ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=- หมวด » ชีวิต ความรัก สุขภาพ » ไลฟ์สไตล์ » ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับหลวงพ่อคูณที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็เหมือนกับหลายๆครั้งที่ผ่านมาที่แพทย์ระบุว่าท่านป่วยเป็น"ติดเชื้อในกระแสเลือด" จากการนั่งคุยกับคนรู้จักที่ไม่ใช่หมอ บางคนสงสัยว่าแค่ติดเชื้อในกระแสเลือดจะเป็นอะไรกันถึงกับต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
ที่ผู้ถามถามเช่นนี้เนื่องจากเห็นว่ารักษากี่ครั้ง ท่านก็หายป่วยในเวลาไม่นานแล้วก็กลับวัดได้ รวมทั้งครั้งก่อนนี้เมื่อเดือนธันวาคม ท่านเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล ... จากนั้นเมื่อต้นเดือนมกราคม ยังเห็นในข่าวที่คุณสมัคร สุนทรเวช ไปพบหลวงพ่อคูณ ท่านก็ยังดูดีๆอยู่ ... ดังนั้นทำให้คนหลายคนสงสัยกันว่าตกลงแล้ว ภาวะนี้มันเป็นอย่างไรกัน

ภาษาและคำจำกัดความ
คำว่าติดเชื้อในกระแสเลือดนั้น ในภาษาไทยฟังดูธรรมดามาก เพราะว่าคนเราไม่ว่าจะป่วยเป็นหวัด ไอ เจ็บคอ หรือแม้แต่แค่แปรงฟัน ก็สามารถตรวจพบเชื้อโรคอยู่ในกระแสเลือดได้ หลายคนเป็นไข้ไปเจาะเลือด พอผลเลือดออกมาแพทย์ก็บอกว่ามีการติดเชื้อ
ฟังๆดูแล้วจึงทำให้คำๆนี้ดูเหมือนไม่มีอะไร
แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อน เนื่องจากถ้าหากดูจากที่มาของคำๆนี้ จะพบว่าเป็นการแปลงมาจากภาษาอังกฤษ
ในทางการแพทย์ การติดเชื้อมีแบ่งระดับความรุนแรงคร่าวๆดังนี้ครับ
1. Infection หมายถึง การติดเชื้อที่ตำแหน่งบางตำแหน่งของร่างกาย จะมีไข้หรือไม่ก็ได้
2. Bacteremia หมายถึง การตรวจพบเชื้อที่ยังมีชีวิตในร่างกาย จะเกิดจากการที่เชื้อพลัดเข้าไปในร่างกายเฉยๆโดยยังไม่ติดเชื้อก็ได้
3. SIRS หมายถึง การตรวจพบลักษณะการอักเสบขึ้นภายในร่างกายจากเหตุต่างๆ อาจจะเกิดจากติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อก็ได้
4. Sepsis หมายถึง การตรวจพบลักษณะการอักเสบขึ้นภายในร่างกายที่เกิดจากการติดเชื้อ (หรือ SIRS + ตรวจพบการติดเชื้อ)
5. Septic shock หมายถึง ผู้ที่มีภาวะอักเสบจากการติดเชื้อ แถมพกด้วยความดันเลือดต่ำ (Sepsis + ความดันต่ำ)
6. MODS หมายถึง หมายถึงผู้ที่เป็น Septic shock แล้วเกิดภาวะล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ เช่นไตวาย ตับวาย น้ำท่วมปอด หัวใจไม่ค่อยบีบตัว

หากนับกันจริงๆ การจะบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด น่าจะหมายถึง3ข้อหลัง แต่ในทางปฏิบัติก็ยังสามารถพบว่าบางคนรวมเอาข้อ1-3เข้ามาด้วยทั้งที่ไม่น่าจะรวมเข้ามา
หากย้อนถามกลับว่าทำไมต้องซีเรียสกับการเรียกชื่อเหล่านี้ด้วย ก็ต้องบอกว่า เพราะอัตราการตายนั้นแตกต่างกันอย่างมากมายมหาศาลครับ!
ยกเป็นตัวอย่างง่ายๆครับ เล็บขบ มีหนอง ... ส่วนมากกินยาก็หาย แทบจะไม่เห็นใครตายจากเล็บขบเลย
แต่ในรายที่เล็บขบที่ว่านี้รุนแรงขึ้นกลายไปเป็นSeptic shock ... อัตราการตายจะเพิ่มเป็น35-45% โดยที่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ (อย่างเต็มที่นี้หมายถึงมีแต้มต่อให้อยู่ในรพ.เอกชน มีหมอเฉพาะทางสาขา และมีเงินไม่อั้น)
บอกว่า35-45%อย่าเห็นว่าไม่มากนะครับ เพราะปัจจุบันมีไม่กี่โรคที่จะมีอัตราตายที่สูงขนาดนี้ (การผ่าตัดไส้ติ่งแตกในอเมริกายังมีอัตราการตายที่2-5% อัตราการตายที่มากกว่า1%ก็ถือว่ามากแล้วนะครับ)
ส่วนMODSไม่กล่าวถึงครับเพราะกลุ่มนี้อัตราการตายสูงกว่าSeptic shockเป็นเท่าทวี

อะไรที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด
เราได้รู้กันแล้วว่า "ติดเชื้อในกระแสเลือด" จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ทีนี้มาดูกันครับว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดความ "เสี่ยง"ต่อการเกิดติดเชื้อในกระแสเลือดกันบ้าง

- "เชื้อ"
เชื้อโรคที่จะก่อการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ส่วนใหญ่ก็คือเชื้อที่เรียกว่า แบคทีเรีย (แม้ว่าเชื้อราหรือพยาธิจะก่อเรื่องได้ แต่ก็น้อยมาก) ซึ่งเชื้อแบคทีเรียที่จะทำอย่างนี้ได้ มักจะเป็นเชื้อในกลุ่ม"แกรมลบ" เนื่องจากเชื้อเหล่านี้มีสารที่สามารถกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบได้มาก
- ชนิดเชื้อ ถ้าเชื้อเป็นชนิดแกรมลบ ก็มีโอกาสเกิดได้มากกว่าเชื้อชนิดบวก
- จำนวนเชื้อ ถ้ามีมาก หรือมีจนเกิดหนองโอกาสที่จะเกิดติดเชื้อในกระแสเลือดก็เพิ่มขึ้น
- การดื้อยา ถ้าเชื้อดื้อยาก็ทำให้ยาที่ให้ไม่ได้ผล โอกาสก็เพิ่มขึ้นไปอีก

- "ปัจจัยทางร่างกายของผู้ป่วย"
โดยรวมคือ ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เชื้อก็ก่อเรื่องได้มากขึ้น
- ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เบาหวาน ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่กินยาที่มีสเตียรอยด์(ไม่ว่าจะเพื่อการรักษา หรือที่ผสมในยาโบราณยาชุด) ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่ดื่มสุราบ่อย
- ผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากระบบภูมิคุ้มกันก็เริ่มจะเสื่อมถอยลง ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องสูงอายุจนผมขาวโพลนครับ แค่อายุสัก40กว่าๆถึง50ปี ก็เริ่มจะไม่ค่อยดีแล้ว
- มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อบ่อยๆ เช่น ผู้ที่ใส่สายบางอย่างไว้ในตัวเช่นท่อปัสสาวะก็เสี่ยงที่เชื้อจะไปเกาะตามสายแล้วหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของร่างกาย หรือผู้ป่วยที่ต้องนอนนานๆ ก็เสี่ยงต่อการเกิดแผลติดเชื้อกดทับ และการสำลักอาหารติดเชื้อในปอด

- "เวลา"
ถ้าหากปล่อยให้เชื้อโรคอยู่ในร่างกายยิ่งนานเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดติดเชื้อในกระแสเลือดมากขึ้นครับ ดังนั้นในแง่การดูแลรักษา แพทย์จึงมักทำการรักษาการติดเชื้อต่างๆโดยหวังจะให้เกิดการหายให้เร็วที่สุด
ถ้าหากผู้ป่วยมีส่วนที่เป็นแหล่งก่อเชื้อเป็นฝีเป็นหนอง แพทย์ก็มักจัดการเจาะระบายหนองออก ไม่รอให้กินยาจนหายเอง(นอกจากจะมีเหตุผลอื่นๆเช่นกลัวแผลเป็น)
ส่วนมากแล้วปัญหาเงื่อนไขเวลามักจะไม่ได้เกิดเวลามานอนในโรงพยาบาลเท่าไหร่ครับ เพราะว่าถ้าอยู่ในโรงพยาบาล แพทย์ก็สามารถติดตามและทำการปรับเปลี่ยนยาตามลักษณะอาการและการตอบสนองต่อยาได้ ปัยหาเรื่องเวลาจึงมักจะเกิดกับผู้ที่ไม่ได้นอนโรงพยาบาลมากกว่า ... เช่นผู้ที่รับยากลับบ้านแล้วไม่ได้มาตรวจซ้ำ หรือผู้ที่ปล่อยให้มีอาการป่วยโดยที่ไม่ได้มารพ.

การป้องกันและรักษา
การป้องกันก็คือจัดการป้องกันคนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไม่ให้เขาติดเชื้อ หากใครก็ตามมีการติดเชื้อก็ต้องรักษาให้การติดเชื้อนั้นหายให้เร็วที่สุด
หากป้องกันไม่ได้ การติดเชื้อนั้นลุกลามกลายเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือด หลักการรักษาการติดเชื้อในกระแสเลือดนั้นก็ง่ายมากครับ หาเชื้อให้เจอ แล้วถล่มเชื้อด้วยยา แล้วก็รอเวลา .....
ที่บอกว่าง่ายนั้นคือ"หลักการ"ครับ เพราะหลักการพวกนี้แพทย์ที่ยังทำการปฏิบัติงานรักษาคนไข้จริงๆอยู่รู้กันทุกคนอยู่แล้ว
แต่ปัญหาจริงๆนอกตำรามันมีอีกเยอะครับที่ทำให้มันไม่ง่ายอย่างที่ว่าไว้

ปัญหาในชีวิตจริงที่ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องสยองขวัญทางการแพทย์
ปัญหาที่ผมเชื่อว่าจะต้องพบคือ หากไปเปิดดูประวัติผู้ป่วยที่เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด บางครั้งจะเกิดความรู้สึกว่าเราน่าจะป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยรายนี้เกิดติดเชื้อในกระแสเลือดได้ หรือ เราน่าจะป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยรายนี้ตายได้นะ
หากไปดูย้อนหลังการรักษา จะเกิดคำถามว่า ทำไมไม่ได้ทำอันนั้น ทำไมไม่ได้ทำอันนี้ ทำไมไม่ได้เจาะเลือด ทำไมไม่ให้ยาที่แรงกว่านี้ ทำไมอาการแย่เร็วจัง
ร้ายไปกว่านั้น บุคลากรทางการแพทย์บางคนที่อาจจะไม่มีประสบการณ์ หรือไม่ได้รู้ข้อมูลบางอย่าง อาจจะวิจารณ์"ย้อนหลัง"ในเรื่องการรักษา (อ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง Second opinionหรือความเห็นที่สองครับ)

สมัยก่อนตอนเรียนผมยังเข้าใจว่าการรักษานี้ง่าย .... ซึ่งจริงๆก็ถูกครับ
การรักษาการติดเชื้อในกระแสเลือดง่าย เพราะว่าถ้าเป็นแล้วการรักษามันมีแนวทางเดียวครับ เปิดหนังสือตามได้เลย .... แต่เมื่อรักษาเต็มที่แล้วจะรอดไม่รอดขึ้นกับดวง! (แถมพกด้วยว่า การรักษาอย่างเต็มที่ตามตำรานั้น ในชีวิตจริงมีโรงพยาบาลไม่กี่แห่งที่สามารถทำได้)
และที่สุดของที่สุดแล้ว ความยากที่แท้จริงคือ เราจะรู้ได้ยังไงว่าคนคนนี้จะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด !!!
จำได้ไหมครับ หลวงพ่อคูณท่านยังออกทีวีดูดีๆอยู่เลยแท้ๆ แล้วไม่กี่วันต่อมาท่านก็ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด!
กรณีที่เร็วที่สุดที่ผมเคยเจอเป็นสมัยที่เรียนอยู่คือ ผู้ป่วยมีไข้มารพ.ยังหาตำแหน่งการติดเชื้อไม่เจอก็เจาะเลือดตรวจเพาะเชื้อ ตอนเจ็ดเช้ามีไข้ต่ำๆ ตอนเช้าผมยังพูดยังคุยอยู่ ... บ่ายโมงมีเรียนก็ลงไป พอขึ้นมาบ่ายสามโมง ถึงกับงงเพราะผุ้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงไม่รู้สึกตัวไปแล้ว และก็เสียชีวิตไปในเวลาไม่ถึง24ชั่วโมง
ผลเพาะเชื้อกลับมาหลังจากนั้น2-3วัน เท่าที่จำได้ แพทย์รุ่นพี่ได้ให้ยาที่ครอบคลุมและใช้ได้ผลกับเชื้อนี้ไปแล้วตั้งแต่แรก!!!

อะไรกันที่ทำให้เรื่องนี้ยาก?
ย้อนกลับไปดูปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด แล้วย้อนกลับมาดูกันครับ

- "เชื้อ"
โดยทั่วไปแล้วเชื้อโรคจะไม่ฆ่าเจ้าของร่างกายเร็วไปนัก เพราะการติดเชื้อก็คือการขยายเผ่าพันธุ์ของเชื้อโรค ถ้าเราตายเร็วไปเชื้อก็อดแพร่พันธุ์ แต่ก็มีเชื้อบางชนิดที่หากไปเจอกับร่างกายที่ไม่แข็งแรงก็สามารถก่ออาการที่รุนแรงรวดเร็วได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการดื้อยาของเชื้อ ซึ่งถ้าเชื้อดื้อยา การรักษาให้หายก็จะช้าลงและเพิ่มโอกาสเกิดการกระจายในกระแสเลือดได้

- "เวลา"
ที่เจอได้บ่อยมากคือ การป่วยแล้วไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยบางรายป่วยมาเป็นสัปดาห์ กว่าจะพามาก็รอจนกระทั่งสลบไม่รู้สึกตัว(ติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรง)
ถ้าพามาตอนที่ป่วยไม่มาก ก็ไม่น่าตาย ... แต่พอมาตอนที่หนักขนาดไม่รู้สึกตัวไปแล้ว ความดันต่ำ กลุ่มนี้โอกาสตายก็มากกว่ามาก
ปัญหานี้แก้ไม่ตกครับ เพราะเป็นปัญหาเรื่องความตระหนักและความรู้ของบุคคลนั้นๆและคนรอบข้าง
เอาเป็นว่าถ้าหากไม่สบายวันสองวันไม่หาย ไปหาแพทย์หน่อยก็ดีครับ รู้แม้แต่รักษาไปแล้วไม่ดีขึ้น ก็กลับไปหาแพทย์อีกสักรอบสองรอบก็ดี

-"ปัจจัยทางร่างกายของผู้ป่วย"
ปัญหานี้คือเรื่องที่หนักหนาและยากเย็นที่สุดในการวินิจฉัยหรือป้องกันการติดเชื้อครับ และผมเชื่อว่าจะเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดการฟ้องร้องมากที่สุดเรื่องนึงในอนาคต

คนที่ร่างกายแข็งแรงดี โอกาสเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจะต่ำ เวลามีการติดเชื้อก็จะไปหาหมอด้วยอาการไข้สูงหนาวสั่น เจาะเลือดแล้วเม็ดเลือดขาวก็จะสูง หัวใจเต้นเร็ว ... แถมเวลารักษาก็มักจะได้ผลดี
แต่อย่างที่ได้กล่าวข้างต้นครับ ว่าคนที่จะเป็นมักจะมีภูมิคุ้มกันต่ำหรือสูงอายุ
ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีความผิดปกติของร่างกายอยู่บ้างแล้ว เช่นระบบการทำงานของไตและหัวใจไม่ค่อยดี ซึ่งเป็นปัญหาว่าพอไตและหัวใจไม่ดี รักษาไปดีเพียงใดร่างกายจะไม่ตอบสนองต่อการรักษาเท่าไหร่
นอกจากจะติดเชื้อในกระแสเลือดได้ง่ายแล้ว ยังมีความพิเศษอย่างนึงคือ ตรวจพบยาก
บางครั้งไม่มีไข้ ไม่มีอาการอะไรนัก แถมพอเจาะเลือดไปแล้วเม็ดเลือดขาวปกติเสียอีก!
เช่นที่ผมเคยเจอ ผู้ป่วยวัยกลางคนเป็นเบาหวานความดันสูงมารพ.ด้วยอาการมึนๆงงๆ ปฏิเสธว่าไม่มีไข้เลย ชีพจรเร็วเล็กน้อย ความดันต่ำกว่าปกตินิดหน่อย ตรวจเลือดแล้วพบว่าเม็ดเลือดขาวสูงมาก ตรวจปัสสาวะก็เจอเชื้อโรคและเม็ดเลือดขาวไม่มากซึ่งก็เป็นปกติในคนเป็นเบาหวาน ผมก็เลยให้นอนดูอาการ(ซึ่งทีแรกญาติและผู้ป่วยไม่อยากให้นอนโรงพยาบาลเพราะไม่มีอาการอะไร) และตัดสินใจให้ยาฆ่าเชื้อไปก่อน(มาย้อนดูทีหลัง ตามหลักวิชาการก็ไม่น่าให้) แต่พอนอนได้ไม่กี่ชั่วโมงไข้ก็พุ่งขึ้น ตามมาติดๆด้วยความดันตกอย่างรุนแรง ต้องรีบทำการช่วยโดยด่วน!!!
ยังถือว่าโชคดีที่ผู้ป่วยรายนี้ยังพอมีอาการของความดันต่ำเล็กน้อย มีชีพจรเร็ว และตรวจเลือดแล้วผิดปกติ
แต่ผู้ป่วยหลายรายที่โชคไม่ดี! มีแต่อาการซึ่งไม่จำเพาะเลย แต่ตรวจทุกอย่างแล้วปกติ! บางรายมาด้วยอาการมึนงงเฉยๆ บางคนมาด้วยอาการรู้สึกใจคอไม่ดี ไม่มีอาการอื่นใดทั้งนั้น ตรวจเลือดเอกซ์เรย์ปัสสาวะก็ปกติ ซึ่งที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ทำให้มีอาการของการติดเชื้อน้อยมากเกินกว่าที่จะตรวจพบได้
หรือแม้นว่าแพทย์มีหูตาที่เฉียบไว บางครั้งให้ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลให้ยาเต็มที่แล้วอาการดูดีๆพูดคุยได้แต่วันต่อมาเกิดติดเชื้อในกระแสเลือด ก็เป็นสิ่งที่พบเจอได้เรื่อยๆครับ

ปัญหานี้เลยเป็นอีกประเด็นนึงที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้รักษาและญาติผู้ป่วยครับ เพราะผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ดีที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือด มักจะมีอาการที่ดีถึงดีมากไม่มีทีท่าว่าจะเสียชีวิตได้เลย ทำให้มักเกิดความสงสัยว่าจะเกิดความผิดพลาดในการรักษา
ร้ายไปกว่านั้นคือไม่แค่ญาติที่เข้าใจผิด บางครั้งแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์เองยังเข้าใจผิดหากได้รับข้อมูลไม่ครบหรือความรู้และประสบการณ์ไม่มากพอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง Second opinionหรือความเห็นที่สองครับ)

ทิ้งท้าย
ตามที่ได้เล่ามาแล้วว่าการติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นภาวะที่รุนแรงและน่ากลัว และมีอัตราการตายที่สูงมากแม้ว่าจะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ สิ่งที่เราๆท่านๆอาจจะป้องกันได้ก็ยังพอมีบ้าง คือการระวังรักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงที่สุด หากป่วยหรือรู้สึกว่าผิดปกติก็ควรจะต้องระมัดระวังไว้ ที่สำคัญ ดูแลคนที่ใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบุคคลเหล่านั้นมีโรคประจำตัวหรือภาวะเสี่ยง
ขอให้โชคดีครับ

รูป หมอแมว
โดย: หมอแมว
ตั้งเมื่อ: 21 ม.ค. 08
แท็ก:

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-

ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 65 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
Thank you DR. for have this symptom of health for us to read and learn about it.
My father past away of this symptom, because he has a tooth ache.
I hardly to belive that tooth Ache killed my father. I live soo far away from my father. I din''t have any chance to see and take care of my father. only talked on the phone with my mother and my sister that my father was in ICU. And he past away in 4 day after he has a sergerry his tooth. I arrivde to my hometown with tears. I sill miss my father and want to talk to my farther. I want to buy him a picup Car. That what he want if he still have a life.

And I''m so sorry to number 30 I understand. I''m sorry , I can''t write in Thai letter.
โดย: _nna เขียนเมื่อ 22 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 64 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ZZzzzzz..อายไรกัน..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................-.-
โดย: dolly054 เขียนเมื่อ 22 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 63 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ก็เสียใจด้วยกับเรื่องน้องชายคุณครับ คุณลูกเกดคหที่ 49-50 ผมเองก็ไม่รู้เจตนาของหมอคนนั้นเหมือนกัน ว่าทำไมถึงพูดออกมาแบบนั้น แต่ก็ยอมรับว่าเป็นคำพูดที่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก

แต่อยากทราบนิดนึงว่า น้องชายของคุณพิการจากอะไรหรือครับ
โดย: rfgg เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 62 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ขอขยายความข้างล่างนิดนึงนะคะ ดิฉันไม่ได้บอกว่าหมอไม่พยายามรักษานะคะ หมอดีดีมีอีกเยอะ โรคบางโรคมันก็รักษาไม่ได้จริงๆ ตามภาวะของมัน

แต่หมอที่ดิฉันเจอคืดบอกกับดิฉันและแม่ว่า

เอ่อ ขอบอกก่อนค่ะ ว่าน้องดิฉันพิการ หมอบอกว่าจะรักษาต่อเหรอ ถ้ารักษาต่อ หายเป็นปกติ ก็พิการอย่างนี้ ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่คนปกติ ถ้าหายก็สามารถทำอะไรได้

ดิฉันอยากถามว่าคุณหมอคนนั้มีสิทธิ์อะไรที่จะไม่รักษาน้องชายดิฉัน เพียงเพราะน้องชายพิการ

คุณหมอ ยังบอว่าจะให้นอนอยู่โรงพยาบาลนี่เหรอ ทำไมไม่เอากลับไปบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่า นอนที่นี่ก็เปล่าประโยชน์ เปลืองเตียง

อยากถามว่า หมอมีสิทธิ์อะไรพูดอย่างนี้ คุณพยาบาล ยังเข้ามาบอกว่า คนไข้มีสิทธิ์นอนที่โรงพยาบาล จนกว่าจะเสียชีวิต

คุณหมอ คุยกับแม่ตอนเช้าเรื่องการทำการักษาต่อหรือไม่ แม่ตอบว่าต้องรอถามพ่อ ซึ่งจะมาตอนเย็นก่อน เพราะเป็นลูกรักของพ่อ

พอพ่อเข้ามาตอนเย็น พ่อซึ่งยังทำใจไม่ได้ก็บอกว่าอยากให้รักษาต่อไป ยังงัยก็ลูก คุณหมอคนเดิมเข้ามา แล้วก็พูดว่า อะไรกันเนี่ย เมื่อเช้าพูดกันเข้าใจแล้วนี่ ทำไมมาตอนนี
โดย: กระต๊อบน้อย เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 61 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ขอบคุณ คุณหมอแมวที่นำสาระดีๆ มาฝากค่ะ

...อ้าว อ้าว อ้าว...
โดย: จูกัดเหลียง เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 60 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ขอบคุณคุณหมอครับ

น่ากลัวจัง คุณหมอปลงกับชีวิตยังเนี่ย.... เห็นความตายบ่อยขนาดนี้
โดย: สมัญตาจักษุ เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 59 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ขอบคุณคุณหมอมาก ๆ ครับ
โดย: หมอหมูหมู เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 58 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ขอบคุณหมอแมวที่นำสิ่งดีๆมาสู่สังคมเสมอๆครับ
โดย: ........... เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 57 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ขอบคุณแพทย์ผู้อยากระบาย นะครับที่ช่วยเสริมความเข้าใจ ตรงส่วนที่ผมอาจจะสื่อสารไปแล้วทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
ใช่ครับ อาจารย์ของผมก็บอกเช่นกันว่า หากเกิดความผิดพลาดขึ้นทางการรักษาซึ่ง เราได้ระวังอย่างดีแล้ว แต่ยังเกิดขึ้นอีก ให้เราแสดงความรับผิดชอบต่อไปด้วยการดูแลรักษาเขาจนกว่าเขาจะหายเป็นปกติ แต่เราไม่สามารถเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ เหมือนอย่างที่บอกครับในสังคมมีคนหลากหลายประเภท บางคนก็อาจจะฟ้องร้องแพทย์หนักๆจนหมดตัวได้ ผมดีใจมากครับที่ในสังคมนี้จะมีคนที่พร้อมจะรับฟังความรู้สึก และมีหัวใจที่เป็นธรรม อย่างคุณลูกเกดอยู่
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ ขอให้คุณโชคดีเช่นกันครับ
โดย: 007 เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 56 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ข้างล่างพิมพ์ผิดค่ะ จะบอกว่าสาเหตุ ที่น้องชายไม่มีแผลกดทับ ค่ะ

ขอแก้เผื่อผู้อ่านท่านอื่นๆ นะคะ
โดย: 2558 เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 55 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ค.ห.9 ก็เห็นด้วยนะครับ ถ้าจะใช้การแพทย์แผนโบราณรักษาก็ควรจะไปหาแพทย์แผนโบราณจริงๆดีกว่า แต่ที่กลัวกันว่าจะมี steroid ผสมอยู่ในยาหม้อ ยาชุด ยาลูกกลอน อันนั้นคือกรณีไปซื้อยามาจากใครก็ไม่รู้ ซึ่งอาจจะเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ไปเอายา steroid (ที่เป็นเม็ดของยาแผนปัจจุบัน) เอามาผสมอยู่ในสมุนไพรนั้นด้วย (เพื่อที่ว่าเวลาคนป่วยกิน ก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง แต่จริงๆแล้วมันแค่ไปกลบอาการ โรคจริงๆยังไม่หาย เขาก็เข้าใจว่ายานั้นดี ไปซื้อมาใช้เรื่อยๆ) และ Steroid ถ้ากินนานๆ จะมีผลเสียต่อร่างกายมากมายเลยครับ

ถึงคุณ ค.ห.29 คือผมก็ไม่ได้เรียนหมอมานะ แต่ก็พอจะทราบว่า การมีเลือดคั่งในสมองเนี่ย ส่วนใหญ่เค้าจะใช้ยารักษากันนะครับ แล้วยิ่งรักษาเร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสรอดมากขึ้น แต่ถ้ารักษาช้า ลิ่มเลือดจะไปกดทับสมอง ทำให้สมองตาย (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถ้ารอดมาได้ จะถือว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ) เอาเป็นว่ารอหมอตัวจริงมาอธิบายดีกว่าครับ
โดย: 555+ เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 54 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
คุณ ลูกเกด คหที่ 62 - 63 ดูแลน้องคุณแบบที่ไม่มีแผลกดทับสักอันเลยหรือครับ นับว่าสุดยอดมากๆ ครับ เพราะเท่าที่ผมได้ยินมามีแต่ครอบครัวของ คุณบิ๊ก ดีทูบี เท่านั้นที่ทำได้ นอกนั้นคนไข้ที่ผมเจอมีแผลกดทับทั้งนั้นหากเป็นคนไข้ที่พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็ขอชมด้วยใจจริงครับ

ส่วนเรื่องสามีคุณ ที่หมอคนนั้นรักษาโดยให้ยาเคลือบกระเพาะ ผมขอสันนิษฐานหน่อยแล้วกันนะครับ หมอคนนั้นคงคิดว่าสามีคุณเป็นโรคที่เรียกว่า " โรคทางจิตที่มีอาการแสดงออกมาทางกาย " ขอพูดชื่อเป็นภาษาไทยง่ายๆอย่างนี้แล้วกันครับ คือคนที่เป็นโรคนี้มักมาด้วยปัญหาทางกายแต่การตรวจร่างกายจะไม่พบความผิดปกติใดๆเลย ถ้าซักประวัติดีๆจะรู้ว่าผู้ป่วยมีภาวะทางจิตอยู่ด้วย แต่อยากเน้นย้ำว่า
" การที่จะบอกว่าคนไข้คนไหนเป็นโรคนี้ไม่ใช่ง่ายๆ จำเป็นจะต้องซักประวัติและตรวจอย่างละเอียดมากพอควร "

ดังนั้นจึงอยากถามว่าหมอคนนั้นซักประวัติและตรวจร่างกายสามีคุณลูกเกดละเอียดแค่ไหนครับจึงสรุปออกมาอย่างนั้น และคุณลูกเกดให้ประวัติหมอคนนั้นว่าอย่างไรครับ อันนี้ผมไม่ได้จะว่าใครนะ แค่อยากเอามาวิเคราะห์เท่านั้นครับ
โดย: HO_oH เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 53 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
คุณคหที่ 10 ผมก็เสียใจด้วยครับกับเรื่องพ่อของคุณ แต่ว่าจะบอกให้นะครับ บางทีคนที่ติดเชื้อในกระแสเลือดเนี่ย ระบบร่างกายต่างๆจะล้มเหลวไปหมด จะทำให้เกิดภาวะ เช่น ปัสสาวะไม่ออกจาก สาเหตุต่างๆเช่น ภาวะทางไต หรือภาวะ ระบบทางเดินโลหิตล้มเหลว จนความดันเลือดตกมากๆ ก็ทำให้ฉี่ไม่ออกได้ครับ ดังนั้นเนี่ย หมอจึงต้องใส่สายเพื่อประเมินว่า น้ำที่เข้าไปกับน้ำที่ออกมามันสมดุลกันไหม เพราะการติดเชื้อในกระแสเลือดทำให้ประเมินเรื่องนี้ยากมากๆ ถ้าให้น้ำไม่พอ ความดันก็ตก เลือดก็ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายไม่พอ ก็ยิ่งแย่ไปอีก ถ้าน้ำให้ไปมากเกิน น้ำจะท้นออกมาทำให้เกิดน้ำท่วมปอด คนไข้ก็หอบเหนื่อยมากขึ้นอีก ก็แย่อีก ดังนั้นจึงต้องใส่สายปัสสาวะเพื่อประเมินน้ำในร่างกายด้วย และการใส่สายปัสสาวะนั้นก็ต้องทำด้วย เทคนิกปลอดเชื้อด้วยครับ

ก็ขอแสดงความเสียใจกับคุณ คหที่ 10 ด้วย ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณนะ แค่อยากให้คุณเข้าใจแค่นั้น
โดย: Mint เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 52 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
คุณคหที่ 33ครับ ผมเองก็อยากให้มียาที่สามารถรักษาได้แบบที่คุณพูดมากๆเลย แต่จุดที่สำคัญที่สุดในการรักษานั้น ยาเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการรักษาเท่านั้นครับ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยคือ
- คนไข้มีโรคประจำตัวอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่
- สภาพร่างกายคนไข้เป็นอย่างไร
- คนไข้มีประวัติซื้อยาชุด ยาต้ม ยาหม้อ ยาแก้ปวดอะไรกินด้วยหรือไม่
- เชื้อที่ทำให้เกิดอาการเป็นเชื้ออะไร ต้นเหตุของการติดเชื้ออยู่ตรงไหน เชื้อดื้อยามากหรือไม่

เพราะว่าหากคนไข้เป็นคนสุขภาพดีทั้งหมด ไม่มีโรคประจำตัว โอกาสหายก็ยิ่งง่ายขึ้น บางคนใช้ยาฆ่าเชื้อธรรมดาๆก็หายแล้ว แต่ถ้าเป็นคนไข้อายุมากๆ โรคประจำตัวเยอะๆ มีประวัติกินยาชุด ยาต้ม ยาหม้อ หลายครั้งที่ถึงจะให้ยาฆ่าเชื้อตัวที่ดีที่สุดก็ยังมีโอกาสเสียชีวิตสูงครับ
โดย: chani เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 51 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
คุณจอยคหที่ 61 ครับ เรื่องเจาะคอนั้น ผมจะขออธิบายให้คุณฟังเลยแล้วกันนะครับ คือคนไข้คนไหนที่ใส่ท่อช่วยหายใจนานๆแล้วเนี่ย ยิ่งใส่นานเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสเกิดหลอดลมตีบมากขึ้นเท่านั้นครับ เพราะมันจะเกิดมี fibrosis ( คล้ายๆกับการเกิดแผลเป็นล่ะครับ ) ทำให้หลอดลมตีบเรื่อยๆ เท่านั้นยังไม่พอครับ ตอนคุณเฝ้าคุณพ่อ คุณอาจสังเกตเห็นว่าตรงท่อช่วยหายใจมีถุงลมเล็กๆห้อยอยู่ข้างๆอันนึง ถุงลมอันนั้นจะต่อไปสู่ลูกโป่งที่บริเวณปลายท่อ เวลาใส่ท่อช่วยหายใจจะต้องเป่าลมเข้าไปในนี้ เพื่อให้ลูกโป่งตรงปลายท่อพองออก เพื่อไม่ให้ท่อหลุด แต่ว่าลูกโป่งตัวนี้จะไปดันบริเวณเส้นเสียงด้วย เมื่อดันนานๆเข้า เส้นเสียงจะมีโอกาสเป็นอัมพาตมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากคนไข้คนไหนที่ใส่ท่อช่วยหายใจนานถึง 2 อาทิตย์ขึ้นไปนั้นก็จะแนะนำให้เจาะคอทุกคนครับ

แต่อยากถามย้ำคุณอีกหนนึงครับ หมอคนนั้นที่คุณเจอบอกว่า " ต้องถอดออกซิเจนออกหมดเลยหรือ " งั้นก็แปลกจริงๆครับ เพราะคนไข้คนไหนที่อยู่ในระยะสุดท้ายของโรคแล้ว ตั้งแต่ผมเรียนหมอมาจนเป็นหมออยู่ตอนนี้ หมอทุกคนที่ผมเห็นรวมทั้งตัวผม ก็จะพูดถามญาติว่า " คนไข้อา
โดย: chanu เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 50 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
คุณพ่อก็ก็ติดเชื้อในกระแสเลือดแล้วเสียชีวิตเหมือนกันคะ วันนั้นยังจำได้ วันนั้นเป็นวันที่สอบปลายภาคตอนเรียนซัมเมอร์เสร็จปีนั้นกำลังจะขึ้นปี3 ด้วยอีกแค่ 2ปี พ่อก็จะได้มางานรับปริญญาเราแล้ว พ่อก็ไม่มีโอกาสมา วีนที่ไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล ก่อนหน้าพ่อความดันต่ำ จึงต้องอยู่โรงพยาบาลหลวง...ที่น่ากลัว แถวๆหนองแขมเนี่ย วันที่คุยกะพ่อวันนั้น พ่อรำคาญที่หมอเอาสายท่อปัสสาวะมาใส่ เพราะจริงๆแล้วมันก็ไม่จำเป็นที่ต้องเอามาใส่เพียงเหตุผลที่ว่าพ่อคุณปัสสาวะไม่ออก และสายนี้เป็นสาเหตุที่พ่อฉันต้องเสีชีวิต เพราะพ่อดึงสายออกจนเลือดออก พยาบาลยอกว่าพ่อคุณท่อปัสาวะแตก เนี่องจากการดึงสายปัสสาวะ ฉันก็ถามพ่อว่าดึงออกทำไม ดูสิเลือดไหลเต็มเลย เจ็บไหม พ่อบอกไม่เจ็บ พ่อมีอาการดีอยู่หน้าตาแจ่มใส ฉันเลยถามพยาบาลว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้านคะ เขาก็บอกว่ารอเลือดไหลหมดก่อน ฉันก็บอกพ่อว่าเดี๋ยวก็ได้กลับบ้านนะ ฉันรอพ่อกลับมาบ้าน อีกวันฉันไม่ได้ไปเยี่ยมพ่อ เพราะฉันทำงาน แม่เลยไปแทน หมอบอกแม่ฉันว่าเขาโดนย้ายไปอีกโรงพยาบาลแล้ว และทางครอบครัวไม่มีใครรู้เลยว่าโดนส่งตัวไปโรงพยาบาลตากสิน พอวันเสาร์ฉันกะว่าจะไปเยี่ยมตอนช่วงเย็น รอให้
โดย: devil J เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 49 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
คุณใช้เวลา 60 นาที ทำอะไรบ้างในแต่ละวัน....ถ้าเวลาเหล่านั้นสามารถสร้างรายได้ให้กับคุณ คุณสนใจไหม....
ถ้าคุณจริงที่อยากมีรายได้ http://www.road-2-success.org สนใจดูรายละเอียดที่.
โดย: ekk เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 48 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ตาของเราก้อป่วยเป็นโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ตอนแรกอยู่รพ.ของรัฐที่ต่างจังหวัดเป็นไข้หนาวสั่นมาก ซึมและกินอะไรไม่ได้เลย ครอบครัวเราตกใจกันมากเพราะ ก่อนท่านเข้ารพ. สุขภาพดีแข็งแรงกว่ายายและไม่มีอาการใดๆ แต่พอเป็นก้อเป็นไข้รุนแรงเลย จึงพาท่านส่งรพ.ทันทีรักษาอยู่อาทิตย์นึงอาการดีขึ้นหมอเจาะเลือดตรวจอาการตามปกติ จึงให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ อยู่บ้านได้ 2 วันพอวันอาทิตย์กลับเป็นไข้หนาวสั่นอีก ซึมเราเห็นท่าไม่ดีเลยบอกให้พาส่งรพ.อีกครั้งดีกว่า คราวนี้หมอเจาะเลือดไปเพาะเชื้อและรักษาอาการเช่นเดิม อยู่ได้ประมาณอาทิตย์นึง เราสงสัยว่าหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากอ้อแต่ตอนแรกเค้ากลัวจะเป็นวัณโรค คือการสันนิษฐานของหมอเพราะตาไอด้วย จนครบอาทิตย์เราถามหมอทำไมอาการของตาไม่ดีขึ้นลยและดูเหมือว่าจะแย่ลงอีก ในสายตาเราหมอเหมือนไม่ตรวจอะไรที่ควรจะทำเลย ไม่เข้ามาตรวจใกล้ๆด้วยซ้ำยืนอยู่หน้าประตูแล้วจะเห็นอาการได้อย่างไรเช้าวันจันทร์ตาอาการทรุดไข้สูงและหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัดอ้อตอนแรกหมอบอกว่าร่างกายขาดเกลือแร่เกลือแร่ต่ำมั้งถ้าจำไม่ผิดเราบอกว่าให้เปลี่ยนรพ.เถอะเลยเข้ามารักษาที่รพ.วิภาวดีซึ่งมีอาจารย์หมอทางนี้โดยตรงแต่อ
โดย: fgh เขียนเมื่อ 24 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 47 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ตามอ่าน บทความหมอแมวตลอดค่ะ
โดย: jo เขียนเมื่อ 25 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 46 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ถึง คุณ แพทย์ผู้อยากระบาย และท่านอื่นๆ อีกครั้งนะคะ

จากที่ได้อ่านข้อความข้างล่าง แสดงว่ามีคนอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตด้วยโรคนี้ ขอแสดงความเสียใจกับทุกท่าน ด้วยความเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน

ดิฉันเข้าใจว่าโรคนี้ มันมีโอกาสที่จะรักษาหายหรือไม่หาย 50 : 50 % ค่ะเนื่องจากเมื่อเกิดการติดเชื้อก็ต้องมีการเพาะเชื้อ เพื่อดูว่าเชื้อที่เกิดขึ้นในร่างกาย เป็นเชื้อโรคตัวไหน เพราะหากไม่ทราบว่าเป็เนเชื้อโรค ชนิดใด ก็จะไม่สามารถที่จะทำการรักษา หรือจ่ายยาให้ถูกกับลักษณะของเชื้อโรค

การที่บางครั้งหมอต้องเจาะ หรือใส่สายอะไรต่างๆ เข้าไปในร่างกาย มันเป็นการช่วยเหลือ ผู้ป่วยค่ะ ไม่ใช่การทำร้ายผู้ป่วย น้องชายดิฉันเคยเจาะปอด เคยใส่สายเพื่อสวนปัสสาวะ เคยเจากไขสันหลัง และลงท้ายด้วยการเจาะท้องเพื่อให้อาหาร

เหตุผลเพราะคุณหมอบอกว่า หากรับประทานปกติ ซึ่งเค้าเป็นคนพิการ โอกาส สำลัก อาหารมีมาก และสำลักอาหารบ่อยๆ ก้ทำให้เศษอาหารไปอยู่ที่ปอด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เค้าติดเชื้อ แต่พอเจาะท้องแล้ว ปรากฏว่า น้ำหนักขึ้น ร่างกายแข็งแรง เพราะอาหารที่ให้ทางสายมีคุณค
โดย: jo เขียนเมื่อ 25 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 45 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ถึงคุณ แพทย์ผู้อยากระบาย

ขอบคุณค่ะที่ตอบ ข้อความของดิฉัน

น้องชายพิการตั้งแต่กำเนิดค่ะ จากอุบัติเหตุการคลอด ถุงน้ำคร่ำแตกก่อน ไปถึงมือหมอ ทำให้มีผลต่อสมอง เป็นโรคชักช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทานยา และรักษาตามหมอนัดมาเป็นระยะเวลา 25 ปี

ตลอดเวลาที่เค้ามีชีวิตอยู่ พ่อแม่รักเค้ามาก จนมา 4-5 ปีสุดท้าย ที่เค้าไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้เลย (จากเมื่อก่อนที่พอเดินได้บ้าง) เมื่อปีที่แล้วเกือบเอาชีวิตไม่รอดครั้งนึง เนื่องจากอาการปอดติดเชื้อ และมีเลือดออกในปอด จนเค้าไอออกมาเป็นเลือด หมอได้แต่คอยให้เลือด และเรียกพ่อกับแม่ ไปบอกว่าให้ทำใจมาครั้งหนึ่งแล้วค่ะ

แต่ตอนนั้นหมอบอกว่ามีใครช่วยมาบริจาคเลือดให้หรือเปล่า พอพ่อไปบอกคนอื่นๆ และบอกว่าลูกพิการ ก็มีคนมาช่วยเต็มไปหมด พาเพื่อนๆ มากันมากมายเพื่อบริจาคเลือดให้กับคนพิการ

สุดท้ายเค้ารอดชีวิตค่ะ และอยู่ต่อมาได้อีกหนึ่งปีก็ยื้ไว้ไม่ไหว

คุณเชื่อมั๊ยคะ ว่าตลอดเวลาที่น้องชายดิฉันต้องนอนอยู่ที่เตียง เป็นระยะเวลา 4-5 ปี ไม่มีแผลกดทับ เลยแม้แต่แผลเดียว เพราะ พ่อแม่ดูแลดีมาก แต่ทุกอย่างถูก
โดย: jo เขียนเมื่อ 25 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 44 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ถึงคุณ แพทย์ผู้อยากระบาย

น้องชายเสียก่อนคุณบิ๊ก ดีทูบี ไม่กี่เดือนค่ะ หลังจากทำบุญร้อยวันไม่กี่วันเท่านั้น ได้ดูข่าวคุณบิ๊กแล้วสะท้อนใจ ก็ดูไปร้องไห้ไป เพราะแทบจะทุกอย่างที่เหมือนน้องชาย ดีเพียงแต่คุณบิ๊ก ไม่ทรมานยาวนานเหมือนกับกรณีของดิฉันค่ะ สาเหตุที่น้องไปมีแผลกดทับ ส่วนหนึ่เป็นเพราะนอนที่นอนลมด้วยหรือเปล่าคะ

พ่อซื้อที่นอนลมมาเอง และซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นมาเองทั้งหมด คอยจับนั่งบ้าง พลิกตัวบ้าง นวดมือ นวดเท้า ยกแขน ยกขา ให้ตลอดทั้งวันค่ะ เพราะทำงานอยู่ที่บ้าน เรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นภาระ เนื้อตัวสะอาด ขาว หอม ตลอดเวลา คุณหมอที่เห็นครั้งแรก กับญาติผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่เห็นครั้งแรก ยังบอกเลยว่าดูแลดีมาก

ส่วนเรื่องสามี เมื่อคุณหมอถามมาแทบไม่ต้องนึกเลยค่ะ เพราะดิฉันจดบันทึก รายละเอียดไว้หมด
ตอนเช้าค่ะ บ่นว่าปวดท้อง เหมือนท้องเสีย แต่ไม่ได้ท้องเสีย แค่อาการปวดมันเป็นแบบนั้น พอลุกจากเตียงก็หน้ามืด นั่งพักสักครู่ก็เดินลงไปห้องน้ำ ยังไม่พ้นบันไดก็หน้ามืดทรุดลงไปอีก พอเดินต่อจะเข้าห้องน้ำ ระยะประมาณ 5 เมตร พอถึงประตูก็วูบเลย
โดย: neromimz เขียนเมื่อ 25 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 43 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ถึงคุณ โจ และคุณ แพทย์ผู้อยากระบาย อีกครั้ง

นานๆ ที ที่คุยใน internet แล้วจะเจอคนที่คุยกันด้วยเหตุผล ดีใจที่ได้คุยกับคุณทั้งสองคน การมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ มันยากค่ะ หากเราไม่มีหลักในการดำเนินชีวิต มันก็จะแกว่งเร็ว และแรง ถ้ามันแรงมาก มันก็จะหลุด

เสียดายที่กระทู้นี้ มีคนเข้ามาอ่านน้อยมาก ดิฉันก็อยากให้ผู้ป่วย หรือญาติผู้ป่วยทั้งหลาย เข้าใจอย่างที่ดิฉันเข้าใจ และอยากให้หมอเข้าใจถึงความคับแค้นใจของญาติผู้ป่วย ที่มีต่อหมอที่ประพฤติไม่ค่อยเหมาะสม แต่ดิฉันคนเดียวไม่สามารถทำได้ ดิฉันขอให้ทั้งหมอโจ และแพทย์ผู้อยากระบาย สุขภาพแข็งแรง ทำงานด้วยความราบรื่น ในทุกๆ วันค่ะ
โดย: pin เขียนเมื่อ 25 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 42 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ถึงคุณ โจ

ดิฉันยินดีอ่านข้อความที่คุณฝากไว้ค่ะ และดิฉันเข้าใจทุกอย่าง หากดิฉันเป็นกรณีเดียวกับคุณแม่ของหมอ แล้วเจอแพทย์ที่เอาใจใส่ ขนาดนี้ ถึงแม้จะเกิดผลข้างเคียงจากการรักษาของหมอคนนั้นก็ตาม ดิฉันก็ไม่โกรธ

จากเรื่องราวของดิฉันทั้งหมด หากคุณหมอโจ ได้อ่านอย่างละเอียด คุณจะทราบว่า ดิฉันไม่ได้โทษหมอ ในทางกลับกัน ดิฉันก็ชมเชยคุณหมอ ที่แม้จะไม่ได้ทำการรักษา แต่เข้ามาพูดจากับเราดีๆ เป็นกำลังใจให้เรา เพียงแต่กรณีที่ดิฉันเจอกับหมอที่ดูแลน้องชาย มันเลวร้ายมากเกินไปค่ะ

ดิฉันไม่เคยคาดหวังคำขอโทษจากหมอ เช่นกัน รวมทั้งไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้ด้วย แต่ดิฉันคิดว่าดิฉันเข้าใจว่าเพราะอะไร หมอถึงไม่ถูกสอนให้พูดคำว่าขอโทษ และยังเข้าใจว่าหมอ ก็คืออาชีพ ที่กระทำโดยมนษย์ ซึ่งก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา การทำงานในโรงพยาบาล คงไม่ต่างจากการทำงานในบริษัท มากมายเท่าไหร่ การแข่งขัน นินทา ว่าร้าย การเข้าหาผู้ใหญ่ก็คงไม่ต่างกันมากนัก เพียงแต่ต่างกันตรงที่ พนักงานบริษัท หากเกดิความเสียหาย ก็รับผิดชอบด้วยตัวเงิน แต่หมอนั้นต้องรับผิดชอบ ชีวิตคนทั้งชีวิต ตรงนี้แห
โดย: yindee เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 41 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ถึงคุณความเห็นที่10ถ้าพ่อคุณฉี่ไม่ออกแล้วไม่ทำการระบายฉี่ออกมาก้ออาจทำให้ติดเชื้อได้เหมือนกันนะเพราะฉี่ก้อคือเชื้อโรคที่ร่างกายเราขับออกมาแต่มันก้อใช้วิธีสวนได้นี่ต้องดูว่ามีเหตุอันใดทำไมพ่อคุณถึงต้องเจาะแทนที่จะใช้ท่อสวนเข้าไปในรูจู๋แทนนะเราเคยเป็นกรวยไตอักเสบเพราะฉี่ไม่ออกหมดทำให้เชื้อโรคมันย้อนขึ้นไปถึงกรวยไตอะแต่คุณหมอเขาใช้สายยางสวนคาไว้ในตรงนั้น2วันเราก้อดีขึ้นตอนนี้หายละ
โดย: yuminuy เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 40 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ที่คุณโจพูดนั้น ผมก็อยากเล่าให้ฟังครับ เพราะมันจะมีคนไข้อยู่ประเภทนึงครับ หากหมอพูดขอโทษแล้ว เค้าจะคิดว่า " นั่นแน่ หมอยอมรับผิดแล้ว งั้นฉันจะฟ้องให้หนักๆ จะเล่นให้หมดตัว หมอตั้งใจหรือไม่ฉันไม่สน " บอกเลยครับว่าคนแบบนี้มีอยู่ครับ เพราะอย่างนี้มั้งครับที่สมัยที่ผมเรียน อาจารย์ของผมก็ไม่ได้สอนเหมือนกันครับว่าให้พูดคำว่าขอโทษ เพียงแต่บอกว่า หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นให้รักษาคนไข้ให้เต็มที่ ให้ยาอย่างดีและเหมาะสมที่สุดครับ

ที่ผมพูดนี่ผมไม่ได้ว่าคุณหมอโจหรือ คุณลูกเกดนะครับ แค่อยากเล่าให้ฟังเท่านั้น
โดย: กันยารัตน์ เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 39 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
น่ากลัวจริงๆค่ะ เหอะๆๆ อยู่ดีๆก็ไปซะงั้น...ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่เจอเหตุการณ์นี้ค่ะ

***ง่าๆๆ แม่เรามึนหัวอีกแว้ว เข้ารพ.บ่อย เครียดๆๆๆ จิงเรา - _- ''
โดย: คน เรื่อย เปื่อย เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 38 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
น่ากลัวเหมือนกันนะ ทางที่ดีเราต้องทำสุขภาพเราให้แข็งแรงเข้าไว้ ขอบคุณคุณหมอที่นำบทความดีๆมาให้อ่านค่ะ
โดย: จอย เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 37 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
น่าเห็นใจ คห 10
โรงพยาบาล บุคลากร ไม่เก่ง ก็เป็นเสียแบบนี้ละ
ติดเชื้อในกระแสเลือด น่ากลัวจริงๆ
ขนาดหมอที่รู้จักกันยัง เสียชีวิตเพราะโรคนี้
เป็นโรคที่รุนแรง และ รวดเร็ว
ถ้าประมาท ไม่นอน รพ. หรือ รักษาไม่ถูกทาง จะไปเร็วมากๆ เลย
โดย: จี๊ด เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 36 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
บางคน จะนิยมกินยาชุด ยาหม้อ ยาลูกกลอน ซึ่งยาเหล่านี้มีส่วนผสมของ steriod ซึ่งมันจะบดบังอาการที่แท้จริงของคนไข้ เมื่อคนไข้ที่กินยาชุดเป็นประจำ แล้วยังติดเชื้อในกระแสเลือดซ้ำซ้อนอีก ทำให้อาการรุนแรงและทรุดลงอย่างรวดเร็ว
ยาชุด ยาหม้อ ยาลูกกลอน ไม่ทำให้อาการดีขึ้นหรอก นะจ๊ะ
โดย: นศ.เทคนิคการเเพทย์ นานะ เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 35 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
บางครั้งแพทย์อย่างพวกเราก็ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้เพียงแค่การเจอกับคนไข้เพียงครั้งเดียวในบางโรคครับ บางครั้งอาจต้องมีอาการ ให้เห็นซ้ำอีกจึงจะทำให้วินิจฉัยได้ การชักนี่คือตัวอย่างนึงโดยเฉพาะการชักที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อน และพอมาพบแพทย์แล้วก้อปกติแบบไม่เหลือร่องรอยทางระบบประสาทให้เห็นก้อเช่นกันครับ
โดย: น้อยหน่า เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 34 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ป้าเราที่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก เรารักแกเหมือนแม่จริงๆ และเรียก
แกว่าแม่ เพราะแกไม่มีลูก แกหกล้มหัวฟาดพื้น แต่ก็ไม่บอกใคร
นอนปวดหัวจนวันหนึ่งไม่ไหว ช็อค ไปหาหมอที่โรงพยาบาล
จังหวัด หมอเอ็กซ์เรย์แล้วแจ้งว่า มีเลือดออกในสมอง 3 จุด แต่
ไม่มาก และสมองบวมนิดหน่อย ให้ยาลดบวมและสลายลิ่มเลือด
แกนอนเจ็บอยู่ประมาณ 10 วันก็เสีย เนื่องจากปอดอักเสบ และสุด
ท้ายคือ ติดชื้อในกระแสเลือด ป้าเรารักษาโดยใช้บัตร 30 บาท
พยาบาลในห้องไอซียู ดูแลดีเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน มีเสียใจก็
เรื่องหมอนี่แหละ เพราะเราคิดว่าหมอไม่ได้ให้ความสนใจคนไข้
เท่าที่ควร เพราะมีคลีนิคข้างนอก เราอยากคุยกับหมอก็ต้องไปหาที่
คลีนิค หมอเข้ามาดูคนไข้ 1 รอบ ประมาณเที่ยงหรือบ่ายโมง แล้วก็
กลับไป อาจมาอีกทีเช่วงเย็นหรือบางวันก็ไม่เข้า แล้วคนไข้ที่อยู่ใน
ไอซียูล่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง เพราะหมอมัวแต่ห่วงคลีนิค
เราเข้าไปในเมืองเห็นคลีนิคหมอเต็มไปหมด ทำให้นึกสะท้อนใจว่า
หมอมาเปิดคลีนิครักษาเองแบบนี้ แล้วคนไข้ในโรงพยาบาลล่ะ....
พอเรารู้อย่างนี้เราแวะไปหาที่คลีนิค บอกให้รักษาเต็มที่เราจะใส่
ซองให
โดย: บังเอิญพบ เขียนเมื่อ 26 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 33 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ผมจะเล่าอะไรให้ฟังนะครับคุณลูกเกด
ตอนผมยังเด็ก พี่สาวผมตกลงมาจากรถเมล์ตอนไปเรียนหนังสือ พี่ผมปวดคอมาก ไปรักษาที่โรงพยาบาลแรกเพราะใกล้ที่เกิดเหตุ ที่นั่นบอกว่าไม่เป็นอะไรให้ยานวดมาทา พี่ผมกลับมานอนอยู่บนเตียงที่บ้าน น่าสงสารมาก อาการปวดก็ไม่ดีขึ้น แม่ผมเลยตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลอีกที่นึง ที่นั่นบอกว่าพี่ผมกระดูกคอเคลื่อน อาจจะพิการได้ ต้องใส่เฝือกครึ่งตัวอยู่นาน3 เดือน โชคดีที่พอถอดเฝือกแล้วไม่พิการ

อีกครั้งตอนแม่ผม เป็นนิ่วในถุงน้ำดี แม่ผ่ากับอาจารย์แพทย์ แต่โชคไม่ดีมีภาวะแทรกซ้อน เกิดรูรั่วของลำไส้ แล้วมาติดกับรอยแผลที่ผ่า ทำให้มีน้ำย่อยไหลออกมาตลอดเวลา แม่ทรมานมากทำแผลอยู่นานหลายเดือนก็ไม่หาย สุดท้ายต้องผ่าใหม่อีกรอบ แม่ผมไม่โกรธหมอเลยเพราะท่านพูดกับแม่ดี และดูแลแม่ดี ตอนนั้นผมยังไม่เป็นหมอด้วยซ้ำ ตอนแม่นอนอยู่โรงพยาบาลแม่เล่าว่า อาจารย์ให้ลูกศิษย์ออกไปซื้ออาหารมาให้แม่ทาน เพราะ แม่ต้องงดน้ำงดอาหารนานแต่สุดท้ายต้องเลื่อนผ่าตัดไปอีกวันและตอนนั้นมันก็ค่ำมากแล้ว

ที่ผมเล่ามาให้ฟัง เพราะต้องการให้คุณเข้าใจว่า บางครั้งความโชคร้ายที่เกิดจากความเจ็บป่วยของเรา ไม่ได้เกิดกับคร
โดย: ปอ เขียนเมื่อ 27 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 32 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ผมว่าประเทศไทยนี่ชั่วว่ะ ที่ "เบี่ยงเบน"การค้าประเวณี เป็นการขายบริการ กะจะส่งเสริมให้เป็นอืตัวกันให้หมดทั้งประเทศ ชั่วจริงๆ แม่...ม ไม่รู้เป็นเมืองพุทธกันได้อย่างไง
โดย: ปิง เขียนเมื่อ 27 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 31 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ผมเคยเป็นแนวๆนี้ ติดเชื้อในกระแสเลือด ให้ยาไป เดือนนึงก็หาย
แต่ขอบอกว่าไม่มีแรงกันเลยล่ะ
โดย: ผู้รอดชีวิต เขียนเมื่อ 27 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 30 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ผมเสียยายเพราะโรคนี้เหลาะ

พอดีวันนั้นแม่ไม่อยู่บ้านครับ และผมทำงานต่างจังหวัด
ย้ายแกไข้ ขึ้นพ่อกับป้าไปหาหมอคลีนิคครับ
หมอบอกติดเชื้อในกระแสเลือด ให้ยามากิน

พ่อก็พากลับบ้านมา อยู่ 2 แกก็ไข้ขึ้นไม่หาย
แม่กลับมาจากต่างจังหวัดเลยรีบพาไปโรงพยาบาล
หมอบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือดแบบนี้ ทำไมไม่พาเข้าโรงพยาบาล
หมอบอกเมื่อตรวจอาการบอกโอกาสรอดน้อยมาก เพราะยายผมแก่แล้ว
หลังจากนั้นยายก็ ไม่ได้สติ และอยู่ ICU อีก 1 อาทิตย์ก็เสียครับ เพราะ อวัยวะทำงานผิดปกติ หลายส่วน

ถ้าเราเอาใจใส่คนที่เรารักมากกว่านี้ ผมคงไม่ต้องเสียยายไปอย่างกระทันหัน

แต่ผมไม่เข้าใจว่าติดเชื้อในกระแสเลือดทำไมหมอคลีนิคให้ยายผมกลับบ้าน
แทนที่จะแนะนำให้ไปโรงพยาบาล งง
โดย: ผู้สูญเสียจากโรคนี้ เขียนเมื่อ 27 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 29 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
พ่อเราเป็นคนหนึ่งที่เสียชีวิตด้วยโรคที่หมอเรียกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2549 เป็นอย่างรวดเร็วมาก ช่วงแรกก่อนจะเข้าโรงพยาบาลไม่มีแรง แต่พ่อมีโรคความดันด้วย พอไปโรงพยาบาลในเอกชนจังหวัดยโสธร เค้าฉีดยาให้พ่อ จากนั้นพ่อก็ไม่มีสติเลย ดิ้นตลอดต้องหมัดไว้กับเตียง เค้าไม่ทำอะไรเลย ในวันเดียวกันต้องย้ายไปโรงพยาบาลใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานีแบบฉุกเฉิน หมอต้องให้ยาแล้วดูดเลือดเสียออกมาเป็นสีคล้ำๆ ออกจะเป็นสีเขียว และช่วงดึกทำให้พ่อได้พักผ่อนไม่ค่อยดิ้น หมดให้ยานอนหลับด้วย พอวันรุ่งหมดก็ดูแลตลอด หาเชื้อ ดูแลดีมาก จนกระทั่งบ่ายหมอบอกว่าให้ทำใจ เพราะว่า 50 -50 ถ้าให้ยาอีกแล้วความดันไม่ลดลงก็จะดีขึ้น แต่ถ้าแย่ก็แล้วแต่คนใข้ หมอบอกว่ามาช้าไป เรายอมให้หมอฉีดยาหลังจากนั้นไม่นาน ในช่วงเย็นพ่อเราก็เสีย ไปอย่างไม่มีวันกลับ ทั้งที่ตอนเช้าวันก่อนไปโรงพยาบาลเรายังคุยกับพ่ออยู่เลย
โดย: มน เขียนเมื่อ 27 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 28 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ยากมากจริงๆ ค่ะ การที่จะหาคนที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง มันยากจริงๆ คนเรามักมีข้อด้อย ข้อเสีย กันทุกคน

ดิฉันเคยทำงานบริษัท เกือบจะได้เป็น senior manager แต่ด้วยความเป็นคนตรง มากเกินไป ทำให้ไม่ได้เป็น กินตำแหน่ง ผู้จัดการธรรมดา ทั้งๆ ที่ดิฉันรู้งานในแผนกทุกอย่าง รวมถึงงานเอกสาร ส่วนคนที่มากินตำแหน่งหัวหน้าดิฉันอีกที ทำงานแทบจะไม่เป็นเลย ไม่รู้แม้กระทั่งศัพท์เฉพาะทางที่ใช้กัน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกสาขาอาชีพค่ะ สิ่ที่คุณหมอระบายดิฉันก็เข้าใจ ก็ถือซะว่าเราทำงันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ

แต่ยังงัยก็ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกคำตอบ ที่ทุกท่านได้ช่วยกันตอบโดยเฉพาะคุณ แพทย์ผู้อยากตอบ เคลียร์ค่ะ ต่อไปนี้หากดิฉันเจอหมอ ที่ไม่พยายามทำความใจกับเรา ก็ถือซะว่าให้เราทำความเข้าใจกับเค้าเอง น่าจะดีกว่า ถึงแม้ว่ามันไม่น่าจะเป็นแบบนั้น

ขอให้หมอ และหมอท่านอื่นๆ มีความสุขกับการทำงานในทุกๆ วันนะคะ จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง
โดย: ลีลา-ว๊ะดี เขียนเมื่อ 27 ม.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 27 : ติดเชื้อในกระเลือด เขย่าขวัญทางการแพทย์ -=Byหมอแมว=-
avatar
ยายของเราก็เสียด้วยโรคนี้เหมือนกัน เราเฝ้ายายอยู่เกือบ 1 เดือนเต็ม ตอนยายเราไป ยายเราหลับไปเฉยๆ แต่เราก็ดีใจมากที่มีเวลาดูแลจนวินาทีสุดท้าย (1 เดือน ไม่ค่อยได้หลับได้นอนเลยจริงๆ) เราอยู่กับยายตลอด ยกเว้นช่วงกลางวันมีพี่เลี้ยงดูแล ตอนที่ยายเราจะเสียเราก็รู้ เพราะเราจับตามเนื้อตัวยาย เรารู้สึกแปลกๆ แล้วยายเราก็ไปจริงๆ (ตอนนี้คงอยู่บนสวรรค์แล้ว เพราะยายเราเป็นคนชอบทำบุญมาก) ก่อนยายเราเสีย 2-3 วัน ยายเราเข้า ICU เราก็คิดว่าไม่รอดแน่ แต่ยายก็ยังได้ออกมาอยู่ห้องพิเศษให้ลูกหลานได้ดูใจจนวินาทีสุดท้าย (ยายเราอายุ 90 แล้ว) ระบบในร่างกายทุกอย่างหยุดหมดแล้ว แกไปสบายจริงๆ เราอยู่ดูยายจนยายหมดลมนายใจไปเอง ถ้ายายรับรู้ได้ หนูอยากบอกว่าหนูรักและคิดถึงยายมาก ถ้าเกิดภพชาติไหนอีก ก็ขอเป็นลูกเป็นหลาน ผูกพันเกี่ยวดองกันตลอดทุกชาติทุกภพไป
โดย: ลูกหมู เขียนเมื่อ 27 ม.ค. 08 IP IP: .XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111