''ศศินา วิมุตตานนท์'' ในชุด ''นางวิสาขา มหาอุบาสิกา'' มีที่มาอย่างไร? มาดู หมวด » ทั่วไป » เรื่องเด่นประเด็นดัง » ''ศศินา วิมุตตานนท์'' ในชุด ''นางวิสาขา มหาอุบาสิกา'' มีที่มาอย่างไร? มาดู

กลายเป็นประเด็นดังเมื่อวานนี้ สำหรับ กรณีที่ พิธีกรสาวคนดัง "ศศินา วิมุตตานนท์" ที่ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ที่ทำเอาชาวเน็ตแชร์กันกระหน่ำโซเซียล ถึงความเป็น สาวกธรรมกาย และมีการขุดเอารูปที่เธอ เคยใส่ชุดๆ หนึ่ง ที่หลายๆ คนสงสัยว่า มันคือชุดอะไรกันแน่ วันนี้ ผมมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาให้อ่านครับ

 

บทความที่เป็นธรรมเทศนาของพระธัมมชโยเกี่ยวกับ "นางวิสาขา มหาอุบาสิกา"

มหาสมบัติทุกอย่างที่บังเกิดขึ้นมาในโลก ไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใดก็ตาม บังเกิดขึ้นด้วยอานุภาพแห่งบุญทั้งสิ้น สำหรับนักสร้างบารมีที่ตั้งใจสั่งสมคุณงามความดีมาโดยตลอด ความดีที่เราได้ทำจะกลั่นตัวเป็นดวงบารมีที่ใสสว่าง คอยดึงดูดมหาสมบัติ และสิ่งที่เป็นสิริมงคลทั้งหลายให้บังเกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เรามีชีวิตที่เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ มีความสุขสมหวังเพราะมีบุญเป็นเบื้องหลังแห่งความสำเร็จ มหาสมบัตินั้นมีทั้งที่เป็นโลกียะ และอริยทรัพย์ ทรัพย์ภายนอกทั้งหลายเป็นโลกียทรัพย์ ส่วนอริยทรัพย์หรือรัตนะภายในก็คือพระธรรมกายในตัวนั่นเอง เป็นอริยทรัพย์ที่ประเสริฐที่สุด เป็นที่พึ่งให้กับเราได้อย่างแท้จริง แต่ว่าก็สำคัญทั้งสองอย่าง เพราะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการสร้างบารมี โดยเฉพาะรัตนะภายในนั้น จะเป็นอุปกรณ์อย่างสำคัญที่จะนำเราข้ามพ้นสังสารวัฏไปสู่ฝั่งพระนิพพาน ดังนั้น ให้พวกเราทั้งหลายตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม  ให้เข้าถึงรัตนะภายในกันทุกๆ คน

 

มีวาระพระบาลีที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ความว่า

     “ผู้ที่มาเกิดแล้ว จำจะต้องตายในโลกนี้ ย่อมทำกรรมใดไว้ คือ เป็นบุญและเป็นบาปทั้งสองประการ บุญและบาปนั้นแล เป็นสมบัติของเขา และเขาจะพาเอาบุญและบาปนั้นไปสู่ปรโลก บุญและบาปนั้น ย่อมจะติดตามตัวเขาไป ประดุจเงาติดตามตนไปฉะนั้น เพราะฉะนั้น บุคคลพึงบำเพ็ญบุญ สะสมกรรมดีไว้เป็นสมบัติในปรโลก เพราะว่า บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย”

 

     การเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนอยู่ในกระแสแห่งกิเลส กรรม วิบาก กิเลสที่สั่งสมในขันธสันดาน หุ้ม เคลือบ เอิบอาบ ซึมซาบ ปนเป็น บีบบังคับให้สรรพสัตว์สร้างกรรม  พอสร้างกรรมก็ต้องไปเสวยวิบาก พอเสวยวิบากก็ได้รับทุกข์ทรมาน แล้วกิเลสก็บังคับให้สร้างกรรมอีก เวียนวนอยู่อย่างนี้จึงเรียกว่า วัฏสงสาร เรามีชีวิตที่ยังไม่พ้นจากการบังคับบัญชาของกิเลสอาสวะของพญามาร จึงต้องเกี่ยวข้องกับกรรมในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา การใช้ชีวิตที่คุ้มค่านั้น เราต้องคำนึงถึงพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า บุญเป็นที่พึ่งที่สำคัญในชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย กว่าเราจะเข้าใจตรงนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะจะต้องมีสัมมาทิฏฐิเป็นพื้นฐาน ต้องเข้าใจเรื่องบาป บุญ คุณ โทษอย่างถ่องแท้

 

     ผลของกรรมดีที่เราทำ ไม่ได้สูญหายไปไหน จะกลายเป็นสมบัติติดตามตัวเราไป ทั้งที่เป็นโลกิยะและอริยทรัพย์ ดังนั้น เราไม่ควรมองข้ามการสร้างบารมี เหมือนนักสร้างบารมีในอดีตคือ ยอดมหาอุบาสิกาวิสาขา ผู้เป็นนักสร้างบารมีตัวอย่างที่ดี ท่านสร้างบารมีจนกระทั่งมีมหาสมบัติบังเกิดขึ้นอย่างน่าทึ่งมาก ซึ่งเป็นผลของการสร้างความดี ที่เกินควรเกินคาดนั่นเอง

     ชีวประวัติของท่านน่าทึ่งมาก ท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ เวลาลงมาเกิดก็เกิดในตระกูลที่ดี มีสัมมาทิฏฐิ ครอบครัวสนับสนุนให้ทำความดีมาตลอด จนกระทั่งเติบใหญ่อายุได้ ๑๖ ปี ก็มีตระกูลเศรษฐีส่งคนมาสู่ขอ เมื่อมหาอุบาสิกาวิสาขาจะไปสู่ตระกูลของสามี บิดาของท่านได้สั่งให้คนทำเครื่องประดับชื่อว่า มหาลดาปสาธน์

     ตรงนี้ก็น่าอัศจรรย์ เพราะในประวัติศาสตร์ของโลก มีผู้ที่มีเครื่องประดับชนิดนี้เพียงแค่ ๓ คนเท่านั้นเองคือ มีมหาอุบาสิกาวิสาขา พระนางมัลลิกาภริยาของพันธุละเสนาบดี และลูกสาวเศรษฐีเมืองพาราณสี และกว่าจะสร้างเครื่องประดับนี้เสร็จได้ ต้องอาศัยฝีมือความละเอียดอ่อนประณีตมาก บิดาของนางต้องสั่งให้ระดมช่างทองฝีมือดีถึง ๕๐๐ คน พร้อมกับกำชับพวกช่างทองให้ทำอย่างประณีต เพราะท่านต้องการจะสร้างสิ่งที่สวยที่สุด และทรงคุณค่าที่สุดให้ลูกสาวของท่าน ท่านได้นำทองคำที่มีสีสุกปลั่งพันลิ่ม รวมทั้งเงิน แก้วมณี แก้วมุกดา แก้วประพาฬ และเพชรพลอย รัตนชาติจำนวนมาก มาประกอบเป็นเครื่องประดับด้วย

     * มหาลดาปสาธน์ มีส่วนประกอบที่เป็นอัญมณีหลายอย่างด้วยกัน ที่น่าทึ่งก็ตรงที่ว่า สิ่งที่จำเป็นจำต้องทำด้วยด้าย พวกช่างกลับเอาเงินทำเป็นด้ายแทน ทำกันทั้งวันทั้งคืน เนื่องจากเป็นเครื่องประดับที่มีรายละเอียดมาก เวลาผ่านไปถึง ๓ เดือนก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์  

     วันหนึ่ง เจ้าหน้าที่ที่ท่านเศรษฐีมอบหมายงานให้รับผิดชอบอำนวยความสะดวกให้พวกช่าง และผู้ที่มาอยู่อาศัยในเมืองเพื่อรอรับตัวนางวิสาขา ได้มารายงานท่านเศรษฐีว่า อุปกรณ์ที่ขาดนั้นไม่ใช่เพชรนิล แต่เป็นฟืนที่ใช้สำหรับการหุงต้มอาหาร ธนัญชัยเศรษฐีจึงสั่งให้ไปรื้อโรงช้าง และเรือนเก่าๆ เพื่อเอาไม้มาทำเป็นฟืนหุงต้มอาหารเลี้ยงผู้คน

     เหล่าบริวารทำตามคำสั่งของเศรษฐี ใช้ไม้ในโรงเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดเอาไปหุงต้ม ใช้ได้แค่ครึ่งเดือนเท่านั้นฟืนก็หมดอีก แต่เครื่องประดับยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เหล่าบริวารมาปรึกษาท่านเศรษฐีอีกว่า “พวกเราจะทำยังไงกันดี ตอนนี้ฟืนที่เอามาใช้ก็หมดแล้ว” เศรษฐีบอกว่า “ถ้าเราหาฟืนในฤดูนี้ คงหาไม่ได้เพราะเป็นช่วงฤดูฝน เอาอย่างนี้ พวกท่านไปเปิดคลังผ้า เลือกเอาผ้าเนื้อหยาบๆ มาฟั่นเป็นเกลียวชุบน้ำเพื่อมาใช้หุงต้มเถอะ” ทำอย่างนี้จนครบสี่เดือนเต็ม เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ที่อลังการ และสวยที่สุดในโลกจึงเสร็จสมบูรณ์

     รูปร่างของมหาลดาปสาธน์ เหมือนนกยูงยืนรำแพนอยู่บนภูเขา สวยงามมาก มองดูเหมือนนกยูงจริงๆ หากยืนดูไกลๆ จะสงสัยว่า ทำไมนกยูงไปยืนรำแพนอยู่บนศีรษะนางวิสาขา ถ้าได้เดินมาดูใกล้ๆ จึงจะรู้ว่าเป็นเครื่องประดับ ราคาเครื่องประดับนี้คิดเป็นมูลค่าถึง ๙ โกฏิ เวลานางวิสาขาจะสวมเครื่องประดับ ต้องสวมลงบนศีรษะยาวระลงมาจนจรดหลังเท้า ส่วนประกอบรายละเอียดของมหาลดาปสาธน์นั้นก็แสนจะอัศจรรย์

     ลูกดุมที่พวกช่างประกอบเป็นแหวนในที่ต่างๆ นั้น ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ ห่วงทำด้วยเงิน แหวนทองคำนั้นจะอยู่ที่กลางกระหม่อมวงหนึ่ง อยู่ที่หลังหูข้างละวง ที่หลุมคอวงหนึ่ง ที่เข่าทั้งสอง ๒ วง ที่ข้อศอก ๒ วง และที่ข้างสะเอวทั้งสองข้างอีก ๒ วง ขนปีกนกยูงทั้งสองทำด้วยทองคำปีกข้างละ ๕๐๐ ขน แม้แต่จงอยปากนกยูงก็ทำด้วยรัตนะคือ แก้วประพาฬ นัยน์ตาทั้งสองข้างทำด้วยแก้วมณีที่ใสบริสุทธิ์ เวลาเรามองตานกยูงก็เหมือนมีชีวิต คอและหางของนกยูงทำด้วยแก้วมณี ก้านขนทำด้วยเงิน ขาก็ทำด้วยเงิน นกยูงนี้ ประดับอยู่กลางกระหม่อมของนางวิสาขา ประหนึ่งว่ากำลังยืนรำแพนอยู่บนยอดเขาฉะนั้น

     เวลาก้านขนปีกทั้งพันก้านกระทบกัน เสียงจะไพเราะมากเหมือนกับทิพยสังคีตอย่างนั้นเลย และคนที่จะสวมเครื่องประดับนี้ได้ก็ไม่ใช่ธรรมดา เพราะเป็นของที่บังเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้มีบุญ จะต้องเป็นหญิงที่มีพละกำลังเท่ากับช้างถึง ๕ เชือก จึงจะสามารถสวมเครื่องประดับที่อลังการนี้ได้ สำหรับนางวิสาขานั้นสวมได้อย่างสบายๆ เพราะกำลังของนางมากกว่าคนธรรมดาทั่วๆ ไป เช่น ครั้งหนึ่งมีช้างตกมันวิ่งเข้ามาจะทำร้ายนาง บริวารของนางต่างพากันวิ่งหนีด้วยความตกใจ ช้างเชือกนั้นวิ่งรี่ตรงเข้ามาหานาง นางใช้เพียงแค่นิ้วจิ้มไปที่ช้างเท่านั้น ช้างตกมันเชือกนั้นถึงกับถอยหลังก้นกระแทกพื้น พละกำลังของผู้มีบุญนี้เหลือเชื่อ แต่ก็เป็นความจริงที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก

     พวกเราคงอยากจะรู้ว่า เครื่องประดับอันประณีตนี้บังเกิดขึ้นเพราะได้สร้างความดีอะไรไว้ สิ่งนี้บังเกิดขึ้นด้วยอานุภาพบุญจากการถวายจีวรแด่พระภิกษุสงฆ์ ในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ นางมีจิตศรัทธาอย่างแรงกล้า ได้เตรียมผ้าจีวรสาฎกเนื้อดีที่ละเอียดประณีต ถวายแด่ภิกษุสงฆ์ถึง ๒ หมื่นรูป ด้วยอานุภาพแห่งบุญนี้ ทำให้นางได้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ อานิสงส์ของการถวายจีวรทานจะทำให้ได้มหาลดาปสาธน์สำหรับท่านหญิง ส่วนท่านชายจะเป็นเครื่องอัฐบริขารที่สำเร็จด้วยฤทธิ์เมื่อออกบวช

     ทั้งหมดที่เล่ามานี้ เพื่อให้พวกเรามีกำลังใจในการสร้างความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะธรรมดาของบัณฑิตที่แท้จริง ย่อมไม่อิ่มด้วยการสร้างบุญ และมักจะหาเหตุในการสร้างบุญอยู่เสมอ ผู้มีบุญจะไม่ติดกับสมบัติภายนอก แต่จะมองสมบัตินั้นเป็นเครื่องมือในการสร้างบารมี เปลี่ยนทรัพย์หยาบให้กลายเป็นทรัพย์ละเอียดติดตามตัวไป ดังนั้น ให้พวกเราทั้งหลายรักในการสร้างบารมีเหมือนอย่างมหาอุบาสิกาวิสาขา เดินตามท่าน ทำตามท่าน แล้วเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตเหมือนท่าน สมบูรณ์ทั้งโลกียทรัพย์ และอริยทรัพย์ภายใน

 

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี

นามเดิม พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  

------------------------------

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

สำหรับเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ เป็นเครื่องประดับรูปนกยูง ที่มีนกยูงสถิตอยู่บนศีรษะ เหมือนยืนรำแพนและมีขนปีกทิ้งลงมาคลุมไปจนถึงหลังเท้า ประกอบด้วยเพชร 4 ทะนาน แก้วมุกดา 11 ทะนาน แก้วประพาฬ 20 ทะนาน แก้วมณี 33 ทะนาน ใช้เงินแทนด้าย ลูกดุมทำด้วยทอง มีมูลค่าถึง 90 ล้านกหาปณะ คิดเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันหลายพันล้านบาท ผู้ที่จะใช้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ ซึ่งมีน้ำหนักมากนี้ได้ นอกจากมีทรัพย์มากแล้ว ยังต้องมีบุญด้วย เหมือนนางวิสาขาที่มีกำลังเท่ากับช้าง 5 เชือก

สำหรับชุดนี้ มีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจาก คุณศศินา วิมุตตานนท์แล้ว ยังมี ดาราและคนดังๆ อีกหลายท่าน ที่ใส่ชุดนี้ ซึ่งเชื่อกันว่า ผู้ที่จะได้ใส่ชุดนี้ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่มีบุญมากและมีทรัพย์มากอีกด้วย 

 

น็อด ชนันภรณ์ รสจันทน์ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2548


อ้อ ศศินา วิมุตตานนท์ ผู้ประกาศข่าว


จอย วราลักษณ์ วาณิชย์กุล ดารานักแสดง

 

ออยล์ พิมพวรรณ บรรจงศิริ รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2553

 
คุณปูชิตา สุขีวัฒนา


คุณนาตาลี เจอดี้ มิสเอเชีย-ยุโรป ปี 2552 ที่ประเทศฮังการี


พญ. กีรติกานต์ ลำดับวงศ์ หรือ คุณหมอใบเฟิร์น


คุณกัลยา ปัญญาสกุลวงศ์ ผู้มีบุญสวมชุดมหาลดาปสาธน์ ประจำปี 2556

 

กัลฯ ลลิตภัทร เจนจบ ผู้มีบุญสวมชุดมหาลดาปสาธน์ ประจำปี 2557

Advertisement
ตั้งเมื่อ: 21 ก.พ. 17
เปิดดู: 17,152 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ ''ศศินา วิมุตตานนท์'' ในชุด ''นางวิสาขา มหาอุบาสิกา'' มีที่มาอย่างไร? มาดู

ผู้สนับสนุน