เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน หมวด » ทั่วไป » เรื่องเด่นประเด็นดัง » เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน

เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน

ทุกครั้งที่นึกถึงหนังจีนกำลัง แทบทุกเรื่องจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับ วัดเส้าหลิน หนึ่งในสำนักที่มีเรื่องราวโลดแล่นบนยุทธจักรที่ถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นกระดาษ ในรูปแบบของนิยาย การ์ตูน  แผ่นฟิลม์  ในรูปแบบภาพยนตร์และละคร

ทว่า เส้าหลินต่างกับพรรคต่างๆอย่าง บู๊ตึ้ง ง้อไบ๊ กระยาจก ฯ ตรงที่มิได้ถูกสร้างขึ้นโดยจากจินตนาการของนักเขียนชื่อดังอย่าง โกลเล้งหรือกิมย้ง  หากแต่ เส้าหลิน เป็นสำนักที่มีอยู่จริง จวบจนถึงปัจจุบัน

วัดเส้าหลิน คือวัดที่โด่งดังไปทั่วโลก เกี่ยวกับเป็นแหล่งฝึกวิทยายุทธ เส้าหลิน แบบกังฟู ของจีน ซึ่งพระที่อยู่ที่นั่นต้องผ่านการฝึกฝนหนักมาก วัดเส้าหลิน เป็นชื่อวัดทางพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในประเทศจีน วัดเส้าหลินในจีนมีอยู่ 3 แห่ง

แห่งแรกอยู่ที่เมืองเฉวียนโจว (จั่วจิว) ในมณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) แห่งที่สองอยู่ที่ตำบลจี้ (กี๋) ในมณฑลเหอเป่ย และแห่งที่สามอันมีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักกันดีก็คือ วัดเส้าหลิน ที่ตำบลเติงเฟิง (เต็งฮง) ในมณฑลเหอหนาน

อนึ่ง วัดเส้าหลิน เชี่ยวหลินสื่อ หรือ เสี้ยวลิ้มยี่ (จีน "วัดป่าเยาว์" อังกฤษ Shoalin Temple) เป็นวัดพุทธนิกายมหายานในประเทศจีนที่มีอยู่จริง มีชื่อเสียงอย่างมากเนื่องจากปรากฏในนิยายกำลังภายในหลายเรื่อง โดยเฉพาะในผลงานของกิมย้ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเทือกเขาซงซาน ในอำเภอเติงเฟิง (Dengfeng) เมืองชานซี มณฑลเหอหนาน

เส้าหลิน ก่อตั้งใน พ.ศ. 1038 (ค.ศ. 495) ในช่วงราชวงศ์เว่ย รัชสมัยของพระเจ้าเสี้ยวเหวินตี้  เพื่อให้พระภิกษุจากอินเดีย นาม ป๋าถัว มาพำนักและเผยแผ่พุทธศาสนา ในขณะนั้นพระอาจารย์ป๋าถัวมีศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม หลังจากพระอาจารย์ป๋าถัวมรณภาพ ความเจริญของวัดเส้าหลินก็ค่อยๆ เสื่อมถอยลง วัดเส้นหลินมีชื่อเสียงขึ้นอีกครั้ง เมื่อปรมาจารย์ตั๊กม้อหรือ พระโพธิธรรมเถระ ซึ่งเป็นพระภิกษุชาวอินเดีย ได้จาริกมาเพื่อเผยแผ่หลักธรรมพุทธศาสนานิกายธฺยานะ (เซน) ในประเทศจีน ตรงกับรัชกาลพระเจ้าเหลียงบู้ตี้ (ประมาณ พ.ศ. 1070) ตามประวัติเล่าว่า

ปรมาจารย์ต๋าหมัว (ตักม้อ) พวกที่รู้จักและเรียกกันว่า ตั๊กม้อ เป็นพระในพุทธศาสนาชาวอินเดีย เดินทางมายังเมืองจินหลิงในสมัยของกษัตริย์เหลียงอู่ตี้ เพื่อเผยแพร่พระธรรม แต่ไม่ได้ผลดี จึงเดินทางไปยังทิศตะวันออกไปถึงแคว้นเว่ย และได้ไปถึงวัดเส้าหลินที่เขาซงซาน เห็นว่าเป็นที่สงบและเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร จึงได้พำนักอยู่ที่วัดนี้

ท่านปรมาจารย์ต๋ำหมัวได้นั่งหันหน้าเข้าผนังถ้ำบนเขา เข้าฌาณเป็นเวลา 9 ปี ภายหลังได้ถ่ายทอดธรรมะให้แก่มหาสมณะฮุ่ยเข่อ (หุ่ยข้อ) ซึ่งเป็นศิษย์ เป็นอาจารย์องค์ที่ 1 แห่งพุทธศาสนานิกายเซน

เชื่อกันว่า วิทยายุทธ์ของเส้าหลินสืบทอดมาจากปรมาจารย์ตั๊กม้อ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ท่านเห็นว่าพระภิกษุจะต้องนั่งสมาธินานๆ โดยไม่ได้เคลื่อนไหวออกกำลังกายจะทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมทรุดได้ ดังนั้นท่านจึงอาศัยพินิจการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของสัตว์ต่างๆ มาดัดแปลงกำหนดเป็นท่าทางเพื่อการออกกำลังกายและใช้ป้องกันตัว

วิทยายุทธ์อันล้ำลึกเหล่านี้ทำให้พระวัดเส้าหลินต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องทางโลกในประวัติศาสตร์จีนหลายครั้ง เช่น ช่วงต้นศตวรรษที่ 7 ในยุคราชวงศ์สุย-ถัง พระวัดเส้าหลินได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือหลี่ซื่อหมิน เพื่อต่อสู้กับกฏบ หวังซื่อชง

ต่อมาเมื่อหลี่ซื่อหมินได้รับการสถาปนาเป็นจักรพรรดิถังไท่จงแห่งราชวงศ์ถัง พระสงฆ์ 13 รูปจึงได้รับเกียรติคุณให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก และวัดเส้าหลินก็ได้รับการอุปถัมภ์จากพระจักรพรรดิ ต่อมาในยุคของพระนางบูเช็กเทียน ได้มีการสนับสนุนการเผยแผ่ศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก วัดเส้าหลินก็กลายเป็นวัดอันดับหนึ่งในใต้หล้า  ไปโดยปริยาย

หลังจากประเทศจีนเข้าสู่ยุคสาธารณรัฐ วัดเส้าหลินก็ถึงยุคตกต่ำถึงขีดสุด เมื่อปี พ.ศ. 2470 (ค.ศ. 1927) ในช่วงที่จีนกำลังวุ่นวายกับการต่อสู้แย่งชิงอำนาจของเหล่าขุนศึก วัดเส้าหลินก็ถูกเผาทำลายครั้งใหญ่ โดยเพลิงได้ลุกโชนอยู่นานถึง 45 วัน สิ่งก่อสร้างในวัดเส้าหลินเกือบทั้งหมดถูกทำลายในกองเพลิง วิหาร ศาลา ตึกหลัก ๆ ได้ถูกเผาทั้งหมด

ส่วนคัมภีร์วรยุทธ์ รวมถึงตำราและสมบัติล้ำค่าของวัดมากมาย ก็สูญหายไปในเพลิงอัคคีครั้งนั้น ปัจจุบันวัดเส้าหลินได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจีนที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

แม้จะอยู่มานานเป็นพันปี แต่ วัดเส้าหลิน กลับไม่ได้กลายเป็นเพียงตำนานเหมือนกับวัดหรือสำนักต่างๆในหลายประเทศ  และนอกจากจะไม่เลือนหายไปตามกาลเวลาแล้ว เส้าหลิน ในวันนี้กลับคึกคักและเฟื่องฟูถึงขีดสุด โดยตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา (พ.ศ. 2533) มีผู้เยี่ยมชม วัดเส้าหลินปีละ 1.5 ล้านคน และในช่วงเวลาใกล้เคียงก็มีการนำตำราแพทย์ของเส้าหลินเปิดเผยสู่สาธารณชนผ่าน อินเตอร์เน็ท มากมาย 

ทั้งนี้ วัดเส้าหลินได้ไปก่อตั้งสาขาในไต้หวัน เพื่อทำเกมสามมิติชื่อ The Legend of Shaolin นอกจากนี้ ยังมีการแสดงโชว์วิทธยายุทธต่างๆของสำนัก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่สร้างรายได้ให้กับ วัดเส้าหลินเป็นอย่างดีและมีท่าทีว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้ ขณะนี้วัดเส้าหลินต้องก่อตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ มี ?บริษัท เหอหนาน วัดเส้าหลิน โทรทัศน์และภาพยนตร์ จำกัด? ?บริษัท พัฒนา วัดเส้าหลิน จำกัด?และ ?สมาคม วัดเส้าหลิน ศิลปะการป้องกันตัว? เพื่อดูแลผลประโยชน์อันเกิดจากการแสดงวิทยายุทธต่างๆ

ขณะนี้ รายได้ของวัดเส้าหลินมาจากตั๋วเข้าเยี่ยมชมตัววัด การแสดงกังฟู และค่าบริจาค แค่ค่าตั๋วอย่างเดียวก็ตกประมาณ 60 ล้านหยวน (266 ล้านบาท) ซึ่งเปิดการแสดงรอบโลกแล้ว)

ตั้งแต่ปี 2530 เจ้าอาวาสคนใหม่ หัวทันสมัย ผลักดันให้พระเส้าหลินมีการแสดงกังฟูระดับนานาชาติ ซึ่งปีๆหนึ่งแสดงมากกว่า 10,000 ครั้ง ใน 60 ประเทศ การแสดงแต่ละครั้งก็มากกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือรวมแล้วมากกว่า 100 ล้านเหรียญ (4 พันล้านบาท) รวมทั้งมีระบบอินเตอร์เน็ทและคอมพิวเตอร์ติดตั้งภายในวัดด้วย เจ้าอาวาสคนปัจจุบัน ณ ปี 2004)

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัฒนธรรมกล่าวว่า เส้าหลินกลายเป็นสถาบันหัวสมัยใหม่และมีการตลาดที่ดีมากๆ จนภาพเก่าๆของเส้าหลินแทบจะเลือนหายหมดแล้ว ในขณะที่ทางวัดเองก็บอกว่า รายได้เหล่านั้นเอาไว้ใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ และการแสดต่างๆก็เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมด้วย

ล่าสุดมีการนำชื่อ วัดเส้าหลินไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนเสียด้วย หรือว่า วัดเส้าหลิน จะกลายเป็นบริษัทจำกัด มหาชนไปแล้ว!

 

เอ็มนินโญ่

ข้อมูลบางส่วนจาก

th.wikipedia.org/wiki/


คลิปที่เกี่ยวข้อง


การฝึก กังฟู ณ เส้าหลิน ของจริง 1 - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

การฝึก กังฟู ณ เส้าหลิน ของจริง 2

กังฟูเส้าหลิน ปะทะ เทควันโด้

หุบเขา และ สำนักบู้ตึ๊งผู้ก่อตั้งคือ ปรมาจารย์ จาง ซานฟง

ภาพที่เกี่ยวข้อง

ใครที่ชอบภาพน่ารักๆๆ มาดูเลย เส้าหลินน้อย

วิธีฝึกร่างกายแบบ วัดเส้าหลิน


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับสำนักเส้าหลิน

สำนักที่มีวรยุทธแข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ของยุทธภพก็คือ สำนักเส้าหลิน
คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น ของสำนักเส้าหลินมีอยู่จริง ถูกคิดค้นขึ้นโดยท่านปรมาจารย์ ตักม้อ
กฏเหล็กของวัดเส้าหลินคือ  สตรีเพศ ไม่สามารถเข้าไปในวัดเส้าหลินได้
อีกข้อที่ห้ามเช่นกันคือพระที่อยู่ในวัดหากไม่มีกิจธุระสำคัญ ห้ามมิให้ออกจากวัดโดยเด็ดขาด
ตามตำนานบอกไว้ว่า หากผู้ใดหนีออกจากวัดเส้าหลิน ต้องผ่านด่าน 18 มนุษย์ทองคำซึ่งมีหน้าที่เฝ้าด่านรักษาทางเข้าของของวัด
นอกจากมนุษย์ ทองคำแล้ว ยังมีมนุษย์ไม้ มนุษย์หิน มนุษย์เหล็ก ที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาและคุมกฏต่างๆกันไป
ผู้ที่สึกจากวัดเส้าหลิน ก็ต้องผ่านด่านมนุษย์ต่างๆเช่นกัน

 

รูป Supawan
โดย: Supawan
ตั้งเมื่อ: 17 มี.ค. 08
แท็ก:

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน

ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 30 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
22 นี้ก็จะไปดูให้เห็นกับตาตัวเองแล้วขอรับ
โดย: นู๋...ใหม่ เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 29 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ค.7 ขั้นสูงสุดมันสีขาวไม่ใช่เหรอครับ อ่านใน8เทพอะ
โดย: อ๊อต เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 28 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ความคิดเห็นที่ 9
มวยจีน มีเอาไว้โชว์ครับ พวกปา***่ ไรประมาณนั้น

ลองต่อยกันจริงๆ ทางจีนเค้าพัฒนาทงมวยของเค้า ให้เทียบเท่ากับ มวยไทย

สรุปแล้ว มวยจีน แพ้ มวยไทย แต่ ตอนนี้ จีนกำลังพัฒนาทางมวยใหม่อยู่
_____________________________________________

นายคิดอย่างนั้นเหรตอเราว่าตอนนี้มันกลับกันนะ


โดย: ... เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 27 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
คหที่ 2 ครับ
ผมอ่านมา มันมีมากว่านั้นและ ขั้นสีขาวคือสุงสุด รองลงมาคือ สีดำอ่ะครับ ไม่แน่ใจ
โดย: 101 เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 26 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
คำภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นคือสุดยอดวิชาของ ปรมจารย์ตั๊กม้อ มีทั้งหมด 4 ขั้น
ขั้นสีม่วง สีคราม สีขาว และขั้นสุดยอดคือ พุทธทมิล ขั้นสีดำครับ
แต่ละขั้นจะฝึกยากขึ้นเรื่อยๆ
โดย: FigoProUbon เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 25 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
จะว่าไป ก็อย่างว่าแหละคนไทยเราจะไม่เจริญ ก็เพราะมีพวกเกรียนๆ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวทำตัวเป็นกบอยู่ในกะลาพวกนี้อยู่อะแหละ เรียนมวยก็ไม่เคยได้เรียนกับเค้า แต่เที่ยวไปพูดซะเหมือนกับว่า เก่งนักเก่งหนาไปดูถูกวิชาฝีมือเค้าไปทั่ว ถ้าเอาแต่ยกย่องไม่ลืมหูลืมตา มวยไทยมันก็ไม่ได้พัฒนาไปกว่านี้หรอกครับ อีกอย่างพวกที่เป็นครูมวยจริงๆนะ ไม่มานั่งดูถูกวิชาชาติอื่นหรอกครับ เพราะอย่างที่บอก มวยดีไม่ดีมันอยู่ที่คนใช้ ไม่ได้อยู่ที่มวย มันอยู่ที่เข้าถึงมากแค่ไหน ตะหาก

ปล. สำนักบู๊ตึ้งก็ยังอยู่นี่ครับ เคยได้ดูกันหรือเปล่าสารคดีที่ไปถ่ายที่บู๊ตี้งนะ ส่วนง้อไบ๊ สำนักกระยาจก มีจริงหรือเปล่าอันนี้ไม่ออกความเห็น
โดย: FigoProUbon เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 24 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
จีนเขาฉลาด นำภูมิปัญญาโบราณมาขายให้ชาวโลก

ให้เด็กมาเรียนเป็นกิจลักษณะ อย่างที่เห็นในภาพมีการรวมตัวกันฝึกน่าตื่นตาตื่นใจ

เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว หันมาดูวิสัยทัศน์ผู้นำไทย

เรื่องอย่างนี้คงไม่มีในสมอง มวยไทยเด็กรุ่นใหม่ไม่สนใจ

ผู้มีบริหารประเทศดีแต่ตามก้นตะวันตก

แทนที่จะให้ทุกโรงเรียนศึกษามวยไทยชั่วโมงพละ

เอาสนามหลวงเป็นที่ฝึกซ้อมนานๆครั้งเหมือนฝึก ร.ด ให้ชาวโลกเขาได้ประจักษ์

การท่องเที่ยวดัง เยาวชนภูมิใจเรื่องของตนเอง ไม่เอาเวลาไปมั่วสุม
โดย: NoTTy เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 23 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ชอบความเห็นที่ 21 อ่ะ ตรงจริงๆตรงที่ว่า "แทนที่จะเอาเวลามาคิดช่วยกันพัฒนาวงการมวยไทยบ้านเรา เอาแต่ฝันกลางวันอยู่ได้ว่า มวยไทยเราเจ๋งกว่า มวยโน้น เจ๋งกว่ามวยนี้"

ไม่ได้ว่ามวยไทยไม่ดีนะ แต่คิดเหมือนพี่เขาบอกอ่ะ เห็นมาหลายบอร์ดละกับแบบนี้อ่ะ

ฝันกลางวันจริงจิ๊ง
โดย: ZeRo_Google เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 22 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ชอบมากครับ
โดย: cgtktuk เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 21 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ต๋าหมัว = ตั๊กม้อ = ธัมโม
ผมอยากให้ลูกไปเรียนนะนี่ แต่เขาไม่มีเวลา๊๊
โดย: damin เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 20 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ที่แต่ละขั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้เอามาจากเรื่อง แปดเทพอสูรย์มังกรฟ้า รึป่าว
โดย: mai เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 19 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
นอกจากสำนักวัดเส้าหลินแล้ว สำนักบู้ตึง ง้อบั้ย สำนักกะยาจกและอื่นๆก็มีอยู่จริง แต่ไม่สามารถอยู่ได้นานจนถึงทุกวันนี้ ต่างก็สูญสลายและจบลงไปทีละสำนัก แต่เส้าหลินยังอยู่ เพราะว่าเป็นวัด มีเจ้าอาวาสสืบทอดเหมือนวัดต่างๆ แต่สำหรับบู้ตึง แม้สำนักจะสูญไปแล้วแต่วิชาของบู้ตึงก็ยังอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวิชามวยหรือวิชากระบี่กระบอง ของบู้ตึงยังมีอยู่ครบ ในอดีตบู้ตึงโด่งดังมาก ไม่แพ้เส้าหลิน ไม่แน่ว่าบู้ตึงอาจจะถูกสถาปนาขึ้นมาใหม่ เพราะวิชาของบู้ตึงยังอยู่
โดย: z เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 18 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ป่าวเอามาจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง สำนักพยัคมังกร ที่ประมุขลัทธิโรซาฝึกอ่ะ และเทพสุดในเรื่องเลย เหอๆ จากความเห็นสอง
โดย: กร๊ากๆ เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 17 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ผมว่าไอ้เรื่องมวยไทยเจ๋ง สุด มวยอื่นห่วยกว่านี่เลิกพูดกันทีเถอะครับ

ถามจริงๆเหอะเคยเห็นพวกครูมวยเก่งๆจริงๆ หรือเปล่า อย่าทำเป็นกบในกะลาไม่ได้เปิดรับความรู้จากโลกภายนอกเลยครับ

มวยจีนที่ใช้ในวงการตำรวจ ทหารจีน ก็เยอะแยะนะครับ ที่ใช้จริงๆ แล้วครูมวยจีนที่เป็นระดับครูฝึกอยู่ในหน่วยทหารของอเมริกาก็มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี

จริงๆจะสนับสนุนมวยไทยนะ ก็อย่าไปดูถูกมวยของชาติอื่น ขึ้นชื่อว่ามวยนะ ไปดูในประวัติศาสตร์ของแต่ละชนชาติ มันก็ใช้ในสงครามจริงทั้งนั้นแหละ ถ้าไม่รู้จริงก็อย่า ซี้ซั้ว แทนที่จะเอาเวลามาคิดช่วยกันพัฒนาวงการมวยไทยบ้านเรา เอาแต่ฝันกลางวันอยู่ได้ว่า มวยไทยเราเจ๋งกว่า มวยโน้น เจ๋งกว่ามวยนี้

อยากจะบอกว่าจะมวยไทย มวยจีน มวยฝรั่ง คาโปเอล่า หรือมวยรัสเซีย (Systema) ที่ใช้ในหน่วยทหารของรัสเซีย มันก็ฆ่าคนตายได้เหมือนกันแหละ แล้วก็คนที่ฝึกมวยจริงๆนะ เค้าไม่ได้มานั่งยกย่องมวยของตัวเองอย่างเดียวหรอก เค้าศึกษามวยอื่นด้วย ปิดหูปิดตายกยอมันไม่ได้ทำให้มวยมันดีขึ้นหรือพัฒนาขึ้น ลองเปิดใจกว้างๆ ดูมวยอื่นบ้าง แล้วหาทางพัฒนาวงการมวยไทยบ้านเราดีกว่า
โดย: คห.34 เขียนเมื่อ 17 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 16 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
พลังภายในก็มีจริงนะเขาเรียกว่าฉี ขอเว็ปของเส้าหลินด้วยใครมี
โดย: จูกัดเหลียงขงเบ้ง เขียนเมื่อ 18 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 15 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
พลังภายในก็มีจริงนะเขาเรียกว่าฉี ขอเว็ปของเส้าหลินด้วยใครมี
โดย: ฉายเดี่ยวหมื่นลี้ เขียนเมื่อ 18 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 14 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
มวยจีน มีเอาไว้โชว์ครับ พวกปา***่ ไรประมาณนั้น

ลองต่อยกันจริงๆ ทางจีนเค้าพัฒนาทงมวยของเค้า ให้เทียบเท่ากับ มวยไทย

สรุปแล้ว มวยจีน แพ้ มวยไทย แต่ ตอนนี้ จีนกำลังพัฒนาทางมวยใหม่อยู่

โดย: ฉายเดี่ยวหมื่นลี้ เขียนเมื่อ 18 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 13 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
มวยจีนคือ การแสดงครับพี่น้อง ของจริงคือ มวยไทย สมบัติของพวกเราทุกคน

เห็นด้วยกับ คห. 6 ครับ
โดย: นักมวยเก่า เขียนเมื่อ 18 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 12 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
มวยเส้นหลินฝึกฝนให้แข็งแกร่งมีคุณธรรมไม่ใช่ฝึกให้ใครมาชมว่าเก่ง!!!
โดย: ผ่านมา เขียนเมื่อ 18 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 11 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
สุดยอด วิชา วัดเส้าหลิน คือ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น ขั้นสูงสุด คือ ขั้นสีดำ ถูกต้องแล้วครับ
โดย: ผ่านมา เขียนเมื่อ 18 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 10 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
สู้ๆ
โดย: ผ่านมา เขียนเมื่อ 18 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 9 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
หมัดมวยเส้าหลินยังอ่อน สู้มวยไทยไม่ได้ แต่การใช้อาวุธสุดยอดมาก
โดย: มองกังฟูหันมาดูมวยไทย เขียนเมื่อ 19 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 8 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
อยากเรียนวิทยายุทย์มั่งจังง หุหุ
โดย: รึยังไง เขียนเมื่อ 19 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 7 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
อยากได้ คัมภีร์วิทยายุทธ ของโบราณมาศึกษา สักหน่อย อ่านแล้วเห็นว่าโดนเผาไปเมื่อ 2470 โครตเสียดายเลยอ่ะ
โดย: รู้เขารู้เรารบร้อยชนะร้อย เขียนเมื่อ 19 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 6 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
อยากได้ คัมภีร์วิทยายุทธ ของโบราณมาศึกษา สักหน่อย อ่านแล้วเห็นว่าโดนเผาไปเมื่อ 2470 โครตเสียดายเลยอ่ะ
โดย: วิริยะ เขียนเมื่อ 19 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 5 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
เขาพูดถึงเรื่องเส้าหลิน มีใครบางคนเอาไปเปรียบมวย ซะงั้น

ไม่ใช่ว่าไม่แน่หรอก ถ้าสมัยก่อนลองยกทัพใส่กันจริงๆสิ

ตำราพิชัยสงครามสามก๊กคือสุดยอดตำรารบ ส่วนเส้าหลินคือสุดยอดยุธ

จีนอ่ะน่ากลัว ขนาดตอนนี้อเมริกายังไม่กล้ายุ่งเลย

เพราะอีกหน่อยอเมริกาสิ้นสลาย ทางตะวันออกแหละจะเจริญ

ทุกสิ่งทุกอย่างมีเกิดดับประเทศก็เหมือนกัน ใครว่าจริง
โดย: หงซีกวาน เขียนเมื่อ 19 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 4 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
เคยดูมาแล้ว หวาดเสียวมาก ยอมรับว่าเค้าเก่งจริง ๆ พระก็หล่อ ๆ กันทั้งนั้นแถมจับไม้จับมือกับสาว ๆ และถ่ายรูปคู่กับสาว ๆ ได้อีก แปลกดี....แต่ดูแล้วไม่น่านับถือเหมือนพระบ้านเราอะ......
โดย: หลงเก๋อเอ๋อ เขียนเมื่อ 19 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 3 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
เคยดูยังอะ
โดย: หวังเสี่ยวหู่ เขียนเมื่อ 20 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 2 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ได้ความรู้ดีจัง วันหลังหามาให้อ่านอีกนะครับ ขอบคุณมากๆ
โดย: เอก เขียนเมื่อ 20 มี.ค. 08 IP IP: .XXX
ความคิดเห็นที่ 1 : เส้าหลิน จากตำนานนิยายจีนสู่พุทธพาณิชย์มหาชน
avatar
ไหนๆก็ไหนๆ ขอต่ออีกนิด

มวยไทยจะปลูกฝังให้เด็กเรียน ก็ต้องแยกระหว่าง มวยที่ใครก็เรียนได้กับมวยไทยที่ใช้บนเวที เพราะการฝึกมันก็ต่างกันออกไป

มวยไทยที่เป็นศิลปะการต่อสู้จริงๆ เวลาสอนมันก็ต่างกันกับพวกที่ไปเรียนเพื่อต่อยบนเวที
การฝึกก็ต้องเบากว่า แต่ทุกวันนี้คนเราเห็นแต่ภาพที่จะฝึกมวยไทยต้องอึดเป็นควาย ซิทอัพกันเป็นบ้าเป็นหลัง หรืออะไรต่อมิอะไรที่ดูน่ากลัว ยอมรับกันเถอะครับ ว่าถ้าพูดถึงมวยไทยคนส่วนใหญ่ก็ติดภาพพวกนี้กัน

แต่ในแง่มวยไทยโบราณเช่นมวยไทยไชยาหรือสายของเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพร เวลาสอนให้คนที่สนใจจะเรียนศิลปะการป้องกันตัวแบบไทยๆ มันไม่ได้โหดขนาดนั้น เพราะมันมีศาตร์และศิลปอยู่ในนั้น เค้าถึงเรียกว่าศิลปะการต่อสู้ ถ้าคิดจะพัฒนาวงการมวยไทยเราให้มันเท่าเทียมกับชาติอื่นๆ เรามาเริ่มที่ตัวเราก่อนดีกว่าหรือเปล่าครับ

เริ่มแยกให้ออกระหว่างมวยที่จะฝึกเพื่อใช้บนเวที กับมวยไทยที่เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ให้คนธรรมดาๆ สามารถเรียนได้ ทำให้มันเป็นมาตรฐาน แล้วก็เปิดใจให้กว้างยอมรับข้อดีหรือแนววิธีในการเผยแพร่ของต่างชาติเข้ามา แล้วมาปรับประยุกต์ใช้กับการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู
โดย: ไม่เก่งแต่ปากดี เขียนเมื่อ 20 มี.ค. 08 IP IP: .XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111