เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี หมวด » ทั่วไป » การเมือง » เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3773/2532

นาย สัก กอแสงเรือง โจทก์

กรมสรรพากร กับพวก จำเลย


ข้อกฎหมาย ป.รัษฎากร มาตรา 19, 40(1), 40(8), 50, 52



ย่อคำพิพากษา

ในการก่อสร้างตึกแถวโจทก์เป็นผู้จัดหาและซื้อวัสดุก่อสร้างเองส่วนแรงงานเหมาจ่ายให้ผู้รับเหมาจัดหาคนงานมาทำการก่อสร้างโดยผู้รับเหมาจ่ายค่าแรงงานให้แก่คนงานเองหากงานล่าช้าต้องจ้างคนงานเพิ่มขึ้น โจทก์ไม่ต้องรับผิดชอบ ดังนี้ เงินได้ที่จ่ายให้แก่ผู้รับเหมาจึงมิใช่เงินได้จากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40(1)แห่งประมวลรัษฎากร หากแต่เป็นเงินได้จากธุรกิจการพาณิชย์ตามมาตรา 40(8) โจทก์จึงไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งตามมาตรา 5052 แห่งประมวลรัษฎากร การที่เจ้าพนักงานประเมินประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายในกรณีนี้จึงไม่ชอบ โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ประจำปี พ.ศ. 2521เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2522 เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกลงวันที่ 27 มีนาคม 2527 เรียกโจทก์มาไต่สวน โจทก์ได้รับหมายเรียกเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2527 จึงเป็นการออกหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ยื่นรายการเสียภาษี ถูกต้องตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว หมายเรียกเพื่อการตรวจสอบไต่สวนกำหนดให้โจทก์มาให้ถ้อยคำและนำพยานหลักฐานมาแสดงให้เวลาโจทก์น้อยกว่า 7 วันตามที่ระบุไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 19 โจทก์มีสิทธิไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกนั้น และเจ้าพนักงานประเมินจะประเมินภาษีตามลำพังโดยอ้างว่าโจทก์ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกไม่ได้ แต่เมื่อโจทก์ปฏิบัติตามหมายเรียกโดยไม่โต้แย้ง การออกหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินจึงชอบแล้ว.

 

 คำพิพากษาศาลฎีกา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพทนายความ เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินให้โจทก์ไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีการค้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย เป็นเงิน 413,821.62 บาทโจทก์เห็นว่า การประเมินดังกล่าวไม่ชอบจึงอุทธรณ์การประเมินคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยให้ลดเงินเพิ่มและเบี้ยปรับลง คงให้ชำระเป็นเงิน 329,911.55 บาท โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบเพราะโจทก์ซื้อที่ดินและปลูกสร้างอาคาร5 คูหา เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นสำนักงาน โดยโจทก์เหมาค่าแรงในการก่อสร้างให้ผู้รับเหมา ส่วนวัสดุก่อสร้างโจทก์จัดซื้อเองโจทก์ยืมเงินนางสุดใจมาใช้ในการก่อสร้างด้วยเป็นเงิน 1,200,000 บาทต่อมานางสุดใจเดือดร้อนเรื่องเงิน โจทก์จึงขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้นางสุดใจเป็นเงินเท่ากับที่กู้ยืมมา โดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร เงินที่ได้จากการขายโจทก์จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามมาตรา 42(9) และค่าก่อสร้างที่จ้างเหมาค่าแรง โจทก์ก็ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควรการซื้อที่ดินและก่อสร้างอาคาร โจทก์เสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 1,075,440 บาท การที่เจ้าพนักงานประเมินหักค่าใช้จ่ายให้โจทก์ในส่วนนี้เพียง 676,791.60 บาท จึงไม่ถูกต้องทั้งเจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบไต่สวนเกินกำหนดระยะเวลา 5 ปีและไม่ให้เวลาแก่โจทก์ตามมาตรา 19 จึงไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

จำเลยให้การว่า โจทก์ซื้อที่ดินจากผู้อื่นแล้วปลูกสร้างอาคารรวม 5 คูหา แล้วได้แบ่งขายไปพร้อมกับที่ดินรวม 2 คูหา โดยอ้างว่าเป็นหนี้ผู้อื่น แต่ก็ไม่มีหลักฐานมาแสดง จึงเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์โดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร จึงต้องนำรายรับไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้า ทั้งโจทก์ได้จ่ายค่าจ้างแก่ผู้รับเหมาอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) (2)โจทก์จึงมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อโจทก์ไม่หัก โจทก์จึงต้องรับผิด การออกหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าเงินค่าแรงในการก่อสร้างที่โจทก์จ่ายให้แก่ผู้รับเหมา โจทก์มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์จ้างเหมานายเข็มทำการก่อสร้างอาคารของโจทก์เฉพาะค่าแรง ส่วนวัสดุก่อสร้างโจทก์เป็นผู้จัดหาและซื้อเอง เงินค่าแรงที่โจทก์จ่ายให้นายเข็มเป็นการเหมาจ่ายเพื่อให้นายเข็มไปจัดหาคนงานมาทำการก่อสร้าง โดยนายเข็มเป็นผู้จ่ายค่าแรงให้แก่คนงานเอง หากงานล่าช้าเป็นเหตุให้ต้องเสียค่าจ้างคนงานเพิ่มขึ้น โจทก์ไม่ต้องรับผิดชอบแล้ววินิจฉัยว่า เงินได้ที่นายเข็มได้รับมิใช่เงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) แต่เป็นเงินได้จากธุรกิจการพาณิชย์ตามมาตรา 40(8)โจทก์จึงไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งตามมาตรา 50 และ 52แห่งประมวลรัษฎากร การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินในส่วนนี้จึงไม่ชอบ ส่วนปัญหาว่าเจ้าพนักงานประเมินหมายเรียกเพื่อการตรวจสอบไต่สวนเกิน 5 ปี นับแต่วันที่ยื่นรายการเสียภาษีหรือไม่ และให้เวลาโจทก์นำบัญชีพร้อมพยานหลักฐานไปแสดงน้อยกว่า7 วัน ตามมาตรา 19 หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ประจำปีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม2522 การที่เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกลงวันที่ 27 มีนาคม 2527เรียกโจทก์มาตรวจสอบไต่สวน โจทก์ได้รับหมายเรียกในวันที่30 มีนาคม 2527 จึงเป็นการออกหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนภายใน 5 ปีถูกต้องตามมาตรา 19 แล้ว แม้ตามหมายเรียกให้โจทก์มาให้ถ้อยคำและนำพยานหลักฐานมาแสดงในวันที่ 4 เมษายน 2527 อันเป็นการให้เวลาโจทก์น้อยกว่า 7 วันก็ตาม โจทก์มีสิทธิเพียงไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกนั้น และเจ้าพนักงานประเมินจะประเมินภาษีตามลำพังโดยอ้างว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกไม่ได้เท่านั้น เมื่อโจทก์ยอมปฏิบัติตามหมายเรียก การออกหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินจึงชอบด้วยมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และให้เจ้าพนักงานประเมินคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างตึกแถวในบางกรณีใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง.





( อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ - วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ - ประวิทย์ ขัมภรัตน์ )

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1986/2533


นาง เง็กหง แซ่ซิ้ม โจทก์

กรมสรรพากร กับพวก จำเลย



ข้อกฎหมาย
ป.พ.พ. มาตรา 118

ป.รัษฎากร มาตรา 40




คำพิพากษาศาลฎีกา

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 หมายเรียกโจทก์ไปทำการตรวจสอบ แล้วมีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี พ.ศ. 2526 และ 2527 ให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้จำเลยที่ 1 เป็นเงินรวม 91,840.65 บาท โดยอ้างว่าโจทก์มีเงินได้พึงประเมินประเภทดอกเบี้ยจากการรับจำนองในปีพ.ศ. 2526 และ 2527 เป็นเงิน 71,875 บาท และ 225,000 บาทตามลำดับ โจทก์เห็นว่า การประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ว่า โจทก์มิได้มีเงินได้ดังกล่าว จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์แล้วมีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ ซึ่งโจทก์ไม่เป็นพ้องด้วย เพราะการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ขัดต่อความจริง กล่าวคือ สัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 6431, 6433 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นมารดากับนายพฤกษ์ กอแสงเรืองผู้จำนองซึ่งเป็นบุตรนั้น ความจริงโจทก์ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้นายพฤกษ์ แต่กลัวว่านายพฤกษ์จะนำทรัพย์ดังกล่าวไปจำหน่ายจ่ายโอนหรือก่อให้เกิดภาระหนี้สินขึ้น จึงให้นายพฤกษ์ทำสัญญาจำนองแก่โจทก์ แล้วโจทก์ยึดโฉนดไว้ ไม่มีการรับจ่ายเงินและดอกเบี้ยกันแต่ประการใด โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า สัญญาจำนองตามฟ้องเป็นหนังสือสำคัญของทางราชการแสดงว่าโจทก์เป็นผู้รับเงินได้พึงประเมิน เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 61(2) แห่งประมวลรัษฎากรที่โจทก์อ้างว่าไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ในสัญญา โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้วขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นคนต่างด้าวไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ จึงให้นายพฤกษ์บุตรชายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวไว้แทน เพื่อมิให้นายพฤกษ์นำที่ดินนั้นไปจำหน่ายจ่ายโอนหรือก่อให้เกิดภาระติดพัน จึงได้ให้นายพฤกษ์ทำสัญญาจำนองที่ดินนั้นเป็นประกันหนี้ไว้ต่อโจทก์ตามที่นายสัก กอแสงเรืองบุตรชายของโจทก์และเป็นพี่ชายของนายพฤกษ์แนะนำ จึงเชื่อว่าไม่มีการชำระดอกเบี้ยแก่กันโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่กล่าวแล้ว

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นหม้าย นายสัก กอแสงเรือง และนายพฤกษ์ กอแสงเรือง เป็นบุตรโจทก์ ปรากฏตามโฉนดที่ 6431 และ 6433 ว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายน2526 นายพฤกษ์ได้ซื้อที่ดินโฉนดที่กล่าวแล้วว่า วันเดียวกันนายพฤกษ์ได้จำนองที่ดินนั้นพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันเงินกู้ที่นายพฤกษ์กู้จากโจทก์เป็นเงิน 1,500,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.6วันที่ 12 มิถุนายน 2529 เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 หมายเรียกโจทก์มาตรวจสอบไต่สวนแล้วแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในฐานะที่โจทก์ได้รับดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองให้จำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์การประเมินในที่สุดได้นำคดีมาฟ้องมีปัญหาว่า โจทก์ได้รับดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองดังกล่าวหรือไม่...

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายพฤกษ์มีอาชีพเป็นเพียงนายหน้าหาประกันไม่มีอาชีพอย่างอื่น ทั้งปรากฏตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามภาพถ่ายที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ส่งมาเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลว่า ในปี พ.ศ. 2526 และ 2527 นายพฤกษ์ได้รับค่านายหน้าจากการประกอบอาชีพเป็นนายหน้าหาประกันเพียง 22,473.55 บาท และ18,108.32 บาท ตามลำดับเท่านั้น จึงไม่มีเหตุผลที่โจทก์ในฐานะมารดาซึ่งย่อมทราบข้อเท็จจริงเหล่านี้จะให้นายพฤกษ์กู้เงินถึง1,500,000 บาท ทั้งไม่ปรากฏหลักฐานที่แสดงว่านายพฤกษ์ได้ชำระดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองให้โจทก์แล้ว พฤติการณ์ตามรูปคดี น่าเชื่อว่าสัญญาจำนองและสัญญากู้เงินรายนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะโจทก์และนายพฤกษ์สมคบกันแสดงเจตนาลวง สัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามกฎหมาย ฉะนั้น แม้โจทก์จะมีชื่อในสัญญาในฐานะผู้รับจำนองดังที่จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์มีเงินได้ประเภทดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่จะต้องชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้จำเลยที่ 1 ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาคดีชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน.





( เดชา สุวรรณโณ - อุดม เฟื่องฟุ้ง - ตัน เวทไว )

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2524


นายสัก กอแสงเรือง โจทก์

นายเจียม เจริญวัย กับพวก จำเลย


ข้อกฎหมาย
ป.อ. มาตรา 177, 181

ป.วิ.อ. มาตรา 28


คำพิพากษาศาลฎีกา

โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยกับพวกเป็นโจทก์ฟ้องนายตงและนายสุชาติเป็นจำเลยข้อหาบุกรุกทำให้เสียทรัพย์และเสื่อมเสียเสรีภาพในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2240 - 2245, 2252, 2258, 2268/2520 และ 1338/2521ของศาลจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปเมื่อวันที่ 18เมษายน 2522 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองได้เบิกความเท็จต่อศาลจังหวัดสระบุรีในคดีดังกล่าวว่า โจทก์ซึ่งเป็นทนายความของนายตงและนายสุชาติได้ไปยังที่พิพาทพร้อมกับลูกความ และโจทก์ได้ถือปืนไปขู่บังคับจำเลยทั้งสองให้ออกไปจากที่ดิน ถ้าไม่ออกไปจะฆ่าให้ตายความจริงโจทก์มิได้ถือปืนไปขู่บังคับจำเลยทั้งสองดังที่จำเลยทั้งสองเบิกความแต่อย่างใด ข้อความเท็จที่จำเลยเบิกความต่อศาลดังกล่าวนั้น ล้วนเป็นข้อสำคัญในคดีทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 181


ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง


จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และยื่นคำร้องว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง


ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง


โจทก์อุทธรณ์


ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน


โจทก์ฎีกา


ศาลฎีกานำปัญหาคดีนี้ปรึกษาในที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177,181 ที่โจทก์ฟ้องนี้เป็นความผิดในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2ลักษณะ 3 หมวด 1 ว่าด้วยความผิดต่อเจ้าพนักงานโดยการยุติธรรมซึ่งกฎหมายหมวดนี้มุ่งคุ้มครองเจ้าพนักงานในการยุติธรรมและคู่ความให้ได้รับผลในความยุติธรรมในคดีเป็นสำคัญ ไม่เกี่ยวกับบุคคลนอกคดี นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาอีกด้วยว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยหรือไม่จะเห็นได้ว่าโจทก์ในคดีนี้ไม่ได้ถูกฟ้องคดีอาญาเรื่องบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และเสื่อมเสียเสรีภาพนั้นด้วย ฉะนั้นแม้จำเลยจะเบิกความในคดีนั้นว่าอย่างไรก็ไม่มีทางที่โจทก์จะได้รับความเสียหายจากคำเบิกความของจำเลยได้ ที่โจทก์ฎีกาว่าแม้โจทก์จะไม่ใช่ตัวความที่ถูกฟ้องในคดีนั้นแต่โจทก์ก็เป็นทนายความในคดีนั้น การที่จำเลยเบิกความเช่นนั้นอาจทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่นเกลียดชังว่าโจทก์ประพฤติผิดมรรยาทได้นั้น เห็นว่า ความผิดเกี่ยวกับชื่อเสียงนั้นได้มีบัญญัติไว้แล้วในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 11 หมวด 3 ว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาท อันเป็นกฎหมายที่คุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงโดยเฉพาะอยู่แล้ว สำหรับกรณีที่โจทก์ฟ้องนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากคำเบิกความของจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28


พิพากษายืน





( ทวี กสิยพงศ์ - ธาดา วัชรานันท์ - พินิจ สังขนันท์ )

 

รูป sebe9999
โดย: sebe9999
ตั้งเมื่อ: 5 ส.ค. 08
กระทู้นี้ปิดไม่ให้แสดงความคิดเห็น
ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 25 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

พวกไอ้ลิ้มคงรับไม่ด้ายยยยยยยยย

โดย: cowc เขียนเมื่อ 6 ส.ค. 08 IP IP: 58.9.17.XXX
ความคิดเห็นที่ 24 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

จขกท เขายังไม่เลิกกินหญ้า อยู่ฝ่ายทักษิณนะครับ จำไว้
คนโพสต์สงสัยสติไม่ดี ก่อนโพสต์เอ็งอ่านก่อนรึเปล่าว๊ะ หรืออ่านแล้วตีความไม่ถูกว่าอะไรเป็นอะไร สมองมีแค่นี้รึ ระวังเขาจะฤองเอานะมึงทำเล่นไป ไอ้พวกเชียร์แม่รงก็หลับหูหลับตา กณุอ่านตั้งหลายรอบ ยังไม่เห็นมีตรงไหนบอกว่าโกง แค่เขาสงสัยว่ามีการประเมินภาษีไม่ถูกต้องเท่านั้น อย่าประจานความโง่ตัวเองให้คนอื่นเห็นเลยว่ะ ขำกลิ้งลิงกับหมา ( maleong กับ sebe9999 )

โดย: เทพคนเดม เขียนเมื่อ 6 ส.ค. 08 IP IP: 192.55.16.XXX
ความคิดเห็นที่ 23 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

บางคดี มีการศาลหลักฐานเท็จ แต่ศาลท่านว่าเป็นเจตนาลวง ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ... แหม เคยทำมาหมดทุกอย่างเลยนะ... ที่ว่าๆ เขา ตัดสินเขาอยู่นี่...

โดย: maleong เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 58.8.183.XXX
ความคิดเห็นที่ 22 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

ไอ้พวกคอสั้น คบไม่ได้

โดย: คอ เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 117.47.233.XXX
ความคิดเห็นที่ 21 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

จับให้หมดประเทศเลย เพราะคนที่ไม่เลี้ยงภาษี คนที่ไม่ทำผิดมันหายาก

โดย: fff เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 58.9.189.XXX
ความคิดเห็นที่ 20 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

กระทู้พวกนี้ รับจ้างมาโพส ยาวจนมันไม่เคยอ่านหรอกหลับหูหลับตาโพส แล้วคนตอบก็ออกมาสรรเสริญ ถึงโคตรเหง้าคนตั้งทู้สังเกตุดู หากพวกรับจ้างมาโพส ไม่เคยเห็นมันโพล่หัวจากกระโปรง มาตอบโต้คนด่ามันเลย ไอ้พวกเห็นแก่เศษเงิน เพราะมันเป็นเศษมนุษย์

โดย: ซ้อ8 เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 124.157.212.XXX
ความคิดเห็นที่ 19 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

จขกท. ควายสมองฝ่อดีๆนี่เอง

โดย: กกกก เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 61.19.88.XXX
ความคิดเห็นที่ 18 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

คห 17 เค้าไม่บอกคุณหรอก

เค้ามีหน้าที่ post เพื่อ ปลุกปั่น ให้เกิดความแตกแยก

เค้าเป็นพวก นปก กระทู้หลายกัน มาจาก ประชาไท ที่เป็นเว็บหมิ่น และ รัฐบาลไม่ยอมปิดมัน

โดย: สมิงขาว เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 167.247.219.XXX
ความคิดเห็นที่ 17 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

ขอให้เจ้าของกระทู้อธิบายให้ชัดเจนหน่อยครับจะได้พิจารณาได้ถูกต้องว่า เจ้าของกระทู้ต้องการจะบอกอะไรจากการพิพากษาครั้งนี้ ขอบคุณมากครับ

โดย: รบกวนเจ้าของกระทู้ครับ เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 202.91.19.XXX
ความคิดเห็นที่ 16 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

ผมไม่ได้เชียร์ แต่เกียด พาลทะมาร มากกว่าเยอะ
เอางี้ก็ได้
ทักสิน ผิด ติดคุก หรือ ประหารไปเลย ก็ได้
ถ้าพวก พาลทะมาร มีอะไรแอบแฝง ก็ขอให้รับผลกรรม ในชาตินี้ เลยละกัน

โดย: sebe9999 เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 58.9.139.XXX
ความคิดเห็นที่ 15 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

กรุณาอ่านให้ จบ แ้ล้วจะรู้ว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับการโกงภาษีเลย

ก็ จขกท มัน เป็นแบบนี้ รับจ้างเค้าไปเรื่อย มีัเงิน ก็เขียนไป ไม่รู้หรอก ว่าบ้านเมืองมันจะเดือดร้อนเพียงไหน
เหมือน นายมัน ที่ได้เกาะกงไป แต่ ประเทศชาติต้องเจอ กับข้อพิพาทอะไรต่างๆ อีกมากมาย กับเขมร ชาว บ้านแถวๆนั้นเค้า เดือดร้อน ไทยเสียดินแดน อีก 2 กม เขมร แอบเอาหลักเขตมาตั้งในไทย
เีนี่ยไม่ใช่หรอ ผลพวงมาจาก เขาพระวิหาร นายมันไม่สนหรอก มีเงินเป็นพอแล้ว คนแบบนี้ อยู่ไปก็รกโลก

โดย: สมิงขาว เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 167.247.219.XXX
ความคิดเห็นที่ 14 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

ลูกจ้างปลายแถวเอ๊ย

โพสเฉพาะ คำที่ให้ร้ายเค้าสิ

อย่าโพสความจริงทั้งหมด

โพสหมดคนก็รู้สิ ว่าเรื่องมันไม่มีอะไร

เมื่อไหร่จะได้เลื่อนขั้นหละเนีน่ย

โดย: aiimangmum เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 125.24.2.XXX
ความคิดเห็นที่ 13 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

ทั้ง 3ฎีกา มีคำพิพากษาใหนที่บอกว่านายสัก โกงภาษีครับ

โดย: สส เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 118.172.27.XXX
ความคิดเห็นที่ 12 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

จะมาดิสเครดิตเค้าละซิเนี่ย

โดย: เด็ก ป.1 ยังรู้ เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 118.173.37.XXX
ความคิดเห็นที่ 11 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

คนที่ด่าเนี่ย ได้อ่านเปล่า อ่านก่อนด่าซิพี่

โดย: cch เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 124.120.190.XXX
ความคิดเห็นที่ 10 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

กระทู้ลักษณะนี้ก็มีส่วนดีนะ เพราะคนที่อ่านจริงๆ ก็จะเข้าใจว่าใครถูกใครผิด แล้วก็จะเข้าใจธาตุแท้ของพวกชอบโพสต์ลักษณะนี้ คุณสัก กับ คตส ไม่ต้องแก้ตัวด้วยซ้ำเพราะฝ่ายตรงข้ามออกมาทำลายตัวเอง
ถ้าคนโพสต์คิดเอง ก็น่าจะไปหาความรู้เพิ่มเติม
แต่ถ้ารับจ้างมาโพสต์ ถ้าผมเป็นคนจ้าง บอกตรงๆ เสียดายตังค์

โดย: EyeInTheSky เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 202.183.225.XXX
ความคิดเห็นที่ 9 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

กรุณาดูปี พศ. ด้วยครับผ่านมากี่สิบปีแล้ว
ขุดเอาของเก่ามาเตะตัดแข้งตัดขากันสนุกสนานไปเลย
เหมือนขุดเอาการลงนามใน MOU ของ สุขุมพันธ์ มาลงเมื่อเร็ว ๆ นี้
สรุปแล้วเป็นแค่การดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

โดย: จอร์จ เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 192.168.1.159, 58.147.40.XXX
ความคิดเห็นที่ 8 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

เห็นด้วยกับ คห 7

ก็รู้ ๆ กันอยู่ ว่าใคร post แล้ว จุดประสงค์ที่ post เพื่ออะไร

ผมยังไม่อ่านเลย เห็นแค่ ชื่อคน post ผมก็ไม่อ่านแล้ว

โดย: สมิงขาว เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 167.247.219.XXX
ความคิดเห็นที่ 7 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

เดี๋ยวก็จะมีลิ่วล้อมาด่า และแดกดัน เพื่อให้ดูเหมือน สัก กอแสงเรือง ก็"โกงภาษ๊" เหมือนทักกี้

ทำเป็นกระบวนการง่ายๆ โดยใช้ข้อความยาวๆ เพราะเชื่อว่า คนจะไม่ทนอ่านให้จบ เพราะถ้าอ่านให้จบ จะเห็นว่า คดีนี้ สัก กอแสงเรือง เป็นฝ่ายถูก

ก็ไม่รู้จะมาโพสทำไม และต่อให้ผิด ก็เทียบกับทักกี้ไม่ได้ เพราะนี่เขาเป็นคนธรรมดา (ณ เวลาเกิดเรื่อง) แต่ ทักกี้ เป็น นาย ก นะครับ

โดย: กุ๊ก เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 58.8.175.XXX
ความคิดเห็นที่ 6 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

ต้องรวบรวมชื่อถอดถอน.คตส.ชุดนี้ครับแต่ละคนไม่รู้ขุดมาจากหลุมนรกขุมไหน...ชั่วได้ใจเลย

โดย: คนดีต้องร่วมมือกัน เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 58.10.234.XXX
ความคิดเห็นที่ 5 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

อีกแล้วคับท่าน

ข่าวนี้มาจาก คุณ sebe9999

อีกแล้วคับท่าน

โดย: สมิงขาว เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 167.247.219.XXX
ความคิดเห็นที่ 4 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

สักก็แค่ เบี้ย ตัวหนึ่งไร้ความสำคัญ

โดย: 555 เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 117.47.174.XXX
ความคิดเห็นที่ 3 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

สัก...กอแสงริบหรี่

โดย: เบื่อคนชั่ว เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 58.10.234.XXX
ความคิดเห็นที่ 2 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

โกงตรงไหน
ฎีกาแรกตัดสินว่าสรรพากรประเมินผิด
ฎีกาที่สองเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าไม่มีการจำนองจริงก็ไม่มีภาษีดอกเบี้ย
ฎีกาที่สามไม่เกี่ยวไรกับภาษีเลย

หลับหูหลับตาแถไปเรื่อย

โดย: EyeInTheSky เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 202.183.225.XXX
ความคิดเห็นที่ 1 : เปิดคำพิพากษา สัก กอแสงเรือง อดีต คตส. โกงภาษี
avatar

โธ่ไอ้สัด กอแสง

โดย: ถุย เขียนเมื่อ 5 ส.ค. 08 IP IP: 124.121.126.XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111