คดีพระวิหาร หมวด » เรื่องนี้ต้องขยาย » เรื่องเด่นประเด็นดัง
คดีพระวิหาร
ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาสำคัญที่ถือเป็นวาระแห่งชาติอยู่หลายเรื่อง เรื่องหนึ่งนั่นก็คือ ปัญหาเรื่องข้อพิพาทระหว่างไทยกัมพูชา
ข้อพิพาทระหว่างไทยเรา และกัมพูชา เป็นปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเขตแดน และเขตแดนที่พูดถึงกันโดยทั่วๆ ไปนี่ก็พอที่จะจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท นั่นก็คือ
1.เขตแดนทางบก
2.เขตแดนทางทะเล
เขตแดนทางบกในที่นี้คือปัญหาเรื่องเขาพระวิหาร เรื่องนี้มีความจริงที่ควรเข้าใจให้ตรงกันหลายประการ
1.ตามคำพิพากษาของศาลโลกเพียงยกพระวิหารให้เป็นของกัมพูชา (ในคำตัดสินใช้คำว่า Temple) ส่วนที่กัมพูชาขอให้ศาลโลกตรวจสอบความถูกต้องของเขตแดน ศาลปฏิเสธที่จะข้องเกี่ยวเพราะถือว่าเป็นเรื่องของคู่กรณี (ศาลยังพอมีความยุติธรรมอยู่บ้าง ใครๆ ก็รู้ว่านี่ตัดสินลำเอียงเข้าข้างกัมพูชาลูกกระจ๊อกฝรั่งเศส) ดั้งนั้น ถ้ายึดเอาตามคำตัดสินของศาลโลกสิ่งที่เป็นของกัมพูชามีเพียงพระวิหารเท่านั้น ดังนั้นพื้นที่เขา และโดยบริเวณโดยรอบอื่นๆ ล้วนเป็นของไทย ดังนั้นจึงไม่มีพื้นที่ทับซ้อน ตั้งแต่เขาลงมา และพื้นที่ 4.6 ตารางเมตรโดยรอบล้วนเป็นของไทยเรา 100% เต็ม (ไทยเรายังปฏิเสธที่จะรับผลคำตัดสินนี้ และสงวนสิทธิที่จะโต้แย้งโดยไม่จำกัดเวลา ! ไม่จำกัดเวลาก็คืออาจจะอีก 100 ปี ห้าแสนปี เมื่อไรก็ตามที่มีหลักฐานอะไรใหม่ๆ ที่แสดงสิทธิว่าเป็นของๆ เรา เราก็จะทวง “พระวิหาร” กลับมา)
2.การที่สื่อมวลชน และคนทั่วไปที่พูดถึงกรณีเขาพระวิหาร พื้นที่ทับซ้อน และอื่นๆ จึงเป็นการสร้างความประสาทแดกให้กับประเทศตัวเอง เพราะมันเป็นพื้นที่ของไทยอยู่แล้ว ขอร้องอย่าเสี่ยว ช่วยเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันด้วย คดีนี้ควรเรียกให้ถูกต้องว่า “คดีพระวิหาร”
3.ส่วนเรื่องงี่เง่าสุดๆ ที่มันเกิดขึ้นก็คือ นักการเมืองไทยตัวนึงดันไปร่วมลงนามการจดทะเบียนมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชา ทำไมถึงว่ามันงี่เง่า เพราะว่ามันดันไปร่วมลงนาม ทำให้เหมือนว่าไทยเรายอมรับว่าเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา อ่าวเวร คนไทยตัวไหนมันมีสิทธิไปยกพื้นที่ประเทศตัวเองให้ประเทศอื่นกันบ้างวะ ?
ขอถามมันสักหลายข้อหน่อยเถอะ
หนึ่ง ที่มันทำนี่ก็เท่ากับยกเลิกสิทธิที่ไทยเราจะเอาพระวิหารคืนมา โง่ฉิบ !
สอง พื้นที่ในการจดทะเบียนมรดกโลกมันเกินคำตัดสินศาลโลกอีกเว้ย จะให้ประเทศชาติขาดทุนไปถึงไหน ?
สาม คนที่จะมาเที่ยวมรดกโลกในอนาคตมันอีกกี่สิบ กี่ร้อยปี เสือกกลายเป็นของกัมพูชา ประเทศชาติขาดทุนไปเท่าไหร่มึงรู้ไม๊วะ ?
สี่ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ปัจจุบันทราบกันแล้วว่ามี ประหารมึงทั้งตระกูล ยึดทรัพย์มาจนหมด เอาลูกหลานมันมาเป็นทาสใช้หนี้ ประเทศยังไม่คุ้มเลยโว้ย !
ห้า ถ้ามีเรื่องขึ้นศาลโลกอีก ประเทศด้อยพัฒนาที่มีมหาอำนาจหนุนหลัง กับประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นศัตรูเค้าไปทั่ว ใครจะชนะมึงรู้ไม๊ว่ะ ?
ส่วนเรื่องเขตแดนทางทะเล นี่ยิ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจกันไปใหญ่เพราะ จะมาตอบคำถามว่า “นี่เราเป็นฝ่ายถูกเห็นๆ อัดแม่งเลยดีมะ”
พื้นที่โดยรอบพระวิหารเป็นของเราครับ แต่เราควรรบกับกัมพูชาไม๊ ? ไม่ควรครับ
1.ประเทศกัมพูชาไม่มีอะไรจะเสีย ประเทศเค้าฆ่ากันทุกวัน ส่วนไทยเราถ้าเกิดรบกันขึ้นมา หุ้นจะลงเกิน 600 กว่าจุดที่เป็นอยู่ เงินลงทุนหายออกนอกประเทศหมด ประเทศจะสะดุดอยู่กับสงคราม ประเทศเราจะมีแต่ผลเสีย
2.ท่าทีของประเทศมหาอำนาจ เร็วๆ นี้อเมริกาเอาเรือระดับชั้นพิฆาตเข้าไปจอดที่ท่าเรือกัมปงโสม (เรือระดับชั้นพิฆาตคือเรือทมิฬหินชาติ ลำเดียวฆ่าไทยเราได้ทั้งประเทศ) มันบอกอะไรบางอย่างว่าอเมริกาถือหางใคร (ชัวร์ว่าไม่มีใครอยากให้ไทยเราเป็นเหมือนอีรัก ดังนั้นเราอย่าไปหลงลมเค้า สมัย ร.5 เราเสียพื้นที่ไป 500,000 กิโล ท่านยังทรงยอมทน เพราะพระองค์ท่านทรงทราบว่าอะไรเป็นอะไร เราต้องรู้จักเรียนรู้จากพระองค์ท่าน)
3.ผลประโยชน์ ! ลองไปเช็คดูครับเขตแดนทางทะเล ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างเรากับกัมพูชา สัมปทานทั้งหลายที่กัมพูชาออกให้ไปเป็นของใคร อเมริกา อังกฤษ จีน อย่างเชฟล่อน นี่เมดอิน USA เห็นๆ พอดูออกใช่ไม๊ครับ ถ้ามีเรื่องกันใครจะร่วมยำเราบ้าง ?
4.ภาพลักษณ์ต่อสายตาชาวโลก บอกแล้วใช่ไม่ครับ ไทยเรากับกัมพูชาก็เหมือนเศรษฐีกับขอทาน คิดว่าคนเค้ามองๆ แล้วจะเห็นใจใครครับ ? น้อยคนครับที่จะมองว่าเราเป็นฝ่ายถูก หรือถึงจะรู้ว่าเราเป็นฝ่ายถูกก็เถอะ บางทีก็อาจจะหยวนๆ เข้าข้างกัมพูชา เราไม่ควรทำครับ
อย่างนั้นจะให้เรางอมืองอเท้ายอมหรือไง ? ไม่แน่นอนครับ !
ผมขอเสนอทางแก้โดยสามัญวินิจฉัยไว้ดังนี้
1.เราไม่ควรให้ทหารออกจากพื้นที่ข้อพิพาทโดยเด็ดขาด (มันเป็นท่าทีทีเราต้องแสดงต่อสังคมโลกครับ)
2.ขอความร่วมมือในการให้ข่าว ข้อมูลต้องถูกต้องชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยว หรือเข้าใจผิดกันเอง เพื่อความชัดเจนกับท่าทีของประเทศด้วย (พี่สำนักรัฐบาลก็ขอความร่วมมือจากสำนักพิมพ์ ให้ข้อมูลกับพี่ๆ นักข่าวเข้าสิครับ ไอ้ที่เรียกแถลงการณ์ร่วมเพื่อความเข้าใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันน่ะ ฟังดูดีจะตาย !)
3.ในกรณีซวยจริงๆ ให้รอมชอมโดยจดทะเบียนมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา (อย่างน้อยก็ 50 – 50 วะ !)
4.นักลงทุนทั้งหลายของไทย จะธุรกิจของกัมพูชา หุ้นของเชฟลอน ท่านทั้งหลายช่วยเข้าไปลงทุน ไปถือหุ้นกันหน่อยเถอะครับ เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองให้กับประเทศ (หลวงจะลงไปลุยเองก็ยังได้ / นิรโทษกรรมคุณทักษิณให้ช่วยเคลียร์เลย !)
5.กรณีใช้หัว - ใช้ปากไม่ไหวต้องลงมือลงเท้ากันจนได้ ต้องออกสื่อ ประกาศไม่ทำร้ายเด็กสตรีและคนชราให้ต่างชาติรับรู้ทันที และพยายามพูดยื่นข้อตกลงสันติเสมอๆ ส่วนในทางปฏิบัติให้เน้นรบเร็วบุกเข้าตีเมืองหลวง แหล่งลงทุน จับตัวผู้มีอิทธิพล โดยอ้างว่าเชิญตัวมาเพื่อเจรจาเงื่อนไข เพื่อให้คำสั่งทางทหาร – เศรษฐกิจชะงักงัน เด็กสตรีและคนชรา รบกันแล้วก็เอามาเก็บไว้ในค่ายทหารนี่ล่ะ มันก็เป็นเหมือนตัวประกันกลาย ต่อให้มหาอำนาจยื่นมือมาช่วยจริง มันก็ต้องกลัวญาติพี่น้องมันเน่าบ้างล่ะวะ)
6.เน้นบุกยืนพื้นที่ ไปลุยกันในที่ชาวบ้านไม่ต้องถามก็คงรู้นะว่าเราได้เปรียบยังไง ?
7.ล๊อบบี้นอกรอบกับมหาอำนาจทั้งหลาย ว่าให้ย้ายมาสัมปทานกับไทยจะได้ผลประโยชน์มากกว่าเท่านั้น – เท่านี้ หรือยืด เขตแดนไทยออกไปในเขตกัมพูชาเท่าไหร่ทรัพยากรที่หาเจอใน 5 ปีแรกรับไปเลย 100% เต็ม (ก็ของแถมนี่ ลดไปก็ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างกฎหมายเขตแดนทางทะเลยมันกว้างโคตรๆ อยู่แล้วขึ้นกับว่าจะเอามาอ้างเหตุผลยังไง !)
8.เปิดโครงการลงทุนร่วมกับมหาอำนาจซะบ้างเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
9.คิดไม่ออกจริงๆ ก็ซื้ออาวุธจากอเมริกานี่ล่ะ แค่นี้พี่กันก็หลับตา 2 ข้างแล้วเชื่อเด่ะ
10.มีเพียบเลยโว้ย คุณนักการเมืองยอมใช้หัวหน่อยเหอะครับ !
ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเมือวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปเข้าร่วมสัมมนาเรื่องปัญหากัมพูชาที่มหาวิทยาลัยรังสิต เห็นพ้องกับวิทยากรว่านี่เป็นปัญหาที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ข้อมูลทั้งหมดในบทความมาจากวิทยากรทั้ง 3 คือ
ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล
พลเรือเอกถนอม เจริญลาภ
พลเรือโทประทีป ชื่นอารมณ์
รวมเข้ากับสามัญวินิจฉัยของข้าพเจ้า ทั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาใดๆ ที่จะนำความแตกแยกมาสู่ประเทศชาติ เพียงแต่เขียนขึ้นเพื่อเป็นการแสดงอัตวความคิด ทั้งไม่สนับสนุนให้ผู้หนึ่งผู้ใดนำเอาบทความที่ข้าพเจ้าเขียนขึ้นไปสร้างความขัดแย้งใดๆ ขึ้นภายในประเทศ และหากมีข้อมูลใดที่นำเสนอผิดพลาดล้วนเป็นความผิดพลาดจากตัวข้าพเจ้าเอง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิทยากรทั้ง 3 ซึ่งต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
สุดท้ายนี้ขอพระสยามเทวาธิราชคุ้มครองประเทศไทยครับ !
|
"ลด นน. 5-10กก./ด.?->( ฟ รี !! ตัวอย่างทดลอง )<-ส่งถึงบ้าน" ปลอดภัย ไม่ใช่ยา หุ่นสวย พร้อม หน้าใส ถาวร.. |
((เปลี่ยนเวลาว่างให้เป็นเงิน)) ทำงานจากที่บ้านผ่าน INTERNET รายได้ 10,000-155,000 บาท สนใจรับข้อมูล (ฟรี) คลิ๊ก |
|
ดิฉันลดน้ำหนักได้4kgใน7วัน ปลอดภัยได้ผล100% ด้วยการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ |
สร้างรายได้ ผ่านอินเตอร์เน็ต 3000 บาท/ วัน สนใจ รับข้อมูล ฟรี คลิกเลย |
|
* สนใจลงโฆษณาติดต่อ 02-100-8111 |
* สนใจลงโฆษณาติดต่อ 02-100-8111 |
......เมื่อก่อน ดินแดนแถบนี้อยู่รวมกันเป็นอาณาจักรขอมมีอารยะธรรมสูงส่ง
บรรพบุรุษ.....ผู้มีสติปัญญาสร้างปราสาทขึ้นมาเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฯ
ภายหลังมาทะเลาะกันเอง และมี อังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกสฯ ล่าเมืองขึ้น
จึงมีการแบ่งแยกประเทศ มีฝรั่งล่าอาณานิคม ฝรั่งเศส ครอบครอง เขมร ลาวฯ
ไทยมีกรณีพิพาทกับเขมร เรื่องปราสาทพระวิหาร ปี 2505
ศาลโลกตัดสินว่า “ให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร”
ไม่มีคนไทยคนไหนทำใจได้ แต่จำต้องฝืนทนยอมรับด้วยความขมขื่น
......ต่อมาลูกหลานโง่ลง...นอกจากสร้างใหม่ไม่เป็นแล้ว ยังแย่งมรดกบรรพบุรุษกัน
และถึงแม้ว่าใครชนะได้เป็นเจ้าของก็ตาม...ก็ไม่มีใครสามารถยกเอามันไปได้
มันก็ยังคงกองเป็นซากปรักหักพังอยู่อย่างนั้น…วันหนึ่งมันก็จะพังลงเป็นกองอิฐ
เราจะมัวไปแย่งอยู่กันทำไม?... ทำไมเราไม่คิดว่าจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร?
......เขาขึ้นเป็นมรดกโลกก็น่าจะดี จะได้เก็บเอาไว้ให้ลูกหลานได้ดู, ศึกษาฯ
จะได้ไม่มีใครทำลายแบบ “พระพุทธรูปบาบิยัน” ประเทศอัฟฆานิสสถาน
......ใครที่จุดประเด็นนี
IP: 125.26.123.XXX 





(2)
......ใครที่จุดประเด็นนี้ขึ้นมา น่าจะไปหาหนังสือมาอ่านประดับสติปัญญา
......ยิ่งถ้าจุดขึ้นมาเพื่อความแตกแยก........ก็ยิ่งสมควรถูกประณาม..!!!!!!!!!
…..ไปหาเรื่องอื่นมาทะเลาะกันดีกว่า.........อายเขมรมัน...!!!!!!!!!!!