรัฐ จึงต้อง “จ่ายแพงกว่า” ทั้งๆ ที่ผ่านการเข้าประมูลมาตามขั้นตอน ปฏิบัติตามเงื่อนไข และข้อสัญญา รวมทั้งจ่ายผลตอบแทนแก่รัฐตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ

คำว่า “จ่ายแพงกว่า” หมายความว่า จ่ายค่าถูกรังแก ค่าถูกสงสัย ค่าถูกตรวจสอบ ค่าถูกแก้ไขสัญญา ค่าถูกฉีกสัญญา ค่าถูกทำให้สัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้ากลายเป็นโมฆะ ค่าถูกสั่งให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างตามสัญญา ค่าถูกปิดสนามบิน ค่าถูกสั่งให้เปิดจุดส่งมอบสินค้าเป็นบริการสาธารณะ ค่าถูกดูหมิ่นเกียรติยศ และศักดิ์ศรีความเป็นคน รวมถึงค่าอื่นๆ อีกจิปาถะตามแต่ผู้มีอำนาจ หรือเข้าใจผิดในการใช้อำนาจทั้งหลายจะสั่งการ

บริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของคำถามที่ตอบไม่ได้นี้ นับตั้งแต่วันที่ชนะการประมูลมาตามเงื่อนไข เพียงแต่ยังไม่ทันที่สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการในปี 2549 รัฐบาลที่กำกับดูแลหน่วยงานที่เขาทำสัญญาด้วย ก็ถูกปฏิวัติรัฐประหารไปเสียก่อน

จนถึงวันนี้ แม้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะออกมายืนยันหลายครั้งว่า สัญญาสัมปทานของ ทอท. กับ คิง เพาเวอร์ เป็นสัญญาที่กระทำโดยถูกต้องตามกระบวนการ ทั้งยังได้รับการพิสูจน์ชัดเจนจากองค์กรสำคัญหลายแห่งว่า เป็นสัญญาสัมปทานที่รัฐได้รับผลตอบแทนอย่างถูกต้อง เป็นกอบเป็นกำ และนำมาซึ่งการให้บริการที่สะดวกสบายแก่ผู้เดินทางผ่านเข้าออกสนามบินแห่งนี้ปีละมากกว่า 45 ล้านคน

ขณะเดียวกัน ทอท.ก็ประกาศเปิดประมูลสัมปทานผู้ให้บริการพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษีและร้านค้าเชิงพาณิชย์ ก่อนที่สัญญาสัมปทานเดิมจะหมดลงในปี พ.ศ.2563...ไปแล้ว

แต่ คิง เพาเวอร์ ก็ยังคงตกเป็นเหยื่อ เป็นผู้ถูกรังแก เป็นผู้ร้าย ถูกดูหมิ่น เหยียดหยาม ด้วยข้อกล่าวหาซ้ำซากจากบรรดาผู้เสียผลประโยชน์ และกลุ่มผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจไปในทางอันเป็นการละเมิด (Abuse) สัญญาร่วมการงานกับรัฐ แม้เขาจะผ่านกระบวนการแห่งความสงสัย และการถูกตรวจสอบที่แสนแพงมาจนนับไม่ถ้วนแล้วก็ตาม

ที่เลวร้ายกว่าก็คือ มีคนไทยไปเปิดประตูเรียกต่างชาติเข้ามาร่วมขบวนการล้มสัญญาสัมปทานที่ คิง เพาเวอร์ ได้มา ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลอดภาษี หรือ จุดส่งมอบสินค้า

แม้แต่สร้างกระบวนการข่าวลวงให้คนอังกฤษกังขากับ คิง เพาเวอร์ ผู้เป็นเจ้าของสโมสรทีมฟุตบอลชื่อดังอย่าง เลสเตอร์ซิตี้ หรือ จิ้งจอกสยาม ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีคของอังกฤษมาได้ โดยไม่คำนึงถึงแผนการสร้างอนาคตเด็กไทยไปสู่สโมสรฟุตบอลระดับโลกของ คิง เพาเวอร์ เลย!!

**โปรดติดตามตอนที่ 2**