จุดบอด.....ที่เพิ่มขึ้น ของ หงส์แดง

จุดบอด.....ที่เพิ่มขึ้น ของ หงส์แดง

 

 

 

                การแข่งขันยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ในสัปดาห์ที่ 2 ของการแข่งขัน แต่ละทีมดูจะชื่นมื่นเป็นพิเศษนะครับ โดยเฉพาะทีมจากอังกฤษ ที่พากันเก็บชัยชนะ ได้เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งสองเกมส์แรก......

 

 

                เกือบครับผมย้ำว่าเกือบ.....เพราะมันมีอยู่ เสี้ยวหนึ่งที่ทำให้เปอร์เซ็นต์ มันไม่ครบทั้งเกมส์แรก และ เกมส์ที่ 2 ซึ่งผลรวมทั้งสองเกมส์ก็ลิเวอร์พูลไม่เต็มร้อย...นะสิครับ อิอิ

 

 

                จะพูดวนไปวนมา ทำไมในใจคิดแบบนั้นกันใช่ไหมครับ....ก็เอาน่า พูดอ้อมๆ ก็เพราะมันเจ็บในหัวใจจี๊ดๆ หน่ะสิครับ

 

 

                2เกมส์แรก ไม่ว่าจะทั้ง เชลซี  สเปอร์ส  และ 2 ทีม จากเมืองแมนเชสเตอร์ พากันเก็บชัยชนะได้แบบสวยหรู ยิงคู่แข่งสบายเท้ากันเกือบทั้งนั้น

 

 

                แต่แต่ แต่....ทำไมเหตุใดเล่า พวกเจ้าถึงใจร้าย ทิ้งพญาหงส์แดง ของผม ได้ลงคอที่ปล่อยให้ 2 เกมส์แรก ยังควานหาชัยชนะไม่เจอ ไม่เป็น กับเขาสักที

 

 

                แน่นอนว่าเกมส์ที่สอง เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมานั้น มันน่าเจ็บใจ ยิ่งกว่าเกมส์แรกเพราะโอกาสยิง และรูปเกมส์ ผลมันควรจะออกมาเป็น 3 แต้ม เท่านั้นแต่ก็ไม่สามารถทำได้

 

 

 

ฟิลิปเป้  คูตินโญ่ผู้ยิงประตูตีเสมอให้กับทีม ในเกมส์ไปเยือนสปาตัก มอสโกว์

 

 

                หากใครได้ชมเกมส์คงเห็นแล้วว่า ผลเสมอ มันไม่ยุติธรรมกับลิเวอร์พูล แต่มันก็ยุติธรรม สำหรับสปาตักมอสโกว์ อย่างที่ เจอร์เก้น  คลอปป์ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์

 

 

                ผลเสมอถือว่าไม่ได้แย่ซะทีเดียว เพราะอย่างน้อยๆ 2 เกมส์ แรก ก็ยังไม่แพ้แต่จุดเปาะบางยังอยู่ที่เดิม คือเรื่องของเกมส์รับ

 

 

                โอเครว่าเกมส์นี้ เกมส์รับของหงส์แดง นั้นเล่นไม่ได้ขี้ริ้ว ขี้เหร่ อะไร.....กับลูกที่เสียด้วยฟรีคิกส์ ก็เอาเป็นว่า ทีมฝ่ายตรงข้ามยิงดีก็แล้วกันถึงแม้ว่า นักวิจารณ์จากช่องฟรีทีวี ที่ถ่ายให้เราชมกันฟรีๆ เขาจะวิจารณ์ต่างๆนานา แต่อยู่ในสนาม เล็กน้อย เขาก็อาจคิดไม่ถึง ก็ได้มั้งครับ (อันนี้ส่วนตัวนะครับ ....เนื่องจาก ผมไม่ค่อยสมอารมณ์หู เท่าไหร่เวลาได้ยินเสียงนักวิจารณ์คนนี้ ฮ่าฮ่า)

 

 

                แต่สำหรับเกมส์รับที่ผมบอกว่าไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ก็ยังมีจุดบอร์ดให้เห็นในเรื่องของช่องว่า และการประกบตัวซึ่งก็ยังเป็นจุดเดิมๆ ที่ยังต้องแก้ไขกันอยู่อย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษซะด้วย

 

 

 

แดเนียล สเตอร์ริจด์ ผู้กลายเป็นประเด็นคำถามในเกมส์นี้ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนซาดิโอ  มาเน่

 

 

                เกมส์นี้สิ่งที่เห็นเพิ่มมา และน่าจะชัดเจนยิ่งขึ้น คือความคม ในการสังหารประตูคู่แข่งที่เห็นได้ชัดเลยว่า การสร้างสรรค์โอกาส เยอะมาก ....แต่สุดท้าย ผลประสบความสำเร็จมันคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ได้ไม่ถึงครึ่ง

 

 

                มีสถิติออกมาว่าในเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ หงส์แดง หาจังหวะยิงคู่แข่งได้เกือบจะ 130 ครั้งซึ่งเข้ากรอบไปเพียง 30 กว่าครั้ง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ก็ประมาณ 20กว่าเปอร์เซ็นต์ เท่านั้น และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ได้ประตูเพียง 7ลูกเท่านั้น.....

 

 

                โอ้วววแม่เจ้า ไอ้ 7 ลูก ที่ได้มานั้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ก็ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์จากการยิงเข้ากรอบนะครับ....

 

 

                นี่มันอะไรกันนี่.....และยิ่งไปมองเกมส์รับซึ่งโดนคู่แข่งส่องไปประมาณ 50 ครั้ง  เข้ากรอบไป 30 ครั้ง แต่เสียไปถึง 13 ประตูมันช่างแปรผันกันซะนี่กระไร

 

 

 

 

                เกมส์รุกคือจุดที่ต้องแก้ไขให้ได้เร็วที่สุดมากกว่าเกมส์รับนะครับ ผมว่า เนื่องจาก มันมีโอกาสที่จะทำได้ผมว่านี่คือจุดบอดสำคัญ ในการเล่นภายใต้แผนการของคลอป์ ที่เป็นบอลเอนเตอร์เทน

 

 

 

                เพราะหายึดคติว่า ยิงให้ได้มากกว่ารับ ต้องรีบแก้ไขให้ได้แบบเร่งด่วน เนื่องจากมองว่าแก้ไขได้ง่ายกว่าเกมส์รับ

 

 

 

                ถ้าหากยิงได้มากกว่าเสียก็ “ชนะ” เท่านั้นเอง....... !

จาก: thscore