บทความทางวิชาการ "การเป็นผู้นำในสถานศึกษาอย่างมืออาชีพ" หมวด » เก็บตก inbox » เก็บตกจาก inbox » บทความทางวิชาการ "การเป็นผู้นำในสถานศึกษาอย่างมืออาชีพ"

การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาอย่างมืออาชีพประกอบด้วย1. การเป็นผู้นำความสำเร็จหรือความล้มเหลวทั้งปวงของโรงเรียนขึ้นอยู่กับผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้นำ พฤติกรรมของผู้นำ คือ ชักจูง ปลุกเร้า ให้ครูในโรงเรียนทุกคน ตลอดทั้งผู้ปกครอง และชุมชน ยอมรับคล้อยตามความฝัน หรือเป้าหมาย เพื่อให้ความฝันหรือเป้าหมายเกิดความเป็นส่วนร่วมกันของคณะครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ดังนั้นผู้บริหารที่จะทำโรงเรียนไปสู่ความสำเร็จ จะต้องมีลักษณะดังนี้               1) เป็นผู้มีความฝัน ว่าโรงเรียนในอุดมคติหรือโรงเรียนที่ดีนั้นมีหน้าตา ลักษณะอย่างไร มองเห็นภาพงาน และภาพความสำเร็จ               2) โน้มน้าว และสร้างแรงจูงใจให้ครู ผู้ปกครอง และชุมชนยอมรับ และคล้อยตามฝันเพื่อให้เป็นความฝันของทุก ๆ คนร่วมกัน                3) เป็นผู้มีความตั้งใจแน่วแน่ และอุทิศตนในการที่จะทำให้โรงเรียนในฝันเป็นจริง โดยยืนหยัดอดทน ไม่ทิ้งความฝันที่ตั้งไว้               4) กระตุ้นยั่วยุ ปลุกเร้า ท้าทาย และสนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการอย่างเข้มแข็ง               5) เป็นผู้มีคุณธรรม               6) เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ ความคิดเห็นใหม่ ๆ รวมทั้งกล้าเผชิญหน้า และ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง 2. ลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาการศึกษา การกำหนดมาตรฐาน และควบคุมตรวจสอบคุณภาพการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และครู ต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ร่วมวางแผน เพื่อเป็นข้อมูลย้อนกลับมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ตลอดจนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ 3. มองเห็นเป้าหมายหรือภาพความสำเร็จตรงกันในการปฏิบัติงานใด ๆจะต้องให้ผู้มีส่วนร่วมงานรู้จักการตั้งเป้าหมาย หรือมีเป้าหมายทุก ๆ ครั้ง เมื่อมีเป้าหมายภาพของความสำเร็จของงานจะเป็นตัวชี้วัดการทำงานว่าสำเร็จ หรือล้มเหลวในทิศทางเดียวกัน  ในการบริหารสถานศึกษาก็เช่นเดียวกัน คือทุกคนจะต้องรู้เป้าหมาย เข้าใจร่วมกัน และเห็นภาพสุดท้ายในการทำงานที่ตรงกัน 4. การสร้างองค์กร (ดำเนินการให้ทุกคนเชื่อมั่นในเป้าหมาย)ผู้บริหาร จะต้องแสดงหรือตอกยำ และกล่าวถึงเป้าหมายให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่น เพื่อจะให้ทุกคนในองค์กรจะได้ ช่วยกันทุ่มเทการทำงานให้ได้ตามเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทุกคนเห็นจุดยืนหรือทิศทางของโรงเรียนอย่างชัดเจน 5. ความคิดสร้างสรรค์มีนักจิตวิทยากล่าวไว้ว่า"คนไทยส่วนใหญ่ชินต่อระบบการชี้นำจึงไม่อยากคิดเอง และไม่พร้อมที่จะคิดหาวิธีการทำงานของตนเองถ้าหากมีคนชี้นำดีก็พอนำไปได้ถ้าหากขาดผู้ชี้นำที่ดีก็จะทำงานไม่ได้หรือไม่อยากจะทำงานต่อไป และผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้ใจลูกน้องเนื่องจากเราชินต่อระบบเผด็จการ และการที่ลูกน้องไม่กล้าแสดงความสามารถ จึงทำให้ผู้บังคับบัญชาชินต่อการสั่งการเลยไม่ค่อยเข้าใจลูกน้อง" โรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จหรือโรงเรียนดีเด่นต่าง ๆจะมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ แปลก ๆอยู่เสมอในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียน6. การทำงานเป็นทีมการบริหารงานที่จะอยู่รอดได้ คือ การทำงานเป็นทีม และต้องเป็นทีมที่เต็มไปด้วยพละกำลัง และความกระตือรือร้น เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย 7.  เปิดโอกาสให้คนอื่นพูดการฟังคือความสามารถที่จะช่วยให้เรารู้ถึงความต้องการ และวัตถุประสงค์ การฟังของผู้บริหารจึงเป็นเครื่องชี้อย่างหนึ่งที่บอกว่าสำนักงานใด หรือโรงเรียนใดล้มเหลว หรือประสบความสำเร็จ 8. ความเรียบง่ายของผู้บริหาร ถ้าผู้บริหารมีกรอบความคิดว่าทุกคนคือเพื่อนร่วมงาน การปฏิบัติตนของผู้บริหารแสดงออกด้วยความเป็นมิตร ทั้งภาษา ท่าทาง มีการยกย่องให้เกียรติ และไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความเป็นศัตรูจะไม่เกิดขึ้น9. คำชมเชยคนเราทุกคนต้องการคำชมเชย ยกย่อง และไม่มีใครต้องการคำตำหนิ ดูถูก หรือเหยียดหยาม (แต่คำยกย่องชมเชย ต้องมาจากความจริงใจ และเมื่อทุกคนต้องการสิ่งเหล่านี้ทำไมผู้บริหารให้เขาไม่ได้ ในการทำงานแม้จะยากลำบากหนักหนา แต่ถ้าได้รับคำชมเชยเราจะได้ใจจากเพื่อนร่วมงานที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้10. การท้าทายการท้าทายจึงเป็นการพิสูจน์ความสามารถของตนเอง หน่วยงานหรือองค์การที่ประสบความสำเร็จมักจะหาเรื่องต่าง ๆมาท้าทายความสามารถของบุคลากรในหน่วยงานอยู่เสมอ 11. ให้ความรู้และเครื่องมือในการทำงานในการจะพัฒนาให้ครูเป็นผู้มีความรู้ความสามารถถึงขั้นครูมืออาชีพในการจัดการเรียนการสอนควรจะมีวิธีดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้1) การให้ครูมีโอกาสไปศึกษาดูงาน2) จัดหาหนังสือให้ครูได้ศึกษาค้นคว้า อ้างอิง3) จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน4) การเชิญวิทยากรหรือผู้มีความสามารถ มาให้ความรู้ หรือมาฝึกปฏิบัติ5) จัดหาครูที่มีความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มาเป็นครูพี่เลี้ยงให้คำแนะนำช่วยเหลือ6) จัดตั้งชุมนุม หรือชมรม QC เพื่อและเปลี่ยนความคิดเห็น7) สนับสนุนให้ครูได้มีการศึกษาต่อในสถาบันต่าง ๆ8) ให้ครูได้รับการอบรมสัมมนา หรือฝึกปฏิบัติอยู่เสมอ9) จัดให้มีการนิเทศอย่างต่อเนื่องอยู่เป็นประจำ12. การให้ข้อมูลย้อนกลับการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ปฏิบัติงานไม่มีข้อมูลที่แสดงกระบวนการทำงาน หรือผลผลิตที่ได้มานั้นมีข้อบกพร่องอะไรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข หรือมีจุดเด่นอยู่ที่ไหน ที่จะต้องรักษาไว้ หรือพัฒนาต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานในระบบราชการ จุดด้อยอันหนึ่งที่ทำให้การทำงานไม่สนุกเพราะไม่มีข้อมูลย้อนกลับว่าวันนี้เราทำงานเป็นอย่างไรตรงตามจุดประสงค์ และเป้าหมายหรือไม่ ผลงานที่ทำวันนี้ได้มาตรฐานเพียงใด บางครั้งมีการสร้างเครื่องมือร่วมกัน หรือวัดประเมินผลไปด้วยกัน ดังนั้นการให้ข้อมูลย้อนกลับคือหัวใจของความสำเร็จที่กระตุ้นให้ผู้ทำงานเกิดความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาการทำงานของตนเองให้มีคุณภาพ  อ้างอิงประยุกต์ ประทุมทิพย์ โรงเรียนที่ปราศจากความล้มเหลว กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ยูไนเท็ด โปรดักชั่น2544 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มาตรฐานการศึกษาชาติ เอกสารเย็บเล่ม

การสัมมนาทางวิชาการ คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล กระทรวงศึกษาธิการ

รูป wutipong
โดย: wutipong
ตั้งเมื่อ: 10 ม.ค. 12
แท็ก:

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ บทความทางวิชาการ "การเป็นผู้นำในสถานศึกษาอย่างมืออาชีพ"

ผู้สนับสนุน

กระทู้ล่าสุดในหมวด เก็บตกจาก inbox

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111