''ขับไล่พระเป็นบาปหนัก'' ขัดขวางพระบิณฑบาต ก็บาปกรรม เรื่องดีๆ ชาวพุทธควรรู้! หมวด » ทั่วไป » เรื่องเด่นประเด็นดัง » ''ขับไล่พระเป็นบาปหนัก'' ขัดขวางพระบิณฑบาต ก็บาปกรรม เรื่องดีๆ ชาวพุทธควรรู้!

วันนี้ เจอบทความ น่าสนใจอีกหนึ่งบทความ ซึ่งเป็นความเห็นของพระรูปหนึ่ง ที่ท่านเอง ก็เป็นพระแท้ๆ พระนักปฏิบัติ โดยไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งได้เขียนบทความ เพื่อเตือนสติชาวพุทธ ในกรณีการขับไล่พระออกจากวัด รวมไปถึงการขัดขวางพระบิณฑบาต ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีข้อยกเว้นนะครับ (ต้องอ่านให้จบ)

-------------------------------- 

 

"ขับไล่พระเป็นบาปหนัก"

การใช้กำลังขับไล่ หรือใช้วาจาขับไล่พระออกจากวัด หรือออกจากศาสนา เป็นบาปกรรมที่รุนแรง คนทุกวันนี้ศึกษาศาสนาไม่ละเอียด เมื่อเกิดความรู้สึกไม่พอใจพระภิกษุเพราะเห็นพฤติกรรมผิดวินัยสงฆ์เล็กน้อย ก็ผรุสวาสใส่ ขับไล่ออกจากศาสนา เป็นบาปกรรมที่หนัก เช่น เห็นพระเดินตามห้าง เห็นพระเข้าร้านอาหาร เห็นพระมีโทรศัพท์ เป็นต้น ก็พูดจาดูถูก บวชเสียผ้าเหลือง อะไรทำนองนั้น จนกระทั่งหนักเข้าก็กลายเป็นพฤติกรรมที่กล้าแสดงออกมากขึ้น บางคนแค่เห็นพระเดินตามถนนด้วยกิริยาที่ไม่สำรวมก็ผรุสวาสใส่แล้ว

การทำกรรมแบบนี้ถือเป็นกรรมหนัก แม้แต่พระด้วยกันเอง พระพุทธองค์ก็ทรงห้ามไม่ให้กระทำ ถึงกับบัญญัติสิกขาบทไว้ ๓ ข้อ ทั้งสังฆาทิเสส ๒ข้อ และปาจิตตีย์ ๑ ข้อ เพื่อห้ามการกระทำดังกล่าว
โดยปรกติพระภิกษุไม่มีสิทธิ์ไล่กันออกจากวัด กรณีฉัพพัคคีย์ กับพระสัตตรสวัคคีย์ แย่งเสนาสนะกันฉุดคร่าออกจากวิหาร(กุฏิ) จึงได้บัญญัติสิกขาบทไว้ว่า

"โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ กุปิโต อนตฺตมโน สงฺฆิกา
วิหารา นิกฺกฑฺเฒยฺย วา นิกฺกฑฺฒาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ."

"อนึ่ง ภิกษุใด โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดีให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุจาก วิหารของสงฆ์ เป็นปาจิตตีย์ นอกจากว่าพระภิกษุนั้น เป็นอลัชชี วิกลจริต เป็นบ้า หรือก่อการบาดหมางในสงฆ์ หรือพระภิกษุที่ต้องปาราชิกแล้ว สามารถฉุดคร่าออกจากวัดได้ ไม่เป็นอาบัติ"

นี่กล่าวถึงเฉพาะพระภิกษุกับพระภิกษุ ยังมีข้อปฏิบัติต่อกันละเอียด อุบาสกอุบาสิกาในฐานะที่มีศีลต่ำกว่า ยิ่งไม่ควรว่ากล่าวถ้อยคำที่เป็นการดูถูก ในเชิงขับไล่ การกล่าววาจาดูถูกสมณะจะเป็นบาปกรรมติดตัวไปหลายกัปป์ เช่น กรณีพระพุทธเจ้าของเรา สมัยเกิดเป็นโชติปาละอุบาสก ได้พูดจาดูถูกพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ แค่กล่าวคำว่า "ท่านเป็นพระพุทธเจ้าง่ายขนาดนั้นเลยหรือ" กรรมนี้ตามไป หลายอสงไขยกัปป์ ต้องทุกข์ทรมานปฏิบัตอัตตกิลมถานุโยคอยู่ ๖ ปี แทบตายจึงได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย

อีกชาติหนึ่ง ไปดูถูกพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง แค่ดูท่าทางไม่สง่างาม นึกว่าเป็นพระธรรมดา ได้ถุยน้ำลายใส่

ผลกรรมนั้นเอง ทำให้เมื่อได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มีรัศมีจากพระกาย เพียงแค่ ๑ วา ในขณะที่พระพุทธเจ้าองค์อื่น แสงสว่างรุ่งเรืองไปไกลหลายโยชน์ก็มี นี่เป็นตัวอย่างของการดูถูกพระสงฆ์ ผลกรรมจะน้อยหรือมาก ขึ้นอยู่กับคุณธรรมของพระรูปนั้นๆ แต่แน่นอนว่า เป็นบาปกรรมที่รุนแรงแน่เลย
หลายกรณีเกี่ยวกับการดูถูก ขัดขวางพระสงฆ์มิให้ทำกิจ เช่น ยืนขวางทาง ไม่หลีกทางให้เดินบิณฑบาต นี่ก็เป็นกรรมหนัก ตัวอย่าง สุปพุทธะ ขวางทางพระพุทธเจ้าไม่ให้เดินบิณฑบาต พระพุทธเจ้าก็เสด็จกลับ หลังจากนั้นเขาก็ถูกแผ่นดินสูบจมธรณีไป

นึกถึง นายก ประกาศใช้ ม.44 กับพระสงฆ์และสามเณรเกือบ 1 พันรูป ทำให้พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย ออกบิณฑบาตไม่ได้ ใครที่ขัดขวางพระไปบิณฑบาต จะได้รับกรรมหนักมาก เรื่องนี้มนุษย์ไม่ค่อยเข้าใจ มีตัวอย่าง

พญามารมาประกอบ พญามารจะคอยขัดขวางพระพุทธเจ้าในหลายแบบ แต่สิ่งหนึ่งที่มารไม่ทำ คือการขัดขวางไม่ให้พระพุทธเจ้าไปบิณฑบาต โดยใช้วิธีอื่นแทน นั่นย่อมแสดงว่า การขัดขวางการทำหน้าที่ของพระสงฆ์ในกิจที่พระสงฆ์ต้องกระทำ เป็นบาปมากจริงๆ การปิดล้อมวัด ไม่ว่าวัดใดก็แล้วแต่ ผลกรรมจะตามทันในไม่ช้า เป็นบาปที่นับตั้งแต่พุทธเจ้านิพพานมา 2600ปี ไม่มีใครทำแบบนั้น จนมาถึงยุคนี้

สมัยอยุธยา มีการรัฐประหารกัน มีฝ่ายหนึ่งหนีตายเข้ามาในวัด เข้าไปในอุโบสถ ฝ่ายติดตามตามมาแค่ถึงหน้าอุโบสถ ไม่กล้าเข้าไปสังหารถึงในอุโบสถ เพราะกลัวบาปกรรมมาก จึงรอดตาย

ยุครัตนโกสินทร์ สมัยสมเด็จพุฒาจารโต(พรหมรํสี) วัดระฆัง มีเรื่องกับ ร.๔ ถูกขับไล่ออกจากแผ่นดิน สมเด็จโต ก็เข้าไปจำพรรษาในพระอุโบสถ จนออกพรรษา ไม่ยอมออกจากโบสถ์ เมื่อ ร.๔ ทราบ ถามว่าทำไมยังไม่หนีไป ตอบว่า ก็ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินของพระองค์ อยู่ในเขตพุทธาวาส ทำให้ ร.๔ เข้าใจ ว่า พระอุโบสถ เป็นเขตวิสุงคามสีมา พระราชทานให้เป็นดินแดนของพระสงฆ์ กฏหมายบ้านเมืองไปไม่ถึง ถ้าพระธัมมชโย หลบอยู่ใน อุโบสถ์ DSI หรือ ใคร ก็จับพระธัมมชโยไม่ได้เหมือนกับสมเด็จโตที่อยู่ในโบสถ์ หรือ เหมือนกับ ผู้ร้ายหลบหนีเข้าไปยังสถานทูตประเทศของตน ตำรวจก็เข้าไปเอาตัวออกมาไม่ได้บางที คนยุคนี้ ไม่เข้าใจรายละเอียด เกี่ยวกับบริบทต่างๆ ทางศาสนา มักก้าวล่วงกันด้วยวาจา ผรุสวาทบ้าง จะจับคนเดียว แต่ปิดวัด กระเหี้ยนกระหือลือ ไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรองให้ดี จะเป็นบาปกรรมหนักติดตัวไป บุญบารมีที่เคยทำมาไม่ว่าจะมากแค่ไหนเคยปกป้องคุ้มครอง เทพเทวดา จะไม่คุ้มครอง เพราะมีมิจฉาทิฐิ

เส้นทางบุญ
@Pathofboon

Advertisement
ตั้งเมื่อ: 6 มี.ค. 17
เปิดดู: 1,026 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ ''ขับไล่พระเป็นบาปหนัก'' ขัดขวางพระบิณฑบาต ก็บาปกรรม เรื่องดีๆ ชาวพุทธควรรู้!

ผู้สนับสนุน