หนองหว้าโมเดล 43 ปีสู่ความสำเร็จ จากผืนดินแห้งแล้ง สู่ความอุดมสมบูรณ์

พลิกโฉม หนองหว้าโมเดล 43 ปี ฟื้นความอุดมสมบูรณ์



เมื่อความจนถูกท้ายทายด้วยหนองหว้าโมเดล

อะไรทำให้วันนี้หมู่บ้านหนองหว้าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ?



จากผืนดินแล้งแห้งเผือด 1,200 ไร่ ถูกท้าทายด้วยศาสตร์พระราชา และต่อยอดโดยคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ทำให้เกิดหนองหว้าโมเดลขึ้นเมื่อ 43 ปีก่อน และผลที่จับต้องได้ คือ วันนี้เกษตรกรกว่า 30 ครอบครัวชีวิตเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง สามารถสืบทอดทำกินบนดินผืนนี้ส่งต่อมาถึงรุ่นที่ 4 ได้โดยห่างไกลคำว่า ยากจน


อะไรคือ กุญแจแห่งการพลิกชีวิตของคนที่นี่

คนที่ถ่ายทอดเรื่องราวหนองหว้าในอดีตเมื่อ 43 ปีก่อน คุณภักดี ไทยสยาม หรือ หมอตั้ม อดีตสัตวบาลเครือเจริญโภคภัณฑ์



เขาเป็นคนรุ่นแรกๆที่ได้เข้าร่วมโปรเจคที่ เจ้าสัวซีพีสร้างขึ้นเพื่อท้าทายความยากจน ที่ 40 ปีก่อน ช่างน่ากลัว

หมอเล่าถึงหลักคิดของโครงการนี้ คือ

หาที่ดิน 1,200 ไร่


หาเกษตรกรผู้ยากไร้แต่อยากเปลี่ยนชีวิต คัดเลือกเพียง 50 คน

ทั้ง 50 คนจะได้ที่ดินรายละ 24-25 ไร่ เพื่อทำกิน


ทันทีที่ร่วมโครงการ จะมีเงินลงทุน ซึ่งธนาคารยอมปล่อยกู้ มีซีพีเป็นผู้ค้ำประกัน และซีพีเป็นพี่เลี้ยงให้ 50 คนนี้ ได้ลงมือทำเกษตรกรรมพลิกผืนดินไร้ค่า ให้กลายเป็น สินทรัพย์เลี้ยงชีวิตเลี้ยงครอบครัว


แค่หลักความคิด จะเป็นจริงได้แค่ไหน


หมอตั้ม บอกเหมือนนักเรียน 50 คน เรียนห้องเดียวกันก็มีคนสอบได้ที่ 1 และสอบได้ที่ 50

มีหลักคิด มีโอกาส เปิด จริงจัง มีทุนสนับสนุน มีเทคโนโลยีจากพี่เลี้ยง ชื่อ ซีพี แต่ความสำเร็จที่แท้จริง คือ คน


หนองหว้าโมเดล ผ่านร้อน ผ่านหนาวมานานจนถึงวันนี้ 43 ปี แล้ว

10 ปีแรก เลี้ยงลูกหมูขายพอเลี้ยงชีพ ผืนดินแล้งปลูกอะไรไม่ขึ้น ปลูกมันสำปะหลังได้ผลเพียง 500 กิโลกรมต่อไร


เขาทำได้เพียงอดทน ปรับปรุงดิน และปรับปรุงดิน และปรับปรุงดิน ไม่มีโจทย์อื่นให้ทำ

10 ปีต่อมา


ธุรกิจลูกหมู ทำให้เป็นเขาเป็นไท หมดหนี้สินที่กู้มา ได้ที่ดินเป็นของตนเอง

นักเรียน 50 คน สอบผ่านเพียง 30 คน ที่เขาได้เป็นเจ้าของที่ดิน โดยหมดหนี้สิน

เข้าปีที่ 15 ดินที่ปรับแล้วเริ่มปลูกผัก ปลูกต้นไม้ได้ คุณหมอ... ทดลองปลูกมันสำปะหลัง คราวนี้ เด็ดมาก ได้ผล 12 ตัน ต่อไร่ ความพยาม บำรุงดิน 15 ปี ได้ผลเกินคาด!!!



ความจนเริ่มห่างไกลจากชีวิต .... ดินเปลี่ยนวิถีเกษตรกรเปลี่ยน


บ้านที่อยู่อาศัยเปลี่ยน


กลายเป็นหนองหว้า ที่วันนี้ มีแต่สีเขียว มีสายลมเย็นปะทะหน้าเวลาคุยกัน มีฝนฉ่ำๆ ให้เย็นใจ


รอบบ้านมีแต่ต้นไม้ มีผัก มีหญ้า มีไก่ที่เลี้ยงในระบบปิด มีหมูแม่พันธ์ ที่เลี้ยงอย่างสะอาดและพี่สัตวบาลดูแลใกล้ชิด

มีแปลงผักในมุ้งผลิตผักสดๆทุกวัน

มีสังคมที่สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น จนวันนี้เป็นรุ่นหลานๆแล้ว

หมอ.... บอกหนองหว้ามาไกลมากๆ แต่ยังต้องไปต่อ


ถ้าคนในหมู่บ้าน รักกันสามัคคีกัน ดูแลกัน ไม่เห็นแก่ตัว และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม หมู่บ้านที่พลิกโฉมจนลืมตาอ้าปากได้ จะไม่เพียงแต่ท้องอิ่ม มีเงินใช้ แต่จะเป็นชุมชนที่มีความสุขและยั่งยืน ซึ่งจะเกิดได้อยู่ที่สำนึกของคนรุ่นใหม่


แต่ถ้าถามว่า หนองหว้าโมเดลให้อะไร? ตอบทันที หลักความคิดถูก ถ้าลงมือทำ ผลสำเร็จเกิดแน่ แต่คนไม่เหมือนกัน จึงมีคนแบบผม ไม่กี่คนที่ทำให้ดินแห้งแล้ง กลายเป็นสินทรัพย์มีค่าในวันนี้ได้


ทั้งหมดผมยกความดีให้ซีพี เขาคิด เขาทำและเขาช่วย จนเกิดรูปธรรม เป็นหนองหว้าในวันนี้




สรุป ความจนแก้ได้ ถ้า"คนมี" ให้โอกาส และ"คนรับ" มีสำนึกและพร้อมจะออกจากจุดเดิมๆ ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง ชีวิตใหม่ก็เกิดได้จริง





========================

ที่มา: จันลั่นทุ่ง

https://www.ejan.co/news/5ef1b14a338c2?fbclid=IwAR2Md4By3fGjx_5p3IaZREtNCYuhvxxj3RretFc3z1WCDf6KyvnTqhV0KAo