เปรียบเทียบกำลังรบไทย-กัมพูชา

เปรียบเทียบกำลังรบไทย-กัมพูชา

 

รบกันเมื่อไหร่...พ่ายทั่งคู่

ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ต่อกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่รับเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลกัมพูชาและที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับสมเด็จฮุนเซน จนสร้างความขัดแย้งให้กับทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณนั้นเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีที่ทางการไทยต้องการตัว หาก พ.ต.ท.ทักษิณ  เดินทางเข้าประเทศกัมพูชาก็จะทำหนังสือขอตัวให้กลับมารับโทษ  แต่ทางกัมพูชาโดยสมเด็จฮุนเซนประกาศยืนกรานว่าจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณให้กับประเทศไทย ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะมองว่าคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นเป็นคดีการเมือง จนทำให้เกิดการตอบโต้กันจนถึงขั้นทั้ง 2 ประเทศเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับประเทศ ก่อให้เกิดความตึงเครียดของประชาชนทั้ง 2 ประเทศว่า เหตุการณ์อาจลุกลามบานปลายจนกระทั่งต้องใช้กำลังเข้ามาตัดสินปัญหา

ถึงเวลานี้คนในสังคมต่างวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และประเด็นหนึ่งที่มักจะมีการพูดถึงกันตลอดก็คือ ถ้าไทยกับกัมพูชารบกันใครจะชนะ?

ในสายตาของคนไทยส่วนใหญ่มองว่า กัมพูชาด้อยกว่าไทยในทุกเรื่องรวมถึงกำลังทหารด้วย แน่นอนในความเป็นจริงอาจเป็นเช่นนั้น จากด้วยสภาพประเทศและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ หากมีการรบกันเกิดขึ้นถ้าเป็นการรบตามรูปแบบ กัมพูชาอาจไม่สามารถต้านทานกำลังรบของกองทัพไทยได้ แต่ถ้าเป็นการรบแบบกองโจร ไทยก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากได้เช่นกัน อย่าลืมว่าทหาร กัมพูชานั้นส่วนใหญ่ก็แปรสภาพมาจากกองกำลังของเขมรแดงที่ต้องยอมรับว่ามีความเหี้ยมเกรียมและเชี่ยวชาญการรบนอกแบบอย่างมาก

กองทัพไทยนั้นมีแสนยานุภาพเหนือกว่ากัมพูชาด้วยกำลังทหาร 3 แสนนาย + ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ส่วนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือตามโครงการ JUSMAG ของสหรัฐอเมริกา มีทั้งอาวุธปืนพก ปืนเล็กยาว ปืนกล ไปจนถึงเครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถัง

เมื่อเลาะตามแนวรั้วคลังแสงกองทัพไทยจะพบว่า ในส่วนของกองทัพบก ประกอบด้วย ปืนใหญ่ที่ซื้อจาก สหรัฐ ฝรั่งเศส อิสราเอล แคนาดา อังกฤษ จีน ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ซื้อจากสวีเดน สหรัฐ และจีน อาวุธปืนประจำกายของทหารไทย ส่วนใหญ่ซื้อจากสหรัฐ อิสราเอล รัสเซีย ออสเตรีย เบลเยียม และเยอรมนี

ยุทธยานยนต์หรือรถถัง แบ่งเป็น รถถังหลัก M-60A  1/A3 M-48A5 จากสหรัฐ Type 6911 จากจีน (ลอกแบบมา จาก T-55 ของโซเวียต ) รวมกว่า 300 คัน รถถังเบา Commando Stingray และ M 41A2 Walker Bulldog จากสหรัฐอีกกว่า 300 คัน รถถังเบา Scorpion CVR จากอังกฤษอีก 100 กว่าคัน รถสายพานลำเลียงหุ้มเกราะ BTR-3EI จากยูเครน 96 คัน รถส่งกำลังบำรุง (USA) M11A1/A3 และ M 577A3 จำนวน 340 คัน รถหุ้มเกราะ Commando (M706) 138 คัน Condor จากเยอรมนี 18 คัน รถลาดตระเวนจับเรดาร์ Rasit  YW 531 H จากจีน 450 คัน รถหุ้มเกราะ REVA 4x4 จากแอฟริกาใต้ รถหุ้มเกราะ Alvis Saracent จากอังกฤษ

กองทัพเรือไทย

แสนยานุภาพทางทะเลของกองทัพเรือ ประกอบด้วย เรือบรรทุกเครื่องบิน 1 ลำ เรือฟรีเกต 10 ลำ เรือคอร์เวต 7 ลำ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง 2 ลำ เรือตรวจการณ์ 26 ลำ เรือเร็วโจมตี เร็วอาวุธปล่อยนำวิถี 6 ลำ เรือโจมตีลำเลียงพล 9 ลำ เรือ เร็วตรวจการณ์ลำน้ำโขง 77 ลำ เรือช่วยรบ 15 ลำ เรือวางทุ่นระเบิด 7 ลำ

นอกจากนั้นยังมีกองบินทหารเรือ ที่มีกำลังพลเกือบ 2  พันนาย เครื่องบินรบ 44 ลำ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง 14 ลำ เฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือผิวน้ำ 8 ลำ และนาวิกโยธิน 18,000 นาย หน่วยรบพิเศษทั้งหน่วยซีล และรีคอนอีกจำนวนหนึ่ง 

กองทัพอากาศไทย

แสนยานุภาพทางอากาศของไทยล้วนเต็มไปด้วยอากาศยาน ชั้นเลิศ ทั้งเอฟ-16 เอฟ-5 อัลฟ่าเจ็ต หรือแม้แต่เครื่องบินปีกหมุนอย่าง Chinook Cobra Blackhawk CESSNA นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินตรวจการณ์ที่ซื้อจากอิสราเอล และเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่ซื้อจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนเครื่องบินลำเลียง นอกจาก c-130 แล้ว ยังมี BT-67 ของสหรัฐ Nomad ของออสเตรเลีย G.222 ของอิตาลี และ HS-748 ของอังกฤษ  Airbus ของสหภาพยุโรป และ Saab ของสวีเดน

กองทัพกัมพูชา

กองทัพกัมพูชาถูกมองว่าล้าสมัย โดยเฉพาะอาวุธยุทโธปกรณ์ ด้านต่าง ๆ โดยกำลังทหารประกอบด้วย กรมทหารราบ 9 กรม กองพันยานเกราะ 3 กองพัน กรมทหารช่าง 4 กรม และกองพลน้อยต่อต้านการก่อการร้าย 3 กองพล มีกำลังทหารประมาณ 1 แสนคน และมีหน่วยรบย่อย ๆ ที่เป็นอิสระและแตกเป็นกลุ่มอีกประมาณ 60 กลุ่ม รวมทั้งหน่วยรบพิเศษ

อาวุธส่วนมากมาจากค่ายสังคมนิยมเดิมอย่างรัสเซียและจีน สำหรับอาวุธหลักของกองทัพบกกัมพูชาประกอบไปด้วย รถถังหลัก T-55 จากรัสเซียราว 100 คัน รถถังหลัก Type-59 จากจีนประมาณ 200 คัน รถถังเบา PT-76 จากรัสเซีย รถถังเบา Type-62/63 จากจีนและรถถังเบา AMX-13 จากฝรั่งเศสจำนวนประมาณ 50 คัน รถรบทหารราบ BMP-1 จากรัสเซีย 10 คัน รถเกราะสายพาน M113A1/A3 จากสหรัฐ 20 คัน รถเกราะล้อยาง BTR-60 จากรัสเซีย 120 คัน รถเกราะล้อยาง BTR-152 จาก   รัสเซียจำนวน 100 คัน รถเกราะล้อยาง OT-64 จากโปแลนด์จำนวน 26 คัน

ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานและจรวดต่อสู้อากาศยานประกอบด้วย ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. แบบ M101 ปืนใหญ่ขนาด 155 มม. แบบ M114 จากสหรัฐ หรือปืนใหญ่สนามขนาด 130 มม. แบบ M1954 และปืนใหญ่วิถีโค้งขนาด 152 มม. แบบ M1955 ส่วนจรวดต่อสู้อากาศยานนั้นกัมพูชาเคยมีจรวด SA-3 ไว้ใช้งาน แต่ได้ทำลายทิ้งไปตามข้อเสนอของสหรัฐเพื่อแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือด้านอื่นเนื่องจากสหรัฐกลัวว่า SA-3 จะตกไปในมือของผู้ก่อการร้าย

กองทัพเรือกัมพูชา

ส่วนใหญ่เป็นกองเรือใกล้ฝั่ง มีเรือตรวจการณ์ลำน้ำชั้น Kaoh จำนวน 2 ลำ และเรือเร็วโจมตีอีก 2 ลำ และรัฐบาลจีนได้บริจาคเรือตรวจการณ์ขนาด 46 เมตรจำนวน 4 ลำ เรือตรวจการณ์ขนาด 20 เมตรจำนวน 3 ลำ และเรือลำเลียงสัมภาระอีก 1 ลำ
กองทัพอากาศ

เครื่องบินขับไล่ MiG-21 Bis และ MiG-21UM จาก รัสเซียอย่างละ 1 ลำ เครื่องบินขับไล่ฝึก L-39C จากสาธารณรัฐเช็กจำนวน 6 ลำ เครื่องบินลำเลียง Y-12 จากจีนจำนวน 2 ลำ เครื่องบินลำเลียง An-24RV จากรัสเซียจำนวน 2 ลำ เครื่องบินลำเลียงเบา BN-2A Islander จากอังกฤษจำนวน 2 ลำ เครื่องบินรับส่งบุคคลสำคัญ Falcon 20E จากฝรั่งเศสจำนวน 1 ลำ เฮลิคอปเตอร์ AS350 Ecureuil จำนวน 2 ลำ เฮลิคอปเตอร์ SA365 Dauphin จำนวน 1 ลำ เฮลิคอปเตอร์ Mi-8/Mi-17 จำนวน 6 ลำ เฮลิคอปเตอร์ Mi-26 จำนวน 2 ลำ

ถ้าเกิดสงครามขึ้นมาจริง ๆ รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ต้องถูกตำหนิอย่างรุนแรง ในฐานะที่ล้มเหลวทางการทูตและการเจรจาอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมใช้พลังอำนาจที่เหนือกว่าทั้งในแง่เศรษฐกิจและแสนยานุภาพทางทหาร เพื่อไม่ให้นำไปสู่สงคราม และอยากฝากถึงคนที่อยากจะรบใจจะขาดว่า คิดให้ดี คิดให้รอบคอบ เพราะชีวิตจริงไม่ใช่ไม่เหมือนเกมสงครามในจอคอมพิวเตอร์ที่ตายแล้วฟื้นเล่นใหม่ได้ โดยเอาความสะใจเป็นที่ตั้ง อย่าเชียร์ให้รบกันอย่างเดียว เพราะคนที่จะไปรบไม่ใช่ท่านแต่เป็นลูกหลานหรือสามีของคนอื่น

ที่สำคัญถ้าเราทำสงครามกับกัมพูชาจริง เราจะอธิบายต่อชาวโลกอย่างไร ความชอบธรรมในการทำสงครามคืออะไร ใครจะสนับสนุนเราในเวทีนานาชาติ รับประกันได้หรือไม่ว่าเราจะไม่ถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติคว่ำบาตร นี่ยังไม่รวมถึงธุรกิจของไทยในกัมพูชาจำนวนเป็นหมื่นล้านที่สร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก

อย่ารักชาติคลั่งชาติจนขาดสติ.

ธีรยุทธ์ สันธากร : รายงาน

=====================================

ที่มา...

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=560&contentID=31169

ขอเน้นย้ำนะครับ....

อย่ารักชาติคลั่งชาติจนขาดสติ.

 

TarlMay
ความเห็นที่ 1
TarlMay

ส่วนใหญ่เรามักจะเป็นฝ่ายป้องกัน ปกป้อง แต่เราไม่เคยฝ่ายรุกราน อยากทราบว่าเรารบเพราะเหตุอะไร ได้ค้มเสียไหม รัฐบาลมีการทูตที่จะหลีกเลี่ยงได้รือไม่ ใช้วิธีอื่นเเทน สงครามจะพาเรา2ชาติทำลายกัน

Habb
ความเห็นที่ 2
Habb

เจ้าของกระทู้รู้ดี ขนาดรู้จำนวนรถถังเลยเหรอ ขนาดทหารที่คุมรถถังเองยังไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีรถถังในประเทศกี่คัน เพราะทุกอย่างจะเป็นความลับทางการทหาร

จขกท.มีญาณวิเศษมาก รู้ของไทยไม่เท่าไหร่ รู้ของเขมรด้วย โอ้วพระเจ้า

รู้หรือมั่วแน่หว่า ขนาดกองทัพไทยยังมั่วได้
ทหารประจำการในยามปกติของประเทศไทย ไม่ต่ำกว่า4แสนนายแน่ๆ ไปเอามาจากไหน

ทหารกัมพูชา1แสนนาย ไปเอามาจากไหน เพราะทั้งประเทศมีประชากรไม่กี่ล้านคน ถ้าเป็นทหาร1แสนนายแล้วใครเสียภาษีหว่า

ขนาดประเทศไทยมีประชากร65ล้านคน เป็นทหาร 5แสนกว่าคน ภาษียังไม่พอจะใช้ สงสัยทหารเขมรไม่ได้กินข้าวเป็นอาหาร สงสัยจะกินหญ้า

notjung
ความเห็นที่ 3
notjung

ความคิดเห็นที่ 36 โดย: 555
ทหารจีน +ทหารเวียตนามช่วยเขมรแน่

ผมว่าจีนไม่ช่วยเขมรรบน่าา จีนมีความสัมพันธ์ดีกับไทย ในแบบเมืองพี่เมืองน้อง โดยเฉพาะในความสัมพันธ์อันดีกับสถาบันพระ:-)ไทย จีนให้สำคัญนี้มาก ถ้าไม่ช่วยไทยรบ อย่างดีก็อยู่เฉยไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับสงคราม เพราะไม่ใช่เรื่องของเขา emoticon