กลัวไม่ใช่ปวดประจำเดือนทั่วไป ควรทำอย่างไรดี-=Byหมอแมว=- หมวด » » กลัวไม่ใช่ปวดประจำเดือนทั่วไป ควรทำอย่างไรดี-=Byหมอแมว=-

  

ฟังจากชื่อเรื่องแล้วดูเผินๆอาจจะเป็นเรื่องที่ผู้ชายไม่มีโอกาสเป็น แต่สำหรับชายคนใดที่เปิดเข้ามาแล้วอยากให้รู้ไว้ว่าเป็นส่วนที่ควรจะต้องอ่านครับ เพราะแม้ว่าจะเป็นอาการที่ผู้ชายคงจะไม่มีโอกาสสัมผัสโดยตรง แต่เชื่อว่าโดยอ้อมแล้วผู้ชายทุกคนต้องได้รับผลกระทบกันแน่นอน
ดังนั้นเรื่องนี้
ผู้หญิงควรอ่าน เพื่อจะได้รู้เรื่องของโรคที่เป็นกันมากที่สุดโรคหนึ่งในเพศหญิง
ผู้ชายควรอ่าน เพื่อสวัสดิภาพของตัวท่านเอง

ปวดนั้นสำคัญไฉน
อาการปวดประจำเดือนเป็นอาการปวดที่มีความสำคัญมากครับ เพราะครึ่งหนึ่งของผู้หญิงจะเกิดอาการของโรคนี้ได้
เมื่อมีอาการขึ้นมาก็สามารถปวดได้จนกระทั่งไม่เป็นอันทำงาน ด้วยตัวอาการปวดเองก็สามารถทำให้หงุดหงิดได้อยู่แล้ว แถมด้วยว่าช่วงเวลาที่เกิดประจำเดือนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ระดับฮอร์โมนเอื้อต่อการเกิดอารมณ์ไม่ดี
และลองนึกถึงใจคนที่เกิดอาการปวดมากจนไม่เป็นอันทำงาน ก็ย่อมต้องสงสัยว่าตนเองป่วยเป็นโรคร้ายแรงอะไรหรือไม่ จะเป็นมะเร็งหรือเปล่า จะตายไหม จะเป็นไปอีกถึงเมื่อไหร่ ... สร้างความไม่มั่นใจและความเครียดให้กับผู้ป่วยและคนใกล้ตัวได้มากทีเดียว

อย่างไรจึงจะเรียกว่าปวดประจำเดือน
ที่ต้องพูดถึงจุดนี้ เพราะปัญหาหนึ่งของคนที่มาหาหมอก็คือ เอาอาการอื่นไปรวมกับปวดประจำเดือนด้วย
ดังนั้นต้องถือกำหนดไว้เลยครับว่าอาการปวดประจำเดือนคือ อาการปวดท้องน้อยที่เกิดสัมพันธ์กับการมีประจำเดือน
ถ้าปวดที่ท้องน้อย แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือน เราก็ไม่นึกถึงปวดประจำเดือนแต่จะนึกไปถึงอาการปวดอื่นๆเช่น ลำไส้อักเสบ ท้องเสีย ไส้ติ่งอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ถ้าปวดครั้งนั้นบังเอิญตรงกับประจำเดือนแต่ไม่ได้ปวดที่ท้อง เราก็มักไม่เรียกว่าปวดประจำเดือน ... เช่นปวดหูในวันที่มีประจำเดือนเราก็ไม่เรียกว่าปวดประจำเดือน... หรือปวดฟัน เราก็ไม่เรียกว่าปวดประจำเดือน
อาจจะฟังดูไร้สาระ แต่ก็เคยมีคนกลัวเป็นเนื้องอกในมดลูกเพราะว่าปวดหูนะครับ

การแบ่งประเภท
ในการรักษาทั่วๆไปเราคงไม่ต้องล้วงลึกไปถึงกลไกทางระบบสรีรวิทยา เพราะสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการก็คือการรักษาให้หาย
ดังนั้นสิ่งที่แพทย์จะทำให้ได้ก็คือการตรวจเพื่อระบุให้ได้ว่าจะจัดอาการปวดของผู้ป่วยในกลุ่มใด และจะทำการส่งตรวจอะไรต่อ และลงท้ายด้วยว่าจะรักษาอย่างไร ... ดังนั้นการปวดประจำเดือนจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มครับ คือ
1. กลุ่มประจำเดือนชนิดไม่มีสาเหตุ (Primary Dysmenorrhea) กลุ่มนี้เมื่อตรวจไปแล้วจะพบว่ามดลูกมีลักษณะปกติ อาการปวดเกิดจากระดับสารในมดลูกที่ผิดปกติกระตุ้นให้มดลูกเกิดการหดรัดตัว ... กลุ่มนี้การรักษามักจะเป็นการใช้ยาแก้ปวดและฮอร์โมน แม้จะไม่ได้รักษาก็มักจะไม่ได้มีอันตรายใดๆ
2. กลุ่มประจำเดือนชนิดมีสาเหตุ (Secondary Dysmenorrhea) กลุ่มนี้เมื่อตรวจไปแล้วจะพบว่าในมดลูกหรืออวัยวะใกล้เคียงมีความผิดปกติเกิดขึ้นซึ่งทำให้เกิดอาการปวดได้เวลาที่มีประจำเดือน เช่นเนื้องอกในมดลูก ช๊อคโกแลตซีสต์ เนื้อเยื่อมดลูกเจริญผิดที่ หรือการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ ... กลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาตามสาเหตุของโรคครับ และหากไม่ได้รับการรักษาเฉพาะก็สามารถเกิดอันตรายได้ตามแต่สาเหตุนั้นๆ

การซักประวัติตรวจร่างกาย
เมื่อมีคนที่มาด้วยอาการของปวดประจำเดือนแล้ว แพทย์จะทำการซักประวัติตรวจร่างกายก่อนเป็นอันดับแรกครับ จุดมุ่งหมายก็เพื่อแยกให้ได้ว่าเป็นชนิดใด หากยังไม่มั่นใจก็สามารถส่งตรวจเพิ่มเติมได้
ประวัติที่ซักถามจะเป็นการซักเพื่อยืนยันว่าเป็นอาการปวดประจำเดือนจริง และยังซักเพื่อดูว่าใกล้เคียงกับปวดประจำเดือนแบบไม่มีสาเหตุหรือไม่ ประวัติที่จะได้ก็มีดังนี้คือ
ตำแหน่ง : ตำแหน่งที่จะเกิดอาการปวดก็คือตำแหน่งของท้องน้อยส่วนล่าง หรือก็คือส่วนของท้องที่อยู่ใต้ต่อสะดือลงไป
ลักษณะ  : อาการปวดที่จะปวดได้มักจะปวดแบบบีบตัวเป็นพักๆ มีได้ตั้งแต่ปวดอย่างมากจนทำอะไรไม่ได้ ไปจนกระทั่งปวดเล็กน้อย
อาการร่วม : อาการที่มีได้พร้อมๆกับอาการปวดก็คืออาการคลื่นไส้ เวียนหัว อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หงุดหงิด
อายุที่เป็น : โดยมาก อาการปวดจะมากตอนอายุน้อยๆช่วงวัยรุ่น
เวลาที่เป็น : อาการจะสัมพันธ์กับประจำเดือน คืออาการปวดมากๆจะเกิดได้ตั้งแต่ก่อนมีประจำเดือน1-2วัน และต่อเนื่องไปได้อีกประมาณ 3 วันหลังจากปวดวันแรก
ถ้าหากมีอาการที่ตรงกันมาก ก็มักจะนึกถึงลักษณะการปวดประจำเดือนชนิดหาสาเหตุไม่ได้ แต่หากมีประวัติในลักษณะดังต่อไปนี้ ก็มักจะนึกถึงปวดประจำเดือนชนิดที่มีสาเหตุซ่อนอยู่ ได้แก่
อายุ : หากตอนวัยรุ่นไม่มีอาการปวดแต่มาเริ่มปวดตอนอายุมาก
อาการร่วม : มีประจำเดือนมามากหรือกระปริบกระปรอยต่อกันทั้งเดือน มีอาการเจ็บเวลาร่วมเพศ หรือมีก้อนผิดปกติในท้องน้อย
เวลาที่เป็น   : กลับกันกับชนิดแรก โดยอาการปวดจะน้อยในวันแรกๆ และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในช่วงกลางๆแล้วค่อยๆหายไป

หลังจากนั้นเมื่อตรวจร่างกาย ในชนิดที่ไม่มีสาเหตุก็จะต้องตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติจากการตรวจภายในหรือกดทางหน้าท้อง ต่างจากชนิดที่มีสาเหตุ ที่อาจจะพบว่าคลำพบก้อนในท้องน้อย พบมดลูกโตขึ้น หรือมีลักษณะของพังผืดเกิดขึ้น
หากตรวจร่างกายพบว่าสงสัยชนิดที่มีสาเหตุ แพทย์มักจะส่งตรวจยืนยันด้วยวิธีอื่นๆเช่นส่องกล้อง,อัลตราซาวน์,หรือเจาะเลือด ตามความเหมาะสมต่อไป

การรักษา
ในการปวดท้องประจำเดือน ถ้าพบว่าเป็นชนิดที่มีสาเหตุ การรักษาก็คือการรักษาที่สาเหตุครับ ... มีก้อนตัดก้อน มีผังผืดเลาะพังผืด หรือไม่ก็ให้ยาจนยุบ
สำหรับอาการเจ็บปวด ก็ใช้การรักษาเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นชนิดที่มีสาเหตุหรือไม่มีสาเหตุครับ
- ใช้ยาต้านอักเสบกลุ่ม NSAIDs ซึ่งไปออกฤทธิ์ลดสารก่อการอักเสบซึ่งจะมาทำให้มดลูกหดตัว ทั้งนี้ควรกินล่วงหน้าก่อนประจำเดือนมาสัก1-2วัน เพื่อดักไม่ฝห้เกิดอาการปวดขึ้น
- ใช้กระเป๋าน้ำร้อน การใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบ เป็นวิธีพื้นบ้านที่ใช้ได้ผลทั่วโลกและราคาถูก โดยมันจะไปทำการรบกวนการนำสัญญาณความเจ็บปวดจากมดลูกไปสู่สมอง ทำให้รู้สึกเจ็บปวดน้อยลง
- ออกกำลังกาย เพราะว่าสาเหตุหนึ่งของการปวดก็มาจากการที่สารก่อการอักเสบไปคั่งในมดลูก ดังนั้นเมื่อออกกำลังกายก็จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดที่มดลูกดีขึ้นและลดอาการปวดได้
- กินยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined pill) ไปปรับเปลี่ยนวงจรการตกไข่ จึงทำให้ปวดน้อยลง

ข้อสงสัยอื่นๆที่พบได้บ่อย
-หมอไม่ได้ตรวจร่างกายละเอียด แค่คุยๆ กดๆท้องแล้วก็ให้ยา
เนื่องจากคนที่เป็นอาการปวดประจำเดือนมักจะเป็นช่วงวัยรุ่นครับ แล้วก็มักเป็นชนิดที่ไม่มีสาเหตุ ... ดังนั้นหากจะทำการตรวจก็จะต้องตรวจภายใน ซึ่งการตรวจภายในนี้หากผู้ที่เป็นยังไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อนแล้วข้อบ่งชี้ไม่ได้ชัดเจนมากแพทย์ก็มักเลี่ยงไม่ทำในครั้งแรกๆครับ

-หมอตรวจแล้วยังระบุชนิดไม่ได้ แต่ยังไม่ได้ส่งตรวจอย่างอื่น ให้กินยาไปก่อน
หากซักประวัติและตรวจแล้วยังไม่พบภาวะผิดปกติที่ชัดเจนหรือต้องเร่งแก้ไขก่อน โดยทั่วไปแพทย์มักจะจ่ายยาแก้ปวดอักเสบให้ และแนะนำการรักษาข้างต้นครับ ถ้าหากยังไม่หายก็มักจะใช้ยาคุมกำเนิดต่อ ซึ่งหากให้ยาแล้วไม่ดีขึ้นแพทย์จึงจะส่งไปตรวจพิเศษเพิ่มเติมต่อไปครับ ซึ่งการใช้ยาและการรัษาข้างต้นสามารถลดอาการของปวดประจำเดือนได้ไม่ว่าจะแบบใด
โดยมากแล้วหากรักษาด้วยยาแล้วปรากฎว่าไม่ดีขึ้นเลย แพทย์ก็มักจะส่งตรวจเพิ่มเติมต่อไปครับ

- หมอตรวจนิดเดียวแล้วสั่งอัลตราซาวน์เลย ไม่ยอมรักษาไปก่อน
ปัญหานี้กลับกันจากข้อที่แล้วซึ่งปัญหานี้น่าจะพบในกรณีที่ผู้ป่วยจ่ายเงินเองเช่นรพ.เอกชน ... เหตุผลที่บางรายจะมาตกในลักษณะนี้ก็เนื่องจากอาจจะมีอาการหรือการตรวจร่างกายบางอย่างที่บ่งบอกว่าไม่ใช่ปวดแบบธรรมดา อย่างเช่นคลำเจอก้อนชัดเจน หรือได้ประวัติเลือดออกมากผิดปกติ
กรณีที่มาด้วยปวดประจำเดือน ซักไปซักมาตรวจเจอก้อน ลองอัลตราซาวน์เจอเป็นเด็กทารกในท้อง ... แทนที่จะเป็นปวดประจำเดือนกลับกลายเป็นมีภาวะแท้งก็ยังได้เลยครับ

- กลัวเป็นมะเร็ง จะไปเจาะแพ็คเกจตรวจมะเร็งได้ไหม
ผู้ป่วยบางรายเมื่อเริ่มปวดแล้วกังวลเรื่องมะเร็งมาก รีบไปหาว่าที่ไหนมีเจาะเลือดตรวจมะเร็งแล้วก็รีบร้อนเจาะโดยไม่ได้ปรึกษาหรือให้ข้อมูลแพทย์ เรื่องนี้ก็ต้องระมัดระวังให้มากครับ เพราะว่าการเจาะเลือดตรวจมะเร็งทางอวัยวะสืบพันธุ์หญิง จะมีค่าหนึ่งที่เรียกว่า CA125 ซึ่งจะมีค่าสูงได้ในมะเร็งรังไข่... แต่มันก็สามารถขึ้นสูงได้ในผู้ที่กำลังมีประจำเดือน ช๊อคโกแลตซีสท์ เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือแม้แต่การตั้งครรภ์ก็ได้ครับ
ดังนั้นการจะเจาะหาค่าเรื่องมะเร็ง ต้องปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนครับ มิฉะนั้นเมื่อเจาะไปแล้วบางคนนอจากจะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นอะไร ยังอาจจะกังวลไปเปล่าๆก็ได้

 

ภาพประกอบจาก http://www.alive.com/site_5/265_78_01.gif

 

รูป หมอแมว
โดย: หมอแมว
ดู Mthai ผ่าน Web Slices ด้วย Internet Explorer 8
ตั้งเมื่อ: 22:38 น. 3 พ.ค. 2008
แท็ก:
กระทู้นี้ปิดไม่ให้แสดงความคิดเห็น
ผู้สนับสนุน

ความคิดเห็นที่ โดย: เขียนเมื่อ 07:00 น. 1 ม.ค. 1970
avatar
IP IP: .XXX

MTha! Talk Ads

สนใจติดต่อ 02-100-8111
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ