ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1 หมวด » ชีวิต ความรัก สุขภาพ » ไลฟ์สไตล์ » ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1

http://www.naewna.com/news.asp?ID=100002


ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1

ทุกข์ของประชากรแพทย์ จาก ความไม่เพียงพอในระบบรัฐ


ในปัจจุบันการฟ้องร้องระหว่างแพทย์กับประชาชนเป็นเรื่องที่พบได้ในสื่อมวลชน บ่อยๆ เรื่องใกล้ตัวและอยู่ในความสนใจของประชาชน และสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ผู้ที่อ่านข่าวสารมักมีมุมมองและข้อมูลเฉพาะตนเองอยู่แล้ว ในการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ มีข้อมูลหลายอย่างที่ ขอนำเสนอให้ท่านเข้าใจระบบการแพทย์ในภาพรวมมากขึ้นผู้เขียนจึงใคร่ขอเสนอข้อ มูลดังนี้

หากถามว่า แพทย์ทั่วประเทศมีจำนวนมากเพียงใด ปัจจุบันแพทย์มีจำนวนที่ลงทะเบียนกับแพทยสภาเพียง 36000 คน ที่ติดต่อได้ อยู่ในประเทศ และยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 32000 คน ดูแลประชาชน 60 กว่าล้านคนในประเทศไทย กล่าวคือ 1 ต่อ 2000 คนหากในความเป็นจริงแล้ว ประชากรแพทย์ที่ให้บริการนั้น อยู่ในภาค เอกชน เต็มตัวเพียง 5-6000 คน อยู่ในภาครัฐ มากถึง 26000-28000 คน เป็นแพทย์ในกระทรวงสาธารณสุข ครึ่งหนึ่งคือประมาณ 14500 คน ที่เหลือ อยู่ใน รพ.รัฐอื่นๆ คือ อาจารย์ และแพทย์ประจำบ้านผู้เชี่ยวชาญ 8000 คน ใน รพ.มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ของรัฐ เช่น จุฬา ศิริราช รามา (เพียงเล็กน้อยอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเอกชน เช่น ม.รังสิต) อีก 2000 อยู่ใน ภาคทหาร ตำรวจ และ อีก 1000 อยู่ในภาครัฐ อื่นๆ เช่น กทม. ราชทัณฑ์ การไฟฟ้า ฯลฯ นอกจากนั้น เปลี่ยนอาชีพเป็นผู้บริหาร ธุรกิจ นักการเมือง หรือ อื่นๆไปแล้ว อีกประมาณว่าในราว 3-4000 คน ไม่รวมที่เกษียณ และอยู่ต่างประเทศ

อาจกล่าวได้ว่า ประชากรแพทย์ที่ทำงานนั้น 75% นั้นอยู่ในภาครัฐ โดยที่มีมากกว่าครึ่งของกลุ่มนี้ยังคงต้องไปทำงานนอกเวลาในภาคเอกชนด้วย เพื่อให้ดำรงอยู่ในภาครัฐได้โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและครอบครัวไม่เดือนร้อน ด้วยเหตุที่แพทย์รัฐ มีเงินเดือนเริ่มต้นเพียง 9300 บาท เมื่อจบใหม่(เรียน6ปี) และ 12000 บาท เมื่อจบผู้เชี่ยวชาญ (เรียน 6ปีใช้ทุน 3ปี เรียนต่อ3ปี รวมเป็น12 ปี) อายุที่ระดับ 30ปี ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับภาระงาน และวุฒิการศึกษาในสายงานอื่นที่ระดับเดียวกัน และแม้จะมีค่าเวร เพิ่ม(ที่ต้องทำงานนอกเวลา) และค่าวิชาชีพต่างๆยังคงต่ำมาก

โดยหากเทียบกับแพทย์เอกชนเต็มตัว มีรายได้เฉพาะทำงานในเวลาทำการปกติ เพียง 40 ชม. ในระดับ 8หมื่น ถึง 1 แสนบาท ยิ่งมีความห่างไกล แต่แพทย์เหล่านี้ยังคงรักการทำงานใน รพ.รัฐ

ประชากรแพทย์ 32000 คนนั้นดูแลประชาชนทั้งประเทศ กว่า 60 ล้านคน ที่มี โอพีดี หรือการตรวจผู้ป่วยนอกกว่า 180 ล้านครั้งต่อปี หรือ วันละ ราว 5 แสนครั้ง (เทียบจากข้อมูลของ สปสช.) ประชาชนผู้ได้รับบริการรักษาพยาบาลนั้น ส่วนใหญ่ใช้บริการในภาครัฐ ใช้สิทธิต่างๆได้ เช่น บัตรทอง (30 บาทเดิม) อยู่ที่กว่า 40 ล้านคน ข้าราชการ กว่า 7 ล้านคน และ ประกันสังคมกว่า 8 ล้านคน ในโรงพยาบาลรัฐหลัก พันกว่าแห่ง เอกชนมีบ้างเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณงานทั้งประเทศ

โดยใน 76 จังหวัด มีโรงพยาบาลรัฐ ในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข กว่า 900 แห่ง อยู่ใน อำเภอระดับต้น และกลาง 720 แห่ง ใน อำเภอต่างๆ โดยมีแพทย์ เพียง 5,000 คน (จาก 14,500 คน) ที่ดูแล โรงพยาบาลด่านหน้าทุกอำเภอเหล่านี้ และมีค่าเฉลี่ยการดูแลคนไข้ในชุมชน ด้วยการตรวจโอพีดี คนละ 80-200 คนต่อวัน มีเวลาทำงาน สัปดาห์ละ 94 ชั่วโมง มากกว่าเวลาทำงานปกติ ถึง 2 เท่า (40 ชม.) โดยในระดับ รพ.เล็กๆนั้นมีแพทย์ เพียง 2-3 คน เท่านั้น และเป็นแพทย์ที่จบ ในช่วง 3 ปีแรก เป็นส่วนใหญ่

การผลิตประชากรแพทย์ในปัจจุบัน จาก โรงเรียนแพทย์ทั้ง 17 แห่งผลิต แพทย์ใหม่ให้กับชุมชน มีนักเรียนในระดับ 6 ปีการศึกษา อยู่ 7,800 คน จบมาในปีที่แล้วกว่า 1,500 คน ในปีนี้ลดลงขณะนี้มีลงทะเบียนเพียง 1,362 คน กำลังพลสายแพทย์ที่เร่งผลิตนั้นสะท้อนกลับในเรื่องของคุณภาพ ทำให้แพทยสภาต้องจัดตั้งศูนย์ประเมินมาตรฐานขึ้นมาเพื่อสอบเทียบคุณภาพทั้งป ระเทศ พบว่าการสอบไม่ผ่านมาตรฐานมีจำนวนหนึ่ง เพราะการเรียนการสอนนั้นจำต้องใช้ การเรียนรู้จากจำนวนผู้ป่วย เช่นการผ่าตัด การทำคลอด หากนักเรียนมากกว่าย่อม ต้องแบ่งกันเรียนรู้ ทำให้ทักษะลดลงกว่าเดิมชัดเจน

อย่างไรก็ตาม แพทย์ กว่า 90% ของแพทย์ที่จบการศึกษาในแต่ละปีนั้นจะต้องไปใช้ทุนให้กับกระทรวงสาธารณสุขอย ู่แล้ว
ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า เมื่อตัดสินใจเรียนแพทย์ ท่านจะต้องไปทำงานให้กับกระทรวงสาธารณสุข ค่อนข้างแน่นอน

ในปีที่ผ่านมา แพทยสภา ส่งแพทย์ที่จบใหม่ให้กับ กระทรวงสาธารณสุข 1315 คน จาก กว่า 1500 คน พบว่าเมื่อผ่านไป 1 ปี ลาออก 780 คน ทั้งที่ กระทรวงสาธารณสุข ยังคงขาดแคลนแพทย์ อีกถึง 2000 คน ตาม GIS

และที่น่าจะลำบากต่อไปในอนาคตคือ นักศึกษาแพทย์ใหม่ที่เข้ามาในปีที่ผ่านมา สละสิทธิ เป็นจำนวนมาก จนต้องเรียก รอบ2 และ รอบ3 คุณภาพคะแนนที่ลดลง ในการเข้าเรียนนั้น จะมีผลกระทบต่อการบริการสาธารณสุขอย่างไรหรือไม่

คง ไม่นานเกินรอ หากนักเรียนแพทย์เหล่านี้ สอบผ่านมาตรฐาน ทั้ง 3 ขั้นตอน ซึ่งไม่รู้ว่าจะผ่านจำนวนเท่าใด เพื่อให้มีมาตรฐานพอที่จะไปรับผิดชอบชีวิตประชาชน และออกไปแล้วการปฏิบัติงานในสังคม จะราบรื่นหรือไม่

ทุกข์ของแพทย์ในชนบท 2700 ชีวิตที่ดูแลประชาชนใน 500 รพ,ขนาดขั้นต้นนั้นที่ยังคงมีการขาดแคลนถึง ราว 2000 คนตามลักษณะการกระจายของประชากร โดยทุกปีจะมีการเข้าและออกของแพทย์กลุ่มนี้มากกว่า 500 ราย ทำให้การขาดแคลนยังคงมีต่อเนื่อง

การผลิตเพิ่มโดยต้องมีคุณภาพดุจเดิม เป็นเรื่องที่ทำไม่ง่าย

การตรวจรักษาคุณภาพเท่ากันระหว่าง รพ.ที่มีแพทย์สมดุล มีเวลาให้คนไข้ 10-15 นาที มากพอ กับ รพ.ชนบท ที่ต้องตรวจ รายละ 1-2 นาที เพราะผู้มารับการรักษามากล้นห้องตรวจ นั้น เป็นคนละบริบทกัน

เวลาน้อยคุณภาพดี การตรวจละเอียดการบันทึกประวัติ ให้ชัดเจน ล้วนต้องใช้เวลา หากระบบคงเป็นเช่นนี้ และมีการฟ้องร้องจนแพทย์ระส่ำระสาย

แพทย์ในชนบท กลับเป็นกลุ่มที่เปราะบาง ส่วนแรกที่จะหวั่นไหวและออกจากระบบ

ซึ่งวัฎจักรเลวร้ายนี้ เริ่มขึ้นจากคดีอาญาที่แพทย์หญิงผู้มิได้อยู่เวร ในรพ.ที่ควรมีแพทย์ 17 คนแต่มีเพียง 7 คนทำงาน ขึ้นมาช่วยผ่าตัด และคนไข้เสียชีวิต จนศาลขั้นต้นพิพากษาจำคุก

เรื่องนี้เป็นทุกข์ของแพทย์ จาก ความไม่เพียงพอในระบบรัฐ
ที่ต้องการการเยียวยาโดยด่วน ก่อนแพทย์จะรั่วจากระบบของกระทรวงสาธารณสุขมากขึ้นกว่าเดิม จนประชาชน 20 ล้านคนในชนบทต้องได้รับผลกระทบ หรือโรงพยาบาลชุมชนอาจต้องปิดทำการ ไปในที่สุด

ในที่สุดทุกข์กลับมาอยู่ทีผู้เจ็บป่วย แล้วประชาชนจะอยู่กันอย่างไร ....

โปรดติดตามทุกข์ของประชากรแพทย์ และแนวทางแก้ไขตอนต่อไปในสัปดาห์หน้าครับ
รูป ข่าวจากแนวหน้า
โดย: ข่าวจากแนวหน้า
ตั้งเมื่อ: 16 มี.ค. 08
แท็ก:

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1

ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 7 : ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1
avatar

www.baanit.com มีความประสงค์เสนอระบบ การบริหารจัดการความเสี่ยงโรงพยาบาล (RM)
ทดสอบระบบฟรีได้ที่ www.baanit.com
**********************************************
ขอบคุณครับ
www.baanit.com
**********************************************

โดย: promote เขียนเมื่อ 25 พ.ย. 08 IP IP: 118.173.204.XXX
ความคิดเห็นที่ 6 : ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1
avatar

ค่าไม่ทำเวชปฎิบัติ นั้นได้เฉพาะ รพ.ที่มีเงินเหลือครับ ใช้จากรายรับสถานพยาบาล บางแพ่ง รพ.ขาดทุนจาก 30 บาทอยู่แล้ว อาจไม่ได้ รวมถึง พตส.ไม่ได้ทุกคน เป็นเฉพาะบางคนบางพื้นที่ทำเรื่องเบิกเอา ตกเบิกภายหลัง น้องใหม่ๆนี่แทบยังไม่ได้ และยังต้องเวียนในชุมชนในปีแรก ปีที่2 อีก และถูกบังคับอยู่เวร เดือนละ 7-15วัน ส่วนค่าตรวจต่อหัวนั้นในกระทรวงสาธารณสุข 900 รพ.ไม่มีครับ คงเป็นเอกชนมากกว่า ไม่เคยเรียกร้อง แต่อยากให้ทราบว่า เอกชนนั้นเงินเดือนเริ่มที่ แสนขึ้นไป ทำให้หมอที่มีปัญหา ทำงานดีๆ เลือกทางเดินใหม่ ทำให้ภาครัฐขาดแคลนไงครับ ..

โดย: หมอชนบท.. เขียนเมื่อ 30 พ.ค. 08 IP IP: 58.8.106.XXX
ความคิดเห็นที่ 5 : ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1
avatar

ส่วนของเงินเดือนเริ่มต้นของราชการในระดับป.ตรี 6 ปี ประมาณ 9 พันกว่าบาท แต่แพทย์ได้ค่าไม่ทำเวชปฏิบัติ 10,000 บาท เงิน พตส. 10,000 บาท ถ้าอยู่ชุมชนจะได้เบี้ยเลี้ยงอีกเดือนละ 2,500 บาท เบ็ดเสร็จก็ประมาณ 32,500 บาท สำหรับแพทย์จบใหม่ เนี่ยยังไม่รวมค่าเวรนะ ทำไมไม่เห็นมาบอกถึงเงินเหล่านี้บ้างล่ะ แล้วแพทย์บางโรงพยาบาลทำงานในเวลาราชการก็ยังได้ค่าตรวจต่อหัวอีกด้วย ลองคิดดูใหม่ก่อนที่จะมาเรียกร้องแล้วกัน และก็บอกให้สังคมทราบข้อมูลทั้งหมดด้วย

โดย: 1 เขียนเมื่อ 24 มี.ค. 08 IP IP: 117.47.52.XXX
ความคิดเห็นที่ 4 : ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1
avatar
http://www.paidoo.com/shop/sompong/products.php
โดย: itoursab เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 3 : ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1
avatar
ก็ขอให้แพทย์ทุกคนที่ยังปฏิบัติงานอยู๋ทำงานเต็มความสามารถ และขอให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป
ที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองและคนในครอบครัวด้วยค่ะ
โดย: หมอหมูหมู เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 2 : ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1
avatar
คิดว่าอะไร กระทู้แก้ตัวจากกระทู้ก่อนหน้านี้นั่นเอง...
โดย: pong เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 1 : ข้อมูลวงการแพทย์ที่ควรรู้ ตอนที่ 1
avatar
ลงชื่อว่าคอยฟังทางแก้ครับ
โดย: โถถัง เขียนเมื่อ 18 มี.ค. 08 IP IP: .XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111