พระวิหาร หมวด » เรื่องนี้ต้องขยาย » เรื่องเด่นประเด็นดัง

 

คดีพระวิหาร

 

ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาสำคัญที่ถือเป็นวาระแห่งชาติอยู่หลายเรื่อง เรื่องหนึ่งนั่นก็คือ ปัญหาเรื่องข้อพิพาทระหว่างไทยกัมพูชา

 

ข้อพิพาทระหว่างไทยเรา และกัมพูชา เป็นปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเขตแดน และเขตแดนที่พูดถึงกันโดยทั่วๆ ไปนี่ก็พอที่จะจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท นั่นก็คือ

 

1.เขตแดนทางบก

 

2.เขตแดนทางทะเล

 

เขตแดนทางบกในที่นี้คือปัญหาเรื่องเขาพระวิหาร เรื่องนี้มีความจริงที่ควรเข้าใจให้ตรงกันหลายประการ

 

1.ตามคำพิพากษาของศาลโลกเพียงยกพระวิหารให้เป็นของกัมพูชา (ในคำตัดสินใช้คำว่า Temple) ส่วนที่กัมพูชาขอให้ศาลโลกตรวจสอบความถูกต้องของเขตแดน ศาลปฏิเสธที่จะข้องเกี่ยวเพราะถือว่าเป็นเรื่องของคู่กรณี (ศาลยังพอมีความยุติธรรมอยู่บ้าง ใครๆ ก็รู้ว่านี่ตัดสินลำเอียงเข้าข้างกัมพูชาลูกกระจ๊อกฝรั่งเศส) ดั้งนั้น ถ้ายึดเอาตามคำตัดสินของศาลโลกสิ่งที่เป็นของกัมพูชามีเพียงพระวิหารเท่านั้น ดังนั้นพื้นที่เขา และโดยบริเวณโดยรอบอื่นๆ ล้วนเป็นของไทย ดังนั้นจึงไม่มีพื้นที่ทับซ้อน ตั้งแต่เขาลงมา และพื้นที่ 4.6 ตารางเมตรโดยรอบล้วนเป็นของไทยเรา 100% เต็ม (ไทยเรายังปฏิเสธที่จะรับผลคำตัดสินนี้ และสงวนสิทธิที่จะโต้แย้งโดยไม่จำกัดเวลา ! ไม่จำกัดเวลาก็คืออาจจะอีก 100 ปี ห้าแสนปี เมื่อไรก็ตามที่มีหลักฐานอะไรใหม่ๆ ที่แสดงสิทธิว่าเป็นของๆ เรา เราก็จะทวง พระวิหาร กลับมา)

2.การที่สื่อมวลชน และคนทั่วไปที่พูดถึงกรณีเขาพระวิหาร พื้นที่ทับซ้อน และอื่นๆ จึงเป็นการสร้างความประสาทแดกให้กับประเทศตัวเอง เพราะมันเป็นพื้นที่ของไทยอยู่แล้ว ขอร้องอย่าเสี่ยว ช่วยเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันด้วย คดีนี้ควรเรียกให้ถูกต้องว่า คดีพระวิหาร

3.ส่วนเรื่องงี่เง่าสุดๆ ที่มันเกิดขึ้นก็คือ นักการเมืองไทยตัวนึงดันไปร่วมลงนามการจดทะเบียนมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชา ทำไมถึงว่ามันงี่เง่า เพราะว่ามันดันไปร่วมลงนาม ทำให้เหมือนว่าไทยเรายอมรับว่าเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา อ่าวเวร คนไทยตัวไหนมันมีสิทธิไปยกพื้นที่ประเทศตัวเองให้ประเทศอื่นกันบ้างวะ ?

ขอถามมันสักหลายข้อหน่อยเถอะ

หนึ่ง ที่มันทำนี่ก็เท่ากับยกเลิกสิทธิที่ไทยเราจะเอาพระวิหารคืนมา โง่ฉิบ !

สอง พื้นที่ในการจดทะเบียนมรดกโลกมันเกินคำตัดสินศาลโลกอีกเว้ย จะให้ประเทศชาติขาดทุนไปถึงไหน ?

สาม คนที่จะมาเที่ยวมรดกโลกในอนาคตมันอีกกี่สิบ กี่ร้อยปี เสือกกลายเป็นของกัมพูชา ประเทศชาติขาดทุนไปเท่าไหร่มึงรู้ไม๊วะ ?

สี่ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ปัจจุบันทราบกันแล้วว่ามี ประหารมึงทั้งตระกูล ยึดทรัพย์มาจนหมด เอาลูกหลานมันมาเป็นทาสใช้หนี้ ประเทศยังไม่คุ้มเลยโว้ย !

ห้า ถ้ามีเรื่องขึ้นศาลโลกอีก ประเทศด้อยพัฒนาที่มีมหาอำนาจหนุนหลัง กับประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นศัตรูเค้าไปทั่ว ใครจะชนะมึงรู้ไม๊ว่ะ ?

ส่วนเรื่องเขตแดนทางทะเล นี่ยิ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจกันไปใหญ่เพราะ จะมาตอบคำถามว่า นี่เราเป็นฝ่ายถูกเห็นๆ อัดแม่งเลยดีมะ

 

พื้นที่โดยรอบพระวิหารเป็นของเราครับ แต่เราควรรบกับกัมพูชาไม๊ ? ไม่ควรครับ

 

1.ประเทศกัมพูชาไม่มีอะไรจะเสีย ประเทศเค้าฆ่ากันทุกวัน ส่วนไทยเราถ้าเกิดรบกันขึ้นมา หุ้นจะลงเกิน 600 กว่าจุดที่เป็นอยู่ เงินลงทุนหายออกนอกประเทศหมด ประเทศจะสะดุดอยู่กับสงคราม ประเทศเราจะมีแต่ผลเสีย

2.ท่าทีของประเทศมหาอำนาจ เร็วๆ นี้อเมริกาเอาเรือระดับชั้นพิฆาตเข้าไปจอดที่ท่าเรือกัมปงโสม (เรือระดับชั้นพิฆาตคือเรือทมิฬหินชาติ ลำเดียวฆ่าไทยเราได้ทั้งประเทศ) มันบอกอะไรบางอย่างว่าอเมริกาถือหางใคร (ชัวร์ว่าไม่มีใครอยากให้ไทยเราเป็นเหมือนอีรัก ดังนั้นเราอย่าไปหลงลมเค้า สมัย ร.5 เราเสียพื้นที่ไป 500,000 กิโล ท่านยังทรงยอมทน เพราะพระองค์ท่านทรงทราบว่าอะไรเป็นอะไร เราต้องรู้จักเรียนรู้จากพระองค์ท่าน)

3.ผลประโยชน์ ! ลองไปเช็คดูครับเขตแดนทางทะเล ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างเรากับกัมพูชา สัมปทานทั้งหลายที่กัมพูชาออกให้ไปเป็นของใคร อเมริกา อังกฤษ จีน อย่างเชฟล่อน นี่เมดอิน USA เห็นๆ พอดูออกใช่ไม๊ครับ ถ้ามีเรื่องกันใครจะร่วมยำเราบ้าง ?

4.ภาพลักษณ์ต่อสายตาชาวโลก บอกแล้วใช่ไม่ครับ ไทยเรากับกัมพูชาก็เหมือนเศรษฐีกับขอทาน คิดว่าคนเค้ามองๆ แล้วจะเห็นใจใครครับ ? น้อยคนครับที่จะมองว่าเราเป็นฝ่ายถูก หรือถึงจะรู้ว่าเราเป็นฝ่ายถูกก็เถอะ บางทีก็อาจจะหยวนๆ เข้าข้างกัมพูชา เราไม่ควรทำครับ

 

อย่างนั้นจะให้เรางอมืองอเท้ายอมหรือไง ? ไม่แน่นอนครับ !

 

ผมขอเสนอทางแก้โดยสามัญวินิจฉัยไว้ดังนี้

 

1.เราไม่ควรให้ทหารออกจากพื้นที่ข้อพิพาทโดยเด็ดขาด (มันเป็นท่าทีทีเราต้องแสดงต่อสังคมโลกครับ)

2.ขอความร่วมมือในการให้ข่าว ข้อมูลต้องถูกต้องชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยว หรือเข้าใจผิดกันเอง เพื่อความชัดเจนกับท่าทีของประเทศด้วย (พี่สำนักรัฐบาลก็ขอความร่วมมือจากสำนักพิมพ์ ให้ข้อมูลกับพี่ๆ นักข่าวเข้าสิครับ ไอ้ที่เรียกแถลงการณ์ร่วมเพื่อความเข้าใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันน่ะ ฟังดูดีจะตาย !)

3.ในกรณีซวยจริงๆ ให้รอมชอมโดยจดทะเบียนมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา (อย่างน้อยก็ 50 – 50 วะ !)

4.นักลงทุนทั้งหลายของไทย จะธุรกิจของกัมพูชา หุ้นของเชฟลอน ท่านทั้งหลายช่วยเข้าไปลงทุน ไปถือหุ้นกันหน่อยเถอะครับ เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองให้กับประเทศ (หลวงจะลงไปลุยเองก็ยังได้ / นิรโทษกรรมคุณทักษิณให้ช่วยเคลียร์เลย !)

5.กรณีใช้หัว - ใช้ปากไม่ไหวต้องลงมือลงเท้ากันจนได้ ต้องออกสื่อ ประกาศไม่ทำร้ายเด็กสตรีและคนชราให้ต่างชาติรับรู้ทันที และพยายามพูดยื่นข้อตกลงสันติเสมอๆ ส่วนในทางปฏิบัติให้เน้นรบเร็วบุกเข้าตีเมืองหลวง แหล่งลงทุน จับตัวผู้มีอิทธิพล โดยอ้างว่าเชิญตัวมาเพื่อเจรจาเงื่อนไข เพื่อให้คำสั่งทางทหาร เศรษฐกิจชะงักงัน เด็กสตรีและคนชรา รบกันแล้วก็เอามาเก็บไว้ในค่ายทหารนี่ล่ะ มันก็เป็นเหมือนตัวประกันกลาย ต่อให้มหาอำนาจยื่นมือมาช่วยจริง มันก็ต้องกลัวญาติพี่น้องมันเน่าบ้างล่ะวะ)

6.เน้นบุกยืนพื้นที่ ไปลุยกันในที่ชาวบ้านไม่ต้องถามก็คงรู้นะว่าเราได้เปรียบยังไง ?

7.ล๊อบบี้นอกรอบกับมหาอำนาจทั้งหลาย ว่าให้ย้ายมาสัมปทานกับไทยจะได้ผลประโยชน์มากกว่าเท่านั้น เท่านี้ หรือยืด เขตแดนไทยออกไปในเขตกัมพูชาเท่าไหร่ทรัพยากรที่หาเจอใน 5 ปีแรกรับไปเลย 100% เต็ม (ก็ของแถมนี่ ลดไปก็ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างกฎหมายเขตแดนทางทะเลยมันกว้างโคตรๆ อยู่แล้วขึ้นกับว่าจะเอามาอ้างเหตุผลยังไง !)

8.เปิดโครงการลงทุนร่วมกับมหาอำนาจซะบ้างเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง

9.คิดไม่ออกจริงๆ ก็ซื้ออาวุธจากอเมริกานี่ล่ะ แค่นี้พี่กันก็หลับตา 2 ข้างแล้วเชื่อเด่ะ

10.มีเพียบเลยโว้ย คุณนักการเมืองยอมใช้หัวหน่อยเหอะครับ !

 

ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเมือวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปเข้าร่วมสัมมนาเรื่องปัญหากัมพูชาที่มหาวิทยาลัยรังสิต เห็นพ้องกับวิทยากรว่านี่เป็นปัญหาที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ข้อมูลทั้งหมดในบทความมาจากวิทยากรทั้ง 3 คือ

ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล

พลเรือเอกถนอม เจริญลาภ

พลเรือโทประทีป ชื่นอารมณ์

รวมเข้ากับสามัญวินิจฉัยของข้าพเจ้า ทั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาใดๆ ที่จะนำความแตกแยกมาสู่ประเทศชาติ เพียงแต่เขียนขึ้นเพื่อเป็นการแสดงอัตวความคิด ทั้งไม่สนับสนุนให้ผู้หนึ่งผู้ใดนำเอาบทความที่ข้าพเจ้าเขียนขึ้นไปสร้างความขัดแย้งใดๆ ขึ้นภายในประเทศ และหากมีข้อมูลใดที่นำเสนอผิดพลาดล้วนเป็นความผิดพลาดจากตัวข้าพเจ้าเอง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิทยากรทั้ง 3 ซึ่งต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

 

สุดท้ายนี้ขอพระสยามเทวาธิราชคุ้มครองประเทศไทยครับ !

    1

โดย: mamirin
ตั้งเมื่อ: 12:24 น. 3 ส.ค. 2008
แท็ก: พระวิหาร

แสดงความคิดเห็น

emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon

9 บวก 9 ได้เท่าไหร่ กรอกตัวเลขลงในช่องนี้  
โดย: yi เขียนเมื่อ 00:36 น. 11 ส.ค. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด

ความคิดเห็นที่ 19

กูเห็นพวกคนไทยใจเสาะมันไม่กล้าท้ารบกับเขมร
กูอายบรรพบุรุษว่ะ

IP: 125.26.209.XXX
โดย: คนไทย เขียนเมื่อ 22:01 น. 10 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 18

ไอ้ ความคิดเห็นที่ 13 ลูกเชี่ยชัดๆ
มรึงเป็นเขมรรึป่าววะแสดดด
200ปีที่ผ่านมา เค้าไม่ดูกันหรอกว่าใครสร้าง
เค้าดูว่าใครเก่งใครได้
ไม่งั้นตอนนี้พวกอินเดียนแดงมันฟ้องไล่สหรัฐหนีแล้ว

คิดได้งัยว่ะ สั.ด เอ้ย

IP: 58.8.200.XXX
โดย: -*- เขียนเมื่อ 23:52 น. 8 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 17

(3)
......มองเหรียญอีกด้าน.. มองกลับกันว่า... ถ้านายนพดล นั่งสงวนสิทธิ์อยู่เฉยๆ
ปล่อยให้เขมรยื่นฝ่ายเดียว โดยไม่ทำแถลงการณ์ร่วม แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ?
นายนพดล จะไม่ยิ่งจะถูกโขกสับเละยิ่งกว่าขายชาติขายแผ่นดินอีกหรือ ?
ยิ่งจะเละยิ่งกว่าโจ๊กโดนระเบิด ขุดหากระดูกศพไม่เจอ !!!!!!!
เมื่อเหตุการณ์บานปลายมาเป็นแบบนี้ แบบว่า.....เสียน้อยเสียยาก......
.......เราจะโทษนายนพดล หรือว่าโทษใครกันดีล่ะทีนี้ !!!!!!
......เหตุผล.....หรือตรรกะ....ของใครจะถูกต้องน่าเชื่อถือกว่ากัน !!!!!!!
......ท่านผู้มีสติปัญญาทั้งหลาย.......ลองคิดดูเถิด !!!!!!!!!!!

IP: 125.26.131.XXX
โดย: abbaw เขียนเมื่อ 14:14 น. 8 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 16

(2)
ถ้าหากว่า...เรานำเอาแถลงการณ์ร่วมไปใช้ได้
เราก็จะใช้เป็นหลักฐานได้ว่า “ยูขอขึ้นทะเบียนปราสาท ไอก็ให้ความร่วมมือ.....
แต่ยูจะไม่ได้พื้นที่รอบตัวปราสาท” เมื่อมันยอมรับ..... “เขมรมันก็ตกหลุมเรา”
มันจะมาอ้างเอาพื้นที่นั่นนี่อีกไม่ได้ เพราะมีข้อตกลงปรากฎชัดอยู่ในแถลงการณ์
.....แต่เมื่อไม่ได้ใช้แถลงการณ์ร่วม.... “เราก็ตกหลุมมัน” !!!!!!!!
.....ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นยุคที่ฝรั่งล่าอาณานิคม มีอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกสฯ
รัชกาลที่ 5 ใช้กุศโลบาย ว่าทำอย่างไรจึงจะไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่ง
เราจึงยอมเสียแผ่นดิน ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง รวมทั้ง เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณฯ
เมื่อก่อนนี้เรามีพื้นที่กว้างเหมือนขอบจาน จึงเหลือแหว่งวิ่นเหมือนสันขวาน
ถ้าเราใช้กุศโลบายแบบรัชกาลที่ 5 คือเรายอมเสียตัวปราสาท (มันเสียอยู่แล้ว)...
เพื่อรักษาพื้นที่รอบปราสาทบนภูเขาเอาไว้ มันก็จะไม่มีเรื่องบานปลายแบบนี้

IP: 125.26.131.XXX
โดย: abbaw เขียนเมื่อ 14:12 น. 8 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 15

(1)
กรณีพิพาทไทย - เขมร เรื่องปราสาทพระวิหาร
ปี 2505 ศาลโลกใช้คำตัดสินว่า ……..
“ให้ประเทศกัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร”
โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องเขตแดน ไทยจึงถือว่ามีสิทธิ์บนพื้นที่รอบตัวปราสาท
และพื้นที่บนเขา ประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร
เมื่อเขมรจะขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลก
โดยควบรวมเอาพื้นที่บริเวณรอบปราสาทฯ เข้าไปด้วย
นายนพดล ได้ทำเป็นหนังสือแถลงการณ์ร่วมว่า “เรายินยอมให้เขมร…
ขึ้นทะเบียนได้เฉพาะตัวปราสาท” โดยกันพื้นที่รอบตัวปราสาทออกไป
เขาอภิปรายกันในสภาคุณก็ไม่ดู มัวแต่ไปดูเขาด่ากันใน ASTV อยู่
แต่....แถลงการณ์ร่วมไม่ได้นำไปใช้ เพราะศาลปกครองสั่งห้ามนำไปใช้
......เมื่อแถลงการณ์ร่วมไม่ได้นำไปใช้ เท่ากับว่าเรานิ่งเฉย หรือยอมรับ
ในสิ่งที่เขมรเหมารวมเอาพื้นที่รอบๆ บริเวณตัวปราสาทเข้าไปด้วย.......

IP: 125.26.131.XXX
โดย: abbaw เขียนเมื่อ 14:11 น. 8 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 14

ขอมสร้างปราสาทเขาพระวิหารก็จริง แต่ขอมตามคำนิยาม คือคนรูปร่างเล็ก ผิวเข้ม ที่อาศัยอยู่ตั้งแต่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาลงมาถึงลุมน้ำโขง กินอาณาบริเวณกว้าง สมัยชัยวรมัน ไม่มีไทยไม่มีกัมพูชา ล้วนเป็นกลุ่มสังคมที่มีความเกี่ยวพันธ์กันทั้งสิ้น ความเป็นรัฐสมัยใหม่เพิ่งมีมาเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง จึงไม่อาจแบ่งแยกได้ว่าของไทย ของเขมร เพราะไทยก็เพิ่งมีไม่กี่ปี กัมพูชาก็มีไม่กี่ปีจริงไหมครับท่านนักประวัติศาสตร์ จึงไม่อาจใช้เรื่องเชื้อชาติมาอ้างได้ แต่หากมองในเรื่องของรัฐสมัยใหม่ก็ค้งต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องตัดสินจึงจะถูกต้องกว่ากระมัง

IP: 118.172.66.XXX
โดย: จำยอม เขียนเมื่อ 13:25 น. 8 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 13

เขาวิหารสร้างสมัยพระชัยวรมันที่ ๑-๒ อาณาจักรกัมพูชา ไม่ทราบว่าคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้เจริญแล้วศึกษาประวัติศาสตร์หรือยัง บรรพบุรุษเขาสร้างมา คนไทยที่เจริญแล้วพ่อแม่ให้การศึกษาดีแล้วเขาคิดได้ว่า ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของใครเราคนไทยไม่โกงสมบัติของชาติอื่นมาเป็นตนเอง เพราะเรามีอารยธรรม

IP: 118.174.80.XXX
โดย: บริสุทธ์ เขียนเมื่อ 00:46 น. 8 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 12

อันที่จิงผมก็เคยไปนะเขาพระวิหารอ่ะ ทำไมเราไม่เปลี่ยนมาเป็นครอบครองร่วมกันละ ประชาชนทั้ง2ฝั่งจะได้มีความสุข

IP: 119.42.67.XXX
โดย: alinepanx3 เขียนเมื่อ 20:46 น. 7 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 11

เขมรมันเข้าไปลงกระทู้ด่าคนไทยในต่างประเทศ

http://www.topix.com/forum/world/cambodia/TUMS5J2JPBK48PSPI

http://www.topix.com/forum/world/cambodia

ช่วยกันเข้าไปโพสต์หน่อย อย่าปล่อยให้มันด่าเราข้างเดียว

IP: 58.137.121.XXX
โดย: พวกโจรเขมร เขียนเมื่อ 16:51 น. 7 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 10

รู้สึกผมเคยเจอกระทู้นึงในเวบนี้นี่แหล่ะบอกว่าให้ไปดูในgoogle earth ว่าเส้นแบ่งแดนตอนนั้นปราสาทพระวิหารเป็นของไทยผมเขาไปดูมันก็เป็นของไทยจริง ๆ แต่ตอนนี้ google earth update ใหม่ลองเขาไปดูตามนี้เลย
http://hatchery007.com/out.php/i110_pic002.jpg
อันนี้ของปราสาทตาเหมือนซึ่ง ตอนนี้ google earth ขีดเส้นพรมแดนเป็นของเขมร
http://hatchery007.com/out.php/i109_pic001.jpg
คุณคิดว่ายังไง.........

IP: 210.213.11.XXX
โดย: tanuki เขียนเมื่อ 09:42 น. 5 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 9

ให้คนตั้งกระทู้ลองเป็นทหารดูก่อนผ่านการฝึกให้ได้ก่อนเถอะ

IP: 124.121.154.XXX
โดย: wut เขียนเมื่อ 22:33 น. 4 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 8

ถ้าไม่สงวนเอาที่ทับซ้อนไว้ก่อน เขมรจะตีกินเกาหมดครึ่งประเทศไทย

IP: 58.9.183.XXX
โดย: ddd เขียนเมื่อ 13:19 น. 4 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 7

(2)
......ใครที่จุดประเด็นนี้ขึ้นมา น่าจะไปหาหนังสือมาอ่านประดับสติปัญญา
......ยิ่งถ้าจุดขึ้นมาเพื่อความแตกแยก........ก็ยิ่งสมควรถูกประณาม..!!!!!!!!!
…..ไปหาเรื่องอื่นมาทะเลาะกันดีกว่า.........อายเขมรมัน...!!!!!!!!!!!

IP: 125.26.123.XXX
โดย: abbaw เขียนเมื่อ 10:59 น. 4 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 6

(1)
......เมื่อก่อน ดินแดนแถบนี้อยู่รวมกันเป็นอาณาจักรขอมมีอารยะธรรมสูงส่ง
บรรพบุรุษ.....ผู้มีสติปัญญาสร้างปราสาทขึ้นมาเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฯ
ภายหลังมาทะเลาะกันเอง และมี อังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกสฯ ล่าเมืองขึ้น
จึงมีการแบ่งแยกประเทศ มีฝรั่งล่าอาณานิคม ฝรั่งเศส ครอบครอง เขมร ลาวฯ
ไทยมีกรณีพิพาทกับเขมร เรื่องปราสาทพระวิหาร ปี 2505
ศาลโลกตัดสินว่า “ให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร”
ไม่มีคนไทยคนไหนทำใจได้ แต่จำต้องฝืนทนยอมรับด้วยความขมขื่น
......ต่อมาลูกหลานโง่ลง...นอกจากสร้างใหม่ไม่เป็นแล้ว ยังแย่งมรดกบรรพบุรุษกัน
และถึงแม้ว่าใครชนะได้เป็นเจ้าของก็ตาม...ก็ไม่มีใครสามารถยกเอามันไปได้
มันก็ยังคงกองเป็นซากปรักหักพังอยู่อย่างนั้น…วันหนึ่งมันก็จะพังลงเป็นกองอิฐ
เราจะมัวไปแย่งอยู่กันทำไม?... ทำไมเราไม่คิดว่าจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร?
......เขาขึ้นเป็นมรดกโลกก็น่าจะดี จะได้เก็บเอาไว้ให้ลูกหลานได้ดู, ศึกษาฯ
จะได้ไม่มีใครทำลายแบบ “พระพุทธรูปบาบิยัน” ประเทศอัฟฆานิสสถาน

IP: 125.26.123.XXX
โดย: abbaw เขียนเมื่อ 10:58 น. 4 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 5

สมองรึนั่น ที่เขียนออกมา !!!???!!!

แค่ข้อแรกก้อจะบ้าแล้ว ไม่มีการ "สงวนสิทธิ์" โลกไหนนะครับ ที่สงวนได้ตลอดไป 10 ปี ครับ 10 ปี เวรกรรม

ยิ่งมิต้องอ่านข้ออื่นนะ ถามจริง เกรียนหรือเปล่าเนี่ยที่มาโพสต์ โอย...

IP: 118.174.123.XXX
โดย: มึนกะเกรียน เขียนเมื่อ 10:53 น. 4 ส.ค. 2008
โดย: jae pen's brother เขียนเมื่อ 23:00 น. 3 ส.ค. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด

ความคิดเห็นที่ 3

ปชป. มันไม่รู้เรือง รัฐบาลเขาทำถูกแล้ว

IP: 58.9.183.XXX
โดย: ddd เขียนเมื่อ 22:41 น. 3 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 2

ร่างกายของฉัน คือพระวิหาร

IP: 202.91.19.XXX
โดย: ไม่หรอก เขียนเมื่อ 21:54 น. 3 ส.ค. 2008

ความคิดเห็นที่ 1

จะให้ซื้อาวุธจากอเมริกาเพื่อให้มันมาถือหางเรารึคุณ อย่าลืมสิสงครามอิรัก-อิหร่านอเมริกาก็ขายอาวุธให้ทั้งสองข้างอยู่ลับๆ

ส่วนโครงการใหญ่ๆ ไม่ว่าจะขุดเจาะก๊าซที่อ่าวไทยเราก็ทำสัมปทานกับต่างชาติไปหมดแล้วนะ แค่นี้ก็จะแย่แล้ว

IP: 61.90.74.XXX
โดย: กระด้างไม่หยาบคาย เขียนเมื่อ 17:32 น. 3 ส.ค. 2008
ตั้งกระทู้ใหม่
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ