มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย..... หมวด » เก็บตก inbox » เก็บตกจาก inbox » มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....

 

จากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน  และกระแสการตื่นตัวของสังคมไทยที่มีต่อวิชาประวัติศาสตร์  ทำให้ประวัติศาสตร์ที่เรียนรู้กันมาหลายชั่วอายุคนถูกถ่ายทอดมาเป็นภาพยนตร์อยู่หลายเรื่อง

 

 

ดังจะเห็นได้จากการนำเนื้อหาในวิชาประวัติศาสตร์มาสร้างเป็นภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็น  บางระจัน  สุริโยไท  และที่ส่อว่าจะเป็นปัญหาระหว่างชาติคือ  ท้าวสุรนารี : เกิดเหตุที่ทุ่งสำริด (เลิกสร้างแล้ว)  รวมไปถึงที่จะตามมา  ก็คือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ในทางวิชาการนั้น  มีการแยกแยะภาพยนตร์ออกจากประวัติศาสตร์ความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง  กล่าวคือภาพยนตร์เกิดจากจินตนาการ  การตีความ  และการเติมสีสัน  ใส่บทบาทแก่ตัวละคร  โดยผู้สร้างหรือผู้กำกับซึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญคือให้ความบันเทิง  ความอรรถรส  คุณธรรม  และอื่นๆแก่ผู้ชม  ขนาดที่ประวัติศาสตร์เป็นวิชาว่าด้วยเรื่องการศึกษาอดีตโดยผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์  ไม่ใช่เกิดจากจิตนาการของนักประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว

ประวัติศาสตร์พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงได้เสมอเมื่อมีหลักฐานเหตุผล  และวิธีตีความที่ดีกว่าเดิม  (เพราะทุกคนเกิดมาไม่ทันกับเหตุการณ์  และหากบางเหตุการณ์มีผู้คนเกิดทันก็ไม่มีใครรู้ได้ทั้งหมดว่าเรื่องเหล่านั้นอะไรคือเรื่องจริงและอะไรคือภาพลวงตา)  แต่อุปสรรคสำคัญที่ประวัติศาสตร์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้มีหลักฐานที่ดีกว่าเดิมก็คือ  ความเชื่อของคนในสังคม  ยิ่งถ้าสังคมใดมีเรื่องไสยศาสตร์เข้ามาปะปนมากๆ  ประวัติศาสตร์จะถูกนำไปผสมผสานจนแยกออกจากกันไม่ได้เลย  เช่นการบูชาวีรบุรุษ  วีรสตรี  ที่เห็นได้ชัดก็คือ  การทรงเจ้าเข้าผี  ซึ่งเป็นการสร้างระบบความเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ต้องยอมรับว่า  ปัจจุบันคนในสังคมไทยส่วนใหญ่ยากที่จะแยกแยะแจกแจงรายละเอียดหรือเห็นความแตกต่างระหว่างภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์กับประวัติศาสตร์ออกจากกันได้  ดังจะเห็นได้จากดาราบางคนที่รับบทเป็นผู้ร้ายในละครหรือภาพยนตร์  บางครั้งเดินตลาดไม่ค่อยได้  (เพราะคนดูแยกแยะละครและเรื่องจริงไม่ออก)  ครูบาอาจารย์ชอบให้นักเรียนเรียนประวัติศาสตร์โดยผ่านการดูภาพยนตร์หรือละครอิงประวัติศาสตร์เช่นบางระจันเป็นต้น

ประกอบกับหากที่มาของการสร้างภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์มีทั้งความน่าเชื่อถือในฐานข้อมูล  มีทีมงานที่สังคมยอมรับหรือมีนักประวัติศาสตร์ชั้นแนวหน้าเข้าไปร่วมงานด้วย  ย่อมทำให้คนเชื่อว่าภาพยนตร์ที่จะได้ดูนั้น  เป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ 

เมื่อภาพยนตร์นั้นๆ  ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานานโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน  การแยกความแตกต่างระหว่างภาพยนตร์กับประวัติศาสตร์จะมีปัญหาทันที  ยิ่งถ้าผู้สร้างได้นำเอาประวัติศาสตร์ของบุคคลสำคัญที่คนในสังคมให้ความเคารพเทิดทูลมาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยแล้ว  ยิ่งเป็นเรื่องยากแก่การอธิบายทางวิชาการ  หน้าที่สำคัญของผู้สร้างก็คือ  ต้องบอกต่อสังคมว่าเรื่องที่ท่านกำลังดูคือจินตนาการและการตีความของข้าพเจ้า  ซึ่งคนละเรื่องกับวิชาประวัติศาสตร์ที่ท่านเคยเรียนมาหรือกำลังเรียนและสิ่งที่จะเรียนในอนาคต (ย่อมเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ)

เราคงไม่ปฏิเสธว่าประวัติศาสตร์ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น  เป็นประวัติศาสตร์ที่ยุติหรือตายแล้ว(ในเวลาที่ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์สร้างเสร็จ)  ซึ่งแตกต่างจากธรรมชาติของประวัติศาสตร์ที่เป็นวิชาที่เปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ  และไม่มีวันตาย  จนกว่ามนุษย์จะตายไปจากโลกนี้

วิชาประวัติศาสตร์ที่สอนกันอยู่ในประเทศไทยมีปัญหาอยู่หลายประการ  ทั้งจากวิธีการเรียนการสอนแบบท่องจำเพื่อตอบโจทย์ข้อสอบที่เป็นปรนัย  การยึดติดกับตัวบุคคลที่เขียนประวัติศาสตร์  และถ้าเป็นครูบาอาจารย์ด้วยแล้ว  สังคมไทยมีคำว่า  ศิษย์คิดล้างครู  ซึ่งใช้อย่าแพร่หลายในวิชานี้และได้ผลดีมากกว่า  100  ปี  เป็นวิธีการปรามและสกัดดาวรุ่งพุ่งแรง(ใช้กับพวกแนวใหม่  หัวก้าวหน้า  หรือพวกขบถประวัติศาสตร์) 

คำว่าประวัติศาสตร์คือประวัติศาสตร์(ภาพนิ่ง),ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้หรือ(เป็นคำถามที่ไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลง)  สิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวปิดกั้นการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ในบ้านเรา

การตอกย้ำเนื้อหาเดิมด้วยการจัดพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเป็นที่ยอมรับ  การกีดกันการใช้เอกสารประวัติศาสตร์การผูกขาดตำราเรียนและบังคับให้เด็กต้องเรียนเนื้อหาในตำรานั้นๆ  การลักลอบซื้อขายหลักฐานประวัติศาสตร์ เช่น สมุดข่อย  ใบลาน  ศิลาจารึก  และอื่นๆ  ซึ่งเป็นการสูญเสียหลักฐานทางวิชาการไปอย่างง่ายดาย  การบูรณะโบราณสถานจึงกลายเป็นของใหม่  แต่เนื้อหาคำอธิบายยังบอกว่าเป็นของเก่า  (หลอกตัวเองไม่พอ  ยังหลอกลูกหลานและชาวโลก)  สิ่งเหล่านี้คือปัญหาและมายาภาพของวิชาประวัติศาสตร์ที่ใช้อธิบายอดีตของประเทศไทย

แนวนโยบายปฏิรูปการศึกษาปัจจุบัน ดูจะมีจุดมุ่งหมายสำคัญที่ต้องการให้เด็กนักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้  ยุติบทบาทครูอาจารย์ที่พร่ำสอนแบบท่องจำ  (ครูคือ  นกแก้ว  นกขุนทองมาก่อนเด็ก)  ครูทำหน้าที่เป็นเสมือนพี่เลี้ยงแนะแนวทาง  สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี  แต่ยังขึ้นอยู่กับครูผู้สอนต้องมีความคิดดังนี้  “ต่อแต่นี้เป็นต้นไปฉันจะเปิดใจกว้างทางความคิด  ฉันจะหมั่นศึกษา  หาความรู้  ฉันจะไม่เอางานของลูกศิษย์เป็นผลงานของฉันเอง  ฉันจะยอมรับในสิ่งที่ลูกศิษย์คิดต่างจากฉัน  ฉันจะไม่ว่าอะไรหากลูกศิษย์บอกกับฉันและคนอื่นว่าฉันเข้าใจเรื่องนั้นเรื่องนี้ผิดไปที่ถูกควรเป็นอย่างนี้  ฉันจะให้ลูกศิษย์อ่านเอกสารลับทางประวัติศาสตร์ทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง  ฉันจะไม่เล่นพรรคเล่นพวก  แต่ฉันจะเป็นตัวของตัวเอง  เป็นแบบอย่างที่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง  จากอาจารย์ของฉันเองหรือพวกพ้องของฉัน  ฉันกล้าที่จะยืดอกยอมรับว่าสิ่งที่ฉันพร่ำสอนในอดีตเป็นสิ่งที่ฉันเข้าใจผิด  บัดนี้ฉันจะคิดใหม่แล้ว  ขอให้ลูกศิษย์คิดใหม่ด้วย”  หากครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ทำได้แบบนี้รับรองว่าลูกศิษย์จะรักและยกย่องคุณครูมากขึ้นกว่าเดิม  วิชาประวัติศาสตร์จะมีคุณค่า  และมีประโยชน์สำหรับผู้เรียน

ผมจึงเห็นว่าเนื้อหาประวัติศาสตร์ไทยที่บรรจุในหลักสูตรไม่ว่าจะเป็นชั้นประถมศึกษา  มัธยมศึกษา  หรืออุดมศึกษา  ต้องปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งวิธีการสอนและหัวข้อต่างๆ  บางตอนที่เคยเรียนรู้และเชื่อกันมาหลายชั่วอายุคน  จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนใหม่  เนื่องจากมีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น  ประกอบกับวิธีการศึกษาประวัติศาสตร์มีความก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ  บางเรื่องในอดีตเชื่อกันจนหัวฝังดิน  แต่ปัจจุบันกลับกลายไปเป็นคนละเรื่องแล้วก็มี

ผมจึงขอหยิบยกหัวข้อในวิชาประวัติศาสตร์ไทยในสมัยสุโขทัย-สมัยธนบุรี  ที่ควรปรับเปลี่ยนมาให้ดูเล่นๆดังนี้

1. เรื่องคนไทยมาจากไหน

2. เรื่องศิลาจารึกหลักที่ 1  จารึกพ่อขุนรามคำแหง

3. พระเจ้าอู่ทองมาจากไหน  และราชธานีแห่งแรกของสยาม

4. การผนวชของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  และศิลาจารึกที่วัดจุฬามณี  จังหวัดพิษณุโลก

5. ใครสร้างวัดราชบูรณะ  และปัญหาการกำหนดอายุสมัยของเครื่องทองในกรุวัดราชบูรณะ

6. เรื่องการสร้างพระศรีสรรเพชญ์และเจดีย์สามองค์ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์  อยุธยา

7. จำนวนพระมหากษัตริย์ที่ถูกต้องในสมัยอยุธยา 33 พระองค์  หรือ 34 พระองค์

8. เรื่องสงครามครั้งแรกระหว่างไทยกับพม่าที่เรียกว่าศึกเชียงกราน

9. เรื่องการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระไชยราชาธิราช

10. กรณีท้าวศรีสุดาจันทร์ (เรื่องยาวมาก)

11. วีรกรรมของพระสุริโยไทและลำดับเครือญาติ

12. การชนไก่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

13.การประกาศอิสรภาพของสมเด็จพระนเรศวร

14. สงครามยุทธหัตถี และการสินพระชนม์ของพระมหาอุปราชา

15. เรื่องการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนเรศวร

16. เรื่องของบุเรงนองกับสงครามการเสียกรุงศรีอยุธยา

17. เรื่องเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่ากี่ครั้ง 2 หรือ 3 ครั้งกันแน่

18. เรื่องสมเด็จพระมหาธรรมราชา

19. เรื่องพระราชโอรสและพระมเหสีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

20. เรื่องโอรสรับของสมเด็จพระเอกาทศรถ

21. เรื่องการค้นพบรอยพระพุทธบาท

22. เรื่องความโหดร้ายของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง

23. การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและเรื่องส่วนพระองค์บางเรื่องที่ปกปิด

24. เรื่องพระเจ้าเสือ  พระเกียรติยศและชื่อเสียงของพระองค์

25. เรื่องพระเพทราชาทำเสน่ห์

26. เรื่องพันท้ายนรสิงห์

27. เรื่องบทสนทนาทั้งหมดที่มีอยู่ในพงศาวดาร

28. เรื่องการเสวยปลาตะเพียนของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ

29. เรื่องเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์

30. เรื่องสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร

31. เรื่องสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์และการเสียกรุงครั้งหลัง พ.ศ. 2310

32. กรณีการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหัวข้อประวัติศาสตร์ที่ควรปรับเปลี่ยนตามหลักฐานและเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการน่าจะรับพิจารณา  ทั้งนี้ยังมีหัวข้ออื่นอีกจำนวนมากที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจใหม่  โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ลาว-ไทย,  ไทย-เขมร,  และต้องเข้าใจด้วยว่า  แม้เราจะปรับเปลี่ยนไปแล้ว  แต่ในอนาคตเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ลูกหลานของเราจะไปศึกษากันต่อ  เรามีหน้าที่ส่งผ่านหลักฐาน  แนวคิด  และการตีความอย่างมีเหตุมีผล  เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว  อย่าสร้างหลักฐาน  ความเชื่อผิดๆ หรือทำลาย-ปิดบัง  ซ่อนเร้นหลักฐานประวัติศาสตร์โดยเด็ดขาด

 

 

“ รักวิชาประวัติศาสตร์ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงทำใจให้กว้างและยอมรับความจริง”

โดย เทพมนตรี ลิมปพยอม

นักวิชาการประวัติศาสตร์อิสระชน

ที่มา: http://www.devamontri.com/  

รูป Numcheo
โดย: Numcheo
ตั้งเมื่อ: 8 มิ.ย. 10

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....

ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 14 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดย: ยากูซ่า เขียนเมื่อ 19 มิ.ย. 10 IP IP: 124.157.217.XXX
ความคิดเห็นที่ 13 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ลองมานั่งนึกดู ในปัจจุบันมี โทรศัพท์ ทีวี จานดาวเทียม
เรายังไม่รู้เลยว่า อะไรทำให้เกิดเสื้อสีต่างๆจริงๆนอกฟังฝ่ายนั้นพูดที ฝ่ายนี้พูดที ย้อนกลับไปในอดีตที่รู้จากการบอกเล่าของชาวบ้าน จะเชื่อได้แค่ไหน รวมถึงจดหมายเหตุด้วยที่ต้องเขียนเพื่อยกย่องฝ่ายตัวเองอยู่แล้ว

โดย: เขยสุพรรณ เขียนเมื่อ 10 มิ.ย. 10 IP IP: 61.90.147.XXX
ความคิดเห็นที่ 12 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

......เป็นหน้าที่ของนักประวัติศาสตร์ที่จะต้องค้นคว้าและทำความจริงให้ปรากฏออกมาเมื่อมีหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนกว่าเดิม....ไม่มีใครสามารถที่จะยับยั้งได้...แต่จะจับประเด็นไหนขึ้นมาเท่านั้น นั่นอีกเรื่องหนึ่งครับ

โดย: ลุงป.6 เขียนเมื่อ 9 มิ.ย. 10 IP IP: 118.172.105.XXX
ความคิดเห็นที่ 11 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

:-)signup.leagueoflegends.com/?ref=4c0abf799caf7

โดย: 9 เขียนเมื่อ 9 มิ.ย. 10 IP IP: 90.184.248.XXX
ความคิดเห็นที่ 10 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

เพื่ออะไรเนี่ย เห็นพยายามฟื้นฝอยหาตะเข็บอยู่ได้ ทุกวันนี้คนไทยก็อยู่ดี กินดี ถ้าเปรียบเทียบกับอีกหลายประเทศ

ทำไม่ไม่ช่วยกันทำวันนี้และวันต่อไปให้ดีขึ้น แทนที่จะมาพยายามหาว่าใครทำอะไร เมื่อสองสามร้อยปีที่แล้ว ถ้ามันดีอยู่แล้ว (จะจริง หรือไม่ก็แล้วแต่) แล้วจะพยายามเปลี่ยนไปทำไม่ คนไทยจะได้อะไรจากความพยายามนี้ นอกจากความวุ่นวายและเกลียดชังกันอีก

ประวัติศาสตร์มันบิดเบือนกันทุกประเทศแหละ ลองไปอ่านหรือศึกษาประวัติศาสตร์ของอังกฤษ หรือจีนดูสิ แล้วจะรู้ว่าของประเทศเรามันจิ๊บ ๆ

อย่าหาเรื่องปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายอีกเลย แค่นี้ก็แย่พออยู่แล้ว กับพระเจ้าตากจอมปลอมกลับชาติมาเกิด....ขอบพระคุณ

โดย: นักเรียนประวัติศาสตร์ เขียนเมื่อ 9 มิ.ย. 10 IP IP: 118.174.92.XXX
ความคิดเห็นที่ 9 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ผู้ชนะ คือผู้บันทึกประวัติศาสตร์

เห็นด้วยที่ประเทศเราเลือกเขียนแต่ประวัติศาสตร์ด้านดี

แต่มองอีกด้านหนึ่งคิดว่าจุดนี้ด้วยที่ทำให้พื้นฐานนิสัยคนไทยส่วนใหญ่ไม่กล้ายอมรับความจริง กลัวความจริง ชอบคิดว่าอะไรของตัวเองเหนือกว่าดีกว่าคนอื่น และเลยไปจนถึงการดูหมิ่นเหยีดหยามผู้อื่น อย่างที่เห็นๆกัน

ไปถามพม่า พม่ามันก็ว่าไทยรุกรานเค้าก่อน
ทางไทยก็เขียนว่าพม่ารุกรานเราก่อน

สรุปศึกษาเพื่อเรียนรู้ที่มาที่ไปก็พอ ไม่ต้องเอามาถกเถียงกันให้เป็นประเด็นใหญ่โต บางทีอาจจะผิดทั้งคู่เลยด้วยซ้ำ อาจจะมีชายชุดดำเป็นมือที่สาม มาแหย่ให้ไทยกับพม่า ตีกันเองก็ได้นะใครจะไปรู้ ไม่มีใครตอบได้ เพราะไอ้ที่เถียงๆกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่มีใครเกิดมันสักคน จริงไม๊ ?

ของพวกนี้มันบิดเบือนได้ด้วยกาลเวลา

แต่ประวัติศาสตร์จะบันทึกให้น่าเชื่อถือได้นั้นคือ ผู้ชนะ บันทึกไว้ความน่าเชื่อถือจึงมีมากกว่า

ศึกษาไว้เรียนรู้ที่มาที่ไปของกำพืดตัวเอง จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ปุ่ย่าตายายโคตรเหง้าศักราช เราอยู่กันมายังไง

โดยเฉพาะพวกที่มีความคิดฝั่งซ้าย ควรสำนึกให้มากๆ

โดย: สุลต่านก็องโต้ เขียนเมื่อ 9 มิ.ย. 10 IP IP: 118.173.184.XXX
ความคิดเห็นที่ 8 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ตามหลักกาลามสูตรดีที่สุด

โดย: คนสวยใจดี เขียนเมื่อ 9 มิ.ย. 10 IP IP: 125.27.47.XXX
ความคิดเห็นที่ 7 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

......ต้องคอยติดตามนักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ให้ดีแบบสุจิตต์ วงษ์เทศที่กล้าเขียนเรื่อง...คนไทยอยู่ที่นี่ ไม่ได้มาจากไหน...หรืออาจารย์ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ฯลฯ..ส่วนนักประวัติศาสตร์สมัยสมเด็ จกรมพระ ยาดำรงราชานุภาพลงมาจนถึงสมัยเชื่อผู้นำชาติพ้นภัยนั้นท่นก็เขียนประวัติศาสตร์ถูกในแง่ของท่านเพราะขณะนั้นหลักฐานยังไม่ปรากฏชัดเจน...ไม่มีต้นตอแหล่งข้อมูลที่ค้นคว้าได้ตลอดเวลาอย่างทุกวันนี้
เรื่องต่างๆเช่นการสิ้นพระชนม์ของสม เด็จพระ เจ้าตาก สินมหาราชก็ค่อยๆเผยความจริงออกมา

ประวัติศาสตร์จะจริงหรือไม่จริง จะเท็จหรือโกหกมันก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่พบในขณะนั้น...เมื่อมีข้อมูลใหม่ที่น่าเชื่อถือมากกว่า ประวัติศาสตร์ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไป

โดย: ลุงป.6 เขียนเมื่อ 9 มิ.ย. 10 IP IP: 118.172.112.XXX
ความคิดเห็นที่ 6 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ถ้าเราต่างถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อร่วมผลักดันสังคมไทยไปสู่สังคมอุดมปัญญาแล้วล่ะก็ อันนี้ก็น่าสรรเสริญนะคะ แต่ก็ต้องใช้วิจารณญานประกอบการพิจารณาต่างๆด้วยเช่นกัน เช่น เรื่องของการสร้างหนังจากเค้าโครงเรื่องที่เกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก..วัตถุดิบที่มีก็คือประวัติศาสตร์ที่ได้รับการค้นคว้าและบันทึกหลักฐานไว้ ถูกผิดก็มิอาจทราบได้ก็สร้างกันไปตามนั้น เพราะยังเป็นที่ถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ศึกษากันให้ดี ก่อนที่จะปักใจเชื่อ หรือฟังความข้างเดียว อย่าให้มันกลายเป็นประวัติศาสตร์แปรรูป ที่ขาดๆเกินๆจากความเข้าใจอันไขว้เขวของพวกเราเองแล้วกันค่ะ

ไม่ใช่ว่าประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ไขว้เขวนี่คะ บางอย่างก็มีมูลเหตุและข้อปัจจัยที่สามารถพิสูจน์ได้..ไม่ว่ายังไงเราก็ควรเคารพแนวคิดของชนชาติไทยรุ่นก่อนเก่าด้วยค่ะ

ถ้าจะให้ดีก็ใช้ทั้งหลักฐานเก่าประกอบเข้ากับหลักฐานใหม่ที่พิสูจน์ได้ ให้บทสรุปที่ออกมาใกล้เคียงความจริงเเละมีความเป็นไปได้ที่สุดก็แล้วกันค่ะ
MDK

โดย: นางสาวมาโดก้า Diva กิ๊บกิ้ว เขียนเมื่อ 9 มิ.ย. 10 IP IP: 98.161.52.XXX
ความคิดเห็นที่ 5 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ถ้า ประวัติศาสตร์ ชาติไทย
มีการ เขียน ตามความเป็นจริง
ซึ่งยอมต้องมี จุึดดีและจุดด้อย
ของแต่ละยุคแต่ละสมัย

ถามหน่อยวา??

คนไทย จะรับความจริงได้หรือไม่?

อย่างไร ความจริง ยอมดีกว่า
การ เขียนแบบเสริมแต่ง
แต่ด้านดีและสวยงาม
เพราะมันก็แค่ การหลอกลวง
ประวัติศาสตร์

ชาติไทย จะมีแต่ความเจริญ
ชนชาติ จีน เขากล้า เขียน
บันทึก ประวัติศาสตร์ตาม
ความเป็นจริง ไม่บิดเบือน ไม่เสริมแต่ง
บันทึก ทั้งจุดดีจุดด้อย ให้ชนรุ่นหลัง
ได้เรียนรู้ ผลดีผลเสีย จากประวัติศาสตร์

ชาติไทย เราจะกล้าบันทึก และแก้ไข
ตามความเป็นจริงได้เหรอ???

โดย: Life On The Rock เขียนเมื่อ 8 มิ.ย. 10 IP IP: 124.122.182.XXX
ความคิดเห็นที่ 4 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ประวัติศาสตร์ ไทย
ไม่มีใครรู้แน่ชัดเจน
หลักฐานจารึก ก็ต้องอาศัย
จาก ประเทศเพื่อนบ้าน
ของไทย และของต่างชาติ

ถ้าให้พูด ในความเป็นจริง
การศึกษา ก็แค่เครื่องมือหนึ่งของรัฐ ในยุคนั้นๆ
เพื่อนเป็นการ หล่อหลอม ประชาชน
ให้ คล้อยตาม เพื่อจะได้ เชื่อฟังได้ง่าย

ประวัติศาสตร์ ถูกเขียน โดยคน
ดังนั้น มันอาจบิดเบือนได้
ตามความต้องการ ของผู้นำในแต่ละยุค

ประวัติศาสตร์ ไทยเรา แตกต่าง
จาการบันทึก ของ จีน
จึงไม่ต้องคิดอะไรมาก
ที่ บ้านเรา ไม่ก้าวหน้ามี
แต่ถอยหลังลงคลอง

ประชาชน ขาดเหตุผล ขาดสติ
การวินิจฉัย ความผิดถูก เนี่ยละ
ประชาชนชาวไทย ณ ปัจจุบัน

โดย: Life On The Rock เขียนเมื่อ 8 มิ.ย. 10 IP IP: 124.122.64.XXX
ความคิดเห็นที่ 3 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

อืม ก็ว่ากันไปครับ

โดย: อา_อ๊าม_อ๊ด เขียนเมื่อ 8 มิ.ย. 10 IP IP: 125.24.97.XXX
ความคิดเห็นที่ 2 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ซาเล้งตามจี้ก้นมาติดๆ

โดย: Mr.1860 เขียนเมื่อ 8 มิ.ย. 10 IP IP: 192.168.100.XXX
ความคิดเห็นที่ 1 : มายาภาพแห่งประวัติศาสตร์ไทย.....
avatar

ปอเช่ตัวแรงแซงเข้าที่หนึ่ง

โดย: ดอกโศก โคกอักเสบ เขียนเมื่อ 8 มิ.ย. 10 IP IP: 222.123.36.XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111