ใครชอบการบริกรรม นั่งดูจิตช่วยหน่อยค่ะ หมวด » ชีวิต ความรัก สุขภาพ » ไลฟ์สไตล์

มีเรื่องอยากจะมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อมีผู้รู้แนะนำให้หน่อย

 คือเรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อประมาณต้นปีมีเหตุการณ์ที่ค่อนข้างสะเทือนจิตใจพอสมควร จนเราต้องหันไปพึ่งธรรมะเป็นเรื่องเป็นราว  ทั้งที่โดยส่วนตัวแล้วเราก็ไม่ได้เคร่งเรื่องสวดมนต์ เรื่องบริกรรมมากมายนักหนา แต่จะเน้นเรื่องคิดดี พูดดี ทำดุ เป็นลูกกตัญญู เชื่อกฏแห่งกรรมเป็นเรื่องเป็นราว...แบบชาวพุทธทั่วไป แล้วเหตุการณ์ต่างๆก็เริ่มแปลกๆหลังจากที่เราเริ่มบริกรรม แบบว่าสวดมนต์ ไหว้พระ แล้วเริ่มหันมาสังเกตจิต(มีคนแนะนำให้ฟังซีดีหลวงพ่อปราโมทย์)

พอฟังครั้งแรกเราร้องไห้เลย แล้วก็ฟังเรื่อยๆมา เริ่มลองปฏิบัติตาม แบบว่านั่งดูจิต ไม่ได้เพ้งแต่เคยลองปล่อยให้จิตเป็นไตรลักษณ์ดู ได้ผลค่ะ...ได้เห็นชั่วแว๊บนึงว่ากายนี้ไม่ใช่ของเราจิงๆ แต่พอเห็นตกใจมาก เลยหลุดออกมา....นี้ก็เป็นเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆที่เจอมา ซึ่งเคยลองเล่าให้พี่ๆมี่สนใจด้านนี้ฟังเค้าก็บอกว่าไม่แปลก เวลาฝึกต้องมีครู จะได้ไม่เพี้ยน เห็นอะไรก็ไม่ต้องตกใจ

 ยอมรับว่าพอเจออะไรแบบนี้ เรากลัวๆปนตกใจ เลยห่างๆออกมา เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ปฏิบัติ ยอมรับว่าเป็นคนขวัญอ่อน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้แปลกใจมันเกิดขึ้นเมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่แล้ว เล่าให้ที่บ้านฟัง เค้าก็หาว่าคิดไปเอง

คือว่า ตอนนั้นกำลังจะตื่นนอนตอนเช้า รู้สึกตัวเหมือนว่าตัวเองตื่นแล้ว มองเห็นตัวเอง เห็นกายที่นอนอยู่ แล้วมีจังหวะนึงที่เหมือนมันวูบ แล้วรู้สึกได้ว่าตัวเราหนักขึ้น ที่นอนจมลงไปนิดนึง แต่ตอนจมนี่จมทั้งตัว น้ำหนักเสมอภาค....แล้วพอจมปุ๊บความรู้สึกคือตาเปิดทันที ทั้งๆที่ตอนแรกเราก็มองเห็นตัวเอง งงมากปนตกใจ...

 คืออยากรู้ว่านั่นคือสภาวะอะไรค่ะ คิดไปเองหรือว่าเราเพ้อเจ้อเนี่ย....ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้

 ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: จขกท ตกใจ
ตั้งเมื่อ: 23:09 น. 19 Jul 2008
แท็ก: -

แสดงความคิดเห็น

emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon

3 บวก 7 ได้เท่าไหร่ กรอกตัวเลขลงในช่องนี้  

ความคิดเห็นที่ 16

แสดงว่าเป็นคนที่จิตนิ่งมากๆเลยนะคะ

เราเองนั่งไม่เคยได้แบบนั้นบ้างเลยอ่ะ

มันเมื่อยขา ต้องยุกยิกตลอด

IP: 58.8.137.XXX
โดย: Sweety_Pink เขียนเมื่อ 16:50 น. 27 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 15

จากที่เล่ามา บางครั้งนั้นกายทิพย์ออกมาเวลานั่งสมาธิ
หรือบางครั้งเวลาหลับลึกและจิตเป็นสมาธิภายใน
ทำให้บางครั้งกายทิพย์ออกมาข้างนอกได้ครับ

แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับมาไม่ได้
เพราะตราบใดที่ชีวิตยังไม่หมดแรงสืบต่อสันตติ
สายใยปราณที่เชื่อต่ออยู่ระหว่างกายทิพย์และกายหยาบก็ไม่มีวันขาดจากกัน และกลับมาที่ร่างกายได้เพียงแค่นึกส่งจิตถึงร่างกายหยาบ

เช่นเดียวกันกับกรณีที่เกิดขึ้นต่างๆก็แวะไปพูดคุยสอบถามได้ที่ www.dhammachak.net ก็ได้ครับ

IP: 192.168.2.12, 222.123.81.XXX
โดย: svt เขียนเมื่อ 14:12 น. 27 Jul 2008
โดย: MyMint เขียนเมื่อ 15:06 น. 24 Jul 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด

ความคิดเห็นที่ 13

จขกท.อยากให้คุยกันค่ะ twm_ch77@hotmail.com สอนเราบ้างสิ เรานั่งสมาธิไม่เป็น

IP: 192.168.16.28, 125.25.254.XXX
โดย: .. เขียนเมื่อ 16:22 น. 23 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 12

พิจารณาไตรลักษณ์ ที่เกิดขึ้น แล้วปล่อยวางทุกกรณี อย่ายึดติด และยึดมั่นในอารมณ์อื่นทั้งปวง แล้วจะเข้าถึงธรรมชาติได้

(เห็นแล้วก็ปล่อยวาง ระลึกแล้วก็ปล่อยวาง รู้สึกแล้วก็ปล่อยวางทุกกรณี ไม่ไปยึดถือ พิจารณาสภาวะของธรรมชาติทั้งปวง)

การเปลี่ยนแปลงของธาตุตามธรรมชาติ + สมมติบัญญัติ ต่อต่อกันมา ผ่านวัน เดือน ปี โดยกฎธรรมชาติ-เหตุและผลของการปรุงแต่งอารมณ์ (อิทัปปัจยตา/ปฎิจสมุปบาท)

IP: 58.8.19.XXX
โดย: จิตเหนือโลก เขียนเมื่อ 16:35 น. 22 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 11

คุณมีสมาธิมากไปค่ะ สมาธิดีแต่ขาดสติ ทุกครั้งที่นั่งสมาธิควรดูจิตอะไรที่เห็นคือไตรลักณ์ (เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป)สิ่งที่เห็นจริงหรือไม่จริงคุณจะรู้ได้ด้วยตนเอง ถ้าเห็นอะไรให้กำหนดแล้วมันจะหายไปแต่ถ้ายังเห็นอยู่แสดงว่าหลง กำหนดสติเพิ่มขึ้นอีกนิดก้อจะดีค่ะ ไม่ต้องกลัว

IP: 10.1.10.247, 202.29.11.XXX
โดย: CFO เขียนเมื่อ 12:07 น. 22 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 10

เป็นสภาวะธรรม
สภาวะอะไรเกิดขึ้นก็รู้
ไม่ใช่ไปรู้ในเรื่องราว แต่รู้ในอาการ
อาการที่ปรากฎไม่มีเรื่องราว
ถ้ามีเรื่องราว คือหลงในอาการ
สภาวะเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย
และก็ดับไปตามเหตุปัจจัย

ไม่ว่าจะมีสภาวะอะไรเกิดขึ้น ก็รู้ไป ตามรู้ไป
รู้สึกสัมผัสได้ตรงตามความเป็นจริง
ไม่ติดหลงในอาการ

รู้สึกอะไรก็รู้สึกตามรู้อย่างนั้นไป
ไม่ได้มี ไม่ได้เป็นอะไรในอาการนั้นๆ
ก็แค่รู้สึกไป ผ่านไปๆ

IP: 58.10.143.XXX
โดย: หนวดแมว เขียนเมื่อ 12:47 น. 21 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 9

อนุโมทนากับคุณด้วย....คุณมาถูกทางแล้วละ ปฏิบัติต่อไปตามคำสอนของหลวงพ่อ ไม่ต้องสงสัยอะไรมาก สงสัยก็ให้รู้ไปว่ากำลังสงสัย อะไรเกิดขึ้นในใจก็ให้รู้ไปตามที่มันเป็น ทำแค่นี้แหละ...

IP: 202.69.139.XXX
โดย: หนุ่มทิพย์ เขียนเมื่อ 10:56 น. 21 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 8

http://www.larndham.net/

IP: 202.41.187.XXX
โดย: bast เขียนเมื่อ 09:20 น. 21 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 7

เพ้อเจ้อ จิตมันฟุ้ง ไม่ได้เกิดสงบอะไรหรอก คุณมาผิดทางแล้ว เรียกว่ามันฟุ้งคุณก็ฟุ้งไปกับมัน ลองสงบจิตสงบใจดูตั้งสติใหม่นะ

IP: 10.7.51.253, 202.28.181.XXX
โดย: เพ้อเจ้อ เขียนเมื่อ 08:24 น. 21 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 6

www.palungjit.com เลยดีกว่าครับ ไปเล่นเวปบอร์ดเขานะ ทุกคําตอบมีให้ท่านหมดในนั้น

IP: 24.90.221.XXX
โดย: คนธรรม กรรมมี เขียนเมื่อ 02:47 น. 21 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 5

แนะนำเจ้าของกระทู้ เข้าไปที่เวปนี้นะคะ
จะได้สอบถามกัลยาณมิตรหรือ พระอาจารย์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปคะ

ขออนุโมทนาด้วยนะคะ

http://www.dhammasatta.com/th/

IP: 218.110.207.XXX
โดย: วงกลม เขียนเมื่อ 20:28 น. 20 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 4

ขอบคุณทุกท่านนะค่ะที่เข้ามาตอบกระทู้ พอได้อ่านก็ได้สติกลับมา ว่าอะไรที่เห็นก็ปล่อยมันไป อย่าไปยึดติด ไม่ใช่ปํญหาโลกแตก ความสงสัยก็เป็นความคิด เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

สงสัยคงจะต้องกลับไปบริกรรมแล้ว

อนุโมทนาทุกท่านด้วยนะคะ

IP: 125.25.55.XXX
โดย: จขกท เลิกตกใจ เขียนเมื่อ 17:41 น. 20 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 3

จะเห็นอะไร อย่าไปใส่ใจเลยครับ ยังไงการนั่งสมาธินั้นจะทําให้เรามีจิตสูงขึ้น เมตตาเเละสงบ มีสติอยู่กับตัว นั่งต่อไปดีเเล้วครับ คุณมีบุญเเล้วที่ได้มาเจอกับพุทธศาสนาในชาตินี้

IP: 24.90.221.XXX
โดย: ทําต่อไป เขียนเมื่อ 15:30 น. 20 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 2

ผมก็ทำอยู่ เจออะไรเยอะ คนไม่เชื่อเล่ายังไงก็ไม่เชื่อ อยู่ที่ลมหายใจน่ะคับ เจออะไรก็เชยๆ สติ จำไว้ อาจารย์ของเราก็คือ พระพุทธเจ้า ผมนั่งทุกคืน วันละ 30-60 นาที
ถ้าอยากรู้อะไรให้เม้นมาน่ะ เด๋วจะตอบถ้ารู้

IP: 124.120.179.XXX
โดย: ผู้ปฏิบัติ เขียนเมื่อ 11:41 น. 20 Jul 2008

ความคิดเห็นที่ 1

การปฏิบัติธรรมสิ่งสำคัญก็คือ สติและการสังเกต น่ะครับ เมื่อสังเกตอย่างมีสติ ก็จะเกิดปัญญา เมื่อเกิดปัญญาก็จะรู้ชัดตามความเป็นจริง เรื่องสภาวะนี้ จขกท. ถามผู้อื่นพอเป็นแนวทางได้ครับ แต่การจะรู้แจ้งเห็นจริงได้หรือไม่นั้น ตัวนักปฏิบัติต้องสังเกตและพิจารณาอย่างแยบคายจนเกิดญาณปัญญาออกมาจากภายในของตนเองน่ะครับ แต่อย่างไรก็ต้องขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

IP: 58.9.170.XXX
โดย: สาธุ เขียนเมื่อ 11:24 น. 20 Jul 2008
ตั้งกระทู้ใหม่
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ