คุยกับอู่ “นพเก้าการาจ” กับ 20 ปีที่ทำสีรถยนต์เหมือนทำงานศิลปะ

วันนี้ทาง Chobrod ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมอู่ “นพเก้า การาจ” และได้มีโอกาสไปพูดคุยสัมภาษณ์ ผู้บริหารของอู่แห่งนี้ “คุณไพเจต สรรพทรัพย์สิริ” หรือ “คุณบั๊ก” ซึ่งอู่สีแห่งนี้ถือได้ว่ามีชื่อเสียงด้านการทำสีรถยนต์เป็นอย่างมากในย่านอ่อนนุช-สุขุมวิท ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ที่มาที่ไปของอู่แห่งนี้จะเป็นอย่างไร และจุดเด่นที่ช่วยให้เป็นที่วางใจแก่ลูกค้าจะมีอะไรบ้าง เราไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันได้เลย


คุยกับอู่ “นพเก้าการาจ” กับ 20 ปีที่ทำสีรถยนต์เหมือนทำงานศิลปะ

Chobrod : ช่วยเล่าความเป็นมาของอู่นี้ให้ฟังสักหน่อย

คุณไพเจต : ผมอยู่ในวงการนี้มา 40 กว่าปี ขออนุญาตท้าวความก่อนว่า ด้วยความที่เติบโตจากความเป็นช่าง ทำงานตั้งแต่อายุ 13 ฝึกงานที่อู่ เจริญกิจเป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน จนต่อมาได้เปิดอู่เป็นเถ้าแก่เองครั้งแรกเมื่อปี 2523 ร่วมกับพี่น้อง ซึ่งก่อตั้งอู่ชื่อ ไพชยนต์ นะครับ และจากปี 2523 เป็นต้นมา ไม้ใหญ่ก็เริ่มแตกกิ่งก้านสาขา ขยายสาขาออกมาเป็นอู่ “นพเก้า” แห่งนี้ เมื่อวันที่ 3 กันยา พ.ศ.2539 นี่คือประวัติโดยสังเขปความเป็นมา อู่แห่งนี้เกิดด้วยใจรักล้วน ๆ เพราะได้คลุกคลีกับมันมานานและตัวเราตระหนักถึงการบริการให้กับลูกค้าด้วยคุณภาพที่ดี การบริการที่เป็นเลิศ การันตีในคุณภาพงาน เพราะตัวเราเองเป็นช่างโดยตรง 

 

Chobrod : เมื่อช่วงที่ก่อตั้งอู่ปี 2539 บริเวณนี้เป็นยังไงบ้าง ?

คุณไพเจต : เมื่อปี พ.ศ.2539 ต้องบอกว่าย่านนี้ซอยอ่อนนุชหรือสุขุมวิท 77 อู่ไหนไม่เก่งจริง “อยู่ยาก” ครับ เพราะแถวอ่อนนุชนี้เป็นซอยที่มีอู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะซอย 44 มีอู่เปิดเกือบ 10 อู่ และก็จะมีอู่ใหญ่ๆ อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรก็คงจะอยู่ที่ตัวว่ามั่นใจแค่ไหน ถามว่าหนักใจหรือเปล่าในช่วงที่มาแรก ๆ ก็เรียกว่าหนักใจ แต่ว่าด้วยความเชื่อมั่นส่วนหนึ่ง แล้วอีกส่วนก็คิดว่าทำเลที่ตั้งอยู่ริมถนนซอย คือความได้เปรียบของเราก็จะมีได้ในระดับหนึ่ง

 มากกว่า 20 ปีที่คุณภาพเป็นที่ยอมรับจากลูกค้า ในนพเก้าการาจ

ดูเพิ่มเติม

>> “Pure Auto Service” อู่เล็กๆ..ที่ให้บริการครบวงจร

>> เต็นท์รถสุดยอดโปรโมชั่นย่านประชาอุทิศ “สุรชัยคาร์เซ็นเตอร์”

Chobrod : แล้วตั้งแต่การดำเนินกิจการช่วงแรกจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ?

คุณไพเจต : คือแรกๆ จะเป็นช่วงที่เราสร้างภาพลักษณ์ชื่อเสียง เพราะธุรกิจที่เปิดใหม่มันจะเจริญเติบโตได้อย่างทันท่วงทีคงไม่ใช่ คงต้องใช้คำว่า อู่นพเก้าเราประสบความโชคดีที่เรา “ไต่ระดับ” เปรียบเหมือนตลาดหุ้น แต่ละปีเราก็มีแต่ไต่ขึ้นๆ นับตั้งแต่วันนั้นถึงปัจจุบัน อู่หรือศูนย์ซ่อมรถยนต์ค่อนข้างที่จะหนักใจ เพราะว่ามันไม่เหมือนกับสมัยก่อน ผลตอบแทนหรือผลกำไรมันต่างกันเยอะ สมัยนั้นศูนย์บริการอย่างบริษัทแบรนด์เนมทั้งหลายเนี่ยเค้ามีแค่การซ่อมบำรุง ไม่ได้มีสาขาซ่อมตัวถังและสี แต่ด้วยคำสั่งหรือยังไงไม่ทราบของผู้บริหารระดับสูงหรือบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น มีคำสั่งลงมาว่า ศูนย์บริการนั้นจะต้องมีการเพิ่มส่วนของ Body and paint เข้ามา ตรงนี้แหละมันก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ศูนย์บริการต้องมาเป็นคู่แข่งกับเรา ส่งผลให้งานตามอู่ทั่วไปลดลง อีกส่วนหนึ่งก็เรื่องของสภาวะเศรษฐกิจ ที่อัตราค่าซ่อมเนี่ยมันจะต่ำลง ไม่เหมือนกับเมื่อครั้งก่อน ถ้าเป็นอัตราค่าซ่อมเมื่อก่อนมันจะอยู่ในจุดที่โอเคได้มาตราฐานในระดับหนึ่ง ต้องขออนุญาตใช้คำนี้เพราะว่า มาตราฐานก็คือด้วยต้นทุนของวัตถุดิบ ค่าแรงของช่างกับค่าตอบแทนของบริษัทประกันภัยมันก็จะพอสมดุล

 

แต่ ณ ปัจจุบันนี้ อาจจะสืบเนื่องมาจากการแข่งขันสูง บริษัทประกันภัยไปลดเบี้ยเพื่อแข่งขันกัน ฉะนั้นทางอู่ก็ต้องลดต้นทุน ก็มาลดในอัตราค่าซ่อมของอู่ซึ่งแท้ที่จริงในปัจจุบันเนี่ย เรายังใช้ราคากลางของปี พ.ศ.2543 มาก่อนนะครับ เพราะเรามีอยู่ 2 สมาคม คือสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทยกับสมาคมอู่กลางการประกันภัย ก่อนหน้านั้นใช้ราคารกลางปีพ.ศ.2543 แล้วมีการปรับตัวขึ้นมาเป็นราคากลาง พ.ศ.2549 โดยผลสำรวจของบริษัทสี แล้วก็เราได้มานั่งวิเคราะห์กันครับ พ.ศ.2549 มาถึงปัจจุบันนี้ก็ปาเข้าไป 11 ปี เราก็ไม่ได้ราคากลาง พ.ศ.2549 แต่กลับเป็นว่าได้ราคาที่ต่ำกว่านั้นอีกซึ่งสวนกระแสกันกับยุคสมัย อันนี้เราก็อยู่ในสภาพที่ประคับประคอง

 

Chobrod : แล้วจุดแข็งของที่อู่นพเก้าที่ยังต่อสู้ในขณะที่การแข่งขันมีสูงคืออะไร ?

คุณไพเจต : ในความเป็นมืออาชีพที่นี่เราเติบโตมาจากสายช่าง ที่เป็นช่างสีซึ่งคำว่า “ช่างสี” เนี่ย จะค่อนข้างมีความละเอียดอ่อน รู้ลึกถึงในชิ้นงาน ตรงนี้ผมคิดว่ามันคงจะเป็นจุดแข็งส่วนหนึ่ง เพราะว่าเราคัดเลือกวัสดุที่มีคุณภาพและก็มีการควบคุมงานที่ดี สร้างคุณภาพงานที่ดีให้กับลูกค้า ส่วนใหญ่งานของผมที่ได้มาผมก็อาศัยปากต่อปากของลูกค้า ตรงจุดนี้เป็นจุดแข็งของเราส่วนหนึ่ง


การคัดเลือกวัสดุที่มีคุณภาพและการควบคุมงานที่ดี ก็ช่วยสร้างผลงานที่ดีออกสู่มือลูกค้า

Chobrod : ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่อู่นพเก้า การาจ ต่อเดือนเฉลี่ยประมาณกี่คันครับ ?

คุณไพเจต : จริง ๆ ปัจจุบันต้องมาแข่งขันด้วยปริมาณ แต่ผมเองก็ไม่เน้นเยอะ อาจจะด้วยในจำนวนบุคคลากรของผมมีจำกัด สถิติผมจะทำอยู่ประมาณเดือนละ 80 คัน ซึ่งแตกต่างจากอู่เพื่อน ๆ ซึ่งแต่ละเดือนจะทำไ้ด้ถึง 200-300 คัน แต่ผมก็ไม่เข้าใจนะว่าพวกเขาทำได้อย่างไร

 

Chobrod : เน้นที่การบริหารจัดการเป็นหลัก ?

คุณไพเจต : ใช่ครับ ๆ

 

Chobrod : ภายในอู่มีการแบ่งเป็นแผนกต่าง ๆ อยากให้พูดถึงส่วนนี้สักหน่อย

คุณไพเจต : คือจริง ๆ แล้วเนี่ย ในสายงานช่างเค้าจะแบ่งแยกแผนก ตั้งแต่การถอดประกอบ เคาะในส่วนของบาดแผลที่บุบเสียหาย หลังจากเคาะแล้วก็จะมีการโป๊วสี แต่ศัพท์เดี๋ยวนี้เค้าจะไปใช้คำว่า “เตรียมพื้น” คือแท้ที่จริงไม่ใช่หรอกมันต้องเรียกว่า “การโป๊ว” ช่างโป๊วก็จะโป๊วแล้วก็เก็บรอย ทำจนเรียบร้อยถึงไปแผนกผสมสี แล้วก็พ่นสีจากนั้นค่อยมาขัดเงา ย้อนกลับมาที่ส่วนของการประกอบ งานทุกส่วนมันต้องเดินเป็นสายพาน จนที่สุดก็มาขั้นตอนการขัดเงา ล้างทำความสะอาดและส่งมอบรถให้แก่ลูกค้า​ โดยหลักใหญ่ ๆ ก็คือแบ่งออกมาเป็น 5 แผนก  


ที่อู่นี้ จะมีการแบ่งงานเป็นแผนกต่าง ๆ มาตรฐานสูง วางใจได้

คือส่วนของงานสีไม่ใช่งานง่ายครับ ถ้าผู้ที่ไม่ได้ลงมาคลุกคลีก็เข้าใจว่า รถที่บุบ มาถึงก็ทุบ ๆ เคาะ ๆ โป๊วสี พ่นสี แล้วก็เสร็จ มันไม่ใช่แค่นั้นครับ แต่จะละเอียดอ่อนกว่านั้น เพราะว่าผมจะยกตัวอย่างว่าในชิ้นงานหนึ่ง ประตู แค่รอยบุบลักยิ้มนิดเดียว เราไม่ใช่ว่าแค่โป๊วลักยิ้มลูกนี้แล้วเราก็มาเก็บสีเลย อุปกรณ์เราต้องถอดมาทำ ยกตัวอย่างเช่น มือเปิดประตู ถ้าคุณไม่ถอดมือเปิดประตูนี้ สีจะไม่สามารถพ่นเข้าไปด้านในได้ คิ้วรีดน้ำถ้าไม่ถอดมันก็จะเป็นอยู่ในช่วงระหว่างคิ้วตัวถังของประตู ซึ่งคำถามว่าทำไมต้องถอด ถ้าเราไม่ถอดสีที่กลืนเข้าไปไม่ถึง เวลาไปล้างอัดฉีดเนี่ยมันจะหลุดล่อนออกมาได้ เพราะมันไม่สามารถเกาะเป็นชิ้นเดียวกัน ฉะนั้นโดยรวมแล้ว จะส่วนของมือเปิดก็ดี ส่วนของคิ้วประตูก็ดีหรือส่วนไหน ๆ ถ้าเราไม่ถอดแผงคอนโซลในด้านในประตู ก็ไม่สามารถถอดอุปกรณ์เหล่านี้ออกได้ เนี่ยแหละครับความแตกต่างของความละเอียดอ่อนของงาน

โลกเดินหน้าต้องตามให้ทันโลก สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของที่อู่นพเก้าการาจ

ผ่านทางเว็บไซต์ได้แล้ว 

Chobrod : จากประสบการณ์เปิดอู่มา 20 ปีหัวใจสำคัญของการทำอู่รถยนต์นี่คืออะไร ? 

คุณไพเจต : ตอบยากครับ เหตุผลเพราะว่าด้วยปัจจุบัน คำว่าธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ คนอาจจะมองว่าง่าย แล้วถ้ามีทุนก็คิดว่าทำได้โดยว่าจ้างบุคคลากรมา ยกตัวอย่างสมัยที่ผมอยู่อู่ไพชยนต์ มีลูกค้ารายหนึ่งก็เป็นเพื่อนกันนี่แหละ เค้าเปิดร้านทอง ชิ้นงานหนึ่งอย่างบังโคลนผมจะรับชิ้นละ 2,000 บาท ประตูผมจะรับชิ้นละ 2,400 เขาก็ถามผม “เฮ๊ย! เฮียบั๊กกำไรดีว่ะ งานชิ้นแค่นี้ 2,000 ชิ้นนี้ 2,400 โอ้โห กำไรมาก ๆ เลย อยากเปิดอู่บ้าง ผมบอกไม่ได้กำไรเยอะอย่างที่เสี่ยเข้าใจนะ เพราะว่าวัตถุดิบของเรา มันมีหลายขั้นตอน หลายอย่าง แล้วก็ไหนจะเรื่องของบุคคลากร ที่สุดเขาก็อยากจะเปิดอู่บ้าง สถานที่เขามีอยู่แล้วก็มาปรึกษาผม เค้าก็ลงไปเปิดอู่ด้วยเงิน 3 ล้านบาท สมัยนั้น แล้วเค้าก็หาบุคคลากร ตรงนี้ผมคงไม่หาให้ เค้าเปิดได้จริง ๆ แล้วเชื่อมั๊ยครับว่า 3 ล้านบาท เค้าหมดภายในปีครึ่ง คือขาดทุนเลย อู่นั้นต้องปิดเลย เหตุผลคือถ้าคนไม่ชำนาญแล้วทำ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ถ้าไม่มีความสามารถลึงซึ้งมันก็ไม่ได้อย่างที่คิด นอกจากว่าคุณมีความมั่นใจ วางระบบที่ดี ถ้าปัจจุบันยุคโลกาภิวัตน์ ยุคไอทีอาจจะนำไอทีมาควบคุม แต่ก็ไม่ลึกซึ้งเท่ากับการสร้างความประทับใจให้ลูกค้ามากกว่าครับ

 

Chobrod : แล้วที่อู่นพเก้า การาจ มีการปรับตัวให้เข้ากับยุคโซเชียลอย่างไรบ้าง ?

คุณไพเจต : เมื่อก่อนนี้ผมทำคอมไม่เป็นเลย แล้วเกิดวิกฤติประสบปัญหาก็เลยต้องฝึกทำ ปัจจุบันนี้เนี่ยเรื่องทุกเรื่องต้องผ่านมือผม ผมจะเปิดตรวจดูทุกเรื่อง อีกส่วนหนึ่ง ผมมีลูกสาว ธุรกิจของเค้าระดับเป็นพันล้านนะแต่สามีเขาทำ แล้วเขาก็ลงมาช่วยผม มาแนะวิธีในเรื่องของโซเชี่ยลก็ดี เรื่องอินเตอร์เน็ทก็ดีในลายละเอียดต่าง ๆ ถามว่าเราไปถึงขนาดลงโฆษณาไหม มีครับ เช่น ของเว็บไซต์อะไรอย่างนี้เป็นต้น ยกตัวอย่างในช่วงที่ผมติดขัดปัญหาเรื่องช่าง สมัยก่อนผมใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะมีคนมาสมัคร แต่ปัจจุบันตั้งแต่ลูกสาวผมมาช่วย ไม่เกิน 3 วันมีคนมาสมัคร เพราะลงประกาศหาคนไปใน facebook อันนี้ก็เป็นข้อดีของโซเชียลเหล่านี้นะครับ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประวัติที่น่าสนใจ ความเป็นมาของอู่นพเก้า การาจ แห่งนี้ รู้ลึก รู้จริงบวกกับความเอาใส่ใจในคุณภาพ แม้ลายละเอียดจะเล็กน้อยก็ไม่มองข้าม ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมอู่แห่งนี้ถึงเปิดบริการมานานได้ถึง 20 ปี นอกจากการบริการอันเป็นเลิศแล้วยังมีการปรับตัวให้ทันยุคสมัย เห็นอย่างนี้แล้วเพื่อนๆ ชาว Chobrod ท่านไหนที่กำลังมองหาอู่ทำสีรถยนต์คุณภาพอยู่ก็ฝากอู่นี้ไว้พิจารณาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับรถของคุณโดยสามารถติดต่อสอบถามมาได้ที่นี่บริษัทอู่นพเก้าการาจจำกัด211ซ.อ่อนนุช 44 ถนนสุขุมวิท 77 แขวง/เขตสวนหลวง กรุงเทพ 10250 หรือโทร 0-2742-2950-1, Email : nopakhaw@gmai.com