โครงการ Football for Friendship 2017 เปิดเวทีต้อนรับเยาวชนจาก 64 ประเทศ

 International Children's Forum ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของโครงการ Football for Friendship โดยก๊าซพรอม พันธมิตรอย่างเป็นทางการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และ ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2018 ได้จัดขึ้นที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน จาก 64 ประเทศทั่วโลก ประกอบด้วยเยาวชนทั้งชายและหญิงที่มีเชื้อชาติและความสามารถทางกายภาพที่แตกต่างกัน ตัวแทนนักข่าวจากสื่อชั้นนำระดับโลก นักฟุตบอลชื่อดัง นักกีฬาที่เคยคว้าเหรียญรางวัลในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก บุคคลระดับตำนานของฟีฟ่า ผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่า คณะกรรมการโอลิมปิกของรัสเซีย กองทุนการกุศลเพื่อเด็กระดับนานาชาติ และประธานสหพันธ์ฟุตบอลของประเทศต่างๆ โดยโครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมคุณค่าของสันติภาพ ความเสมอภาค และสุขภาพที่ดี             (รูปภาพ http://mma.prnewswire.com/media/530232/Zubkov_Samoura_Baptista_Le_Floc_h.jpg )
          โครงการฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ Football for Friendship (F4F) ฤดูกาลที่ 5 จัดขึ้นในรูปแบบใหม่และมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ โดยทูตยุวชนเหล่านี้ได้จัดแบ่งทีมฟุตบอลแห่งมิตรภาพ หรือ Team of Friendship ออกเป็น 8 ทีม และแข่งขันกันที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในศึก Gazprom F4F 2017 International Championship
          ทั้งนี้ ปี 2017 นับเป็นปีแรกที่มีการจัดกิจกรรมวิ่งผลัดสานสัมพันธ์ (Friendship Relay) โดยมีการจัดแข่งรอบคัดเลือกระดับประเทศสำหรับนักฟุตบอลเยาวชนและนักข่าวรุ่นจิ๋วในประเทศต่างๆที่เข้าร่วมแข่งขัน ขณะที่ผลการแข่งขันและรายชื่อผู้เข้ารอบได้มีการประกาศในวันแห่งฟุตบอลและมิตรภาพนานาชาติ (International Day of Football and Friendship) เมื่อวันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่เยาวชนและผู้ใหญ่หลายพันคนมารวมตัวกันในกิจกรรมที่มีการผูกสายข้อมือแห่งมิตรภาพ (Friendship Bracelets) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของโครงการนี้     
          ระหว่างโครงการ Football for Friendship ฤดูกาลที่ 5 นี้ ก๊าซพรอมได้สร้างสรรค์เวที International Children's Forum ขึ้น เพื่อให้นักข่าวเยาวชนได้นำเสนอข่าวและจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆของโครงการดังกล่าวในประเทศของพวกเขาให้แก่สื่อกีฬาระดับชั้นนำของโลก โดยเด็กๆได้มีส่วนร่วมในการเตรียมข้อมูลต่างๆ สำหรับช่องโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์เยาวชน สถานีวิทยุทางการ รวมถึงการโพสต์คอนเทนต์ลงโซเชียลเน็ตเวิร์กของโครงการ Football for Friendship ด้วย โดยมีการจัดทำข้อมูลต่างๆเป็น 43 ภาษา และได้มีการรายงานกิจกรรมต่างๆของโครงการไปทั่วโลกโดยผู้สื่อข่าว 2,000 คน
          ในช่วงแรกของโครงการ F4F ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนั้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จากทั่วโลกได้เข้าร่วมค่ายมิตรภาพเป็นเวลา 3 วัน โดยมีการฝึกซ้อมฟุตบอลจากบรรดาโค้ชรุ่นเยาว์ การฝึกแบบมืออาชีพจากนักเตะชื่อดัง การเรียนรู้ 9 ค่านิยมหลักของโครงการ และบทเรียนเกี่ยวกับโอลิมปิก ซึ่งรวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์ของเหล่าผู้นำและทูตของคณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซียด้วย
          ทั้งนี้ เหล่าเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ Football for Friendship ได้เดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลร่วมกับเพื่อนใหม่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของโครงการนี้ โดยในปีนี้พวกเขาได้ส่งแรงเชียร์ให้กับทีมชาติชิลีและเยอรมนีในศึกฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดียม
          วิคเตอร์ ซุบคอฟ ประธานกรรมการบริหารของก๊าซพรอม กล่าวว่า "เราได้เปิดตัวโครงการที่มีนักฟุตบอลรุ่นเยาว์เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก และความคิดริเริ่มนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากบรรดานักกีฬา สื่อมวลชน รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมมากมาย สำหรับปีนี้มีประเทศที่เข้าร่วมโครงการมากเป็นประวัติการณ์ถึง 64 ประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กๆจากทั่วโลกได้แสดงออกถึงความมุ่งมั่นในปรัชญาแห่งความเสมอภาค สันติภาพ และการเป็นทูตสันถวไมตรีของโครงการ Football for Friendship อย่างแท้จริง"
          ฟัตมา ซามูรา เลขาธิการฟีฟ่า กล่าวว่า "ฟีฟ่ายินดีที่ได้สนับสนุนโครงการพิเศษนี้ ซึ่งริเริ่มโดยพันธมิตรของฟีฟ่าอย่างก๊าซพรอม โครงการนี้เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของการใช้กีฬาฟุตบอลเพื่อสร้างโอกาสให้แก่เด็กๆทั้งหญิงและชายจากทุกภูมิหลัง อันเป็นภารกิจที่ฟีฟ่าให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่"
          ภูมิหลัง
          Football for Friendship (F4F) เป็นโครงการเพื่อสังคมสำหรับเยาวชนนานาชาติ ซึ่งริเริ่มดำเนินการโดยก๊าซพรอมมาตั้งแต่ปี 2013 โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาฟุตบอลระดับเยาวชน รวมทั้งสนับสนุนการยอมรับและเคารพในความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ในหมู่เยาวชนทั่วโลก ภายใต้ค่านิยมหลักที่ผู้เข้าร่วมโครงการให้การสนับสนุนและส่งเสริม ได้แก่ มิตรภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม สุขภาพ สันติภาพ ความทุ่มเท ชัยชนะ ประเพณี และเกียรติยศ
          สำหรับการประชุม International Children's Forum ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีนั้น ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดของโครงการ Football for Friendship โดยเปิดเวทีให้นักฟุตบอลรุ่นเยาว์จากนานาประเทศได้แสดงพลังแห่งความคิดเพื่อส่งเสริมค่านิยมหลักของโครงการ ร่วมกับบรรดาสื่อมวลชนและนักเตะชื่อดัง 
          ในทุกๆปี โครงการ F4F จะมอบรางวัลพิเศษ Nine Values Cup ให้กับสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมซึ่งสะท้อนค่านิยมหลักของโครงการ โดยผู้ชนะรางวัลนี้ได้รับเลือกผ่านการโหวตของทูตยุวชนจากทุกประเทศที่เข้าร่วมโครงการ F4F
          ผู้เข้าร่วมโครงการ F4F มีจำนวนหลายพันคนในแต่ละปี โดยนับตั้งแต่เริ่มเปิดตัว ขอบเขตของโครงการก็ได้ขยายออกไปอย่างมาก จากจำนวนประเทศที่เข้าร่วมโครงการเพียง 8 ประเทศในปี 2013 เป็น 64 ประเทศในปี 2017 นอกจากนี้นักกีฬาเยาวชนหลายร้อยคนได้กลายมาเป็นยุวทูตของ F4F และช่วยขับเคลื่อนค่านิยมหลักของโครงการในประเทศของตน ขณะที่มีการผูกสายข้อมือแห่งมิตรภาพ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของโครงการ F4F บนข้อมือของผู้คนมากกว่า 400,000 คนทั่วโลก ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ สื่อมวลชนและนักกีฬาชื่อดัง รวมถึงนักแสดง นักการเมือง ตลอดจนผู้นำประเทศต่างๆ 
          ประเทศที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ ได้แก่ แอลจีเรีย อาร์เจนตินา อาร์เมเนีย ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน บังกลาเทศ เบลารุส เบลเยียม โบลิเวีย บราซิล บัลแกเรีย  จีน โครเอเชีย สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก อียิปต์ เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กานา กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ อินเดีย อิหร่าน อิรัก อิตาลี ญี่ปุ่น คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ลัตเวีย ลิเบีย ลิทัวเนีย มาซิโดเนีย เม็กซิโก โมซัมบิก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ ปากีสถาน โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย รัสเซีย เซอร์เบีย สิงคโปร์ สโลวาเกีย สโลวีเนีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ ซีเรีย ทาจิกิสถาน แทนซาเนีย ตุรกี เติร์กเมนิสถาน ยูเครน อุรุกวัย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา อุซเบกิสถาน เวเนซุเอลา และเวียดนาม   
          การแข่งขันฤดูกาลที่ 5 นี้ถูกจัดขึ้นในรูปแบบใหม่ จากเดิมที่เป็นการคัดเลือกตัวแทนจากสโมสรฟุตบอลในประเทศต่างๆ มาเป็นการแบ่งนักเตะเยาวชนออกเป็นทีมมิตรภาพ จำนวน  8 ทีม โดยในแต่ละทีมจะประกอบไปด้วย เด็กชายและเด็กหญิงอายุ 12 ปี รวมถึงเด็กที่ทุพพลภาพ ซึ่งได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการจัดการแข่งขัน F4F นานาชาติ และสมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศ (ประเทศละ 1 คน)  
          ที่มา: Global Press Center of the Gazprom International Children's FOOTBALL FOR FRIENDS