คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม หมวด » ชีวิต ความรัก สุขภาพ » ไลฟ์สไตล์ » คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม

คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม
ถอดแบบคำต่อคำ


วู้ดดี้  :  มีหลายคนพูดว่าวู้ดดี้ไม่เหมาะสมที่จะสัมภาษณ์พระ  ท่านมองว่าอย่างไรครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  :  ก็คงต้องย้อนกลับไปถามว่าคุณเอาอะไรมาวัดว่าคนอย่างวู้ดดี้ไม่เหมาะที่จะคุยกับพระ   พระอาจารย์มองในเวลานี้ไม่มีใครเหมาะเท่าวู้ดดี้เลยนะ  ถ้าวู้ดดี้ไม่มาสัมภาษณ์พระ   เกิดมาคุยไม่สมบูรณ์แบบ

วู้ดดี้ : ก้าวร้าว พูดตรง ถามตรง มีความรุนแรงบ้างในวาจา  ไม่เหมาะสมกับพระ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์คิดว่าพระไม่ได้หมายความว่าต้องเรียบร้อยแบบผ้าพับไว้   เราไปดูที่เนื้อหาสาระได้มั้ย   หลายครั้งที่พระอาจารย์เปิดไปเจอวู้ดดี้สัมภาษณ์   บางทีบางตอนดีกว่าพระบางรูปเทศน์   เพราะฉะนั้นถ้าเราก้าวข้ามรูปลักษณ์ภายนอก   เจาะไปที่เนื้อหาสาระก็ไม่มีปัญหาที่วู้ดดี้จะคุยกับพระไม่ได้

วู้ดดี้ : งั้นในวันนี้ผมสามารถที่จะถามพระอาจารย์ได้ทุกเรื่อง
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็แล้วแต่จะถาม   แต่พระอาจารย์จะตอบทุกเรื่องหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

วู้ดดี้ : พระอาจารย์บวชตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นเณรอายุ 12
ท่าน ว.วชิรเมธี  : 13
วู้ดดี้ : แล้วเป็นพระมาตลอดชีวิต   ทุกวันนี้ที่ผ่านมาท่านจะเทศน์เรื่องของแฟน  เรื่องของชีวิต  การมีกิ๊ก  การไม่มีกิ๊ก   แต่ท่านไม่ได้คุ้นเคยกับทางโลกเลย   ท่านสามารถที่จะเข้าใจโลกและเทศน์กลับไปสู่โลกได้อย่างไรในเมื่อท่านอยู่กับวัดตลอดเวลา

ท่าน ว.วชิรเมธี  : เอางี้  วู้ดดี้เคยเห็นคนที่ติดยาเสพติดมั้ย
วู้ดดี้ : เคยเห็นครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าคนติดยาเสพติดมันอันตรายมาก  คุณไม่เคยลองสักนิดนึง
วู้ดดี้ : ก็เห็นผลมัน  เห็นว่าเขาไม่ไปโรงเรียน  สุดท้ายเขาต้องเข้าโรงพยาบาลและตาย
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็นั่นไง   พระอาจารย์ก็ไม่จำเป็นต้องไปลองมีกิ๊ก  พระอาจารย์ก็เห็นผลของมันเหมือนกัน  พระอาจารย์ก็อนุมานเอาได้

วู้ดดี้ : แต่พระอาจารย์อยู่ในวัด  พระอาจารย์ไม่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับเขา
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์อยู่ในวัด  แต่ไม่ได้หมายความว่าพระอาจารย์ถูกปิดหูปิดตา   ตรงกันข้ามอยู่ในวัดบางทีรู้ดีกว่าชาวโลกด้วยซ้ำไป   เพราะชาวโลกเปรียบเสมือนนักมวยที่อยู่บนเวที   คุณชกสะเปะสะปะ  คุณถูกต่อย  คุณถูกน็อก  คุณมึนไปหมด  คนอยู่ข้างเวทีเห็นชัดที่สุดว่าคุณชกยังไง   พระไม่จำเป็นต้องไปตะลุมบอนกับกิเลสเหมือนคุณหรอก   แต่พระอยู่ข้างเวที  พระรู้ว่ากิเสลมันร้ายแค่ไหน

วู้ดดี้ : งั้นมีกิ๊กผิดมั้ยครับถ้าเต็มใจทั้งคู่
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เต็มใจทั้งคู่  กิ๊กไม่ใช่ชู้  แต่ถ้าแฟนรู้ต้องเลิกใช่มั้ย  นี่นิยามของกิ๊ก

วู้ดดี้ : แต่ถ้าแฟนไม่รู้และทั้งคู่เต็มใจที่จะเป็นกิ๊กกัน
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติในระบบความสัมพันธ์แบบนี้ทำไมคุณต้องเลิก  คุณก็คบกันต่อไปสิ

วู้ดดี้ : ก็คงรู้สึกผิดไงฮะ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็นั่นแหละ  ถ้ามันรู้สึกผิดก็แสดงว่ามันชอบธรรมมั้ยล่ะ
วู้ดดี้ : ไม่
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็มันไม่ชอบธรรม   คำตอบมันอยู่ในตัวอยู่แล้วว่ามันไม่ดี

วู้ดดี้ : งั้นสำหรับผู้ชายบางคนมีภรรยาสองสามคน  แล้วภรรยาอยู่บ้านหลังเดียวกัน  กินนอนด้วยกันได้  โอเคไม่มีปัญหา  เมียคนที่หนึ่งคนที่สองคนที่สามยอมรับซึ่งกันและกัน   อย่างนี้ครอบครัวนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการทำบาป
ท่าน ว.วชิรเมธี  : กิ๊กหมายถึงความสัมพันธ์ที่ละเมิดจริยธรรมทางเพศ   แต่ที่คุณโยมวู้ดดี้เล่ามาน่ะ   เขารู้เห็นเป็นใจกันทั้งหมดใช่มั้ย  ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดใช่มั้ย
วู้ดดี้ : ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แต่เขาบริหารจัดการได้มั้ยล่ะ
วู้ดดี้ : ได้ครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แล้วภรรยาทั้งสามคนเขายอมรับได้มั้ยล่ะ
วู้ดดี้ : ยอมรับหมดครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ถ้ารับได้หมดก็ไม่เป็นปัญหา

วู้ดดี้ : ท่าน ว.  ตั้งแต่โตขึ้นมาผมสังเกตว่าคนมักจะชวนผมเข้าวัด  ไปทำบุญกันเถอะ  ไปนั่งสมาธิในวัด  ไปไหว้พระแล้วคุณจะมีความสุข   แต่ผมเห็นหลายคนเขาไปเพราะเขามีความทุกข์เรื่องเพื่อน  เรื่องงาน  เรื่องแฟน   ชีวิตเป็นทุกข์เลยต้องเข้าไปในวัด   แต่ผมเอง  ผมมีความรู้สึกว่าผมไม่มีตรงนั้น   ผมไม่ได้มีความต้องการที่จะไปไหว้พระ  ไม่มีความต้องการที่จะไปเข้าวัด   ถามว่าแล้วสุดท้ายวู้ดดี้จะต้องเข้าวัดทำไมล่ะครับพระอาจารย์
ท่าน ว.วชิรเมธี  : จริงๆ วัดก็ไม่เคยเรียกร้องให้ใครมาเข้านะ  พระอาจารย์ก็ไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้าบอกว่ามาเข้าวัดกันเถอะ   พระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมะแล้วพระองค์ก็เดินไป   ใครอยากฟังธรรมก็มาฟังเท่านั้นเอง   ก็มีแต่เราคนไทยนี่แหละที่บอกว่าเข้าวัดๆๆ

 

วู้ดดี้ : ต้องไปไหว้วัดนี้อยู่บนภูเขา  วัดนี้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด  ต้องบินไปถึงเชียงใหม่  ต้องมาเชียงราย  ต้องลงมาภาคใต้   ต้องวัดนี้ โห...สุดยอดมาก  อยู่ใต้น้ำ   พระธาตุนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก   คนก็ต้องบินไป  แล้วบางทีเราก็คล้อยตามไปด้วย   อ๋อเหรอ  ถ้าไหว้พระวัดนี้ที่องศาแบบนี้  ไหว้ทิศอย่างนี้แล้วกราบอย่างนี้  คุณจะมีบุญมากกว่าทุกคนในประเทศชาตินี้   จริงหรือเปล่า
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์ฟังดูมันยิ่งไม่ใช่ไหว้พระตามแนวพุทธเลยนะ  เพราะว่าไหว้พระตามแนวพุทธมันไหว้ที่ใจ  ฉุดเข้าวัดนี่ประเสริฐมั้ยล่ะ
วู้ดดี้ : ครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เพราะฉะนั้นโชคดีขนาดไหนที่มีคนชวนคุณเข้าวัดมาตลอดเวลา   คนที่โชคร้ายก็คือ  ไป...คืนนี้ไปผับมั้ย  คืนนี้ไปอาร์ซีเอมั้ย


วู้ดดี้ : แต่ถ้าไปแล้วไม่ดื่มเหล้าล่ะพระอาจารย์   ไปแล้วมันเต้นแล้วมีความสุข   ผมก็มีความสุข  มันร้องเพลงไปด้วย  แล้วมันได้ปลดปล่อย  นั่นมันคือความสุข  มันไม่ใช่ความทุกข์ไม่ใช่เหรอพระอาจารย์
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์อยากจะบอกว่านั่นเป็นความทุกข์ที่รอเวลาอยู่
วู้ดดี้ : ยังไงครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ผลไม้ทุกผลมีโอกาสที่จะหล่นมั้ย
วู้ดดี้ : มีครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คนทุกคนก็เหมือนผลไม้   ขณะที่มันมีความสุขก็มีความทุกข์แฝงอยู่ในนั้นตลอดเวลา   แต่ถ้าคนที่ไม่เคยเข้าวัดไม่เคยเรียนธรรมะเลยนะ   วันนี้คุณจะสุข  พรุ่งนี้คุณจะทุกข์  ชีวิตคุณจะสุขๆ ทุกข์ๆ กระเด็นกระดอน

วู้ดดี้ : เพราะมีอบายมุขล้อมรอบเหรอ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คุณมีโอกาสที่จะทุกข์ได้ตลอดเวลา   วันนี้ทุกข์ยังไม่มาถึงแต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มา  ทุกข์ไม่ได้เกิดจากข้างนอก  ทุกข์เกิดจากในนี้   เมื่อเรามีความเห็นผิด คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว  ทุกข์อยู่ตรงนั้น  นรกก็อยู่ตรงนั้น

 

ตอนนี้ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่ท่านพูดสักเท่าไหร่นัก   ทำไมคนเรามีความสุขแล้วต้องมีทุกข์รออยู่   คิดแบบนั้นก็ไม่ต้องมีกันพอดีสิครับ   ผมชักจะหวั่นไหวแล้วล่ะครับว่าวันนี้ผมจะได้อะไรกลับไปหรือเปล่า

เมื่อวู้ดดี้เดินเข้ามาที่ศูนย์วิปัสสนาอาศรมอิสรชน จ.เชียงราย ผมแปลกใจเลยล่ะครับ   เพราะจะมีป้ายติดตามต้นไม้เต็มไปหมด   ท่าน ว.วชิรเมธีบอกผมว่า  เหล่านี้คือต้นไม้พูดได้

วู้ดดี้ : พึงชนะคนชั่วด้วยความดี  มีให้อ่านทุกต้น
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มี  คุณโยมเดินไป  คุณโยมจะเห็นทุกหนทุกแห่ง   อาตมามีความรู้สึกว่าเวลาเดินมาถ้าพระอาจารย์ไม่อยู่   ต้นไม้เทศน์แทนก็ได้
วู้ดดี้ : ผมกลัวมากว่าที่แห่งนี้ห้ามฆ่าสัตว์   แต่มดมันเยอะมาก   ถ้าผมเหยียบมดตายผมจะตกนรกมั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เจตนาจะเหยียบมีมั้ยล่ะ
วู้ดดี้ : ไม่มี
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ไม่บาปก็แค่นั้นเอง  วัดกันที่เจตนา   กรรมไม่มี บาปไม่มีแก่ผู้ไม่เจตนาแค่นั้นเอง
วู้ดดี้ : ขับรถบนไฮเวย์เหยียบ 180 เพราะจะรีบไปหาภรรยาที่กำลังคลอดลูก   แต่ดันไปชนคนแก่ตาย   ไม่มีเจตนา  บาปมั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็เป็นแค่กิริยาไม่ถือเป็นกรรม   แต่อย่าทำบ่อยๆ
วู้ดดี้ : โอเค  อันนั้นผมแค่ยกตัวอย่างมันไม่เกี่ยวกับผมนะครับพระอาจารย์
ท่าน ว.วชิรเมธี : เจริญพร


รายการของผมจะเสนอประเด็นหนึ่งอยู่บ่อยๆ ล่ะครับ   ผมก็เลยอยากจะรู้ว่าท่าน ว. คิดยังไง
วู้ดดี้ : พระอาจารย์เคยดูหมอดูมั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่จำเป็น  พระอาจารย์คิดว่าคนที่รู้จักตัวเองไม่มีใครไปหาหมอดู
วู้ดดี้ : พระอาจารย์เชื่อเรื่องหมอดูมั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่เชื่อ   พระอาจารย์เชื่อกฎแห่งกรรม  กฎแห่งการกระทำ  กฎที่บอกว่าชีวิตของเราจะเป็นอะไร ยังไง ขึ้นอยู่กับเรา   ดีชั่วอยู่ที่ตัวเรา  สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว

วู้ดดี้ : แต่บางทีที่หมอดูแม่นมาก พระอาจารย์  จนบางทีทำให้เราหวั่นไหว  โอ้โห...มันเป๊ะว่ะ  เราจะเอาชนะตรงนี้ได้ยังไง
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มันก็แล้วแต่เรานะ   ถ้าคุณเลือกที่จะเชื่อ  หมอดูก็จะมีอิทธิพลกับคุณ   ถ้าคุณเลือกที่จะไม่เชื่อ  หมอดูก็จะไม่มีอิทธิพลกับคุณ   เพราะฉะนั้นมันไม่เป็นปัญหา   มันอยู่ที่เรานะ   แต่พระอาจารย์พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าพระอาจารย์รังเกียจหมอดู   หมอดูก็เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง   อาจจะเรียกว่าเป็นสถิติศาสตร์เพราะว่ากว่าที่จะประมวลองค์ความรู้  ประมวลเหตุการณ์ต่างๆ แล้วมาฟันธงให้ใครมันมีที่มาที่ไป   พระอาจารย์ก็เคยเรียนวิชานี้   แต่พระอาจารย์ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง

         ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าหมอดูทายแม่นหรือไม่แม่นนะ   ปัญหามันอยู่ที่หมอดูไปทายให้คนที่เต็มใจให้ทายหรือเปล่า   ถ้าเขาเต็มใจให้ทาย  คุณทายไปเหอะ  แต่ถ้าเขาไม่อยากให้คุณดูแล้วคุณดัดจริตไปดูให้เขา  คุณละเมิดสิทธิมนุษยชนนะรู้มั้ย

 

วู้ดดี้ : นี่พระอาจารย์ไม่ได้แขวะใครใช่มั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่ได้แขวะเลย   พระอาจารย์ไม่ได้พูดถึงใครเลยในประโยคนี้  เป็นประโยคที่ไม่มีประธานไม่มีกรรมมีแต่กิริยาล้วนๆ
วู้ดดี้ : 5555555555

วู้ดดี้ : การห้อยพระเลยดีกว่าฮะ   เขาสามารถที่จะทำให้ตัวเขาเองพ้นจากอุบัติเหตุทางรถยนต์  ทางอากาศ  ทางน้ำได้หมด  ต้องหลวงพ่อนี่  หลวงพ่อนั่น  คือเต็มไปหมดเลย  อันนี้มันจริงมั้ย
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ถ้ามันจริงอย่างนั้น  กฎแห่งกรรมพระพุทธเจ้าก็เป็นหมันน่ะสิ   แสดงว่าการห้อยพระไปง้างกฎแห่งกรรม  มันมีกฎอีกกฎหนึ่งที่เหนือกฎแห่งกรรมนะเนี่ย  คือการห้อยพระแล้วมันไม่เป็นอะไรเลย   ถ้ามันจริง  ประเทศไทยผลิตพระยี่ห้อนี้ส่งออกนอก  แล้วส่งคนไทยไปสงครามโลกเลยนะ   เราจะเป็นมหาอำนาจโลก  เพราะอะไรทำอะไรเราไม่ได้เลย   ไม่ต้องไปวิจัยวิจารณ์อะไรแล้ว  เอาพระรุ่นนี้ไป  รับรองนะ

วู้ดดี้ : มันบาปมั้ยสำหรับคนทำธุรกิจตรงนี้  คือพิมพ์พระเยอะๆ แล้วก็ต้นทุนอาจจะซัก 5 บาทแต่อัพราคาเป็นค่าเช่ารูปละ 1,500  แล้วก็ได้กำไรเป็นล้าน   สุดท้ายเขาช่วยคนไทยจริงมั้ยฮะ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : บาปไม่บาปมันวัดกันที่เจตนา  คุณห้อยพระ  คุณปั๊มพระให้คนบูชา  คุณอยู่กับพระนะ  แต่บางทีคุณอาจจะไม่ได้อยู่กับพุทธ   ถามว่ามันทำแล้วดีหรือไม่ดีให้วัดที่เจตนา   ถ้าเขามีเจตนาว่าอยากให้พระที่เขาปั๊มออกมาเยอะๆ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้รู้  ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน  เป็นสัญลักษณ์ของความมีศีลมีธรรมนี้ไม่บาป
         แต่ถ้าเขาคิดแต่ว่าที่ฉันปั๊มออกมารุ่นนี้แล้วฉันจะรวยเป็นร้อยล้านเป็นพันล้าน   เขากำลังทำธุรกิจพุทธพาณิชย์ 100% น่าเป็นอย่างนี้ไม่ได้บุญ


วู้ดดี้ : มาพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่าครับพระอาจารย์  เรื่องของกรรม  ช่วงนี้จะมีคนพูดถึงเยอะมาก  แปลกนะทำไมมันกลายเป็น trend เมื่อปีที่ผ่านมา  แก้กรรม  จนกระทั่งศาสนาพุทธเองหลายๆ วัดผมก็ยังเห็น   อ้าว...มาที่วัดนี้แล้วเราจะมาแก้กรรมได้   ชาติที่แล้วคุณมีกรรม   ชาตินี้คุณจะต้องแก้แล้วชาติหน้าคุณจะได้ดีขึ้น  ถามนะครับว่าตกลงมันจริงมั้ย  การแก้กรรมด้วยการตัดกรรม
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คนไทยนี่ชอบแก้กรรม  ก็ทำเหมือนว่าเรากำลังถูกมัดเอาไว้ก็เลยต้องมาแก้  หรือบางทีก็ต้องทำพิธีตัดกรรม   ก็เหมือนกันว่ากรรมมันเป็นผ้าผืนหนึ่งหรือยังไง เป็นเชือกเส้นหนึ่งหรือยังไง   กรรมก็คือตัวความคิดของเรานั่นเอง   ฉะนั้นมันง่ายนิดเดียวนะถ้าจะตัดกรรมก็เปลี่ยนความคิด

วู้ดดี้ : แล้วมันมีกรรมจริงมั้ยครับ โลกใบนี้  มันมีเวรมันมีกรรมมั้ย  ถามจริงๆว่ามันมีชาติที่แล้ว  ชาตินี้  ชาติหน้า  มันมีจริงมั้ย
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คือตามหลักพุทธมันมี
วู้ดดี้ : แต่มันพิสูจน์ไม่ได้น่ะพระอาจารย์
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แล้วมันจะเสียหายตรงไหนถ้ามันพิสูจน์ไม่ได้
วู้ดดี้ : วู้ดดี้มีความรู้สึกว่าเวลาคนเราตาย  มันก็แค่กลายเป็นผงธุลี  แล้วมันก็ลงไปฝังในดินหรือเป็นขี้เถ้า   มันจะไปชาติหน้าได้จริงเหรอ  มันมีจริงเหรอ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มี หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเอาเข้าห้องแล๊ปไม่ได้นะ   มันก็มีจริงๆ  ฉะนั้นเราอย่าไปคิดว่าความจริงมันต้องเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้เท่านั้น   อย่างความรักก็ดี  ความโลภก็ดี  ความโกรธก็ดี  ความหลงก็ดี  อิจฉาตาร้อนก็ดี  เอาเข้าห้องแล็ปได้มั้ย
วู้ดดี้ : ไม่ได้
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แล้วมันมีมั้ย  ความรักมีมั้ย  ความโลภน่ะมีมั้ย  กามารมณ์น่ะมีมั้ย
วู้ดดี้ : เยอะ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เอาไปพิสูจน์ได้มั้ยของพวกนี้
วู้ดดี้ : ไม่ได้
ท่าน ว.วชิรเมธี  : นั่นสิ  แต่มันมี  เพราะฉะนั้นชาติหน้าเราก็ไม่ต้องไปคิดว่าพิสูจน์ยังไง  พิสูจน์ไม่ได้แล้วมันจะมียังไง

วู้ดดี้ : อาจารย์ไม่เคยเห็นใช่มั้ยฮะ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ของพวกนี้เขาไม่เห็นด้วยตา  ต้องเห็นด้วยปัญญาสิ  ใช่มั้ยล่ะ  เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้คุณจะสงสัยก็ได้ไม่ได้ทำให้พุทธศาสนาสูงขึ้นหรือต่ำลง   สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่โลกหน้ามีหรือไม่มีนะ   มันอยู่ที่ว่าโลกนี้มันมีแล้วคุณใช้ชีวิตในโลกนี้ยังไง

 

เป็นครั้งแรกน่ะครับที่แขกรับเชิญทำให้ผมอึ้ง   เพราะหลายเรื่องที่ผมถามคำถามยากๆ  ท่านก็ตอบออกมาได้ง่ายๆ เสียเหลือเกิน  แต่ผมก็ยังไม่ได้เห็นด้วยกับท่านทั้งหมดนะครับ   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชาตินี้ชาติหน้าและอีกหลายเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้   ผมอดคิดไม่ได้นะครับว่ายังไงธรรมะก็ยังเป็นเรื่องที่ห่างไกลจะตัวผมอยู่ดี

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมสงสัย   พุทธศาสนิกชนก็ต้องทำใจหน่อยนะครับ   เพราะคำถามที่ผมจะถามนี้อาจทำผมกำลังจะท้าทายท่าน
วู้ดดี้ : ขอพูดถึงพุทธพาณิชย์หน่อยดีกว่า   ท่านเคยได้ยินมั้ยฮะ  ถ้าบางคนจะบอกว่าพระเดี๋ยวนี้จะเริ่มค้าขายกันมากขึ้น  ออกตามทีวี  ออกตามรายการต่างๆ ขายหนังสืออะไรมากมาย   ท่านเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มันจะเป็นพุทธพาณิชย์หรือไม่   มันไปวัดที่เจตนาสิ   ถ้าพระอาจารย์เขียนหนังสือขาย  มีเงินมีทองร่ำรวยมหาศาลแล้วก็ทำตัวเป็นหลวงเสี่ย  พระอาจารย์กำลังทำพุทธพาณิชย์   แต่การเทศน์แต่ละครั้งฟังได้แค่คนเดียวเหมือนวู้ดดี้มาคุยกับพระอาจารย์ที่เชียงราย   ถ้าเราถอดบทสนทนานี้พิมพ์เป็นหนังสืออ่านกันทั่วโลกทั้งภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ  ภาษาอะไรก็ได้  คนเปิดหูเปิดตาและเรียนรู้ธรรมะ   พระอาจารย์ไม่ได้คิดถึงเงินที่จะได้  คิดถึงแต่ประโยชน์ที่จะได้แก่ชาวโลก   อย่างนี้เรียกว่าพาณิชย์ได้มั้ย   ไม่ได้  เพราะฉะนั้นจะเป็นพุทธพาณิชย์ก็ต่อเมื่อเรามุ่งไปที่กำไรคือเม็ดเงิน  แต่ถ้าเรามุ่งไปที่กำไรคือสติปัญญา  คือความเฉลียวฉลาด  คือความรู้  คือความหายโง่งมงาย  ไม่มีทางเป็นพุทธพาณิชย์

วู้ดดี้ : แล้วส่วนใหญ่กำไรที่ได้จากการตีพิมพ์อะไรต่างๆ  หรือว่ากับหลายๆ อย่างที่เราทำ   ท่านเอาเงินนั้นไปบริจาคต่อยังไง   หรือว่าเอาไปใช้ลงทุนต่อยังไง
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์ใช้เป็นทุนการศึกษาทั้งหมด  ไม่เชื่อไปดูได้เลย  พระอาจารย์สร้างโรงเรียนให้สามเณรที่วัดบ้านเกิดของพระอาจารย์   มีนักเรียนที่รับทุนจากพระอาจารย์ตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้นะ   ทั้งพระทั้งเด็กทั้งเยาวชนเป็นพันคน


วู้ดดี้ : อย่างนึงที่ค้างคาใจก็คือเรื่องของเรต   เอางี้ดีกว่ามีคนบอกว่าพระเดี๋ยวนี้ออกตามรายการต่างๆหรือว่าจะนิมนต์ไปไหนต่อไหน   ไปสถานที่บางสถานที่ที่พิเศษจะต้องมีเรต  เป็นแสนบ้าง  เป็นล้านบ้าง   วันนี้ผมมาเองยังถามทีมงานเลยว่าคุยกับท่าน ว.วชิรเมธีกี่บาท  จริงมั้ยฮะว่ามันเป็นล้านๆ เลยหรือมันยังไง
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์คิดว่าคนคิดอย่างนี้ต่ำนะ   ไม่ใช่ว่าเรตมันต่ำ  คือพระอาจารย์คิดว่า  เขาคิดว่าพระเป็นดารา


วู้ดดี้ : ท่านมีสังกัดมั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่มี   วันก่อนมีคนโทรศัพท์มาหาพระอาจารย์  ขอโทษนะครับต้องขออนุญาตสังกัดพระอาจารย์มั้ย   พระอาจารย์บอกว่า  โยม...อาตมาเป็นพระนะ  ไม่ได้เซ็นสัญญากะค่ายไหนเลยนะ   ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์  เพราะฉะนั้นจะมีใครสูงไปกว่าอาตมา   อยากนิมนต์อาตมา  อาตมาเป็นต้นสังกัดของตัวเอง   เวลานิมนต์อย่ามาถามเรต  ถามอย่างนี้ถือว่าดูถูกกันมากเลย   แต่อาตมาต้องทำความเข้าใจเพราะคนมักจะถาม   เพราะฉะนั้นนิมนต์มาเลยนะ  ถ้าพระอาจารย์  1. ว่าง   2. เห็นว่ามีประโยชน์   ได้เจอกันแน่นอน

 

วู้ดดี้ : มีงานไหนที่ไปแล้วงงมั้ยฮะ  แบบว่าเอ๋อเลย มีมั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ครั้งหนึ่งพระอาจารย์ไปบรรยายงานแห่งหนึ่งที่โรงแรม  ถัดจากพระอาจารย์เขากำลังจะเดินแบบกัน   แล้วเขาก็ขี้เกียจตั้งธรรมาสน์ต่างหากก็ให้เทศน์บนแคทวอร์ค
วู้ดดี้ : 555555555 จริงรึเปล่าฮะ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : จริง...รู้สึกว่าวันนี้มาผิดฝาผิดตัว  นางแบบทั้งนั้น
วู้ดดี้ : แล้วท่านก็มายืนกลางแคทวอร์คเหรอครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่สถานที่นะ  ถ้าใจคุณพร้อมที่ไหนก็ได้  ไม่เป็นปัญหา

วู้ดดี้ : วัดอยู่ที่ใจใช่มั้ย
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถูกต้อง   ถ้าคุณเป็นคนดีแล้ว  นั่นแหละคุณบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีวัด  วัดอยู่ในใจคุณแล้ว
วู้ดดี้ : ชีวิตผมทุกวันนี้ต้องเข้าวัดก่อน ชัวร์
ท่าน ว.วชิรเมธี  : อาการอย่างนี้มันต้องเข้าแหละ
วู้ดดี้ : ท่านชมใช่มั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ชม มั่นใจว่าชม

วู้ดดี้ : วู้ดดี้มี twitter ไว้ล่าสุดเพื่อที่จะมีการโต้ตอบ real time กับคุณผู้ชมทางบ้าน   วู้ดดี้ได้ฝากหัวข้อเอาไว้ว่าวู้ดดี้จะได้มีโอกาสเจอกับท่าน ว. ใครอยากจะฝากอะไรไว้บ้างมั้ย  ประเด็นหรือว่าคำถาม   ปรากฎว่ามีคนตอบมาเป็นหลักร้อย เยอะมาก   คำถามน่าสนใจมาก   วู้ดดี้ขอคัดออกมาซักคำถามสองคำถามแล้วกันนะครับ
         มีอยู่คนหนึ่งถามมาว่า   เราไม่เคารพพระที่เราไม่ชอบหรือที่ประพฤติมิชอบแต่ยังเป็นพระ  บาปมั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ไม่บาป  คนจะเคารพใครสักคนหนึ่งอย่างน้อยเขาต้องดีกว่าคุณใช่มั้ย  ก็ถ้าคุณตระหนักว่าเขาไม่ได้ดีกว่าคุณ  คุณไม่เคารพก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร   ฉะนั้นเป็นเรื่องปกติ   ถ้าไม่มีความดีให้เราเคารพ  ท่านก็ไม่ได้รับการเคารพ

วู้ดดี้ : แม้ว่าท่านจะห่มผ้าเหลืองก็ตามที
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มันก็สมเหตุสมผลอยู่แล้ว  ใช่มั้ยล่ะ  ตรงกันข้ามถ้าเราไปเคารพในคนที่ไม่ควรเคารพสิ  อันนี้จึงบาป

 

วู้ดดี้ : ถ้าหากให้เอานักการเมือง  หรือแกนนำเหลืองแดงมาให้ท่านเทศน์  ท่านจะเทศนาอะไรครับให้เขายอมจับมือกัน
ท่าน ว.วชิรเมธี  : หนึ่ง...อยากจะฝากประโยคสั้นๆ ว่าอย่าเห็นแก่ตัวจนไม่เห็นหัวประเทศไทย   ประโยคที่สองพระอาจารย์จะบอกว่าต้องยอมถอยเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า   คือถอยนี้ไม่จำเป็นต้องถอยหลังนะ   พระอาจารย์คิดว่าเราสามารถถอยไปข้างหน้าได้  ถ้าถอยแล้วทำให้ประเทศชาติของเราราบรื่นแล้วก็เดินต่อไปได้   ก็ขอฝากสองเรื่อง

วู้ดดี้ : ทุกวันนี้คนไทยเกิดอาการจิตตก  จิตตกมาก  ผมเลยถามว่าคนเราถ้าจิตตกจะมีวิธีแก้ยังไง  ผมไปไหนเจอจิตตกๆ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : จิตตกก็ต้องยกจิตนะ  คนส่วนใหญ่จิตตกก็ปล่อยให้ตกใช่มั้ย
วู้ดดี้ : ครับ  มันจะยกยังไงฮะ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ยกจิตหมายความว่า  ต้องออกจากสภาพแวดล้อมอย่างนั้น   คุณไปคุยกับคนๆ นี้แล้วมันคุยแต่การเมืองๆๆ จนคุณรู้สึกแย่ไปเลย  คุณก็เลิกคุยสิ  ไปคุยกับคนอื่น  อย่างน้อย 3 ปี 5 ปีใช่มั้ยที่ผ่านมา  วู้ดดี้ได้เรียนรู้มั้ย  ได้รู้เช่นเห็นชาตินักการเมืองไทยมั้ย  นี่คือสิ่งดีมากนะที่นักการเมืองสายพันธุ์นี้ได้มอบให้แก่เรา
         เขากำลังทำทุกอย่างให้เห็นว่านักการเมืองสายพันธุ์นี้จะเลวได้ถึงที่สุดขนาดนี้   พอเราเรียนรู้ถึงที่สุดแล้ว  เชื่อมั้ย  จากนี้ไป 100 ปีข้างหน้า   เมืองไทยจะไม่กลับมาตรงนี้อีก

วู้ดดี้ : เพราะว่าคนเรามีความรู้มากขึ้นถูกมั้ย  ในการที่จะดูออกว่าคนนี้เป็นคนเลว
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถูกต้อง  เพราะฉะนั้นถ้ามองโลกในแง่ดี   พระอาจารย์กลับรู้สึกว่าวันเวลาช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย   เพราะเราได้เรียนรู้ครั้งใหญ่พร้อมกันทั้งประเทศ   ห้องเรียนประชาธิปไตยเปิดให้เราได้ไป take course พร้อมกัน

ท่าน ว. ได้พาผมเดินขึ้นมาถึงยอดเขาของอาศรมแห่งนี้แล้วผมก็ได้พบกับหลวงพ่อยิ้มที่งามที่สุดครับ

วู้ดดี้ : จริงๆ วู้ดดี้มาจากวุฒิธรใช่มั้ย   ทีนี้วุฒิชัยชื่อของท่านแปลว่าอะไร
ท่าน ว.วชิรเมธี : วุฒิชัยใช่มั้ย  ก็แปลว่าเจริญด้วยชัยชนะ  วุฒิธรของคุณโยมคือทรงไว้ซึ่งชัยชนะ   เวลาไปเมืองนอกฝรั่งเขาไม่เรียกพระอาจารย์ว่าพระมหาวุฒิชัย  เขาออกเสียงไม่ได้   เขาเรียกว่ามาสเตอร์วู้ดดี้
วู้ดดี้ : มาสเตอร์วู้ดดี้
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เจริญพร  ก็พระอาจารย์วู้ดดี้
วู้ดดี้ : โห...ถ้าอย่างนั้น  ถ้าเกิดว่าผมไปบวชมั่ง  ก็จะมีสองวู้ดดี้สิ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : 2 ว.
วู้ดดี้ : ก็มี ว.หนึ่ง  ว.สอง
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เจริญพร
วู้ดดี้ : ถ้าผมเป็นพระ  ผมโทรหาท่านก็ ว.หนึ่ง นี่ ว.สอง ได้มั้ยครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ได้
วู้ดดี้ : 55555 น่าจะเป็นอะไรที่ดี

 

ขึ้นมาทั้งทีก็ต้องไหว้พระขอพร  และขออีกหลายอย่างที่ผมจะอยากขอ  ซึ่งผมเพิ่งรู้ตอนนี้แหละครับว่า

ท่าน ว.วชิรเมธี  : มาหาพระพุทธเจ้าอย่าขอ   แต่บอกว่าพระองค์จะเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเรา
วู้ดดี้ : อยากจะได้เงินเยอะๆ วันนี้ขอให้เงินไหลมาเทมา ไม่ใช่
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่มีทาง  พระพุทธเจ้าไม่ได้มีหน้าที่มาหาเงินให้ใคร   ท่านมีหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา   พระธรรมทำหน้าที่เป็นแผนที่ให้เรา  พระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เรา   พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  ถ้านับถือให้ถูกต้อง  ต้องเป็นแบบนี้นะ

วู้ดดี้ : ขอให้พ่อแม่พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ หรือขอให้ครอบครัวมีความสุข  อันนี้ก็ไม่ใช่
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถ้าคุณขอให้โลกนี้จะมีคนผิดหวังมั้ย  พุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ  เป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ   คุณอยากได้อะไรดีๆ คุณทำเหตุให้ดีแล้วผลที่ดีจะตามมา  คุณมาขอท่านแต่คุณไม่ได้ทำอะไรให้พ่อให้แม่เลย  ท่านจะดีมั้ย

วู้ดดี้ : วู้ดดี้ก็จะบอกว่าผมจะเริ่มจากการเป็นคนดี  ผมจะมีสติในการใช้ชีวิต  ผมจะดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงเพื่อที่จะได้มีสติในการช่วยเหลือชาวโลก
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถูกต้อง   เรามาหาพระองค์ท่านเพียงเพื่อขอให้พระองค์ท่านเป็นสักขีพยานให้เรา  การลงมือทำเป็นเรื่องของเราทั้งหมด   เคยได้ยินมั้ย  อัตตาหิ  อัตตาโน  นาโถ  ตนเป็นที่พึ่งของตน


วู้ดดี้ : แสดงว่าตั้งแต่เกิดมาผมเข้าใจผิดมาตลอดเลยว่าเวลาเจอพระคือขอๆๆๆๆ อย่างเดียว
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่ใช่แล้ว  พุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ  เราเป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ  ไม่ใช่ให้มาหาแล้วก็ขอๆๆๆ
วู้ดดี้ : แล้ววู้ดดี้ควรจะตั้งจิตแล้วก็อธิษฐานว่ายังไงครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ตั้งสัตยาธิษฐานว่าวันนี้ข้าพระพุทธเจ้ามาอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระองค์แล้ว พระองค์เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียรพยายามของพระองค์เองฉันใด ข้าพเจ้าจะขอเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียรพยายามของข้าพระพุทธเจ้าฉันนั้นเหมือนกัน  นี่เป็นการขอที่ถูกต้องนะ  ขอให้ตัวเองได้ทำอย่างที่พระองค์ทำสำเร็จมาแล้ว  ไม่ใช่มาขอให้พระองค์มาทำให้เรา

อยู่บนโลกนี้มา 32 ปี  เพิ่งรู้วันนี้แหละครับว่าการที่คนเราจะทำอะไรได้หรือจะประสบความาสำเร็จนั้น  คนเดียวที่เราจะต้องพึ่งคือตัวเราเอง

 

ท่าน ว. พาผมมาที่กุฏิส่วนตัวของท่านด้วยครับ  ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริงเพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม  ก็สมกับที่ใครๆ ยกย่องว่าท่านเป็นพระนักปราชญ์   ผมอยากรู้ว่าบุคคลต้นแบบหรือไอดอลของท่านนั้นคือใครครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แน่นอนที่สุดเบอร์หนึ่ง  แล้วไม่มีเบอร์สองด้วยนะ  ต้องพระพุทธเจ้า  อันนี้ยกไว้เลยนะ  เป็นพระถ้าไม่ถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นไอดอลก็คงไม่ใช่พระแล้วนะ
         ทีนี้ในแง่คนทั่วไป  พระคือท่านพุทธทาสภิกขุ  เป็นแรงบันดาลใจให้พระอาจารย์ในแง่ของการเป็นพระที่กล้าที่จะคิดนอกกรอบ   และมีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะเทศน์ที่จะสอน   ท่านยินดีที่จะพูดความจริงโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องตาย
         รูปที่สองพระพรหมคุณาภรณ์  ได้เปรียญธรรม 9 ประโยคตั้งแต่ยังเป็นสามเณร  มีความแม่นยำในทางพระธรรมวินัยสูงมาก   เป็นพระไทยรูปแรกที่ไม่ได้เรียนเมืองนอกแต่มีปัญญาพอที่จะไปสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด
         สาม  หลวงพ่อชา สุภัทโท  เพราะพระอาจารย์อยากเจริญรอยตามหลวงพ่อชา สุภัทโท   อาศรมอิสรชนจึงเกิดขึ้น   มิฉะนั้นพระอาจารย์ไม่มาปลีกวิเวกอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545   เพราะพระอาจารย์ฝันที่จะเป็นอย่างท่าน
         ต่อไปรูปที่สี่   ท่านดาไลลามะ  เป็นพระที่มีชีวิตชีวามาก  ความรู้ทางโลกดีมาก  ความรู้ทางธรรมดีมาก  แล้วเป็นพระที่นำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ชาวตะวันตกยอมรับ   ท่านเป็นพระของวันนี้ที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กับชาวโลกแล้วชาวโลกสัมผัสได้
         แล้วก็รูปที่ห้า  พระเซ็นชาวเวียดนามชื่อท่านติช นัท ฮันห์   เป็นพระวิปัสสนาญาณสายเซ็นที่ได้รับการยอมรับสูง   หนึ่งในสองรูปของโลกนี้

วู้ดดี้ : พระพุทธเจ้าบอกว่ากิเลสเป็นตัวทำให้เกิดทุกข์  แต่ถ้าวู้ดดี้เองไม่มีกิเลส  เช่น ไม่อยากทำรายการ  ไม่อยากมีรถยนต์เพื่อเดินทางมาหาท่าน  ไม่อยากขึ้นเครื่องบินมาหาท่าน   แล้วเราจะมีวันนี้ได้ยังไงครับท่านอาจารย์   มันต้องมีบ้างไม่ใช่เหรอ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คนไทยมักจะเข้าใจผิดนะ  แท้ที่จริงถ้าคุณไม่มีความอยากอย่างนี้   คุณก็สามารถทำอะไรดีๆ และยิ่งกว่านี้ได้   ฉะนั้นความอยากจึงมีสองอย่าง  1. อยากเพราะถูกผลักดันโดยตัวกิเลส   2. อยากเพราะถูกผลักดันโดยตัวปัญญา   ทีนี้ถ้าปัญญามันผลักดันคุณ  มันจะให้คุณมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง   เช่นอย่างพระอาจารย์อยากแสดงธรรม   ปัญญามันพาทำนะ  ปัญญามันจะบอกว่าทำเถอะ  เพราะว่าธรรมะช่วยเปิดหูเปิดตาให้คนพ้นทุกข์
         ทีนี้ถ้าความอยากคือกิเลสมันพาทำนะ  ทำเถอะไปออกทีวีเถอะแล้วท่านจะดัง

 

วู้ดดี้ : ถ้าวู้ดดี้อยากจะเป็นนายก  วู้ดดี้จะ manage กิเลสยังไงฮะ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ต้องถามดูว่า  คุณอยากจะเป็นนายกเพื่ออะไร
วู้ดดี้ : เพื่อเปลี่ยนประเทศนี้ให้มันดีขึ้น
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถ้าอย่างนี้นะ  คุณไม่ได้ทำเพราะกิเลส  คุณทำเพราะปัญญาเป็นความอยากที่ถูกต้อง
วู้ดดี้ : ถ้าผมอยากจะเป็นนายกเพราะผมอยากจะโกงกินประเทศนี้   อยากเอาเงินเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองให้ครอบครัวเรารวย
ท่าน ว.วชิรเมธี  : อันนี้คุณทำเพราะตัณหา  แสดงว่าคุณเป็นนายกที่มีโอกาสจะเป็นทรราชย์สูงมาก

วู้ดดี้ : ถ้าผมอยากจะเป็นนายกเพราะว่ามีคนแบ๊คแล้วก็สั่งให้ผมต้องเป็นนายก
ท่าน ว.วชิรเมธี : อันนี้คุณทำเพราะตัณหา  คุณเป็นตัวแทนของกิเลส   หัวหน้าพรรคของคุณคือกิเลสไม่ใช่ปัญญา   เพราะฉะนั้นวัดได้หรือยังว่าความอยากมันมีสองอย่าง   อ

รูป หลงอยู่ซะตั้งนาน
โดย: หลงอยู่ซะตั้งนาน
ตั้งเมื่อ: 6 ต.ค. 09

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม

ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 5 : คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม
avatar

เอามาจากกระทู้แนะนำห้องเฉลิมไทย

น่าจะให้เครดิตเขาหน่อยนะ emoticon emoticon emoticon

โดย: อ่านและดูคลิปมาแล้ว เขียนเมื่อ 8 ต.ค. 09 IP IP: 124.121.58.XXX
ความคิดเห็นที่ 3 : คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม
avatar

ดูเป็น VDO ได้ในนี้เลยครับ ความคิดเห็นที่ 2 โดย: เหรอ มาดูครับ

http://www.youtube.com/watch?v=tQSFP6qIuWk&feature=player_embedded

โดย: ดูได้เด้อ เขียนเมื่อ 8 ต.ค. 09 IP IP: 24.90.219.XXX
ความคิดเห็นที่ 2 : คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม
avatar

มีต่อป่าวครับ
อยากอ่านต่ออ่ะ

โดย: เหรอ เขียนเมื่อ 7 ต.ค. 09 IP IP: 118.172.226.XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111