ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ หมวด » เก็บตก inbox » เก็บตกจาก inbox » ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ

 

  http://www.nectec.or.th/oncc/province/pictures/s6/patta-001-1.jpg

 

ปืนใหญ่นางพญาตานี ของล้ำค่าที่คนตานีรอการกลับมาอีกครั้ง

 

-ปืนใหญ่นางพญาตานี ของล้ำค่าที่คนตานีรอการกลับมาอีกครั้ง- สัญลักษณ์ ประการหนึ่งของกระทรวงกลาโหม คือหมู่ปืนใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่บริเวณด้านหน้าของกระทรวง  
 ปืนใหญ่เหล่านี้ล้วนมีประวัติความเป็นมาที่น่าศึกษา เพราะนอกจากจะเคยใช้เป็นอาวุธประจำกองทัพมาแต่โบราณแล้ว รายละเอียดเกี่ยวกับการสร้าง การใช้ในราชการ ตลอดจนลวดลายประจำปืนแต่ละกระบอก จัดว่าเป็นประติมากรรมที่มีความสวยงามยิ่ง  http://www.vcharkarn.com/uploads/13/13428.jpg
 http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:t1E64kSuyuEC_M:http://i22.photobucket.com/albums/b326/cokeyuth/ff885dd3.jpg&t=1


ปืนพญาตานีเป็นหนึ่งในหมู่ปืนดังกล่าว ซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ

เมื่อมีการพูดถึงปืนใหญ่แล้ว มักจะพูดถึงปืนพญาตานีเสมอ

ปืนกระบอกนี้จัดอยู่ในประเภทปืนทองซึ่งเป็นปืนที่มีค่ามากกว่าปืนเหล็ก

ซึ่งปืนพญาตานีหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีห่วงใหญ่สำหรับจับยก ๔ ห่วง ตอนท้ายลำกล้องมีเครื่องประกอบยาวยื่นออกไป ทำเป็นรูปสังข์หรือเขางอน

ที่เพลามีรูปราชสีห์สลักงดงาม เกลี้ยงไม่มีลวดลายประดับ

 

 

ใหญ่และยาวที่สุดในบรรดาปืนใหญ่ที่ตั้งไว้หน้ากระทรวงกลาโหม

กระบอกปืนจารึกว่า "พญาตานี"

 

http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/pastevent/past37.jpg

 

ดินบรรจุหนัก ๑๕ ชั่ง ตามหลักฐานเก่าแก่ ลำกล้องกว้าง ๑๑ นิ้ว ยาว ๓ วาศอกคืบ ๒ นิ้วกึ่ง กระสุน ๑๑ นิ้ว

ที่สำรวจใหม่วัดเส้นผ่าศูนย์กลางปากลำกล้องได้ ๒๔ เซนติเมตร ยาวตลอด ๖.๘๒ เมตร ขอบปากลำกล้องหนา ๑๐ เซนติเมตร

 

ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดปัตตานี

 


ปืน พญาตานีนี้มีอายุประมาณ ๔๐๐ ปี หล่อขึ้นที่จังหวัดปัตตานี นับเป็นมรดกล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของชาวปัตตานีมาแต่สมัยโบราณ

(โดยปัจจุบันกำหนดเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดปัตตานี)

กล่าวเช่นนี้แล้วหลายคนคงสงสัยว่า แล้วมาอยู่ตรงหน้ากระทรวงกลาโหมได้อย่างไร ?

 

http://www.vcharkarn.com/uploads/39/39585.jpg

 

เนื่องมาจากปี พ.ศ. ๒๓๒๘ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้า เป็นแม่ทัพเสด็จยกทัพไปปราบศึกพม่าซึ่งยกมาตีหัวเมืองภาคใต้ของไทย

ครั้นทรงชนะศึกแล้ว ได้ทรงปราบปรามหัวเมืองภาคใต้ ซึ่งมักกระด้างกระเดื่องคอยเอาใจออกห่างจากไทยไปเป็นอื่น

จึงโปรดให้ยกทัพไปปราบปรามจนมีชัยชนะ ได้ปืนใหญ่จากเมืองปัตตานีกลับมาถวายสมเด็จพระเชษฐาธิราช

โปรดเกล้าฯ ให้จารึกนามว่า "พญาตานี"

 

 


ประวัติความเป็นมาของปืน มีผู้เขียนไว้หลายฉบับ อาทิ หนังสือสยาเราะห์เมืองตานี ของนายหะยีหวันหะซัน กล่าวว่าปืนพญาตานีหล่อใน สมัยรายาอินทิราเจ้าเมืองปัตตานี เหตุที่หล่อขึ้นเนื่องจากมีพ่อค้าชาวจีนได้นำปืนและกระสุนปืนมาถวาย ทำให้เจ้าเมืองเกิดความละอายที่ไม่มีอาวุธปืนไว้สำหรับป้องกันบ้านเมืองเลย หลังจากนั้นจึงเรียกมุขมนตรีให้จัดหาช่างและทองเหลืองมาหล่อปืนให้ได้ภายใน ระยะเวลา ๓ ปี       http://www.nectec.or.th/oncc/province/pictures/s6/patta2-103-1-3.jpg  เมื่อได้ทองเหลืองพอที่จะหล่อปืนแล้ว รายาอินทิราได้ให้นายช่างชาวโรมันชื่อ อับดุลซามัค มาหล่อปืน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๓ ค่ำ เดือนรอมดอน ปีชวดนักษัตร์ ฮิจยาเราะห์ ๗๘ (ตัวเลขในต้นฉบับชำรุด) ได้ปืนใหญ่รวม ๓ กระบอก คือ สีรีนัครี โต๊ะโบะ และนางเลียว 

 http://203.172.208.244/web/stu01/site4_1/Images/c20.jpg

 

 ส่วนหนังสือประชุมพงศาวดารภาคพงศาวดารเมืองตานี เรียบเรียงโดยพระยาวิเชียรคิรี (ชม ณ สงขลา)

เป็นผู้เรียบเรียงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ กล่าวว่า

นางพญาปัตตานี ได้สั่งให้หล่อปืนทองเหลืองขึ้นมา ๓ กระบอก ช่างผู้หล่อปืนเป็นชาวจีน แซ่หลิม ชื่อเคี่ยม มีภรรยาเป็นชาวปัตตานี

จึงเข้ารีตนับถือศาสนาอิสลาม ชาวเมืองจึงเรียกว่า หลิมโต๊ะเคี่ยม

 

ตาม พงศาวดารเล่าว่า การหล่อปืน ๒ กระบอกแรกผ่านไปได้ด้วยดี

แต่ปืนกระบอกที่ ๓ เมื่อเร่งไฟสุมทองเหลืองแล้วกลับเทไม่ลงเบ้า หลิมโต๊ะเคี่ยมจึงตั้งพิธีบวงสรวงเทพยดาขอเอาร่างตนเป็นเครื่องเซ่นสังเวย

ในที่สุดหลิมโต๊ะเคี่ยมก็เททองเหลืองหล่อปืนใหญ่ได้สำเร็จ จึงอุทิศชีวิตของตนด้วยการเข้าไปยืนตรงปากกระบอกปืนดังกล่าว

แล้วสั่งให้คนยิง แรงระเบิดหอบเอาร่างหลิมโต๊ะเคี่ยมสูญหายไป 

 

 

 ส่วนหนังสือสยาเราะห์กรียาอันมลายูปัตตานี ซึ่ง นายอิบรอฮิม ชุกรี ชาวกลันตันเป็นผู้เขียน ความว่า

รายาบีรู หรือนางพญาบีรูเจ้าเมืองปัตตานีได้ปรึกษากับเสนาบดีผู้ใหญ่เพื่อหาอาวุธไว้ สำหรับปกป้องบ้านเมือง

ในที่สุดรายาบีรูเห็นว่าควรหล่อปืน เพราะปืนที่เคยซื้อจากชาวยุโรปได้ย้ายสถานีการค้าออกไปจากปัตตานี

ทำให้หา ซื้ออาวุธปืนใหญ่ได้ยาก จากนั้นมีนายช่างหล่อปืนเป็นชาวจีนชื่อ หลิมโต๊ะเคี่ยม รับอาสาหล่อปืนใหญ่

 

ข้อมูล จากทุกตำราไม่ได้ระบุว่า ปืนพญาตานีหล่อขึ้นในปีใดแน่ แต่หากดูจากทั้งสามตำราแล้ว

ช่วงเวลาในการหล่อปืนพญาตานีนั้นน่าจะอยู่ระหว่างปี พ.ศ. ๒๐๔๓-๒๑๖๗

 

 นอกจากนี้ยังสันนิษฐานว่า สถานที่ที่หล่อปืนใหญ่พญาตานี

น่าจะอยู่บริเวณ หมู่บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 

ซึ่งห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ประมาณ ๘ กิโลเมตร (อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากบริเวณมัสยิดกรือเซะ)

เพราะบริเวณดังกล่าวยังปรากฏเป็นบริเวณที่เตียนโล่งเป็นเนินสี่เหลี่ยม กว้างยาวประมาณ ๔ เมตร

ไม่มีต้นไม้หรือหญ้าขึ้นบนนั้น เพราะดินบริเวณนั้นถูกเผาสุกกลายเป็นอิฐไปหมด

และจะมีกร่อนตะกอนของเหล็กอยู่มาก รวมทั้งมีดินดำ ซึ่งมีลักษณะบ่งถึงลานกว้างที่หล่อปืนใหญ่

 

ด้วยปืนพญาตานีนับว่าเป็นเอกลักษณ์ของ "ปาตานีดารุสลาม" (เช่นเดียวกับกริชนับเป็นเอกลักษณ์ของอาณาจักรลังกาสุกะ)

แต่ปืนใหญ่ถูกนำสู่กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๘ นับมาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า ๒๐๐ ปี

ดังนั้นจึงเกิดการรวมตัวกันของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปัตตานีเพื่อเรียกร้องขอปืนพญาตานีกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิด

ภายใต้การนำของ ส.ส. พ.ต.เจ๊ะอิสมาแอ เจ๊ะมง ร่วมกับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มดำเนินเรื่องขอปืนคืนกลับมายังปัตตานี

มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ความเป็นจริงในสมัยหนึ่งเคยมีนโยบายจากรัฐบาลนำของมีค่าต่างๆ คืนถิ่น แต่นโยบายนี้ก็เงียบหายไป

 http://www.toplaza.com/adpics/17/4bbd67c0e4bece02ef93499a3.jpg

กริช อาวุธประจำกายชาวมลายูปัตตานี ในอดีต

 

จากการสัมภาษณ์ นายอิสมาอีล เบญจสมิทธิ์ เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๗ หนึ่งในผู้เข้าร่วมการดำเนินเรื่องขอคืนพญาตานี

อุสต๊ะอิสมาอีล เล่าให้ฟังว่า คนปัตตานีอยากได้ปืนพญาตานีของจริงคืนมายังปัตตานี

แต่ด้วยปืนพญาตานีขณะนี้เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หากมีการเคลื่อนย้ายปืนพญาตานีกลับไปอาจจะเป็นการผิดพระราชประสงค์ได้ 

 

เดือนตุลาคม ๒๕๔๕ คณะผู้ดำเนินเรื่องจึงประชุมหารือยื่นข้อเสนอขอพระบรมราชานุญาตหล่อจำลองปืน พญาตานีแทน

(แม้ว่าสำนึกของประชาชนชาวปัตตานีก็ยังอยากได้ปืนพญาตานีของจริงคืนมา)

กระทั่งเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้จำลองปืนใหญ่ได้ 

 

แต่ปัญหาในเรื่องปืนพญาตานีก็ยังไม่จบแค่ตรงนี้ 

จาก การสัมภาษณ์ความรู้สึกของชาวปัตตานีคนหนึ่งได้ให้ความเห็นตรงกันว่า

อยากให้ ปืนใหญ่พญาตานีที่ตั้งอยู่หน้ากระทรวงกลาโหมกลับมายังปัตตานี 

แต่เมื่อไม่สามารถนำปืนใหญ่กลับมาได้ก็อยากให้หล่อปืนที่ปัตตานี  ด้วยอยากมีส่วนร่วมในการจำลองปืนนี้

ชาวบ้านคนอื่นต้องการที่จะนำทองเหลืองมาช่วยในการหลอมปืนใหญ่จำลองเหมือน ครั้งในอดีต

แต่ไม่สามารถทำได้ ด้วย "ทางการ" บอกว่าหากนำปืนใหญ่มาหลอมที่ปัตตานีจะต้องลงทุนสูงมากซึ่ง "ทางการ" ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ 

 

ชาวปัตตานีต้องการให้หล่อปืนจำลองที่ ปัตตานีด้วยเหตุผล ๒ ประการ คือ

ถ้าหากหล่อปืนที่กรุงเทพฯ อาจมีการประกอบพิธีกรรมบางอย่างที่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม

ประการที่ ๒ คือชาวปัตตานีอยากมีส่วนร่วมในการหล่อปืน


และยังคงมีปัญหาว่าเมื่อนำปืนกลับมาแล้วจะไปวางไว้ที่ไหน จากการประชุมครั้งแรกมีสถานที่ ๓ แห่งที่ได้รับการเสนอเข้าที่ประชุม คือ

บริเวณใกล้มัสยิดกรือเซะ , สถานที่หล่อปืนในอดีต และที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

 

ใน ส่วนของเจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดซึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดประชุมความคืบ หน้าแต่ละครั้ง

ได้เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าโดยสังเขปว่า ขณะนี้ทางจังหวัดกำลังระดมทุนและจัดทำคำสั่งต่างๆ เพื่อหล่อปืนใหญ่จำลอง

การประชุมครั้งหลังสุดเมื่อต้นปี ๒๕๔๗  ได้ข้อสรุป ๓ เรื่องใหญ่ด้วยกัน คือ 

หนึ่ง ไม่ตั้งปืนใหญ่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

เรื่องที่ ๒ คือการหล่อปืนจะทำที่กรุงเทพฯ

เรื่องที่สาม ปืนที่จะนำมาตั้งที่ปัตตานีคือปืนใหญ่ที่จำลอง 

http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/24/images/web01_copy112.jpg

ชาวปัตตานีตื่นหลังพบ

'น้องปืนพญาตานี'

24 เมษายน 2549



พระยาพิทักษ์ธรรมสุนทร (ตนกูเดร์) อุปราชเมืองตานี

http://api.ning.com/files/GnBkzE99EgZpqIQIZpX7Tkui2kwth6Q6tEy2Ws-evKT5cTwXIUf5VdfLr*enoWajesvlIO*75Au0AMXb*tQkbf6WWfPuBOhx/pn_picture_imga5603.jpg

" วังเก่าปัตตานี "

(อยู้ใกล้บ้านผมเองครับ สังเกตลวดลายสถาปัตยกรรมจะเป็นลวดลายแบบจีน)

 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

(พ.ศ.2352-2367)

เกิดความไม่สงบบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาอภัยสงครามและพระยาสงขลา (เถี่ยนจ๋อง)

ผู้กำกับดูแลหัวเมืองมลายูแบ่งเมืองตานีออกเป็น 7 หัวเมือง

และแต่งตั้งให้พระยาเมืองเป็นผู้ปกครอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2359 เป็นต้นมา ได้แก่

1. เมืองปัตตานี ต่วนสุหลง เป็นเจ้าเมือง
2. เมืองยะหริ่ง นายพ่าย เป็นเจ้าเมือง
3. เมืองสาย นิเดะห์ เป็นเจ้าเมือง
4. เมืองหนองจิก ต่วนนิ เป็นเจ้าเมือง
5. เมืองระแงะ นิดะห์ เป็นเจ้าเมือง
6. เมืองรามันห์ ต่วนมันโซร์ เป็นเจ้าเมือง
7. เมืองยะลา ต่วนยาลอร์ เป็นเจ้าเมือง


(Ibrahim Syukri, 1985 : 61-62 ; ครองชัย หัตถา, 2451 : 140-142)

 http://www.sadoodta.com/files/imagecache/Preset2/thumbnail/cover-sadoodta_1454.jpg

http://www.nectec.or.th/oncc/province/pictures/s6/patta2-102-1-1.jpg

                  http://statics.atcloud.com/files/comments/105/1052939/images/1_original.jpg      

มัสยิดกรือเซะ 

(แต่เดิมในอดีตคือ "อิสตานา นีลัม" หรือ "พระราชวังพลอยไพลิน" )

http://images.picstation.multiply.com/image/2/photos/24/500x500/7/DSC01561.JPG?et=sTdHqlF2JzOthPCgEpXt1w&nmid=93798249

https://kljseg.bay.livefilestore.com/y1mHinIixisHeQ6BgSj3q5y_hBSLaz9uEQaniJRPhcNv0yd3B1JCQ6rE7HPnqkJbQwm6fYy1-qp1NANN1C_XeCD6oJRSZVH08KCG6wwo11JDcm_e_o5CoI0Dcc-qWw9sdVenWR9IKWCPw0bUSOfj_cW7g/_1_~3.JPG

 

 http://btgsf1.fsanook.com/album/files/jpg/225/1128699.jpg

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ( ปัจจุบัน )

http://www.nectec.or.th/oncc/province/pictures/s6/patta2-102-2-3.jpg

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ( อดีต )

http://www.wutkatefanclub.com/webboard/webboard/richedit/upload/2ke43258547e.jpg      

http://www.chaotainews.com/peace/images/article/2008/09-September/26-06/thumb/01.jpg               

                     

 4 รายา นครแห่งสันติ



ภาพสี่รายาแห่งปัตตานี รายาฮิเยา รายาบีรู รายาอุงงู รายากูนิง

ปัตตานีดารุสสลาม มีกษัตริย์ปกครองเมืองรวมถึงเก้าพระองค์ทรงสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์โกตามหลิ ฆัยแห่งเมืองลังกาสุกะเดิม

มีกษัตริย์ที่เป็นผู้ชาย 5 องค์ เรี่ยกว่า สุลต่าน และเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งคือกษัตริย์องค์ลำดับที่ 6 – 9 เป็นผู้หญิง

เรียกว่า "รายา" ซึ่งเป็นที่น่าทึ่งในความสามารถของกษัตริย์ที่เป็นผู้หญิงในการปกครองเมือง

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่รายาทั้งสี่ปกครองเมือง มีเหตุการณ์ต่างๆมากหมายที่เป็นความสามารถในการดูแลปกครองบ้านเมือง

ตลอดจน เรื่องราวแห่งความรักระหว่างกษัตริย์รายากูหนิงกับยังดีเปอรตูวันมูดอโอรส แห่งเมืองยะโฮร์ ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก 

 ลำดับกษัตริย์ครองเมืองที่เป็นรายา ได้แก่

รายาฮียา พ.ศ. 2127 – 2159

รายาบีรู พ.ศ. 2159 – 2166

รายาอูงู พ.ศ. 2166 – 2178

ทั้งสามองค์เป็นธิดาของสุลต่านบาร์ฮาดูร์ชาฮ์ กษัตริย์เมืองปัตตานีลำดับที่ 5 (พ.ศ.2216 – 2127)

รายากูนิง พ.ศ. 2178 – 2229

พระนางเป็นรายาและกษัตริย์องค์สุดท้ายของปัตตานีดารุสสลาม พระนางเป็นธิดาในรายาอูงู กับสุลต่านรัฐปาหัง


ภาพวาดเจ้าหญิงฮิยา  รูปวาดของพระนางรายาฮียาที่ชาวฮอลันดาวาดไว้

 


สุสานเจ้าหญิงฮียา 
พระนางฮียาในมุมมอง ชาวฮอลันดา
(ทรงครองราชย์ตรงกับสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ จนกระทั่งเข้าสู่สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม)

เอกสาร ของ ชาว ฮอลันดา ฉบับหนึ่ง ได้กล่าว ยกย่อง ถึง พระปรีชา สามารถ ในการ ปกครอง ของ พระนาง ฮียา ไว้ว่า
"ปัตตานี เป็น อาณาจักร โบราณ แต่อยู่ ในอำนาจ ของ สยาม เสมอมา ในเวลานี้ มี ผู้หญิง ปกครอง เป็นธิดา เมือง ปัตตานี องค์ที่ สิ้น พระชนม์ ไปตั้ง ๓๐ ปีแล้ว ถึงแม้ จะเป็น เมืองที่ ผู้หญิง ปกครอง การปกครอง ก็นับว่า ดีพอควร ชาวต่างประเทศ ไม่มี เรื่องที่ จะร้องถึง ความทุกข์ ลำบาก มีข้อ ที่ควร ร้องทุกข์ อยู่อย่างเดียว คือ เสียภาษีมาก เรือ ทุกลำ ซึ่งมา ที่นี่ ต้องเสีย ภาษี ถึง ๒,๐๐๐ เหรียญ สินค้า ทุกอย่าง ที่นำเข้า ต้องเสีย ภาษี ๕ หาบ สินค้า ที่นำออก ก็ต้อง เสียภาษี เช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ยังต้อง เสียของ กำนัล และ สินบน อีกมาก"  (เอกสาร ฉบับนี้ ลงปี ที่เขียน ตรงกับ ปี พ.ศ.๒๑๖๕) (ดูเรื่อง ความสัมพันธ์ กับ ต่างประเทศ สมัยอยุธยา หลวงวิจิตร วาทการ รวบรวม พิมพ์ ในงาน พระราชทาน เพลิงศพ นางธำรงนาวาสวัสดิ์)   

 

 

แบบจำลอง ปืนใหญ่นางพญาตานี

ในหนังเรื่อง

"ปืนใหญ่จอมสลัด"

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/4/43/Qol_poster.jpg/200px-Qol_poster.jpg

http://www.adintrend.com/scoop/images/0807/680queenoflung05.jpg



ฉากท้องพระโรงแห่งแคว้นลังกาสุกะ(แคว้นปัตตานี)

ในหนังเรื่องปืนใหญ่จอมสลัด

http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/movie/langka_p-ple.jpg

 คุณจารุณี สุขสวัสดิ์ ผู้รับบท รายาฮียา

ในหนังเรื่องปืนใหญ่จอมสลัด

 http://www.adintrend.com/scoop/images/0807/680queenoflung06.jpg

 

ปืนใหญ่” คือ จุดขายที่เพิ่มกระแสความดังให้   “ปืนใหญ่จอมสลัด”  ซึ่งเป็นการรวมสรรพปืนใหญ่ในเรื่อง ที่มีตั้งแต่ มหาปืนใหญ่...

ปืนใหญ่ที่แยกออกเป็น 2 กระบอก แล้วต่อเข้าไปเป็นปืนใหญ่ยักษ์ หรือ Super Gun ความยาวถึง 12 เมตร

สร้างโดย ยานีส บรี ชนิดปืนใหญ่ของโจรสลัดฮอลลีวู้ดกี่เรื่องก็ต้องสะดุดความใหญ่หมด และยังมี ปืนใหญ่มหาลาโล แบบยิงแล้วแตกออกเป็นหลายลูกย่อย

แบบลูกกระสุนดาวกระจายของปืนลูกซองอีก และที่สำคัญที่สุดคือ ปืนใหญ่ พญาตานี และ ศรีนคร เรียกว่า สุดอภิมหาอลังการ 

 

 

http://www.adintrend.com/scoop/images/0807/680queenoflung07.jpg

ประวัติความเป็นมา

“ปัตตานี” ในอดีต คือ “นครลังกาสุกะ”

เป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรฟูนันและเคยส่งราชทูตไปยังประเทศจีนในราว พ.ศ.1058 ซึ่งจัดว่ามีความรุ่งเรืองอย่างมากในยุคนั้น

สมัยสุโขทัยปัตตานีมีฐานะเป็นประเทศราช ส่งบรรณาการเป็นครั้งคราวและมีการปกครองเมืองโดยสตรีที่พ้นวัยมีบุตรแล้ว

ใน พ.ศ.2310 ปัตตานีสามารถแยกตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่อยุธยา

กระทั่ง พ.ศ.2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จปราบกองทัพพม่าจนหมดสิ้นไปจากแผ่นดินภาคใต้

พร้อมกับยึดปัตตานีคืนมาดังเดิม

ปัตตานีเป็นจังหวัดเล็ก ๆ หนึ่งในห้าของจังหวัดชายแดนภาคใต้ แฝงไว้ด้วยเสน่ห์นานาประการ ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาที่ควรค่าต่อการศึกษา

ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันล้ำเลิศหรือจะเป็นความงดงามตามธรรมชาติ สายธารน้ำตก

หาดทรายสีทองที่มีความยาวตลอดแนวชายฝั่งอ่าวไทยกว่า 170 กม.

และอัธยาศัยไมตรีอันงดงามของชาวปัตตานี ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งดึงดูดใจให้ผู้คนหลั่งไหลมาสู่จังหวัดปัตตานีอย่างสม่ำเสมอ

ปัตตานีเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่จัดตั้งในภาคใต้ตั้งอยู่ที่ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

 

 

"เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว"

 

ตำนานเจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยว เป็นตำนาน


เจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยว(ลิ้มกอเหนี่ยว)
เป็นครอบครัวจีนในมณฑลฮกเกี้ยนตระกูลหลิม

ชื่อกอเหนี่ยว มีพี่ชายชื่อหลิมเต้าเคียน (หลิมโต๊ะเคี่ยม)

พี่ชายโดนข้อหาว่า สมคบกับโจรสลัด จึงหนีออกจากเมือง

และอาศัยหลายแห่ง จนกระทั่งมาถึงปัตตานี

(บางแห่งเล่าว่านำเรือสำเภามาค้าขายแล้ว มาติดใจหลงไหลลูกสาวชาวตานี

และได้เข้ารีตนับถือศาสนาอิสลาม ได้ภรรยาเป็นเชื้อพระวงศ์ของเมืองปัตตานี

ได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าด่าน)

ฝ่ายหลิมกอเหนี่ยวน้องสาว ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายจึงได้ออกติดตาม
พร้อมตั้งปณิธานไว้ว่า

"หากพี่ ชายไม่กลับไปหามารดาตนเองก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกต่อไป"


 หลิมกอเหนี่ยวเดินทางมาถึงปัตตานี

ก็ได้บอกความประสงค์ที่ได้ติดตามมาให้พี่ชายทราบแต่ไร้ผล

เพราะพี่ชายไม่ยอมกลับ หลิมกอเหนี่ยวก็จนใจ จึงขอพักที่ปัตตานีชั่วคราว

เพื่อหาโอกาสอ้อนวอนให้พี่ชายกลับเมืองจีนให้จงได้

อยู่มาไม่นานเจ้าเมืองปัตตานีถึงแก่อนิจกรรม เกิดกบฏแย่งชิงอำนาจ

เพื่อความเป็นใหญ่ในเมือง หลิมโต๊ะเคี่ยมผู้ภักดีได้ร่วมต่อสู้

ด้วยความสามารถ หลิมกอเหนี่ยวจึงเข้าช่วยเหลือพี่ชายด้วย
ในที่สุดเห็นจะ สู้ไม่ได้ตัดสินใจทำอัตตวิบาตในขณะนั้น


อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า หลิมกอเหนี่ยวเสียใจที่อ้อนวอนพี่ชายให้กลับเมืองไม่สำเร็จสุดที่จะแบกความ อดสูใจกลับเมืองจีนคนเดียวได้

จึงผูกคอตายใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์

ก่อนตายนางเห็นว่าพี่ชายหลงใหล ศาสนาอิสลามมาก
ถึงกับเสียสละทรัพย์ส่วนตัวเพื่อสร้างมัสยิด(มัสยิดกรือเซะ)

จึงสาปแช่งว่าสุเหร่า(มัสยิดกรือเซะ)นั้นจะสร้างอย่างไรก็อย่าให้เสร็จ

และขอให้มีอันเป็นไป หลิมโต๊ะเคี่ยมได้จัดการปลงศพน้องสาว

ตามประเพณีอย่างสมเกียรติ ทำเป็นฮวงซุ้ยแบบจีนซึ่งปรากฏ อยู่จนทุกวันนี้

ที่หมู่บ้านกรือเซะอำเภอเมืองปัตตานี ริมถนนสายปัตตานี - นราธิวาส

ครั้นปราบกบฏราบคาบแล้ว กรมการเมืองผู้ใหญ่ จึงพร้อมใจกันยกบุตรี

ของเจ้าเมือง เป็นนางพญา ครองเมืองต่อจากบิดา
นางพญาได้มอบหมายให้หลิมโต๊ะเคี่ยม เป็นนายช่างควบคุมการก่อสร้างมัสยิด

โดยก่อด้วยอิฐมีจำนวน ๓ ห้อง มีเฉลียงโดยรอบ กว้าง ยาว ด้านละ ๕ วา

ฝาผนังเฉลียงมีลักษณะโค้งทั้งสี่ด้าน พื้นเฉลียงสูง ๒ เมตร
ขณะสร้างถึงคานบนจะสร้างโดมก็ปรากฏถูกอัสนีบาตทำลายเสียหาย ทั้ง ๓ ครั้ง
 สร้าง ความมหัศจรรย์ใจให้แก่หลิมโต๊ะเคี่ยมเป็นอย่างมาก จึงเลิกสร้าง

และมัสยิดนั้นก็ยังคงค้างคาอยู่จนบัดนี้แม้คนรุ่นหลังพยายามจะปฏิสังขรณ์หลายครั้ง แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นถือว่าเป็นมัสยิดอาถรรพ์

ปัจจุบันนี้อยู่ใกล้กับฮวงซุ้ยของเจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยว

นั่นก็คือ มัสยิด กรือเซะนั่นเอง ( จะสังเกตได้ว่าเป็นมัสยิดที่ไม่มีโดม เหมือนมัสยิดทั่วๆไป )

คติ/แนวคิด

ที่เล่ากันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ซึ่งปัจจุบันปรากฏหลักฐานตาม ตำนาน

คือ ฮวงซุ้ยเจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยว และมัสยิดกรือเซะที่สร้างไม่เสร็จ

ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพราะคำสาป ของเจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยวนั่นเอง
 และฮวงซุ้ยของเจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยวนั้น

เป็นที่เคารพนับถือของชาวไทยและชาวจีนทั่วไป

แต่บางแหล่งกล่าวไว้ว่า ที่มัสยิดกรือเซะไม่มีโดมหรือสร้างไม่เสร็จนั้น ไม่ใช่เพราะคำสาปของเจ้าแม่ฯ 

มัสยิดกรือเซะในอดีตคือพระราชวัง และได้ถูกเผาทำลายตอนที่ถูกกองทัพสยามบุกมาตีเมืองสำเร็จ

ในอดีตเมื่อมีการตีเมืองสำเร็จจะมีการเผาพระราชวัง หรือวัดวาอาราม ดังเช่นที่กองทัพพม่า ได้กระทำต่อสยาม ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
 

http://statics.atcloud.com/files/comments/105/1052916/images/1_original.jpg

" ฮวงซุ้ย เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว "

( อยู่ติด มัสยิดกรือเซะ )

http://www.sadoodta.com/files/imagecache/Preset2/thumbnail/cover-sadoodta_1450.jpg

 

 

http://www.playfc.com/www2/bbs/attachments/month_0907/09072814017c06105b1ca64919.jpg

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/oldcity/pat10.jpg



พระจีนคณานุรักษ์ (จูล้าย แซ่ตัน) ผู้ทำนุบำรุงศาลเจ้าเล่งจูเกียง

http://www.moohin.com/108tripsboon/s003/074c007/pic/074c007-p001.jpg

"ชุมชนเมืองจีนโบราณ"

( ตั้งอยู่บริเวณศาจเจ้าแม่ฯ )

http://www.bangkokbiznews.com/home/media/2009/05/28/images/news_img_46227_2.jpg

พิธีหามเกี้ยวเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ลุยน้ำ-ลุยไฟ

http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/E2656276/E2656276-2.jpg

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/711/711/images/lim-blog24.jpg

 http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/711/711/images/lim-blog25.jpg

 

 http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/695/18695/images/jaomae7647.jpg

http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2009/02/O7506004/O7506004-5.jpg

 

  วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) วัดราษฏร์ - หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

" วัดช้างให้ ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี "

http://siamnimit.com/OTHER%20PAGES/MUNK%20HISTORY/munk%20pic/munk%202.jpg

" หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด "

ประวัติหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ (เหยียบน้ำทะเลจืด) 

http://siamnimit.com/OTHER%20PAGES/MUNK%20HISTORY/MUNK%202.html

http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:z6_o5boI_dphmM:http://www.meelarphouse.com/me/Edit_900/IMG_0006.jpg&t=1

วัดช้างให้ ตั้งอยู่ที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี ตามตำนานกล่าวว่า

พระยาแก้มดำเจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้กับน้องสาว จึงได้เสี่ยงอธิฐาน ปล่อยช้างให้ออกเดินทางไปในป่า

โดยมีเจ้าเมืองและไพร่พลเดินติดตามไป จนมาถึงวันหนึ่ง ช้างได้หยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง แล้วร้องขึ้นสามครั้ง พระยาแก้มดำจึงได้ถือเป็นนิมิตที่ดี

จะใช้บริเวณนั้นสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบ พระยาแก้มคำจึงให้สร้างวัด ณ บริเวณดังกล่าวแทน แล้วให้ชื่อว่า วัดช้างให้

แล้วนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่ง ที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่านลังกา หรือ สมเด็จพะโคะ หรือ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก

http://www.dhammathai.org/watthai/south/pic/watchanghai1.jpg

ท่านได้เดินธุดงค์ไปมา ระหว่างเมืองไทรบุรีกับวัดช้างให้ และได้สั่งลูกศิษย์ไว้ว่า ถ้าท่านมรณะภาพ ขอให้นำศพไปทำการฌาปนกิจ ณ วัดช้างให้

ซึ่งเมื่อท่านมรณะภาพที่เมืองไทรบุรี ลูกศิษย์ก็ได้นำศพท่านมา ทำการฌาปนกิจที่วัดช้างให้ อัฐิของท่านส่วนหนึ่งฝังไว้ที่วัดช้างให้

อีกส่วนหนึ่งนำกลับไปเมืองไทรบุรี ต่อมาได้สร้างสถูปบรรจุอัฐิของท่านไว้ที่วัดช้างให้

   เมื่อปี พ.ศ. 2480 พระครูมนูญเจ้าอาวาสวัดพลานุภาพ เจ้าคณะตำบลทุ่งพลา ให้พระช่วงมาเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างให้

ท่านได้ชักชวนชาวบ้านมาแผ้วถางป่า สร้างกุฎิ ศาลาการเปรียญ พร้อมเสนาสนะอื่น ๆ จึงได้ชื่อว่า วัดราษฎร์บูรณะ

เจ้าอาวาสองค์ต่อ ๆ มาก็ได้บูรณะเพิ่มเติมวัดช้างให้ มาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน

วัดช้างให้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2500 และผูกพันธสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2501

http://www.212cafe.com/freewebboard/user_board/ink1567/picture/00009_8.jpg 

http://statics.atcloud.com/files/comments/81/811310/images/1_original.jpg

 

“เขตรั้วสีบลู”

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ( ม.อ. ปัตตานี )

 

สะพานเดชานุชิต

( สะพานข้ามแม่น้ำปัตตานี  ปัตตานีเป็นเมือง อกแตก )



“ริมแม่น้ำ กลางเมืองปัตตานี”

 

http://i88.servimg.com/u/f88/13/78/59/23/logo10.gif

ตั้งเมื่อ: 31 ส.ค. 10
กระทู้นี้ปิดไม่ให้แสดงความคิดเห็น
ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 20 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

เจ้าปกครองปัตตานี ทรงกลับมาแล้ว
ทรงนาม วัลตนกูนาศิรฺ บินวัลตนกูซุลฮัสซัน วัลตนกูซะมาร์
อยากรู้รายละเอียด โทร
080 5470855
เรียนสาย ตนกูมูฮัมหมัด

โดย: พระสหาย เจ้าราชวงศ์ลังกาสุกะ เขียนเมื่อ 26 ก.ย. 10 IP IP: 113.53.57.XXX
ความคิดเห็นที่ 18 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

กริชสวยดี อยากได้ๆ

โดย: Schnitzel เขียนเมื่อ 1 ก.ย. 10 IP IP: 115.87.47.XXX
ความคิดเห็นที่ 17 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

จะมาพัทลุง หรือ เลยมาปัตตานี ด้วยครับคุณซี ?

โดย: ก็องโต้@ยูไนเต็ด เขียนเมื่อ 1 ก.ย. 10 IP IP: 118.173.184.XXX
ความคิดเห็นที่ 16 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

..ขอบคุณมากครับคุณ ก็องโต้@ยูไนเต็ด....ผมกะว่าจะไปประมาณ วันนี่ 11-12 เดือนนี้ครับ...พอดีมีคนเอยู่ พัทลุง ค๊าออกบวช ก็ว่าจะเลยไปเที่ยวเลยครับ....แหะ ๆ

โดย: ซีsexฉ่าย เขียนเมื่อ 1 ก.ย. 10 IP IP: 180.183.5.XXX
ความคิดเห็นที่ 15 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

ถ้าไม่มีเหตุดังนี้
"ได้ทรงปราบปรามหัวเมืองภาคใต้
ซึ่งมักกระด้างกระเดื่องคอยเอาใจออก:-)งจากไทยไปเป็นอื่น "
พญาตานีอาจจะไม่จำเ็ป็นต้องเกิดและย้ายถิ่น
ถ้าไม่มีความขัดแย้งในผลประโยชน์ แง่บๆ

โดย: itoursab เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 115.87.175.XXX
ความคิดเห็นที่ 14 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

หาลิงค์มาให้แล้วครับ คุณซี

Http://www.thaifreetv.tv/tv/replay.php?c=3

- เลือกช่อง 3

- เลือกวันที่ 30 สิงหาคม 2553

- เลือกช่วงเวลา 4 ทุ่ม นะครับ ข่าวสามมิติ จะมาหลังละครหลังข่าวช่อง 3

โดย: ก็องโต้@ยูไนเต็ด เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 118.173.184.XXX
ความคิดเห็นที่ 13 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

ข้อมูลในกระทู้ โดนตัดอีกแล้ว

แอดมิน น่าจะมีการแจ้งเตือน เหมือนเวลาคอมเมนท์เกิน 100 ตัวอักษร นะครับ จะได้รู้

เสียดายข้อมูลที่โดนตัดไป กว่าจะรวบรวมมาได้ไม่ใช่แป้บๆ ( น้ำตาไหลเพราะเสียดาย ไม่ใช่ ขำน้ำตาเล็ด )

โดย: ก็องโต้@ยูไนเต็ด เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 118.173.184.XXX
ความคิดเห็นที่ 12 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

ส่วนคุณซี ถ้าอยากเห็นเมืองปัตตานีเป็นอย่างไร ลองไปหาดูทีวีย้อนหลัง ช่องสาม เมื่อคืนนะครับ ช่วงของ ข่าวสามมิติ นะครับ

คืนนี้ก็น่าจะมีนะ แต่ที่แน่ๆ คืนพรุ่งนี้มีแน่นอน เพราะคณะเดินเท้านำสันติภาพจาก ศาลายา สู่ ปัตตานี กำหนดจะเดินทางถึง มัสยิดกลางปัตตานี ในวันที่ 1 ก.ย. นี้ คุณ กิตติ และทีมข่าว สามมิติ ลงมาทำข่าวนี้โดยเฉพาะครับ

ถ้ามาจริงๆก็บอกล่วงหน้านะครับ เดี๋ยวจะพาไปนั่งทานอะไรอร่อยๆ และพาไปถ่ายรูปสถานที่สำคัญๆ ของจังหวัด ยินดีต้อนรับล่วงหน้าครับ

โดย: ก็องโต้@ยูไนเต็ด เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 118.173.184.XXX
ความคิดเห็นที่ 11 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

โทดทีครับลุง นั่งทำอยู่นาน ยศหล่นไปตัวนึง ลุงแอล แกเป็นลุงเพื่อนสนิทผมเหมือนกัน ตั้งแต่โดน ไทยฆ่าไทย ซื้อตัวไป เส้นทาง ทางการเมืองดับสนิท เลยครับ แกอยู่เขตสอง น่ะ ส่วนพ่อบุญธรรมแม่ผมอยู่ เขต 1 ดับทั้งคู่แล้วครับทางการเมือง เพราะโดนแบนไปพร้อม พรรค

แต่พ่อบุญธรรมแม่ผม แกยังมียทยาทอยู่เพราะแกเป็น อดีต ส.ส.หลายสมัย และยังเป็นเชื้อเจ้าเมืองด้วย ได้รับนามสกุลพระราชทาน "พิพิธภักดี" ลูกสาวคนที่รอง ได้เป็นมเหสี รัฐกลันตัน พระ :-)ของเราก็ทรงสเด็จไปร่วมงานด้วย

ทุกวันนี้แกยังมีบทบาทเยอะถึงแม้จะโดนแบน 5 ปี แต่ประชาชนในพื้นที่ยังเคารพศรัทธาแกอยู่ แต่ที่เค้าไม่เลือกแกไม่ใช่เพราะไม่เอาแก เค้าไม่เอาพรรค อันวาร์ สาและ มาจากไหนไม่รู้ เข้ามาแทนแกใน ปชป. ปีแรกได้เป็น ส.ส. เลย

ปัจจุบัน แกก็ดำรงตำแหน่งเป็น ประธานบอร์ดบริหาร ของห้างปัตตานีเพลซ

ส่วนลุงแอล นี่หายไปเลยครับ ไม่ได้ข่าวคราวเลย ไว้ถ้าเจอเพื่อนผม จะถามให้นะลุง อยากได้เบอร์ลุงแอล ป่าวครับ ?

โดย: ก็องโต้@ยูไนเต็ด เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 118.173.184.XXX
ความคิดเห็นที่ 10 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

เปิดช่อง 3 ดูข่าวสามมิติ นะครับ คุณซีฯ

ตอนนี้คุณกิตติ อยู่ปัตตานี เมื่อคืนก็อยู่ที่มัสยิดกลาง

เดี๋ยวมาคุยด้วยต่อครับ ขอตัวไปแก้บวชก่อน

วัสลาม ครับ

โดย: ก็องโต้@ยูไนเต็ด เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 118.173.184.XXX
ความคิดเห็นที่ 9 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

พออ่านจบ แสบตาเรยยยย

แต่ก็ชอบนะ ...

โดย: ผ่านมาบ่อยๆ เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 125.26.20.XXX
ความคิดเห็นที่ 8 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

โดย: LeesawBoom999 เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 78.50.212.XXX
ความคิดเห็นที่ 7 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

...ผมอยากลงไปถึง " ปัตตานี " หลายครั้งแล้วนะครับคุณ... ก็องโต้@ยูไนเต็ด พอจะตัดสินใจไปที...มีเรื่องอีกและ....ทหารดักอีก

...ไม่ทราบว่าตอนนี้ เป็นอย่างไรบ้างครับคุณ... ก็องโต้@ยูไนเต็ด...ผมกะจะลงไปที่พัทลุง แล้วเลยไปที่สงขลา...ลงไปที่ปัตตานี....สะดวกไม๊ครับคุณ ก็องโต้@ยูไนเต็ด ถนนหนทางและความปลอดภัย...?

โดย: ซีsexฉ่าย1 เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 180.183.5.XXX
ความคิดเห็นที่ 6 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

........มาเป็นชุดยาวเลยนะหมอก อะไรที่ลุงไม่รู้ก็ได้รู้จากบทความนี้

ขอแก้นิดเดียวเรื่องยศของเจ๊ะอิสมาแอล เจ๊ะโมง เขาเป็นรุ่นน้องลุงเองที่พลศึกษา สนามกีฬาแห่งชาติ
ยศครั้งสุดท้ายของเขาก่อนลาออกมาสมัครผู้แทนก็คือ พ.ต.ท. ครับ เป็น สส.หลายสมัย

โดย: ลุงป.6 เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 118.172.113.XXX
ความคิดเห็นที่ 5 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

เสียดายที่เขาเอาปืนมาตากแดดตากฝน

ทำไมตามพิพิธภัณฑ์ แหล่งสำคัญต่างๆของไทย

เขาชอบเอาของเก่าแก่มาตากแดดฝนนะ

ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป(เก่า) หลักจารึก(แท้)

และปืนใหญ่หน้ากลาโหมนี้ รู้เปล่าว่าเดี๋ยวเจอแดด

เดี๋ยวเจอฝนจะทำให้รายละเอียดหรือตัวปืนเสียหาย

น่าจะทำของจำลองมาวางแล้วเอาของแท้ไปเก็บ

ในห้องรักษาให้ดีเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

เคยอ่านกระทู้ปืนใหญ่ในห้องสมุดเว็บพันทิป

โอ้โห มาแบบละเอียดยิบทำให้ทราบประวัติ

และรู้ว่าในอินเดียมีปืนไทยโบราณอยู่ด้วย

สันนิษฐานกันว่าเป็นปืนสมัยอยุธยา พม่าเอาไป

แล้วอังกฤษขนไปอินเดียตอนล่าอาณานิคม

โดย: น้องแหมบทิพย์(เจ้าของรางวัลขวัญใจช่างลาบ,ชุดประจำชาติหน้า) เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 125.27.53.XXX
ความคิดเห็นที่ 4 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

อยากให้ปืนใหญ่กลับมาตั้งที่บ้านเกิด

โดย: เด็กตานี เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 118.173.189.XXX
ความคิดเห็นที่ 3 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

ติดตามผลงานพี่อยู่นะ Illuminati หายไปเลย

โดย: FC ก็องโต้ เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 10.17.141.XXX
ความคิดเห็นที่ 2 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

สุดยอดเลยพี่ เมื่อคืนดูปัตตานี ทางช่อง 3 ด้วย ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เป็นข่าวเลย กลางคืนเมืองสวยงามน่าอยู่มาก ถ้าไม่มีเหตุการณ์คงจะดีมาก น่าเที่ยวมากเลย ขอบคุณสำหรับข้อมูลแน่นไปด้วยสาระและความรู้ +ให้ 100 เลย

โดย: FC ก็องโต้ เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 10.17.141.XXX
ความคิดเห็นที่ 1 : ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่คู่บ้านคู่เมือง (ปัตตานี) อาณาจักรลังกาสุกะ
avatar

ข้อมูลแน่นจริงๆ ขอบคุณนะคะ

โดย: qvpop เขียนเมื่อ 31 ส.ค. 10 IP IP: 223.207.176.XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111