ถอดรหัสคำพิพากษาศาลฎีกาคดีค่าเงินบาท ย้อนรอย วิกฤต’40 เปิดขบวนการปล้นชาติ - ตอนที่ 1: เวลา 4 ทุ่ม กับคืนที่ทักษิณรู้ข่าวลดค่าเงินบาท หมวด » เรื่องนี้ต้องขยาย » การเมือง » ถอดรหัสคำพิพากษาศาลฎีกาคดีค่าเงินบาท ย้อนรอย วิกฤต’40 เปิดขบวนการปล้นชาติ - ตอนที่ 1: เวลา 4 ทุ่ม กับคืนที่ทักษิณรู้ข่าวลดค่าเงินบาท

ย้อนรอยคดีค่าเงินบาท หลังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีค่าเงินบาทที่ “โภคิน” แพ้ “สุเทพ” พบทักษิณเคยยอมรับกลางสภาได้รับโทรศัพท์ตอน 4 ทุ่มมาคาบข่าวก่อนลอยค่าเงิน ตะลึงเงินไหลออกสุทธิ 3 วันเกือบ 5 หมื่นล้านบาท หลัง “ทักษิณ” ให้สัมภาษณ์ฟันธงลดค่าเงินบาทตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2540
       
       จากกรณีที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาที่ 5730/2550 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2550 ที่ได้ยกฟ้องคดีความที่นายโภคิน พลกุล ในฐานะอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็น โจทย์ ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้อภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2540 เรื่องการลดค่าเงินบาท โดยนายสุเทพตั้งข้อสงสัยว่านายโภคินได้นำมติจากที่ประชุมลับเรื่องการลดค่าเงินบาท ไปบอก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้บริษัทของ พ.ต.ท.ทักษิณได้ประโยชน์ ตามที่ได้ปรากกฏเป็นข่าวแล้วนั้น
       
       หากได้ย้อนเวลากลับไปตามวันและเวลาก่อนลอยค่าเงินบาท ได้พบที่น่าสังเกตุและมีพิรุธดังต่อไปนี้
       
       วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2540 เป็นวันหยุดราชการ ผู้บริหารแบงก์ชาติ 6 คน(นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์, นางธัญญา ศิริเวคิน, นายศิริ การเจริญดี , นายบัณฑิต นิจถาวร , นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน และ นางเกลียวทอง เหตระกูล) พิจารณาทั้งวันแล้วมีมติ ให้ลอยค่าเงินบาทและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดตามที่เคยหารือกับไอเอ็มเอฟมาก่อนหน้านี้ และมีการโทรศัพท์ให้นายเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าแบงก์ชาติได้รับทราบ โดยไม่มีการแจ้งให้ฝ่ายการเมืองทราบอย่างทันท่วงที
       
       วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน 2540 เปิดทำการวันแรก ทุนสำรองสุทธิอยู่ที่ประมาณ 4,883 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
       
       วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2540 เปิดทำการวันที่สองแบงก์ชาติทำสัญญา SWAP กับเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ทุนสำรองสุทธิค่อนข้างคงที่
       
       วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2540 แบงก์ชาติทำสัญญา SWAP กับเอกชนเพิ่มขึ้น เงินไหลออกนอกประเทศจนทุนสำรองสุทธิลดลง 208 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 5,200 ล้านบาท) ทุนสำรองสุทธิเหลือประมาณ 4,675 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
       
       วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2540 มีการทำสัญญา SWAP เพิ่มอีกเช่นเคย ผู้บริหารแบงก์ชาติ เข้าพบนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อนายทนงได้เห็นทุนสำรองสุทธิที่เหลือน้อยมากไม่สามารถปกป้องค่าเงินบาทได้แล้ว จึงให้นโยบายว่าให้แบงก์ชาติต้องเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยน แต่แบงก์ชาติกลับบอกว่าจะกลับไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของแบงก์ชาติทั้งๆ ที่ได้มีการประชุมผู้บริหารไปก่อนหน้านี้แล้ว
       
       วันนั้นนอกจากผู้บริหารของแบงก์ชาติทั้ง 7 คนแล้ว นายทนง พิทยะ รัฐมตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ย่อมรู้ดีว่าจะต้องมีการเปลี่ยนระบบค่าเงินด้วย เพราะได้เห็นสถานภาพของทุนสำรองระหว่างประเทศจนหมดสิ้นแล้ว
       
       ปรากฏว่าวันเดียวกัน เงินไหลออกนอกประเทศ จนทุนสำรองสุทธิลดลงไปอีก 417 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 10,425 ล้านบาท) หรือเงินไหลออกนอกประเทศสุทธิเกือบ 2 เท่าตัว เมื่อเทียบกับก่อนหน้าหนึ่งวัน ทำให้ทุนสำรองสุทธิเหลือประมาณ 4,258 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
       
       วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2540 ปรากฏว่า เงินไหลออกสุทธิเพิ่มหนักมากขึ้นประมาณถึง 1,408 ล้านเหรียญสหรัฐฯในช่วงเวลาเพียงแค่วันเดียว (ประมาณ 35,200 ล้านบาท) เทียบเป็น 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า 1 วัน หรือคิดเป็นกว่า 6 เท่าตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า 2 วัน เป็นผลทำให้ทุนสำรองสุทธิลดลงเหลือเพียง 2,850 ล้านเหรียญสหรัฐฯเท่านั้น
       
       วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2540 เป็นวันหยุดทำการไม่มีธุรกรรมใดๆ นายทนง พิทยะ ได้ตกลงกับ นายเริงชัย มะระกานนท์ และนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ว่าจะไปเรียนนายกรัฐมนตรี ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2540
       
       วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2540 เป็นวันหยุดทำการเช่นเดียวกัน เวลา 9.30 น. นายทนง พิทยะ, นายเริงชัย มะระกานนท์, นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ เข้าร่วมประชุมเพื่อแจ้งว่าจะมีการลอยค่าเงินบาท โดยมีนายโภคิน พลกุล ร่วมประชุมอยู่ด้วย (ตามคำพิพากษาศาลฎีกา)
       
       วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2540 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลงนามให้ประกาศลอยค่าเงินบาทในวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 โดยนายเริงชัย มะระกานนท์ อ้างว่าเพื่อให้ปิดงวดบัญชีครึ่งปีในวันที่ 30 มิถุนายน 2540 และวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 เป็นวันหยุดทำการของแบงก์ชาติ
       
       แต่ในวันดังกล่าว แบงก์ชาติกลับไปทำ SWAP เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดกับเอกชนเป็นจำนวนถึง 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งๆ ที่น่าจะรู้ดีว่าการทำ SWAP กับเอกชนในวันนั้นเมื่อถึงกำหนดคืนเงินเหรียญสหรัฐฯตามสัญญา SWAP จะต้องขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจากการลอยค่าเงินบาทอย่างย่อยยับและเอกชนคู่สัญญาก็น่าจะได้กำไรไปอย่างมหาศาลเช่นเดียวกัน
       
       ตามคำพิพากษาศาลฎีการะบุคำพิพากษาในการยกฟ้องที่นายโภคิน พลกุล ฟ้องร้องต่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณความตอนหนึ่งว่า
       
       “การที่จำเลยที่ 1 (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่า โจทก์ (นายโภคิน พลกุล )ซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องและไม่สมควรจะไปนั่งอยู่ด้วยในการประชุมตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะให้ค่าเงินบาทลอยตัวนั้น ไม่ใช่ข้อความอันเป็นเท็จหรือฝ่าฝืนต่อความจริง ฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ต่างหากที่ฝ่าฝืนต่อความจริง”
       
       ส่วนเรื่องที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อภิปรายสงสัยว่า นายโภคิน พลกุล เป็นคนบอกความลับเรื่องนี้แก่ พ.ต.ท. ทักษิณนั้น ศาลฎีกาโดยมติของที่ประชุมใหญ่เห็นว่า
       
       “การกระทำของพลเอกชวลิตที่ยอมให้โจทก์ (นายโภคิน พลกุล) ได้ร่วมรับรู้ถึงการปรึกษาหารือและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท อันเป็นเรื่องความลับที่สุดซึ่งเกี่ยวกับประโยชน์และส่วนได้เสียของประเทศและประชาชนจำนวนมากเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2540 ก่อนวันประกาศเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ถึง 3 วันทั้งๆ ที่โจทก์ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือควรรับรู้ถึงการปรึกษาหารือและการตัดสินใจในครั้งนี้เลย
       
       และหลังจากนั้นยังยืนยันในที่สาธารณะต่อสื่อมวลชนมาโดยตลอดว่า มีผู้รู้ถึงการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเพียง 3 คนเท่านั้น คือ ตัวพลเอกชวลิต นายทนง และนายเริงชัย เป็นข้อพิรุธสำคัญ
       
       ประกอบกับพันตำรวจโททักษิณซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจการค้ารายใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบเสียหายรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอย่างผู้ประกอบธุรกิจการค้าใหญ่รายอื่นที่มีหนี้สินเป็นเงินตราต่างประเทศที่ต่างประสบความเสียหายอย่างรุนแรง ย่อมเป็นมูลเหตุเพียงพอที่จะทำให้จำเลยที่ 1 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายตั้งข้อสงสัยโจทก์ได้
       
       การตั้งข้อสงสัยดังกล่าวของจำเลยที่ 1 จึงมีมูลเหตุเพียงพอที่จะให้ตั้งข้อสงสัยเช่นนั้นได้ ไม่ได้ตั้งข้อสงสัยอย่างเลื่อยลอย”

       
       สิ่งที่น่าสนใจในการอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2540 นั้น ได้ปรากฎว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ลุกขึ้นยืนตอบการอภิปรายในครั้งนั้น ตามรายงานการประชุมสภาผู้แทนฯชุดที่ 20 ปีที่ 1 ครั้งที่ 25-26 (สมัยสามัญครั้งที่ 2 เล่ม 21 พ.ศ. 2540 ) หน้า 179 -181 ว่า:
       
       "เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม (2540) กลางคืนวันนั้น บังเอิญผมทานข้าวกับผู้ใหญ่ที่ผมนับถือร่วมกับนักหนังสือพิมพ์อาวุโสคนหนึ่ง ประมาณ 4 ทุ่มมี “คน” โทรมาบอกผมว่า ได้มีการพบปะกันอย่างซีเรียสมากที่ทำเนียบ มีคน 4 คนคือ นายกฯ (พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ), นายเริงชัย มะระกานนท์ (ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยขณะนั้น), นายทนง พิทยะ และ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ (รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย) เพราะผมรู้ว่า นายชัยวัฒน์ เป็นผู้จัดการกองทุนรักษาระดับ ผมเลยเดาแล้วยังบอกกับผู้ใหญ่คนนั้นกับนัก นสพ.อาวุโสว่า สงสัยจะมีการลดค่าเงินบาทแน่ เพราะถ้ามีผู้จัดการทุนรักษาระดับเข้าไปร่วมด้วยในการพิจารณาซีเรียสอย่างนั้น ผมเดาว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ผู้ใหญ่ที่ผมนับถือคือ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ ครับ ผมอยู่กับท่านวันที่ 1 กรกฏาคม ตอน 4 ทุ่ม"
       
       เพราะวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 เป็นวันหยุดทำการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การอ้างว่ารู้ข้อมูลการเคลื่อนไหวเพื่อลดค่าเงินบาทในวันดังกล่าวนั้นก็เพื่อจะบอกต่อสภาผู้แทนราษฎรว่าแม้จะรู้ข้อมูลก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลค่าเงินบาทได้ก็ควรต้องรู้ข้อมูลก่อนคืนวันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2540

       แต่จากหลักฐานที่ปรากฎพบว่า หน้าปกมติชนสุดสัปดาห์ฉบับวันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2540 ได้ขึ้นรูป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมกับพาดหัวด้วยคำว่า “อัศวินแห่งคลื่นลูกที่ 3 ทักษิณ ชินวัตร เปิดถ้วยไฮโล-ควบดาวเทียม ฟันธง ลดค่าเงินบาท” การสัมภาษณ์ครั้งนั้นได้เกิดที่ห้องไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทรัล “ในวันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2540”
       
       วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2540 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฟันธงว่าจะลดค่าเงินบาทนั้นห่างกันถึง 7 วัน จากเวลา 4 ทุ่มของคืนวันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2540 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าเพิ่งจะรู้ข่าวเพราะมีคนโทรมาบอก
       
       พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฟันธงเรื่องการลดค่าเงินบาทได้อย่างไรทั้งๆ ที่ ในเวลานั้นเรื่องของทุนสำรองระหว่างประเทศและภาระผูกพันการทำ SWAP ของแบงก์ชาตินั้นเป็นความลับสุดยอด การกำหนดวันเวลาการลดค่าเงินจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
       
       ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร “รู้ไส้” ข้อมูลว่าจะมีการลดค่าเงินตั้งแต่วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2540 นั่นหมายถึงว่าข่าวการลดค่าเงินนั้นไม่น่าจะสงสัย นายโภคิน พลกุล เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แต่อาจจะมีคนในแบงก์ชาติที่ได้ประชุมกันว่าจะลดค่าเงินตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2540 เป็นคนบอกข่าวล่วงหน้าด้วยหรือไม่?
       
       โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในแบงก์ชาติที่ประชุมลอยค่าเงินบาท ที่มีความเจริญก้าวหน้ามากที่สุดในตำแหน่งทางการเมืองและสถาบันการเงินหลายแห่งในสมัยรัฐบาลทักษิณ ก็คือ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ รองผู้ว่าการแบงก์ชาติในสมัยนั้นที่ปัจจุบันก็ยังเป็นประธานกรรมการ บริษัท เอสซี แอสเสท (มหาชน) จำกัด ที่ได้ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตรวจสอบการปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นในกิจการแห่งนี้
       
       นับตั้งแต่วันที่ 24 – 30 มิถุนายน 2540 ถ้านับเฉพาะวันทำการของแบงก์ชาติ พบว่ามีคนนำเงินบาทมาแลกเป็นเงินเหรียญสหรัฐฯในรูปแบบต่างๆ เป็นตัวเลขเงินไหลออกสุทธิประมาณไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯหรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ถ้านำมาแลกกลับเป็นบาทตอนอ่อนค่าลงเป็น 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ก็จะได้กำไรไปประมาณ 5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ โดยเงิน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯนั้นก็จะได้กำไรไปประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือถ้านำมาเงินดังกล่าวแลกกลับตอน 40 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯก็จะได้กำไรไปประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และถ้านำมาแลกในช่วงค่าเงินบาทอ่อนตัวลงที่ 50 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯก็จะทำกำไรไปอย่างมโหฬารถึง 5 หมื่นล้านบาท
       
       นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้อภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2540 ความตอนหนึ่งว่า
       
       “คนนี้เอาเปรียบคนไทยทั้งชาติ คนนี้เอาข้อมูลภายในไปแสวงหาประโยชน์ มีข่าวลือกันมากในตลาดการเงินในประเทศไทยว่า ขาใหญ่ที่ร่ำรวยนั้น รวยถึงขนาดมีการันตีได้ว่า เลือกตั้งคราวหน้าสบายกันทุกคน.....
       
       “ท่านประธานที่เคารพครับวันนี้ผมยอมบาป คนที่ผมสงสัยมากที่สุดนั่งอยู่ตรงนั้นครับ ด็อกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ครับผู้ต้องสงสัยของผม ท่านด็อกเตอร์ทักษิณไม่ได้ทำบาปอะไรหรอกครับ ที่ผมสงสัยคือสงสัยว่ารัฐมนตรีโภคินจะเป็นคนบอกความลับเรื่องนี้กับด็อกเตอร์ทักษิณ แล้วด็อกเตอร์ทักษิณไปซื้อขายเงินไว้ล่วงหน้าทำกำไร”
       
       “ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านได้กำไรไปเยอะในขณะที่คนในชาติน้ำตาไหลกันทุกคน ผมไม่แปลกใจว่า หลังจากนั้นไม่นาน ได้มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ก็เก่งขนาดทำเงินได้ 2 วัน 4 พันล้านบาท ถึง 5 พันล้านบาท ก็น่าจะให้เป็นหรอกครับ”
       
       “ท่านประธาน นี่เป็นข้อสงสัยของผม ผมคาดคะเนสงสัยด้วยเหตุผลแวดล้อมอย่างนี้และผมมีประจักษ์พยานหลักฐานว่า หลังจากนายโภคินได้รับความลับเรื่องนี้ ได้มีการโทรศัพท์ติดต่อกับด็อกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เสียอย่างเดียวว่า ผมไม่มีหูทิพย์ว่าพูดกันอย่างไรเท่านั้นเองครับ แต่ผมสงสัย และผมรู้ว่านายโภคินได้พูดความลับเรื่องนี้กับคนอื่นอีก ถ้าท่านรัฐมนตรีโภคินสงสัยฟ้องศาลจะได้รู้ว่าคนที่ท่านบอกนั้นจะเป็นพยานให้ท่านหรือจะเป็นพยานให้ผม”
       
       10 ปีผ่านไปศาลฎีกานอกจากจะยกฟ้องคดีค่าเงินบาท ที่นายโภคิน พลกุล ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจของนายสุเทพ เทือกสุบรรณแล้ว ศาลฎีกายังได้พิพากษาอีกด้วยว่า นายโภคิน พลกุล ไม่ได้รับความเสียหายจากการอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจครั้งนั้นอีกด้วย โดยระบุเอาไว้ในคำพิพากษาความตอนหนึ่งว่า:
       
        “โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง เนื่องจากก่อนเป็นนักการเมืองโจทก์เป็นนักวิชาการไม่มีชื่อเสียงโด่งดังมากนัก ทั้งไม่เคยทำธุรกิจค้าขายร่วมกับชาวต่างประเทศและเสียภาษีเพียงปีละหลักพันบาทเท่านั้น”
       
       พ.ศ.2546 นายโภคิน พลกุล ได้เคยยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปรากฏว่านายโภคินมีทรัพย์สิน 22,584,577 บาท ไม่มีหนี้สิน ภรรยามีทรัพย์สิน 84,371,703 บาท มีหนี้สิ้น 8,261,376 บาท ภรรยามีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 76,110,327 บาท บุตรยังที่ไม่บรรลุนิติภาวะ 1 คน มีทรัพย์สิน 368,087 บาท ไม่มีหนี้สิ้น
       
       นายโภคิน พลกุล เสียภาษีปีละหลักพันบาทแต่กลับมีทรัพย์สินของครอบครัวที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ในเวลาต่อมาร่วมร้อยล้านบาท ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากที่ได้ผ่านเหตุการณ์ในการลอยค่าเงินบาทในวันนั้นได้ผ่านชีวิตที่ล่มสลาย ล้มละลาย ตกงาน แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่มีคนบางกลุ่มได้ร่ำรวยในชั่วพริบตา กลายเป็นนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

รูป ดอกท้อสีน้ำตาล
โดย: ดอกท้อสีน้ำตาล
ตั้งเมื่อ: 20:01 น. 16 เม.ย. 2008
แท็ก: -

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ ถอดรหัสคำพิพากษาศาลฎีกาคดีค่าเงินบาท ย้อนรอย วิกฤต’40 เปิดขบวนการปล้นชาติ - ตอนที่ 1: เวลา 4 ทุ่ม กับคืนที่ทักษิณรู้ข่าวลดค่าเงินบาท

รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon รูป emoticon

7 บวก 9 ได้เท่าไหร่ กรอกตัวเลขลงในช่องนี้  
ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 48 โดย: นายแล้ว เขียนเมื่อ 03:36 น. 21 เม.ย. 2008
avatar

มันเป็นข่าวจริง แต่มันไม่เป็นความจริง มีข่าวว่าคุณทักษิณจะบวชพระ มันเป็นข่าวจริง แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องจริง ข่าวนายโภคิน นำเรื่องค่าเงินบาทลอยตัวไปบอกคุณทักษิณ มันเป็นข่าวอย่างนั้นจริง แต่มันอาจจะไม่เป็นความจริง พวกมารก็นำข่าวนั้นไปเผยแพร่ต่อ

มติชนนำข่าวคุณทักษิณบวชพระไปเผยแพร่ พร้อมทั้งลงรูปภาพหน้าปกคุณทักษิณห่มผ้าจีวรแบบพระสงฆ์ มันไม่ได้เป็นความจริงเลย พวกมารคงจะคิดว่าเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน พวกกมารคงจะคิดว่าเป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะว่าเขาไม่มีสมองที่จะคิด

มติชนเอาข่าวนายโภคินนำเรื่องเงินบาทลอยตัวไปบอกคุณทักษิณ พร้อมทั้งลงรูปภาพคุณทักษิณ มันเป็นข่าวอย่างนั้นจริง มันเกิดเป็นข่าวอย่างนั้นจริง แต่มันเป็นความจริงหรือเปล่า? มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ? นายโภคินนำเรื่องเงินบาทลอยตัวไปบอกคุณทักษิณจริงหรือเปล่า?

ข่าวที่เกิดขึ้นกับเรื่องจริงหรือความจริงอาจจะไม่ตรงกันก็ได้ แต่พวกมารเขาไม่มีสมองคิด พวกมารจะคิดว่าทุกข่าวที่มติชนนำลงเผยแพร่นั้นเป็นเรื่องจริงหมดทุกเรื่องและก็นำเอาเผยแพร่ต่อ ผมไม่เชื่อตามความคิดของพวกมารเป็นอันขาด

ผมไม่เชื่อตามความคิ

IP IP: 71.120.231.XXX
ความคิดเห็นที่ 47 โดย: นายแล้ว เขียนเมื่อ 03:03 น. 21 เม.ย. 2008
avatar

พวกมารไม่เคยมีความยุติธรรม พวกมารที่เรียกตัวเองว่าเทพ ทั้งเทพเทือก เทพไท เทพฤทธิ์ เป็นตัวที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง คนพวกนั้นคิดว่าประชาชนอย่างผมคงไม่รู้ ผมรู้ดีมากครับ ทั้งการเผาโรงเรียน การฆ่าครู การวางระเบิดหลายครั้งหลายหนที่ภาคใต้ของไทย มันเป็นฝีมือของพวกมาร

พวกมารสร้างปัญหาให้นายกฯทักษิณแก้ เขาจุดไฟเผาให้นายกฯทักษิณเป็นคนดับ พอคุณทักษิณดับไฟไม่ได้พวกมารก็พูดว่าทักษิณแก้ไขปัญหาไม่ได้ ให้คุณทักษิณออกไป(ออกจากนายกฯ)

ให้คนไทยคิดดูว่าการกระทำของพวกมารนั้นชั่วขนาดไหน แล้วพวกมารก็พากันพูดว่าทักษิณได้ประโยชน์จากการลอยตัวของเงินบาท มีคน(นายโภคิน)นำเรื่องเงินบาทลอยตัวไปบอกทักษิณ นายมารนำเอาข่าวจริงมติชนมาเผยแพร่ ข่าวในมติชนนั้นมีความจริงอยู่น้อยมาก

IP IP: 71.120.231.XXX
ความคิดเห็นที่ 46 โดย: manop เขียนเมื่อ 02:06 น. 21 เม.ย. 2008
avatar

คนจนๆที่รู้สึกว่าการโกงชาติยังมีคนสนับสนุนประเทศนี้เป็นอะไรไปชาตินี้ใครโกงชาติขอให้มันตายโหงให้หมดไม่เจาะจงฝ่ายใหน สาธุ

IP IP: 202.149.25.XXX
ความคิดเห็นที่ 45 โดย: เทพ เขียนเมื่อ 16:53 น. 20 เม.ย. 2008
avatar

ไอ้นายแล้ว
อยากได้ก็รู้จักค้นเองบ้างสิวะ รอให้คนอื่นหาให้อย่างเดียวเลย ถ้าเป็นทนายจำเลย เอ็งจะให้ทนายโจทย์หาหลักฐานมาแก้ต่างให้จำเลยรึเปล่าวะ ถ้าเอ็งถือหางโภคินเอ็งก็ต้องหาหลักฐานคำให้การมาแก้ต่างให้สิ แล้วก็ให้คนอ่านตัดสินว่าจะเชื่อใคร บ้ารึเปล่าเนี่ย ไปกินหญ้าไป เล่นเน็ตเป็นเปล่า ถ้าเป็นก็ไปหาข้อมูลมาหักล้าง พึ่งเว็บ "ไฮ ทักษิณก็ได้" ถ้าไม่มีปัญญาไปหาจากที่อื่น

IP IP: 192.168.21.4, 202.142.204.XXX
ความคิดเห็นที่ 44 โดย: นายแล้ว เขียนเมื่อ 10:44 น. 20 เม.ย. 2008
avatar

ผมไม่เคยเห็นคำพูดคำให้การของนายโภคินครับ ผมอยากให้เจ้าของกระทู้(มาร)ได้นำมาลงให้คนได้อ่านเปรียบเทียบด้วย เจ้าของกระทู้(มาร)ยังสามารถไปค้นหานำเอาคำพูดของสุเทพ(มาร)มาลงได้ เขาก็น่าที่จะนำคำพูดของนายโภคินมาลงด้วย การนำเอาแต่คำพูดของนายสุเทพ(มาร)มาลงนั้นไม่เป็นธรรม เจ้าของกระทู้(มาร)ไม่มีความเป็นธรรมอยู่ในใจ

พวกมารไม่เคยมีความเป็นธรรมอยู่ในใจ จริงไหมครับท่านผู้อ่าน ?

IP IP: 71.120.231.XXX
ความคิดเห็นที่ 43 โดย: นายแล้ว เขียนเมื่อ 10:32 น. 20 เม.ย. 2008
avatar

มติชนลงข่าวคุณทักษิณขายหุ้นไม่จ่ายภาษีเป็นเรื่องใหญโตมาก แต่พอมติชนขายหุ้นไม่จ่ายภาษีก็ไม่เห็นเป็นข่าวใหญ่โต และก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงเลย มีแต่คุณทักษิณที่พูดถึงกรณีมติชนขายหุ้นไม่จ่ายภาษี

IP IP: 71.120.231.XXX
ความคิดเห็นที่ 42 โดย: อย่า/นายแล้ว เขียนเมื่อ 10:25 น. 20 เม.ย. 2008
avatar

ทำไมพวกมาร(เทพ)ไม่นำคำพูดของนายโภคินมาเปรียบเทียบให้คนอื่นได้อ่านด้วย นำเอาแต่คำพูดของนายสุเทพ(มาร)มาลงนั้นไม่เป็นธรรม และการพูดของนายสุเทพ(มาร)ก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ถ้านายสุเทพ(มาร)นำเรื่องดังกล่าวไปพูดนอกสภาผู้แทนฯ นายสุเทพ(มาร)อาจจะแพ้คดี การพูดในสภาผู้แทนฯกฎหมายให้การคุ้มครอง และศาลก็ยืนยันให้คนไทยได้รู้ว่านายสุเทพ(มาร)มีสิทธิพูดเรื่องดังกล่าวในสภาฯ

IP IP: 71.120.231.XXX
ความคิดเห็นที่ 41 โดย: อย่า เขียนเมื่อ 10:16 น. 20 เม.ย. 2008
avatar

อย่าเอาแต่ข่าวจากมติชนมาเผยแพร่ วันก่อนเห็นมติชนลงรูปภาพคุณทักษิณบวชพระ ซึ่งมันไม่เป็นเรื่องจริง ข่าวในมติชนเป็นเรื่องจริงกี่เปอร์เซนต์ ? พวกมาร(เทพ)อย่านำเรื่องที่ไม่จริงมาเผยแพร่

IP IP: 71.120.231.XXX
ความคิดเห็นที่ 40 โดย: sasi14 เขียนเมื่อ 02:28 น. 20 เม.ย. 2008
avatar

ณ.เวลานั้นทักษิณยังไม่มีชื่อเสียงเหมือนทุกวันนี้นะ
ตอนนั้นมีคนฟังทักษิณกี่คน แต่อย่างไรก็ดี ใครที่รู้จริง
ลองบอกมาหน่อย เอาลงหน่อย

IP IP: 124.121.109.XXX
ความคิดเห็นที่ 39 โดย: เศรฐกิจ เขียนเมื่อ 02:26 น. 20 เม.ย. 2008
avatar

แปลกวิกฤติเงินบาทต่างประเทศไม่เจ๋ง แต่คนไทยเจ๋ง ใครได้ดู
คุณ วิกรมณ์(เจ้าของนิคม อมตนคร) ออกรายการว่า ในนิคมของเขาบริษัทต่างประเทศไม่มีใครปิดตัวลงสักบริษัท แของคนไทยปิดเกืยบหมด คนที่จะมาลงเล่นเศรฐกิจเขาต้องมองออกว่าอนาคตเศรฐกิจจะเป็นอย่างไรเขามองออกเป็นปีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วเขารู้ได้ไง

IP IP: 118.173.0.XXX
ความคิดเห็นที่ 38 โดย: เทพ เขียนเมื่อ 21:38 น. 19 เม.ย. 2008
avatar

คห.33
แล้วทำเอ็งไม่เอาคำให้การของโภคินมาลงล่ะ กรูก็อยากเห็นเหมือนกัน มรึงเคยเห็นก็เอามาอย่าดีแต่เห่า

IP IP: 10.7.105.44, 192.55.18.XXX
ความคิดเห็นที่ 37 โดย: เฮ้อคนเรา เขียนเมื่อ 11:31 น. 19 เม.ย. 2008
avatar

โทษนะครับ จะแถไปถึงไหนครับ

ดูข้อพิจารณา ก็น่าจะทราบแล้ว ว่านายโภคิน เข้าไปรับฟังจริงซึ่งไม่ใช่อำนาจหน้าที่ + กับการที่ทักษิณ เคยให้สัมภาษว่า รู้เรื่องการประชุมทั้งๆที่เป็นความลับ แต่รู้ได้ยังไง

2ข้อนี้ ก็พอแล้วครับ ถ้าคิดเป็นก็น่าจะทราบแล้ว

IP IP: 118.173.204.XXX
ความคิดเห็นที่ 36 โดย: ของฝากคนโกงชาติ เขียนเมื่อ 10:07 น. 19 เม.ย. 2008
avatar

บันทึกของเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เจอบันทึกนี้ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรู้ว่า

"กูกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์"

ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า

แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้

ไอ้อีมันผู้ใด คิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ฤๅ กระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม

จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว

ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโครต

ให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยามอันเป็นที่รักของกู

ตราบใดที่คำว่า "อาภากร" ยังยืนหยัดอยู่ในโลก

กูจะรักษาผืนแผ่นดินสยามของกู

ลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา

แผ่นดินใดให้ที่ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข

มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น.

IP IP: 58.9.45.XXX
ความคิดเห็นที่ 35 โดย: ส้มตุ้ย เขียนเมื่อ 09:30 น. 19 เม.ย. 2008
avatar

คุณจะให้เงินพี่ชายด้วยความสเน่หาเป็นหมื่นล้านไม๊ จะเอาเงินไปฝากคนสวน คนขับ รถคนใช้ไม๊ แต่มีบางคนทำ..ปตท จองหุ้น 5 นาทีจบ แล้วไปดูรายชื่อคนที่จองได้ซิ เฮ้อ

IP IP: 58.9.45.XXX
ความคิดเห็นที่ 34 โดย: นายแล้ว เขียนเมื่อ 05:45 น. 19 เม.ย. 2008
avatar

ศาลไม่ได้ยืนยันว่านายสุเทพพูดความจริง ศาลยืนว่านายสุเทพมีสิทธิพูดในสภาผู้แทนราษฎร นายโภคิน ฟ้องศาลและศาลตัดสินว่านายสุเทพมีสิทธิพูดเรื่องดังกล่างในสภาฯ แต่ไม่ได้บอกว่าเรื่องที่นายสุเทพพูดเป็นเรื่องจริง

ถ้านายสุเทพพูดเรื่องดังกล่าวนอกสภาฯ นายสุเทพมีสิทธิเจ็บปวดครับ พูดในสภาฯนั้นกฎหมายให้การคุ้มครอง แต่ถ้าพูดนอกสภาฯนายสุเทพอาจจะแพ้

IP IP: 75.147.181.XXX
ความคิดเห็นที่ 33 โดย: นายแล้ว เขียนเมื่อ 05:39 น. 19 เม.ย. 2008
avatar

ศาลยืนยันว่านายสุเทพ มีสิทธิพูดในสภาผู้แทนครับ ศาลไม่ได้ยืนยันว่านายสุเทพพูดความจริง เรื่องที่นายสุเทพนั้นเป็นเรื่องจริงหรือว่าเป็นเรื่องเท็จศาลไม่รู้

ศาลได้ยืนว่านายสุเทพ มีสิทธิพูดในสภาผู้แทนราษฎร แต่ศาลไม่ได้ยืนยันว่าคำพูดของนายสุเทพนั้นเป็นเรื่องจริง

อยากให้นำคำพูดของนายโภคิน เอามาลงเปรียบเทียบด้วย เอาแต่คำพูดของนายสุเทพมาลงมันก็ไม่เป็นธรรม การทำอย่างนั้น พวกเทพก็จะกลายเป็นมาร

IP IP: 75.147.181.XXX
ความคิดเห็นที่ 32 โดย: ผ่านมา เขียนเมื่อ 22:13 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

เปิดประเด็นแบบโง่ๆๆอะคับ

IP IP: 58.136.93.XXX
ความคิดเห็นที่ 31 โดย: บล เขียนเมื่อ 17:11 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

คนโง่มันก็ได้แต่คิดอยู้แค่นั้นใน คำพิพากษา คิด วิเคราะห์ อะไรให้มันกว้าง ๆ หน่อย
นี่แหละหนาประเทศ ไทย เพราะมีแต่พวกติดตื้น ๆ

IP IP: 192.168.1.110, 124.121.224.XXX
ความคิดเห็นที่ 30 โดย: พะโล้ เขียนเมื่อ 17:10 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

อยากรู้ว่าทักษิณ รู้ล่วงหน้าเพราะจากการคาดเดา หรือเพราะมีคนบอก ลองสังเกตุมีการประชุมลดค่าเงินบาท กันตั้งแต่วันที่ วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2540 จนลอยค่าเงินบาทวันที่ วันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ถ้าเกิดทักษิณไปทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย ทั้งหมด ในช่วงเวลาดังกล่าวที่มีการประชุมลดค่าเงิน ฟันธงได้เลย ว่าต้องมีคนบอก 100% แต่ถ้าเค้าทำก่อนที่จะมีการประชุมกัน ระยะเวลานาน อันนี้เค้าอาจจะคำนวนได้ และที่สำคัญ น่าจะตรวจสอบได้ว่า สัญญาที่ทักษิณไปทำทำวันไหนเมื่อไหร่ด้วย คงจะตรวจสอบไม่ยาก

IP IP: 58.9.128.XXX
ความคิดเห็นที่ 29 โดย: เขียนเมื่อ 17:06 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

IP IP: 58.9.128.XXX
ความคิดเห็นที่ 28 โดย: shura เขียนเมื่อ 15:49 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

คนฉลาดคาดการเศรษฐกิจได้ก็ผิดด้วยเหรอ อย่าลืมเค้าเป็นนักธุรกิจมาก่อนนะ

IP IP: 58.136.119.XXX
ความคิดเห็นที่ 27 โดย: อ่านดีแล้ว เขียนเมื่อ 14:00 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

อ่านดีแล้วครับ ไม่ใช่เพราะทักษิณป็นหนี้ในประเทศหรอกครับ แต่เพราะเขารู้ล่วงหน้าจีงแปลงหนี้นอกประเทศเป็นในประเทศ อีกนั้นแหละ บริษ้ทรายอื่นยักษ์ใหญ่ ยังเป็นหนี้กันหัวโตแต่ทักษิณกลับรวยอย่างมหาศาล และ การได้มาซึ่งตำแหน่งของโภคิน ในรัฐบาลทักษิณ เป็นการยืนยันว่ามีการตอบแทนบุญคุณ เหมือนกรณีทักษิณซื้อรถราคาเป็น10ล้านให้สมบุญ พู่ระหง ติดสินบนแท้ๆ แต่ไม่มีใครหน้าไหนมาจัดการ เขาถึงได้หึกเหิม กล้าทำในสิงที่ไม่มีหิริโอตัปปะเลย

IP IP: 118.174.34.XXX
ความคิดเห็นที่ 26 โดย: อ่านดีๆ เขียนเมื่อ 11:31 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

อ่านดูดีๆนะครับ ในคำพิพากษานั้นเป็นเรื่องของโภคิณเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทักษิณเลย

เรื่องของการไม่ได้ผลกระทบจากการลอยตัวค่าเงินบาทนั้นเป็นเรื่องของหนี้ที่ได้สร้างมาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่หนี้ที่พึ่งจะสร้างขึ้นมาในช่วงก่อนจะลอยค่าเงินบาท ทักษิณเป็นหนี้ในประเทศ ในขณะที่คนจำนวนมาก เป็นหนี้ต่างประเทศเพราะดอกเบี้ยถูกกว่า พอโดนลอยค่าเงินหนี้ก็เลยเป็น 2 เท่าในชั่วพริบตา

ส่วนที่มีการคาดการเรื่องค่าเงินบาทจะลอยตัวนั้น พูดแบบกลางๆก็คือ คนที่มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มากพอก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า มีโอกาสที่จะลอยค่าเงินบาท หนังสือพิมพ์ในช่วงนั้นก็คงมีการวิเคราะห์เช่นกัน ถ้าใครจำได้ช่วงนั้นมีแค่คนกลัวว่าจะลอยตัวค่าเงินบาท แต่นายกชวลิตบอกว่า ไม่ลอย

ช่วงที่เงินไหลออกนั้นเชื่อได้ว่า ในประเทศนี้ไม่ได้มีทักษิณคนเดียวที่ฉลาด นักการเมือง นักการธนาคาร นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ ต่างก็เก็งกำไรกันทั้งนั้นแหละครับ

แน่จริงแฉออกมาสิครับ ช่วงที่เงินไหลออกเยอะมีใครที่ทำบ้าง คราวนี้ก็รู้แล้วครับว่าแค่ทักษิณ หรือว่า ทั้งประเทศ

IP IP: 125.24.54.XXX
ความคิดเห็นที่ 25 โดย: ความจริง เขียนเมื่อ 11:29 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

อยากรู้จังคับ ว่า ถ้า เราๆ ท่านๆ เป็น นายโภคิน เรารู้อย่างนี้แล้ว เรา ไม่ขายหุ้น บ้างเหรอคับ ไม่อยากรวยกะเค้าบ้างเหรอ ทำไม ต้องไปบอก ทักษิณ คนเดียว
พ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง ใครมีหุ้น ไม่ไปบอกล่ะ คนอย่าง เทพเทือก เห็นหน้า แล้วโงหัวไม่ขึ้น หมดราศี ไป 10 ปี เค้ารู้ไส้ รู้พุง หมดแล้ว

ถ้าคนเรา เล่นหุ้น แล้ว การศึกษาตลาด แหล่งข่าวก็ต้องดีเป็นธรรมดา ไม่งั้นจะ ทำกำไรได้ไง


อย่าฟังความข้างเดียว

IP IP: 203.146.10.XXX
ความคิดเห็นที่ 24 โดย: อามิน เขียนเมื่อ 08:50 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

อดีตนายก...จองค่าเงินบาทก่อนลอยตัวจริง ทั้งนี้ส่งผลให้ชินวัตร รวยมหาศาลในการจองค่าเงินบาท ลองคิดดูสิจองไว้ 10 ล้านเหรียญ rate 26 กว่า แต่พอเงินลอยตัวช่วงนั้นขึ้นเป็น 30 กว่าบาท จึงถึง 40 .... ข่าวไม่รั่วไหลแล้วเขารู้ได้ไง? นี่คือคำถาม??? แล้วพวกคุณก็ยังมองว่าเขาดีเขาถูกต้องอีกหรือ? ชาติเสียหายมหาศาลแต่เขาร่ำรวยจับเสือมือเปล่าด้วยเงินต่อเงิน? แก้กฏหมายภาษีไม่ต้องเสียสักบาท ก็ยังถูกต้องหรือ

IP IP: 203.148.162.XXX
ความคิดเห็นที่ 23 โดย: zer เขียนเมื่อ 00:42 น. 18 เม.ย. 2008
avatar

ปลุกะดมเตรียมการก่อเหตุครั้งใหญ่

สิงที่ศาลบอกคือ ยกฟ้อง

ไม่สงบสุขกันซักที

IP IP: 192.168.50.178, 124.120.110.XXX
ความคิดเห็นที่ 22 โดย: natcm เขียนเมื่อ 23:02 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

ยึดทรัพย์คืนให้กับประเทศ

IP IP: 61.7.172.XXX
ความคิดเห็นที่ 21 โดย: ผสส. คปค. เขียนเมื่อ 22:44 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

ถึงนักการเมืองที่ลุแก่อำนาจ อย่าทำให้ทหารหมดความอดทนอีกครั้ง ภารกิจครั้งต่อไปรับรองถึงใจแน่

IP IP: 10.7.104.43, 192.55.18.XXX
ความคิดเห็นที่ 20 โดย: ... เขียนเมื่อ 20:07 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

ไม่ใช่ คห 7 ครับ คห ที่ 17

IP IP: 1.1.1.107, 61.7.134.XXX
ความคิดเห็นที่ 19 โดย: ... เขียนเมื่อ 20:06 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

คุณ คห 7 คุณน่ะโง่ เอาอะไรมาวัดว่า ยุคทักษิณเจริญรุ่งเรือง เพราะ ค่า จีดีพี หรือ แล้วที่รากหญ้าชื่นชอบในตัวทักษิณเพราะอะไร ก็เพราะว่า เอาเงินหวยบนดินไปโปรยไว้ไง หลังจากนั้น ก็เดินหน้า สูบกันเต็มที่ เปิดหู เปิดตา ถึงเหตุผลกันมั่ง

มีเหตุผลอะไรไหมที่บอกว่ายุคทักษิณเจริญรุ่งเรืองที่สุด
รายได้ก็ได้เท่าเดิม กินข้าวก็ราคาเดิม ทุกอย่างเป็นการตลาด
สร้างภาพทั้งนั้น อย่าเป็นเหยื่อเลย เชื่อสิ

IP IP: 1.1.1.107, 61.7.134.XXX
ความคิดเห็นที่ 18 โดย: เทพ เขียนเมื่อ 19:59 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

ถ้าไอ้เหลี่ยมมันออกมาสารภาพด้วยตัวมันเองว่ารู้มาจากใคร นั่นแหละควายทั้งหลายถึงจะเชื่อคำพูดของพ่อมัน ประเด็นก็คือโภคินมันสะเออะไปอยู่ที่นั่นทำไม ทำให้คนเขาสงสัยเล่นๆแค่นั้นหรือ แล้วทำไมชวลิตถึงต้องโกหกประชาชน

IP IP: 10.7.105.44, 192.55.18.XXX
ความคิดเห็นที่ 17 โดย: MCZ เขียนเมื่อ 19:49 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

แล้วประเทศชาติ ก็เจริญรุ่งเรื่องที่สุดในยุคทักษิณ
ทำให้ชาวบ้าน รากหญ้าทั้งหลาย ชื่นชอบในตัวท่าน
เพราะมีผลงานที่โดดเด่น แตกต่าง เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

แล้วประเทศก็ถูกทำลายโดยกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์
แล้วเป็นไง ก็อย่างที่เห็นๆกันอยู่

IP IP: 117.47.39.XXX
ความคิดเห็นที่ 16 โดย: บอฟฟาย เขียนเมื่อ 19:36 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

เค้าเรียก insider

IP IP: 58.8.150.XXX
ความคิดเห็นที่ 15 โดย: โง่จริงนะ เขียนเมื่อ 18:07 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

คห.14
มันไม่เกี่ยวกับลอย-ไม่ลอย
มันเกี่ยวกับว่า ไปให้ผู้ที่ไม่มีส่วนในการตัดสินใจ รับทราบการลอยค่าเงินบาท
คิดดู ถ้าคุณมีเงินอยู่กับตัวร้อยล้าน ถ้าคุณรู้ว่าอีก 3 วันจะลอยค่าเงิน คุณจะ....
เอาไปแลกดอลลาร์ให้เยอะๆ พอลอยตัวปุ๊บ ก็เอามาขายคืน เค้าเรียกว่าเก็งกำไรจากค่าเงิน แต่ผลเสียมันเกิดกับประเทศชาติ เพราะเอาเงินบาทไปซื้อดอลลาร์ เงินบาทยิ่งอ่อน
ส่วนพวกไข่แม้ว ไม่ต้องไปสนใจมัน ได้เงินค่าโพสต์มาโพสต์ละ 5 บาท 10 บาท มันก็ไม่สนใจประเทศชาติแล้ว ได้แต่เกรียนไปวันๆ

IP IP: 124.157.191.XXX
ความคิดเห็นที่ 14 โดย: maleong เขียนเมื่อ 17:53 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

แล้วถ้าวันนั้น ไม่ลอยค่าเงินบาท ..เราจะเป็นอย่างไรกัน ผมก็อยากรู้...ไม่ใช่ว่าเข้าข้างใคร..ลองวิเคราะห์ให้ฟังหน่อยว่า..มันจะเป็นอย่างไร ในวันนี้..

IP IP: 58.8.193.XXX
ความคิดเห็นที่ 13 โดย: .. เขียนเมื่อ 17:02 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

แผ่นดินไทยยังรองรับบุคคลเช่นนี้อยู่หรือ

IP IP: 119.42.71.XXX
ความคิดเห็นที่ 12 โดย: 123 เขียนเมื่อ 16:43 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

คนเลวไงมันก็เลว

IP IP: 202.41.187.XXX
ความคิดเห็นที่ 11 โดย: ลมเหนือ เขียนเมื่อ 15:35 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

คห.9 เรื่องนี้เกี่ยวพันกันอย่างชัดเจนที่สุด ถ้ารองผู้ว่าการและนายโภคินไม่คาบข่าวไปบอกนายทักษิณแล้วนายทักษิณจะรอดจากการล้มละลายทางเศรษฐกิจหรือ และนายทักษิณจะร่ำรวยเหนือผู้อื่นเช่นนี้หรือ คุณเข้าใจคำว่า SWAP หรือไม่ กรณีนี้จะโทษนายทักษิณคนเดียวไม่ได้ มันทำเป็นขบวนการทั้งแบงค์ชาติ นายชวลิต นายทนง นายโภคินและนายทักษิณ ถ้าคุณไม่อยู่ในช่วงที่ลอยค่าเงินคุณจะไม่รู้ว่ามันลำบากแค่ไหน มีบริษัทล้มละลายเท่าไหร่ มีคนตกงานเท่าไหร่ มีคนตายไปแค่ไหน ครอบครัวแตกแยกกันกี่ครอบครัว เหล่านี้เป็นผลจากการกระทำของคนเหล่านี้ทั้งนั้น

IP IP: 172.17.63.1, 58.8.17.XXX
ความคิดเห็นที่ 10 โดย: Habb เขียนเมื่อ 14:09 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

คห.4

พูดไปเรื่อย เรื่องนี้ศาลพิพากษาไปแล้ว ว่าผิดจริง ยังจะมาสร้างกระแสว่า ข่าวจาก ผจก.อีก

โบ้ยไปได้เรื่อยๆเนอะ พวกไข่แม๊ว

IP IP: 58.64.76.XXX
ความคิดเห็นที่ 9 โดย: sasi14 เขียนเมื่อ 13:06 น. 17 เม.ย. 2008
avatar

คำตัดสินนี้
เป็นคดีหมิ่นประมาท มันไม่เกี่ยวกับ
เรื่องที่โยง
ไม่เกี่ยวกับปล้นชาติ เลย
การโอนเงินข้ามชาติ เป็นหมื่นล้านบาท
ภายใน สามวัน เจ๊ดวัน ทำได้ ก็ปิดแบ๊งค์ชาติดีกว่า
ยังงี้ การตัดสินใจทางธุรกิจ ก็ กลายเป็นปล้นชาติหมด

IP IP: 124.121.105.XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111
Foxkeh
mthai.com สนับสนุนเว็บบราวเซอร์ Firefox 3
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ