เปิดเส้นทาง “เครือข่ายชุมชน” ดูแลผืนป่ายั่งยืน มุ่งสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จับมือชุมชนรอบพื้นที่เขาพระยาเดินธง ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ผลิตอาหารปลอดภัย จัดโครงการปลูกผักปลอดสารตามวิถีเกษตรธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูและพลิกผืนป่าแห้งแล้งเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ สร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชน ช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ บรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน เพื่อปกป้องผืนป่าและคืนสมดุลธรรมชาติอย่างยั่งยืน

เป็นความร่วมมือ 3 ประสาน จากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศ ในโครงการ "ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง"

เริ่มตั้งแต่ปี 2559-2563 สามารถอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าเขาพระยาเดินธงได้ถึง 5,971 ไร่ พร้อมทั้งได้สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบพื้นที่ป่า ทำโครงการปลูกผักพื้นบ้านปลอดสารเคมี และส่งเสริมชุมชนจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ผักตามวิถีภูมิปัญญาชุมชน โดยช่วง 2 ปีแรกของโครงการปลูกผักปลอดสาร มีชาวบ้านจาก 8 หมู่บ้าน เข้าร่วมโครงการฯแล้ว 24 ราย ลดค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อผักจากตลาด และทำให้คนในชุมชนมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการบริโภคผักปลอดสาร 100 %

นายประทีป อ่อนสลุง หรือพี่มืด ชาวบ้านตำบลโคกสลุง เป็นผู้ประสานงานหลักของโครงการฯ เล่าว่า โครงการปลูกผักปลอดสารและจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ มีประโยชน์มากต่อชุมชน ทำให้คนในชุมชนที่อยากปลูกผักไว้บริโภคเองได้ลงมือทำ ส่วนคนที่ทำอยู่แล้วได้เรียนรู้วิธีที่ถูกต้อง ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการฯ เรียนรู้ที่จะปลูกผักตามฤดูกาล และมีการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป ชุมชนมองว่าความมั่นคงทางอาหาร ไม่ใช่แค่การปลูกพืชผักไว้เพื่อบริโภคเท่านั้น แต่ต้องมีการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป เป็นความมั่นคงทางอาหารของชุมชน เพราะสุดท้ายแล้วชุมชนต้องยืนได้ด้วยตัวเอง หรือเมื่อเกิดวิกฤติเราก็จะมีอาหารที่ปลอดภัย

ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 5 ของโครงการแล้ว ทางกรมป่าไม้ ซีพีเอฟ และชุมชน ได้จัดกิจกรรมขึ้นอีกครั้งที่ชุมชนในพื้นที่รอบเขาพระยาเดินธง ร่วมกันติดตามดูแลในกิจกรรมซ่อมฝายชะลอน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูฝน

ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว นายอำเภอพัฒนานิคม เป็นประธานเปิดงาน และนำชุมชนรอบพื้นที่เขาพระยาเดินธง ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ กล่าวว่า ผืนป่าเขาพระยาเดินธง เป็นผืนป่าสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นป่าต้นน้ำของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นโครงการที่มีความยั่งยืน ขอขอบคุณภาคเอกชนที่ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม และยิ่งน่ายินดีที่ชุมชนตระหนักรู้และเห็นความสำคัญของการช่วยกันปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

นายดวงมนู ลีลาวณิชย์ รองประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์ ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ เป็นการรวมพลังของชุมชนรอบพื้นที่เขาพระยาเดินธง เพื่อซ่อมแซมฝายชะลอน้ำในพื้นที่ของโครงการฯ แสดงให้เห็นความสามัคคีและการตระหนักรู้ของคนในพื้นที่ ที่มีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ยังประโยชน์กับชุมชนอย่างยั่งยืน

"สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ชุมชนในพื้นที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการมีส่วนร่วมดูแล อนุรักษ์ และฟื้นฟูผืนป่าในพื้นที่บ้านเกิดของตัวเอง เกิดจิตสำนึกหวงแหนป่า เพื่อส่งมอบทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ให้รุ่นลูกหลานต่อไป"

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีของโครงการระยะที่ 1 ซึ่งมีการติดตามดูแลและประเมินผลความสำเร็จตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง สภาพของผืนป่าแห่งนี้ มีความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์นานาชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไปและสถานศึกษาเกี่ยวกับการฟื้นฟูป่า ต้นไม้หลากหลายชนิดจากต้นกล้าเล็กๆ เติบโตขึ้น สามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยบรรเทาปัญหาสภาวะโลกร้อน โดยในปี 2562 ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ จากการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ 39,690 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นอกจากนี้ ซีพีเอฟส่งเสริมกิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบพื้นที่เขาพระยาเดินธง ดำเนินโครงการยุทธศาสตร์สร้างสุข ปลูกผักปลอดสาร (ปี 2562 -2566) มีเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชน โดยส่งเสริมให้คนในชุมชนปลูกผักปลอดสารไว้บริโภคเองและเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับการเพาะปลูกและแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านชุมชนใกล้เคียง และอนุบาลปลาลงแหล่งน้ำสาธารณะ ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวสร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมดูแลรักษาป่าและอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน

ที่มา: cp-enews, มติชนอนนไลน์