พระสิวสี มหาลาภ..พระอรหันต์ที่มีความเป็นเลิศพิเศษ ถ้าเราบูชาท่าน ผลบุญจะสำเร็จแก่เรา หมวด » ชีวิต ความรัก สุขภาพ » ไลฟ์สไตล์ » พระสิวสี มหาลาภ..พระอรหันต์ที่มีความเป็นเลิศพิเศษ ถ้าเราบูชาท่าน ผลบุญจะสำเร็จแก่เรา

พระสิวสี มหาลาภ..พระอรหันต์ที่มีความเป็นเลิศพิเศษ ถ้าเราบูชาท่าน ผลบุญจะสำเร็จแก่เรา
ถาม : ...........
ตอบ : ลักษณะการทำบุญปิดท้ายจะมีลาภมากแบบพระสีวลี ลูกศิษย์หลวงพ่อรุ่นเก่า ๆ จะรู้ดี ทำบุญปิดท้ายไปเรื่อย ปิดไม่รู้จักจบคนโน้นปิดคนนี้ก็ปิดต่อไปเรื่อยไป เพราะว่าพระสีวลีท่านทำบุญปิดท้ายกรายการ เนื่องจากว่าสมัยนั้นท่านเกิดเป็นคนจนมีอาชีพตัดฟืนอยู่ในป่าคราวนี้ระหว่าง ชาวบ้านกับพระราชา เขาแข่งกันอยู่ในที แข่งกันทำความดีถือว่าน่าสรรเสริญ ชาวบ้านกับพระราชาเขาแข่งกันทำบุญ ลักษณะว่าใครทำบุญถวายพระพุทธเจ้าได้ดีกว่ากัน พอถึงเวลาพระราชาท่านก็จัดโน่นจัดนี่มาให้ดีกว่าชาวบ้านเขา ทีนี้กำลังของพระราชาเองถ้าไม่เกณฑ์ชาวบ้านนี่มันจะเอาดีก็คงจะไม่เท่าไหร่ ชาวบ้านพอสู้ได้เพราะคนเยอะกว่าก็ช่วยกันสรรหามา
จนกระทั่งถึงครั้งสุดท้ายชาวบ้านเขากะจะเกทับให้พระราชาไม่มีโอกาส กระดิก ทำบุญครั้งนี้จะหาของทุกอย่างที่พึงจะถวายพระมาให้ครบ ปรากฏว่าพอหามาแล้วขาดน้ำผึ้งสดจากรวงอย่างเดียว น้ำผึ้งเก่ามีแล้ว อยากจะได้ที่คั้นสด ๆ ถวายพระเลย บรรดาที่เป็นหัวหน้าท่านก็ประกาศให้ลูกน้องนำเงินคนละ ๑ พันกหาประไปยืนรอที่ประตูเมืองทั้ง ๔ ทิศ ใครมีรวงผึ้งสดมาขอซื้อเขา ให้เราไปเรื่อยให้จนกระทั่งหมดพันกหาปนะนั่นแหละ
เชื่อว่าคนเขาขายให้อยู่แล้วเราะปกติราคามันไม่ถึงนั้น ราคาไม่ถึงกหาปนะซะด้วยซ้ำไป หนึ่งกหาปนะในปัจจุบันถ้าเทียบอันตรากับ ๔ บาท หรือ ๑ ตำลึง แต่อย่าลืมว่า ๔ บาทโบราณนี่ค่ามหาศาลนะ คราวนี้พระสีวลีท่านเป็นชายตัดฟืน บังเอิญวันนั้นไปเจอรังผึ้งเข้าก็เลยตัดรังผึ้งแบกมาด้วย
พอมาถึงประตูเมืองบรรดาเจ้าของทานทั้งหลายที่มารออยู่ พอเห็นเข้าก็ขอซื้อ บอกว่านี่พ่อคุณเราขอซื้อผึ้งรวงของท่านในราคา ๑ กหาปนะจะขายมั้ย? พระสีวลีท่านได้ยินท่านก็สะดุดใจ ท่านเป็นคนฉลาดถึงจะจนแต่ก็ฉลาด ของราคาไม่ถึงทำไมให้แพงจัง ลองแกล้งขยักเอาไว้หน่อยซิ ไม่ขาย พอไม่ขายอย่างนั้น ๒ กหาปนะ ๔, ๘ กหาปนะให้ไล่ขึ้นไปเรื่อย ท่านก็ไม่ขายจนกระทั่งถึง ๑๐๐๐ กหาปนะนะท่านก็ไม่ขาย บรรดาคนที่ไปรอก็หมดปัญญา นายเขาให้มาแค่พันเดียว ก็บอกว่าแล้วท่านคิดราคาเท่าไหร่ถึงจะขาย
พระสีวลีก็ถามว่าท่านต้องการรวงผึ้งเห็นปานนี้ไปเพื่อกิจอะไร ถ้าท่านบอกเราแล้ว เราถึงจะกำหนดราคาได้ เขาก็บอกว่าจะทำบุญถวายพระพุทธเจ้ากันต้องการที่จะถวายของทุกอย่างที่สมควร แก่สมณะบริโภคให้มีให้ครบถ้วน ขาดน้ำผึ้งสดอย่างเดียวถึงได้มาดักรอซื้อ แพงแค่ไหนก็จะซื้อเพื่อให้ได้ทำบุญ พระสีวลีบอกว่า ถ้าอย่างนั้นไม่ขายแต่ให้ไปแจ้งกับนายของเธอว่า ถ้าอนุญาตให้เราทำบุญด้วยน้ำผึ้งรวงนี้ เราก็จะให้ฟรี ๆ เขาก็วิ่งอ้าวไปบอกเจ้านาย เจ้านายก็โมทนาและก็อนุญาตให้ร่วมด้วย กลายเป็นว่าของทุกอย่างมี ขาดน้ำผึ้งสดอย่างเดียว แล้วพระสีวลีได้ทำบุญปิดท้าย
คราวนี้ด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้าและอานุภาพของทานครั้งนั้น น้ำผึ้งรวงเดียวคั้นแล้วพอพระทุกองค์ทั้ง ๆ ที่พระมาตั้งมากมายมหาศาลเพราะมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน พอแก่พระทุกองค์ เขาบอกว่าในสมัยนั้นหลังจากที่ทุกคนทำกาละ คือตายไปแล้วก็ไปเกิดเป็นเทวดา
คราวนี้พระสีวลีท่าน ท่านไม่ได้เกาะกันเหนียวแน่นแบบนั้น ท่านก็เลยลงมาเกิดเป็นพระสีวลี ในชาติที่ท่านมาเกิดก็ใช้หนี้กรรมเก่าหน่อยหนึ่งเพราะว่า อดีตชาตินานมาแล้วท่านเคยเป็นพระมหากษัตริย์ไปล้อมบ้านล้อมเมืองเขาอยู่ ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน แต่ว่าด้วยอานุภาพบุญทำให้ไม่รู้สึกลำบากเลย คลอดออกมาก็ ๗ ขวบกว่า ๆ ประเคนของพระได้เลย แล้วก็ขอบวช แค่พระปลงผมให้เสร็จก็เป็นพระอรหันต์
เมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วเป็นผู้ที่เลิศกว่าภิกษุอื่นในด้านลาภมาก เหตุที่เลิศกว่าภิกษุอื่นในด้านลาภมาก พระพุทธเจ้าบอกว่า เพราะทำบุญปิดท้ายรายการเสริมทุกอย่างของคนอื่นเขาให้บริบูรณ์ ตัวเองก็เลยบริบูรณ์ไปด้วย ถ้าไม่มีของท่าน แล้วจะขาด มีของท่านแล้วถึงจะสมบูรณ์บริบูรณ์ท่านก็เลยรับเอาอานิสงส์นั้นไปเต็ม ๆ
ถึงขนาดที่พระพุทธเจ้าจะไปเยี่ยม พระเรวัตตะที่เป็นน้องชายคนเล็กของพระสารีบุตรท่านไปจำพรรษาอยู่ที่ป่า ตะเคียนถามทางกับพระอานนท์ว่า หนทางที่จะไปถึงพระเรวัตตะนั้นไกลมั้ย? พระอานนท์ตอบว่า ถ้าเป็นทางตรงปราศจากโคจรคามเพื่อบิณฑบาตมีแต่เหล่าอมนุษย์เป็นระยะทางแค่ ๖๐ โยชน์ แต่ถ้าเป็นทางอ้อมสะดวกสบายด้วยหนทางและการโคจรบิณฑบาตเป็นระยะทาง ๑๒๐ โยชน์ มากกว่าเท่าหนึ่ง พระพุทธเจ้าบอกว่า อานันทะดูก่อนอานนท์ สีวลีได้ไปด้วยหรือไม่? พระอานนท์บอกว่าไปด้วยพระเจ้าข้า เพราะเขามีการจัดพระเพื่อตามพระพุทธเจ้าไปด้วย พระพุทธเจ้าบอกว่า อานันทะดูก่อนอานนท์ ถ้าสีวลีไปด้วยเราไปทางตรงกัน ไม่ทีที่บิณฑบาตไม่มีอะไรมีแต่อมนุษย์ก็ไปกัน
พอท่านไปปรากฏว่าบรรดาเทวดาทั้งหลายที่เคยร่วมบุญในครั้งนั้น พอเห็นเข้าก็พระผู้เป็นเจ้าของเราจะเดินทางไปในป่าแล้ว ก็รีบไปตกแต่งสถานที่ โยชน์หนึ่งตั้งศาลาไว้หลังหนึ่งให้เพียงพอกับพระทั้งหมด โยชน์หนึ่ง เตรียมสถานที่เอาไว้ โยชน์หนึ่งเตรียมสถานที่เอาไว้ ก็เลยกลายเป็นว่าระยะทาง ๖๐ โยชน์ ปกติพระพุทธเจ้าเดินทางครึ่งวัน งวดนั้นเดินซะ ๒ เดือน
แล้วเรื่องของอานุภาพบุญก็เป็นเรื่องอัศจรรย์มากปกติใคร ๆ ก็จะต้องแย่งกันทำบุญถวายต่อพระพุทธเจ้าแต่ปรากฏว่าบรรดาเทวดาที่เป็นเพื่อน ร่วมบุญในครั้งนั้นตั้งหน้าตั้งตาเอามาถวายพระสีวลีองค์เดียว แต่ว่าของนั้นก็มากพอที่พระสีวลีถวายต่อพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ทั้งหมด แล้ว ยังเหลือเฟืออยู่จะเป็นอย่างนี้ไปตลอด ๒ เดือนระยะทาง ๑๒๐ โยชน์ ปรากฏว่างวดนั้นเดินซะ ๒ เดือนรอเทวดาเขาทำบุญ
คราวนี้พระสีวลีนิพพานไปแล้วหลวงพ่อท่านบอกว่าผล บุญใดก็ตามนะที่เป็นของพระอรหันต์ท่าน โดยเฉพาะพระอรหันต์ที่เป็นเอตะทัคคะคือ มีความเป็นเลิศพิเศษในทางใดทางหนึ่ง ถ้าเราบูชาท่านผลบุญที่ท่านไม่ต้องใช้แล้วเพราะท่านเข้านิพพานแล้วผลบุญนั้น จะมีสำเร็จแก่เราด้วย ดังนั้นเขาถึงได้บอกกันว่าคนที่บูชาพระสีวลีส่วนใหญ่จะมีลาภมากคือ ท่านไม่จำเป็นต้องใช้ลาภอันนั้นแล้วเข้านิพพานไปแล้วกุศลที่ท่านทำก็เลยตก ถึงผู้ที่บูชาท่านด้วย



http://www.palungjit.com/board/showp...1&postcount=12





ถาม : ............
ตอบ : ลองดูมั้ย เมื่อกี้เค้าทำบุญปิดท้ายรายการน่าลองดูบ้าง สมบูรณ์ บริบูรณ์ เดี๋ยวเอาไว้ตอนผ้าป่าถวายหลวงปู่แล้วกันลูกศิษย์หลวงพ่อยุคเก่า ๆ จะรู้ส่วนใหญ่เขาจะแย่งกันปิดท้ายไปเรื่อย ๆ มันก็เลย ปิดกันไม่รู้จบซะที จนกว่าหลวงพ่อจะบอกพอแล้วนั่นแหละถึงจะหยุดกัน เดี๋ยวงวดนี้พวกเราไปผ้าป่าแล้วก็ไปลองดูว่าใครจะปิดท้ายกว่ากัน
บางทีหลวงพ่อท่านก็หัวเราะประเภท ๓ หมื่นกว่า ๆ เท่าไหร่ กว่าเท่านั้นร้อยเท่านี้ร้อยเติมไปเติมมาให้ครบพัน หลวงพ่อบอกว่ายังไม่ครบ ๔ หมื่นเลย (หัวเราะ) เป็นลักษณะนั้นแหละก็เติมกันไปเรื่อย เติมไปเติมมามันมีแต่เกิน มันไม่มีขาดมันก็ต้องเติมกันไปเรื่อยเศษสตางค์มันมีทุกที
ถาม : ...............
ตอบ : อานิสงส์พิเศษต่าง ๆ ที่หลวงพ่อท่านบอกมา ส่วนใหญ่แล้วพวกคนเก่า ๆ เขารู้แต่บางทีก็จำแล้วลืมไม่ค่อยได้จดกันเอาไว้ อันนั้นถ้าเป็นไปได้ก็จด ๆ กันเอาไว้หน่อย เผื่อคนรุ่นหลังเขามาอ่านดูเขาจะได้รู้บ้างว่ามีอะไร
ถาม : แล้วถ้าอย่างไปแย่งกันทำสังฆทานเป็นคนแรก?
ตอบ : ถ้าอย่างนั้นก็อานิสงส์เหมือนพระอัญญาโกณฑัญญะ พระอัญญาโกณฑัญญะ บรรลุมรรคผลเป็นองค์แรกสุดในพุทธศาสนา ในอดีตชาติ พระอัญญาโกณฑัญญะกับพระสุภัททะ เป็นพี่น้องกัน ท่านมีที่ดินอยู่ผืนหนึ่งท่านก็แบ่งกันคนละครึ่ง พระอัญญาโกณฑัญญะพอลงมือไถที่เพื่อทำนาท่านก็ทำบุญ หว่านกล้าท่านก็ทำบุญ ข้าวตกรวงท่านก็ทำบุญเกี่ยวข้าวท่านก็ทำบุญ ขนข้าวขึ้นยุ้งท่านก็ทำบุญ ท่านทำตลอด ทุกระยะนะ
ส่วนพระสุภัททะนี่ท่านทำบุญตอนขนข้าวขึ้นยุ้งทีเดียว อานิสงส์นี่มันข้ามชาติมากี่หมื่นกี่แสนชาติก็ไม่รู้ มาถึงชาติสุดท้ายพระอัญญาโกณฑัญญะบรรลุมรรคผลเป็นองค์แรกในพุทธศาสนา ส่วนพระสุภัททะหวิดไป พระพุทธเจ้าป่วยหนักแล้วใช่มั้ย กำลังพักผ่อนอยู่ที่ระหว่างนางรังทั้งคู่ สุภัททะซึ่งเป็นปริพาชกคือนักบวชศาสนาอื่น ตั้งใจจะเข้าไปกราบทูลถามปัญหาธรรมกับพระพุทธเจ้า พระอานนท์ไม่ ให้เข้าแล้ว พระอานนท์นี่เลิศทางพุทธอุปัฏฐากท่านย่อมรู้ว่าเวลาไหนควรเวลาไหนไม่ควรเป็น พระองค์เดียวที่เป็นเลิศถึง ๕ อย่าง มีสติ มีคติ มีธิติ มีความเพียร แล้วก็เป็นพุทธอุปัฏฐาก ไม่มีใครมีมากว่านี้อีกแล้ว อย่างเก่งก็ ๒ ทาง
อย่างเช่นพระสุภูตะเถระ เลิศในทางอยู่อรณวิหาร ก็คือการเข้านิโรธสมาบัติ และก็เป็นทักขิเณยยบุคคล คนเข้านิโรธสมาบัติก็ต้องเป็นบุคคลที่สมควรแก่การถวายทานอยู่แล้วใช่ไหม อันนี้เลิศ ๒ อย่าง มีพระอานนท์องค์เดียว ๕ อย่าง ในเมื่อท่านเลิศในพุทธอุปัฏฐาก เลิศทางผู้มีสติ มีคติ ท่านก็ย่อมรู้ว่า เวลาไหนควร เวลาไหนไม่ควร ก็บอกว่า สุภัททะปริพาชกนั้นไม่ควรจะเข้าพบพระพุทธเจ้าเราะว่าทรงพักผ่อนแล้ว พระพุทธเจ้าได้ยินปุ๊บบอกว่าอานันทะดูก่อนอานนท์ให้เธอเข้ามาเถอะตถาคตรอเธอ อยู่
พอท่านทูลถามปัญหาธรรมพระพุทธเจ้าแก้ให้ท่านก็บรรลุมรรคผล พระพุทธเจ้าท่านก็ประทานเอหิภิกขุคือ บวชให้ด้วยตัวเอง ท่านประทานโอวาทว่าจงมาเป็นภิกษุเถิด ธรรมอันเรา กล่าวดีแล้วจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด คือเป็นพระอรหันต์แล้ว ถ้ายังไม่เป็นพระอรหันต์ท่านจะบอกว่า จงปฏิบัติเพื่อความถึงที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด
ในเมื่อท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็เลยบอกว่าจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด เป็นสาวกองค์สุดท้ายในพุทธศาสนาที่บวชกันในลักษณะนั้น อานิสงค์ก็จะเหมือนพระโกณฑัญญะแย่งกันบรรลุก่อนดูซิใครจะหัวแตก วิ่งแย่งกันทำบุญชนกันหัวแตกเลย
จำไว้ให้แม่น ๆ นะทำบุญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินมาก ๆ ไม่ได้อยู่ที่ของมาก ๆ หากอยู่ที่กำลังใจในการสละออกของเรา เราทำบุญเพื่อตัดโลภะ คือความโลภของเรา เราทำบุญเพื่อสร้างทานบารมีของเราให้เต็ม คนเขามีเยอะเขาทำบุญมาก ๆ เราไม่ต้องไปอิจฉาเขาหรอกโมทนาตามเขาเลย เรามีแค่ไหน เราทำตามกำลังของเราไม่ให้ตนเดือดร้อน ไม่ให้คนรอบข้างเดือดร้อน ถือว่าใช้ได้แล้ว มันไม่ได้มากไม่ได้น้อย มันสำคัญตรงการสละออก


http://www.palungjit.com/board/showp...2&postcount=13
รูป อนุโมทนา
โดย: อนุโมทนา
ตั้งเมื่อ: 31 ต.ค. 09

แสดงความคิดเห็น กับกระทู้ พระสิวสี มหาลาภ..พระอรหันต์ที่มีความเป็นเลิศพิเศษ ถ้าเราบูชาท่าน ผลบุญจะสำเร็จแก่เรา

ผู้สนับสนุน

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111