The Exorcist หมอผีเอ็กซอซิสต์....The Exorcism (สนุกไม่แพ้กัน ใครไม่เคยดู มาฟังเรื่องย่อกัน) หมวด » บันเทิง » บันเทิงเริงรมย์ » The Exorcist หมอผีเอ็กซอซิสต์....The Exorcism (สนุกไม่แพ้กัน ใครไม่เคยดู มาฟังเรื่องย่อกัน)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ครับเป็นหนังที่ผมสงสัยกับฝรั่งมากที่สุดคือ..ทำไมเขากลัวหนังเรื่องนี้กันโดยเนื้อหาของหมอผีเอ็กซอซิสต์...จะเป็นเรื่องราวความสยองขวัญแบบเดินเรื่องแบบเอื่อยๆโหดๆมีหลังๆๆเท่านั้นเองที่มาแนวสยอง..ในความคิดของผมนะครับThe Exorcistเป็นอะไรที่ดูแล้วผมขำมากกว่ากลัว คือ ผี กลับหัวลงบันไดลงมาข้างล่าง ยังกะแมงมุม...แต่โดยผมก็ชอบนะ

โดย ภาค 1 ที่คุณเห็นโปสเตอร์ดำๆเป็นผู้ชายใส่หมวกถือกระเป๋าคนนั้นแหละครับ บาทหลวงเมอริน ...หนังเรื่องนี้  ปอมดูได้ไม่นานเอง คือดูช่วง ตอน ม.3 หนังเรื่องนี้ครับ หาซื้อยากมาก เพราะหนังเก่า...ตอนนี้ก็เก็บสะสม หมอผี ครบทุกภาคแล้ว.....เฮ้อ!!!

The Exorcist (ทั้งของปี 1973 และ 2001)  




แนวหนัง สยองครับ


 

พูดควบมันสองฉบับเลยนะครับ (และคาดว่าปัจจุบันเราคงได้ดูกันเฉพาะฉบับใหม่น่ะแหละ) กับหนังสยองระดับตำนานเรื่องนี้ หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์

ก็เป็นเรื่องของเด็กสาวเรแกน แม็คนีล (Linda Blair) ที่จู่ๆ เธอก็โดนสิงสู่โดยวิญญาณชั่วตนหนึ่งครับ ตอนแรกแม่ของเธอ (Ellen Burstyn) ก็นึกว่าลูกไม่สบายเป็นโรคอะไรซักอย่าง แต่ยิ่งเวลาผ่านไปร่างกายของเรแกนก็ยิ่งเน่าเฟะขึ้นเรื่อยๆ ก็ชักจะไม่ไหวแล้วครับ สุดท้ายเลยต้องมีการตามหมอผีมาจัดการทำพิธีโดยด่วน ซึ่งผู้ที่ถูกตามมาก็คือ คุณพ่อเมอร์ริน (Max Von Sydow) บาทหลวงสูงอายุที่เคยเผชิญหน้ากับการไล่ผีมาแล้วและคุณพ่อเดเมี่ยน คาร์ริส (Jason Miller) บาทหลวงหนุ่มที่ศรัทธากำลังสั่นคลอน

ถ้าใครคาดหวังว่าจะได้ดูหนังผีสุดสยอง เลือดสาด แขนขาด มีการไล่ล่าที่โคตรจะลุ้นระทึกล่ะก็ เตรียมผิดหวังได้เลยครับ ไม่ใช่กับหนังเรื่องนี้แน่นอน (ไอ้หมาดำกับไอ้เก๋าเจรุมกันสับมาแล้วครับว่าไหนวะ สยองฉากไหน)

สยอง อืมม์ คำว่าสยองกับหนังเรื่องนี้มันต้องมีการตีความกันหน่อยนะครับ เพราะคำว่าสยองของหลายๆ ท่านมักจะตีความว่า มีเลือดเยอะ ศพมากๆ มีฉากชวนตกใจเยอะแยะ มีการปรากฏตัวอย่างคาดไม่ถึง เช่น เปิดประตูปุ๊บ มันโผล่มาแฮ่ปั๊บ ไรเงี้ย อันนั้นก็เป็นความหมายสากลอ้ะนะครับ แต่กับเรื่องนี้มันจะเป็นประมาณว่า สยองลึก

คืองี้ครับ แนวหนังมีมีผี มีปีศาจและมีฉากแหวะอยู่บ้าง เพียงแต่ปริมาณมันอาจจะไม่ได้มากมายอะไร แล้วคำถามที่หลายๆ คนมีก็คือ "แล้วชาวอเมริกันมันจะกลัวอะไรกับหนังเรื่องนี้หนักหนากันล่ะ ?" เพราะพวกเราดูกันมันไม่ได้ชวนสะพรึงซะหน่อย

สาเหตุที่บ้านเขายกให้เป็นหนังสยองก็คือ อย่างแรกมันเป็นหนังผี มีการเข้าสิงของผี ซึ่งเหตุการณ์ผีเข้าแบบนี้เคยเกิดขึ้นจริงๆ มาแล้วในมะกันครับ เมื่อผี 1949 หนังเรื่องนี้เลยดัดแปลงจากเรื่องจริงมาเล่าให้ฟัง แล้วอย่างที่สองก็คือ ระหว่างการถ่ายทำได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นหลายครั้ง มีเหตุไฟไหม้ไม่ทราบที่มาอีก คนตายไป 9 คน และพอถ่ายทำเสร็จนักแสดง 2 คนก็มาเสียชีวิตไปอีก เนี่ยครับ เรื่องอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นการอุ่นเครื่องความสยองอย่างชะงัดนัก

ประการต่อมา หนังเล่นเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อครับ ในหนังมีฉากประทุษร้ายรูปพระแม่มารี และคำด่าทอพระเจ้าจากปีศาจมากมาย รวมไปถึงอีกหลายเหตุการณ์ในเรื่องที่มันโดนเต็มๆ กับความรู้สึกของชาวคริสต์ทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนล่ะครับว่าคนที่ไมได้นับถือศาสนาคริสต์ก็อาจจะไม่ทราบถึงบางสิ่งที่หนังสื่อออกมา

ดังนั้นบ้านเราดูเลยเฉยๆ ก็ไม่แปลกครับ (กรณีเดียวกับ ผี 8 หลุมอ้ะแหละ ไม่มีพื้นฐานความเชื่อมา ความกลัวย่อมน้อยเป็นธรรมดา) สำหรับผมนั้นก็ไมได้กลัวอะไรมากครับ แต่ผมชอบนะ เนื้อเรื่องมันหนักแน่นพอควร มีการปูพื้นตัวละครซึ่งหาได้ยากในหนังสยองทั้งหลาย บรรยากาศก็ไม่เลวครับ มันไม่ได้น่ากลัว แต่มันให้ความรู้สึกผิดปกติได้จริงๆ เป็นโทนที่ค่อนข้างจะต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ ด้วย

นักแสดงก็ดีทุกคนครับ ดนตรีจัดว่าคลาสสิคเลยล่ะ การเดินเรื่องแม้จะมีอืดๆ ไปบ้างแต่ผมว่าด้วยการแสดงที่ถึงรสนี่แหละ ที่ทำให้มันน่าติดตามมากขึ้น ส่วนฉากไล่ผีที่ไอ้หมาดำกับไอ้เก๋าเจบ่นมาว่ายังกับฉากคนรวมพลกันเดินขบวนยังงั้นแหละ (ออกไป ออกไป ออกไปซะ ... ให้อารมณ์พฤษภาทมิฬจริงๆ ด้วย) ก็โอเคนะครับ ไม่เลวในความคิดผม ส่วนความน่ากลัวก็อย่างที่บอกครับ หากไม่มีพิ้นความรู้ก็คงไม่มาก อย่างผมก็ไม่ได้กลัวอะไร

สำหรับฉบับใหม่ก็มีการเพิ่มฉากที่ไม่มีในฉบับแรก ซึ่งผมชอบฉบับใหม่มากกว่าครับ มันครบเรื่องราวมากกว่า โดยเฉพาะฉากพลิกตัวไต่บันไดสุดสยองนั่น ... เหวอเลยครับตอนผมดูอ้ะ

สรุปว่า นี่ไม่ใช่หนังสยองเลือดสาดหรอกนะครับ มันเป็นสยองเชิงดราม่าน่ะ เรื่อยๆ ไปบ้าง แต่ผมว่าทางด้านเนื้อหา ค่อนข้างดีครับ รวมไปถึงฉากจบที่ผมว่า Linda Blair แสดงได้ดีครับ เหมาะสมมากๆ เลย

Exorcist II: The Heretic (1977) หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ 2

แนวหนัง สยอง ... แฟนตาซี ... อะไรกันนี่

ประการแรก ผมกับไอ้มีนาคมเห็นตรงกันอย่างนึงนั่นก็คือ หน้าปกแม่งโคตรน่ากลัวเลยว่ะ คนอื่นไม่ทราบครับ แต่ผมสองคนคิดอย่างงั้นจริงๆ คือภาพมันเป็นหน้าคนแบบปกตินี่แหละ แต่มันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางประการที่ซ่อนอยู่ในภาพนั้น แล้วยิ่งจ้องพินิศไปมันก็ยิ่งแปลกๆ อ้ะ เหมือนกับภาพนั้นมันจ้องตอบ ... เฮ่อ

เนื้อหาต่อจากภาคแรกครับ หลังจากเรแกน (Linda Blair) ได้รับการช่วยไล่ผีไปในคราวก่อน ตอนนี้เธอก็กำลังได้รับกสารบำบัดทางจิตครับ (ประมาณว่าผีไม่มีจริงหรอก ไรเงี้ย) แต่แล้วก็ได้มีบาทหลวงที่ชื่อ คุณพ่อฟิลลิป ลามองต์ (Richard Burton) ได้เดินทางมาเพื่อสืบสวนความจริงที่เกิดขึ้น แล้วทั้งสองก็เริ่มค้นพบว่า ปีศาจมันไม่ได้หนีหายไปไหน มันยังอยู่ใกล้ๆ กับเรแกนนี่แหละ

คือ ... แบบว่า .... อะไรวะ .... เนื้อเรื่องภาคนี้ออกปากอ่าวไทยไปทะเลจีนใต้อย่างรวดเร็วครับ คือ เข้าใจว่าทีมงานพยายามสร้างทฤษฎีบอกถึงที่มาของเจ้าปีศาจที่ไปสิงเรแกนในตอนแรกว่ามันคืออะไร แต่บอกตรงๆ ว่ามันไปคนละลู่กับภาคแรกโดยสิ้นเชิง อีกทั้งปีศาจตนนี้ไม่ได้มีความน่ากลัวเท่าภาคแรกเลย ดูๆ ไปมันกลายเป็นหนังแฟนตาซีอ้ะคับ ปีศาจที่เราเจอก็ประมาณซอรอนแห่ง The Lord of The Rings ไรเงี้ย ไม่ใช่ปีศาจที่น่าสะพรึงแบบภาคแรกเลย

แต่ Linda Blair น่ารักครับ (อิอิอิ) แต่มันก็ไม่ได้ช่วยหนังนัก โอเค นักแสดงดีครับ แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ไม่ค่อยจะเข้ากันนัก ตอนแรกดราม่าครับ ต่อมาสืบสวน ซักพักมีผจญภัย แล้วตอนจบยังกลับมาไล่ผีอีก เออ เอาเข้าไป ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นต้องยกให้พี่ John Boorman ตอนแรกพี่แกได้รับข้อเสนอให้ทำภาคแรก แต่ก็ปฏิเสธไป ด้วยเหตุผลว่า "เนื้อหามันรุนแรงโหดร้ายไปสำหรับเด็กๆ" ผมจึงพอจะเข้าใจครับ ภาคนี้พี่แกเลยทำออกมาให้เด็กดูได้ซะเลย (หนังติดเรท R ครับ แต่ความสยองไม่มีเลยจริงๆ) ผมดูตอนประถมครับ ยังไม่กลัวเลยอ้ะ

จริงๆ มันก็ไม่เลวน่ะครับ แต่การลิ้งค์เรื่องมันไม่เข้ากันเท่าไหร่ การเดินเรื่องก็ไม่น่าติดตามเท่าที่ควร เหมือนกับทิศทางมั่วไปหมดน่ะครับ คนดูเลยงงๆ ว่าตกลงหนังจะพาตูไปไหนวะ จนตอนจบคนดูยังงเลยครับว่า "อ้าว แล้วตูอยู่ทีไหนวะเนี่ย"

สรุปว่า ดูได้อ้ะคับ แต่ทำใจนิดนึง มันคนละแนวโดยสิ้นเชิงกับภาคแรก จนแทบจะเป็นคนละเรื่องเลยล่ะครับ รวมไปถึงอารมณ์ของหนังที่ไม่ลงตัวนัก หนังเลยออกมาแบบเนี้ย โดยส่วนตัวแล้วผมว่ามันน่าจะทำให้แน่ซักแนวอ้ะคับ จะผจญภัยก็ไปเลย หรือจะสยองก็ไปเลยดีกว่า แต่นี่เล่นยำ แล้วมันจะลงได้ยังไง

The Exorcist III (1990) เอ็กซอร์ซิสต์ 3 สยบนรก


 

แนวหนัง สยอง ... คราวนี้ใช่ชัวร์ๆ

ผมชอบโปสเตอร์ภาคนี้นะครับ มันดูขลังดีนะ สำหรับเรื่องราวนั้นก็หลังจากภาคแรก 15 ปี ซึ่งตอนนีได้มีการฆ่าต่อเนื่องเกิดขึ้น สารวัตรคินเดอร์แมน (George C. Scott) เลยเข้ามาสืบคดีนี้ และผู้ที่ต้องสังสัยก็คือ ฆาตกรที่ชื่อว่า เดอะ เจมินาย คิลเลอร์ (Brad Dourif) แต่แน่นอนล่ะคับ นี่มันหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ จะให้มันเกี่ยวกับคนอย่างเดียวก็กระไรอยู่จริงมั้ยครับ แต่มันจะมาเกี่ยวกับผีได้ยังไง ผมว่าลองไปดูเองดีกว่าครับ ไม่อยากสปอยล์

เรื่องราวภาคนี้มันค่อนข้างหนักครับ และลีลาก็เริ่มกลับไปเป็นแบบภาคแรก ได้ William Peter Blatty เจ้าของบทประพันธ์จากภาคแรกมาเขียนบทและกำกับ หนังเลยกลับมาสยองแบบเดิม ซึ่งก็ไม่เลวครับ บรรยากาศลึกลับพอควร แต่มันจะอืดไปบ้าง รู้สึกเหมือนอ่านนิยายน่ะครับ เน้นที่ฉากมากกว่า และเนื้อเรื่องอาจจะดูงงๆ อยู่บ้าง ต้องตั้งใจฟังคำพูดของตัวละครน่ะครับถึงจะตามทัน

ภาคนี้ก็จัดว่าไม่เลวครับ ไม่ได้สยองสุดๆ แต่น่าสนใจดี บรรยากาศเหมือนอ่านนิยายอย่างที่บอกน่ะแหละ ซึ่งก็ดีครับ จะเสียบ้างตรงความอืด แต่ฉากไล่ผีนี่ดุเดือดดีคับ Effect กระจายเลยล่ะ

แม้จะไม่เด็ดเท่าตอนแรก แต่ก็ดีกว่าตอนสองล่ะครับ อย่างน้อยแนวมันก็กลับมาเป็นสยองแล้ว ใครชอบแนวสยองแบบเหมือนอ่านนิยายเปิดไปทีละหน้า ผมว่าเรื่องนี้ก็น่าสนนะครับ

Exorcist: The Beginning (2004) เอ็กซอร์ซิสต์: เดอะ บีกินนิ่ง กำเนิดหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์


 

แนวหนัง สยอง - แอ๊คชั่น

ภาคนี้เขาจดจ่อรอจะสร้างมาไม่รู้กี่ปีกี่ชาติแล้วครับ กว่าจะออกมาได้ ซึ่งเป็นเนื้อหาเหตุการณ์ที่เกิดก่อนภาคแรกครับ เป็นเรื่องการเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่าง คุณพ่อเมอร์ริน (Stellan Skarsgård) และปีศาจพาซูซู (ตัวที่เข้าสิงเรแกนในภาคแรกน่ะครับ) ซึ่งเหตุเกิดที่อัฟริกาตะวันออกน่ะครับ

ผมต้องยอมรับเลยว่า ผมชอบเนื้อเรื่องของภาคนี้มาก คือหนังเปิดเรื่องมาประมาณว่ามีการค้นพบโบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งถูกฝังไว้ใต้ดินที่อัฟริกานั่นน่ะนะครับ แต่จากการสำรวจก็พบว่าอายุของโบสถ์นั่นมันเก่าแก่ และจากประวัติศาสตร์ที่วาติกันบันทึกไว้ ยุคนั้นศาสนาคริสต์ยังไม่ได้เข้ามาถึงดินแดนนี่เลยนี่หน่า แล้วโบสถ์มาจากไหน?

สิ่งที่ค้นพบต่อมาคือ โบสถ์หลังที่ว่านั่นไม่ได้จมดินลงไปเองครับ แต่มันถูกฝัง ... ใครฝังและฝังทำไม ?

เนี่ย จากเนื้อหามันทิ้งปมน่าสนใจไว้ตลอดครับ แล้วตอนเฉลยก็นับว่ายอดทีเดียวครับ ค่อนข้างสมเหตุสมผลดีมาก และยังเป็นการโหมโรงให้คนดูด้วย ประมาณว่า เจ้าปีศาจตนนี้ไม่ใช่กระจอกครับ ร้ายสุดๆ แน่นอน

ผมมันชอบหนังแบบเนี้ยอ้ะคับ ถ้ามีปมให้ตามมีอะไรให้คิดต่อ และมีเหตุมีผลในตัวของมันเองผมจะชอบแล้ว คือ ไม่จำเป็นว่ามันต้องเป็นไปได้ในโลกแห่งความจริงนะครับ แต่แค่เหตุผลมันช่วยเสริมความหนักแน่นให้กับหนังได้เนี่ย ผมถือว่าดีแล้วครับ

และที่ผมชอบอีกอย่างคือการแสดงของ Stellan Skarsgård ที่ดูเหมาะกับบทครับ พี่คนนี้แกยอดฝีมืออยู่แล้ว ยิ่งฉากที่ย้อนไปให้เราได้รู้ว่าทำไมคุณพ่อเมอร์รินถึงหมดศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้านี่ยิ่งเข้าใจเลยครับ เป็นฉากที่แรงทางความรู้สึกไม่น้อย

ส่วนฉากไล่ผี ภาคนี้ผมว่าดุมันส์สุดครับ เพราะมันไม่ใช่แค่ไล่กันในบ้านอีกแล้ว มันไล่กันในถ้ำลีลาเหมือนหนังไล่ล่าเลยครับ (ผมถึงใช้คำว่าแอ๊คชั่นกับหนังเรื่องนี้ไงครับ) รวมไปถึงบทสรุปของการไล่ผีก็สาใจผมเอามากๆ มันต้องแบบนี้แหละครับ ถึงจะเหมาะสม

จะว่าไปนี่อาจเป็นความชอบส่วนตัวนะครับ ผมเป็นแบบนี้แหละ กับเรื่องนี้ แนวมันไม่เหมือน 3 ภาคที่แล้วเลยครับ ออกจะเป็นหนังแอ๊คชั่นปนสยองมากกว่า (ซึ่งผมว่าถ้าภาคสองมันทำให้เป็นแนวนี้ไปเลยน่าจะดีกว่าที่เป็นน่ะครับ)

หนังกำกับโดย Renny Harlin จาก Die Hard 2: Die Harder, Cliffhanger, Cutthroat Island, The Long Kiss Goodnight และ Deep Blue sea เข้าใจแล้วนะครับว่าทำไมมันถึงเป็นแอ๊คชั่น ผมว่าพี่แกก็ทำได้ดีอ้ะคับ จริงๆ น่าจะดีกว่านี้ แต่เท่าที่เป็นก็โอแล้วล่ะครับ และฉากจบจัดว่าดีมากทีเดียว มาดหลวงพ่อเมอร์รินแกประมาณแวน เฮลซิ่งเลยครับ

เอาเป็นว่าอย่าคาดหวังมากเกินไปนะครับ ผมชอบด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่ถ้าหากท่านๆ อ่านแล้วรู้สึกว่าสไตล์คล้ายๆ ผม จะลองดูก็ไม่เสียหายครับ



ครับ ที่ผมลืมบอกไปอีกอย่างคือ หนัง Exorcist ภาค Beginning นั้น แรกเริ่มเดิมทีกำกับโดย Paul Schrader และกำกับเสร็จ 100% แล้วด้วย แต่ทาง Morgan Creek Productions ผู้สร้างกลับไม่พอใจผลที่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า หนังไร้ซึ่งฉากนองเลือด (เลือดไม่สาดนั่นเอง) และไล่ Paul ออกจากโปรเจคท์ ก่อนจะจ้าง Renny Harlin มา และสร้างหนังเรื่องนี้ใหม่อีกครั้งกลายเป็นผลงานเรื่องที่ผมพูดถึงข้างบนนั่นเอง พูดง่ายๆ คือนี่ยังมีอีกเวอร์ชั่นของ Exorcist: The Beginning ครับ และตอนนี้หนังได้รับการออกฉายตามโรงในอเมริกาแล้ว (เข้าอาทิตย์เดียวกับ Star Wars ครับ .... บ้าเหรอครับ) ฉายเป็นโรงจำกัดนะครับ ในชื่อว่า Dominion: Prequel to the Exorcist ซึ่งจากคำชม รู้สึกจะได้รับการตอบรับดีกว่าภาคใดๆ ที่ผ่านมาเลยล่ะครับ (แพ้ภาคแรกอยู่ครับ แต่ชนะทุกภาคนอกจากนั้น)

 

อ้าย...ปอม ตกใจ  หมอผี กำลัง ไล่วิญญาณชั่ว ออกไปจากร่าง หญิงสาว จาก ภาค 1ดูยังเอ่ย

............ ขอ มีอีกเรื่อง ชื่อมันคล้ายๆๆกัน สนุกเหมือนกันครับ.......................................ชะแว็บ!ปอมซัง มาแว้วววววววววววว!!!

The Exorcism of Emily Rose : สยองยิ่งกว่าสยอง



ด้วยความเข้าใจผิดว่ามันคือหนัง "ผีธรรมดา" มีพระสู้ผี มีผู้บริสุทธิ์ มีปิศาจร้าย ปล่อยแสง ขับรถไล่ล่า ธรรมมะชนะอธรรม หรืออะไรก็ตามที่จะคิดออก ทำให้พลาดหนังเรื่องนี้ไปอย่างน่าเสียดาย... ในตอนแรก

ทีนี้ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับการพิจารณาคดี ไล่ผี และศรัทธา

มันเกี่ยวกันได้ไงหว่า..

เลยไปสอยจากร้านเช่ามาดูในขั้นแรก

เล่าล่ะนะ

หนังเปิดเรื่องที่บ้านหลังหนึ่ง ที่แค่ดูภายนอกก็รู้ว่าไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง หมอก ตัวบ้านสีโทนดำ ต้นไม้ไม่มีใบ และหน้าต่างที่มองไม่เห็นข้างใน

พอเข้าไปในบ้าน เราพบสมาชิกที่อาศัยอยู่ หญิง ชาย เด็กหญิง หน้าตาทุกคนเป็นทุกข์ ลังเล สับสน หวาดกลัว

มันคือบ้านตระกูลโรส กับการตายหมาดๆของลูกสาวคนโต เอมิลี่ โรส ด้วยสาเหตุการขาดสารอาหาร เนื่องจากอาการคุ้มคลั่งอาละวาด ที่ทางบ้านเชื่อว่าเกิดจากผีสิง

ทุกคนที่บ้านโรสศรัทธาในพระเจ้า และดูจะเคร่งครัดมาก จากกางเขนที่แขวนอยู่ในบ้าน

และในสีหน้าของพ่อแม่ เหมือนจะถามกับตัวเองตลอดเวลาว่าทำไม

ทำไมต้องเป็น Emily.

จากตรงนี้ไป ปอมซังจะย้อนไปอย่างไม่เกรงใจ

ย้อนกลับไปเมื่อเอมิลี่เรียนจบไฮสคูลและจะใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างมีความหวัง เธอสดใส ดูขี้อายนิดๆเรียบๆแต่กระตือรือร้นแบบวัยรุ่น และดูจะคิดมากอยู่ไม่น้อยกับครอบครัว

อย่างไรก็ตาม เธอก็ไปอยู่ที่ดอม และที่นั่น ปิศาจร้าย(หรือโรคร้าย) เริ่มคุกคามเธอ

เธอถูกรบกวนและทำร้ายจากสิ่งนั้นจนเรียนหนังสือไม่ได้ รูป ปอมซัง
โดย: ปอมซัง

ตั้งเมื่อ: 24 เม.ย. 08
แท็ก:
กระทู้นี้ปิดไม่ให้แสดงความคิดเห็น
ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 6 : The Exorcist หมอผีเอ็กซอซิสต์....The Exorcism (สนุกไม่แพ้กัน ใครไม่เคยดู มาฟังเรื่องย่อกัน)
avatar

มันไม่ได้ไล่ล่าอาชญกรครับ เป็นวิถีแห่งมาเฟียเจ้าพ่อต่ำสุด ขึ้นสูงสุด แล้วก็พระเอกสุดโต่งจริงๆ หนังยาวมากๆ 3 ชม.เลยมั้ง
ได้แง่คิดอะไรมากมาย ลองหามาดูใหม่สิคับ คุณปอมซัง

โดย: เอก เขียนเมื่อ 26 เม.ย. 08 IP IP: 58.10.30.XXX
ความคิดเห็นที่ 5 : The Exorcist หมอผีเอ็กซอซิสต์....The Exorcism (สนุกไม่แพ้กัน ใครไม่เคยดู มาฟังเรื่องย่อกัน)
avatar

ตลกดี ตอนที่ผีเด็กพูดว่า อัดแม่งเลย อัดแม่งเลย และตอนที่สู้กับหมอผี ผีเหนื่อยหอบด้วย

โดย: ยุ้ย เขียนเมื่อ 26 เม.ย. 08 IP IP: 124.157.222.XXX
ความคิดเห็นที่ 4 : The Exorcist หมอผีเอ็กซอซิสต์....The Exorcism (สนุกไม่แพ้กัน ใครไม่เคยดู มาฟังเรื่องย่อกัน)
avatar

ขำตรงไหน ไอตอนกลับหัวลงบันได้นั่นละน่ากลัวสุดๆ T___T
ดูไปหลายปีแล้วยังจำติดตา

โดย: Greezzz เขียนเมื่อ 25 เม.ย. 08 IP IP: 58.147.40.XXX
ความคิดเห็นที่ 3 : The Exorcist หมอผีเอ็กซอซิสต์....The Exorcism (สนุกไม่แพ้กัน ใครไม่เคยดู มาฟังเรื่องย่อกัน)
avatar

อ้า..เรื่องนี้ผมดูไม่จบอะ Scarface เคยดูทาง UBC ก็ดู
มันออกแนวไล่ล่า ใช่ปะ ที่มีตำรวจ...มันออกแนวอาชญากร หน่อยๆ..แต่ถ้าทำให้ผมอึ้งในระดับหนึ่ง ก็ The Game อะ หักมุม สุดเจ๋ง
v
v
v

โดย: ปอมซัง เขียนเมื่อ 25 เม.ย. 08 IP IP: 58.136.197.XXX
ความคิดเห็นที่ 2 : The Exorcist หมอผีเอ็กซอซิสต์....The Exorcism (สนุกไม่แพ้กัน ใครไม่เคยดู มาฟังเรื่องย่อกัน)
avatar

ชอบเรื่อง Scarface อย่างแรง

ไม่เกี่ยวกับหนังผี

โดย: เอก เขียนเมื่อ 25 เม.ย. 08 IP IP: 58.10.30.XXX
ความคิดเห็นที่ 1 : The Exorcist หมอผีเอ็กซอซิสต์....The Exorcism (สนุกไม่แพ้กัน ใครไม่เคยดู มาฟังเรื่องย่อกัน)
avatar

รู้สึกว่า The Exorcism of Emily Rose รู้สึกว่า
เว็บมาสเตอร์จะเอาลงมาไม่หมดอะ...แต่ก็ดูได้ไม่นาน ฟังเรื่องย่อนิดๆหน่อยก็สนุกครับ....คลาสสิคดี..
ปล..ถ้าไอ้มีนา เพื่อนผมมันมา ฝากบอกด้วย ปีหน้าไปดู Saw5 กัน5555+

โดย: ปอมซัง เขียนเมื่อ 25 เม.ย. 08 IP IP: 58.136.197.XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111