จี้ส่งสตง.สอบไลน์โมบาย

จี้ กสทช.ส่งเรื่อง “ไลน์โมบาย” ให้ สตง.สอบสถานะเอ็มวีเอ็นโอ ชี้ รัฐอาจเสียรายได้กว่าพันล้านต่อปี หวั่นจัดเก็บข้อมูลลูกค้าใช้คลาวด์สิงคโปร์เสี่ยงความมั่นคง


แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่ไลน์โมบายใช้คลาวด์ เซอร์วิส จากอะเมซอน เว็บ เซอร์วิส (AWS) ที่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่านการถ่ายรูปตัวเองพร้อมบัตรประชาชนในการเปิดซิมการ์ดนั้น สุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของข้อมูลผู้ใช้บริการจึงอยากให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ามาตรวจสอบ เพราะปัจจุบันผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในไทยก็ใช้คลาวด์ของตัวเองทั้งสิ้น รวมถึงระบบการโอเปอเรชั่นข้อมูลการโทรเข้า-ออกเป็นเรื่องที่ควรเป็นข้อมูลในราชอาณาจักรไทยไม่ควรออกไปอยู่ในต่างประเทศ


ส่วนประเด็นไลน์โมบายไม่ใช่เอ็มวีเอ็นโอ (MVNO) ถือว่าทำได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่เรื่องรายได้หากเปรียบเทียบตามสัดส่วนที่ควรจะเป็นพบว่า หากไลน์โมบายเป็น MVNO และจ่ายค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขของ USO ในอัตรา 3.5-3.75% เมื่อคำนวณบนฐานลูกค้า 50,000 ราย ใช้โปรโมชั่นที่ถูกที่สุดคือ 125 บาทต่อเดือน ใน 1 ปี ไลน์โมบายจะมีรายได้ 75 ล้านบาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องนำส่งให้ กสทช. 2.4 ล้านบาท และหากคำนวณบนฐานลูกค้าที่ 20 ล้านรายในอนาคต จะได้รับเงินรายได้ดังกล่าวถึง 1,040 ล้านบาท แต่ไลน์โมบายไม่ใช่ MVNO การส่งรายได้ก็จะต่างออกไป ดังนั้น รายได้ส่วนนี้จึงไม่ตกเป็นของรัฐ


ทั้งนี้ จึงอยากขอให้ กสทช.ทำหนังสือไปสอบถามสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในประเด็นดังกล่าว และในอนาคตอาจจะทำให้ MVNO ที่ทำตามกฎของ กสทช.ไปตกลงกับผู้ให้บริการเครือข่ายและขอเป็นแบรนด์ที่ 2 ใช้โครงข่ายกันเองไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่ กสทช. ซึ่งจะทำให้กลไกการแข่งขันและการกำกับดูแลที่ กสทช.ดำเนินการมาตลอดล้มเหลวและอุตสาหกรรมดำเนินไปบนกฎเกณฑ์แบบ 2 มาตรฐาน.


ที่มา: http://www.thaipost.net/?q=node/36737