033. ไม่ต้องตามล่าหาพระอาจารย์ + พยายามรักษาความดีความขยันหมั่นเพียร : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

033. ไม่ต้องตามล่าหาพระอาจารย์    


พยายามรักษาความดีความขยันหมั่นเพียร : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ


โอวาทธรรม

ของ

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ 

วัดดอยแม่ปั๋ง 

ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่


ให้พยายามรักษาความดีความหมั่นความขยันของเราไว้ 

ให้สละความเกียจคร้านออกไปเสีย 

ปกติจิตของเรานี้มักจะไหลไปสู่ความเกียจคร้านความลุ่มหลง

เราต้องพยายามหาอุบายมาเตือนตนอยู่เสมอ 

ด้วยความเพียรความหมั่น ให้รักษา กาย วาจา ใจ ของเรา

ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ในสิกขาวินัย นำความผิดความชั่วออกจากกาย จากวาจา จากใจ


อาศัยความเพียรเป็นไปติดต่อ จึงจะชนะความเกียจคร้านได้

ความมัวเมา ความประมาทอันใดมีก็ให้ละเสีย ให้วางเสีย 

ทำจิตใจของเราให้ตั้งอยู่ในธรรมโม พิจารณากลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้ 

ต้องอาศัยความเพียรความหมั่นความขยัน ไม่เช่นนั้นจิตมันจะตกไปสู่ความเกียจคร้าน


เราต้องตักเตือนข่มขู่ ชักจูงแนะนำจิตของเราด้วยอุบายแยบคาย 

ถ้าจิตใจมันเกียจคร้าน เราต้องหาอุบายมาตักเตือน ชักจูงแนะนำ 

ให้มีความอาจหาญ ร่าเริง ให้เกิดความอุตสาหะขยันหมั่นเพียร 

ไม่ปล่อยให้จิตนิ่งเฉยเกียจคร้าน

เราต้องละความเกียจคร้าน ความไม่ดีของจิตด้วยการอบรมภาวนาอย่างนี้

ถ้าเราตักเตือนชี้นำด้วยอุบายอันชอบ ในที่สุดจิตก็จะฟังเหตุผล

เกิดความมุมานะพยายามในความเพียร เราต้องข่มขู่ตักเตือนบ่อย ๆ 


ในสมัยที่จิตนิ่งเฉยต่อความเพียร

ถ้าเราคอยประคับประคองจิต ด้วยอุบายข่มขู่ตักเตือนด้วยอุบายแยบคาย

จิตย่อมจำนนต่อเหตุผล ระวังรักษาสติไว้อย่าให้หลงลืม 

ฝึกหัดให้เกิดความรู้ความฉลาดเกิดขึ้นในจิตในใจของตน 


จิตของเราถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะให้เรานอนท่าเดียว

ถ้ามันเกิดอย่างนี้ขึ้นมา เราต้องหาอุบายมาข่มขู่ตักเตือน 

อุบายใดที่ยกขึ้นมาชี้แจงแล้วจิตยอมเชื่อฟังนั่นแหละ คืออุบายที่ควรแก่จิตในลักษณะนั้น 

และในขณะนั้น ๆ ถ้าเราไม่ข่มขู่ชี้โทษโดยอุบายที่ชอบ ใครเขาจะมาตักเตือนเรา

บางครั้งจิตถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะวางเฉยในอารมณ์ทั้งหมด

ในลักษณะเช่นนี้แหละ เราต้องหาอุบายมาทำให้จิตตื่นให้ได้ 

เช่นไหว้พระสวดมนต์ หรือยกธรรมบทใดบทหนึ่งขึ้นมาพิจารณา

ให้ตั้งอยู่ในความหมั่นความเพียร ในคุณงามความดีของตน 

พยายามเพ่งดูในจิตในใจของเรานี้แหละ ถ้าไม่อาศัยความขยันหมั่นเพียรไม่ได้

จิตเรานี้มันมักจะไหลไปสู่อารมณ์ต่าง ๆ เป็นอดีตอนาคตไป

เราต้องหาอุบายมาชี้แจงให้ตั้งอยู่ในปัจจุบันธรรม


ถ้าเราไม่หมั่นหาอุบายมาอบรมจิตแล้ว 

ส่วนมากจิตมักจะเกิดความเฉื่อยชา วางเฉย 

ดังนั้น อุบายจึงเป็นของสำคัญ ยกขึ้นสู่การพิจารณาชี้แจง

ให้จิตอาจหาญ ร่าเริง เห็นแจ้งในจิตในใจของเรา 

ถ้าจิตยิ่งเกิดเกียจคร้านเท่าไรเราก็ต้องเพิ่มความพยายามตักเตือน 

โดยอุบายให้มากขึ้นให้เท่าเทียมกัน จนเกิดความขยันขันแข็ง เบิกบานผ่องใส


ให้ตั้งอกตั้งใจตั้งสัจจะ ตรงต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 

ให้เกิดความอุตสาหะวิรยะ ความพากความเพียร ในภาวนาในคุณความดี 

ให้ตั้งอยู่ในสิกขาวินัย ในความหมั่นความเพียร 

ให้ตั้งความสัจจ์ความเพียรไว้ อย่าเป็นคนเกียจคร้าน

พระพุทธเจ้าสั่งสอนเราให้ตั้งอยู่ในมรรคในผล

ให้พยายามรักษาจิตรักษาใจของเรา 

อาศัยความองอาจกล้าหาญในความพากความเพียรของเรา

อย่าอ่อนแอท้อแท้ เราต้องสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง 

ถ้าองอาจกล้าหาญจึงจะผ่านอุปสรรคไปได้


http://palungjit.org/threads/%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%BA%E0%B9%82%E0%B8%93.443418


1.jpg