พรหมวิหาร ๔ คุมศีล โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดํา วัดท่าซุง + 4. คนเลี้ยงควาย...เหมือนใจถูกดู

พรหมวิหาร ๔ คุมศีล โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดํา วัดท่าซุง


การเจริญพระกรรมฐานมีความสำคัญคือที่ฌานสมาบัติ ทีนี้เรื่องของฌาน

สมาบัติ การที่จะก้าวเกินไปคิดว่าฌานสำคัญอย่างยิ่งมันก็ไม่ได้ ก่อนที่เราจะ

เข้ามาถึงฌานนั่นก็คือ ต้องระมัดระวังศีลให้มาก อย่าเป็นผู้บกพร่องในศีล ถ้า

เราเป็นผู้บกพร่องในศีลก็ชื่อว่าเราจะหาสมาธิจิตในฌานสมาบัติไม่ได้เลย ยิ่ง

วิปัสสนาญาณด้วยแล้วยิ่งแล้วกันใหญ่เพราะการใช้ปัญญาผู้ที่มีจิตเข้าถึง

วิปัสสนาญาณเป็นผู้มีปัญญารู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง นี่การที่รู้แจ้ง

เห็นจริงตามความเป็นจริง ยอมรับนับถือความเป็นจริงเขาไม่มีศีลขาด ไม่บกพร่องในศีล ซึ่งปัญญาไม่ได้ คนที่บกพร่องในศีลจะถือว่าเป็นผู้มีปัญญาไม่ได้ โดยคนที่บกพร่องในศีลจะหาว่าจิตทรงไว้


ถ้าเราระลึกนึกถึงอยู่ว่า ศีลสิกขาบท ๒๒๗ ข้อ มีอะไรบ้าง เรามีความระมัดระวัง

ไม่ยอมละเมิดศีล ไม่ยอมให้ศีลบกพร่องตั้งใจควบคุมศีลไว้ด้วยดี อย่างนี้เขา

เรียกว่าศีลานุสสติกรรมฐานจิตเองก็เป็นฌาน ฌานโดยอำนาจของศีล ถ้าศีล

ของเราบกพร่องก็แสดงว่าอารมณ์ใจของเราเลวเกินไป เมื่ออารมณ์เลวอารมณ์

ชั่วแม้แต่ศีลซึ่งหยาบกว่าสมาธิเรายังทรงไม่ได้ เราจะเอาสมาธิมาจากไหน 

ฉะนั้นการเจริญพระกรรมฐานความสำคัญอันดับต้นก็คือศีล ต้องทรงไว้


การที่จะทรงศีลไว้จะทำอย่างไร ก็ต้องมีพรหมวิหาร ๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี

เมตตาความรัก กรุณาความสงสาร มุทิตาไม่อิจฉาริษยาใคร พลอยยินดีเมื่อ

บุคคลอื่นได้ดี อุเบกขามีอารมณ์วางเฉยตามกฎของกรรม อะไรที่หลีกเลี่ยงไม่

ได้ก็ไม่ทำใจให้เร่าร้อน เพราะอะไร เพราะเรามีศีลบริสุทธิ์ มันจะเป็นยังไงก็ช่าง

มัน ศีลย่อมไม่ยังบุคคลให้เดือนร้อน ตายแล้วไม่ได้รับความลำบาก การที่จะมี

ศีลได้ก็ต้องมีพรหมวิหาร ๔ การเป็นคนไม่นั่งนิ่งดูดายใช้เป็นเครื่องสังเกต ใคร

เขาทำอะไรเราก็มีจิตเมตตา กรุณา มีความรัก มีความสงสาร สิ่งใดที่ไม่เกิน

วิสัยที่เราจะช่วยได้ เราก็ช่วย สิ่งใดที่ไม่เกินวิสัยที่เราจะแนะนำได้เราก็แนะนำ นี้

ด้วยอำนาจพรหมวิหาร ๔ จะสังเกตว่าคนที่มีพรหมวิหาร ๔ ไม่มีอาการนิ่งดูดาย 

ไม่มองเห็นความทุกข์ของบุคคลอื่นเป็นกีฬาของเรา มีจิตใจใคร่อยู่เสมอที่จะ

เกื้อกูลบุคคลอื่นให้มีความสุข


นี้เป็นเครื่องสังเกตใจเรานะ ใจบุคคลอื่นเขาเป็นอย่างไรก็ช่างเขา พระพุทธเจ้า

กล่าวว่า อัตตนา โจทยัตตานัง จงเป็นผู้เตือนตนด้วยตนเอง ที่เราจะใช้มหาสติ

ปัฏฐานสูตร เราก็ใช้จิตเป็นตัวยืน เรายืนตรงไหนล่ะ เวลานี้เราก็มายืนอยู่ที่ตรง

พรหมวิหาร ๔ วันทั้งวัน เราเคยอยากจะไปฆ่าใครเขาไหม อยากจะไป

ประทุษร้ายเขาไหม อยากจะลักทรัพย์ลักขโมยของเขาไหม อย่างนี้เป็นต้น โดย

เฉพาะอย่างยิ่งฆราวาสก็ควบคุมก็ควบคุมด้วยศีลห้าหรือศีล ๘ สามเณรควบคุม

ในศีล ๑๐ พระควบคุมในศีล ๒๒๗ แต่ความจริงศีล ๒๒๗ นี้ ยังไม่ครบถ้วน 

สำหรับพระ อภิสมาจารมีมากกว่านั้น จะต้องระมัดระวังจริยาให้มาก นี่ถ้าเราไม่

แน่ใจว่าเราจะมีศีลบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ก็เอานวโกวาทไปนั่งอ่านไว้เสมอ จะ

ได้รู้ว่าอะไรมันเป็นศีลสำหรับพระ อย่าให้บกพร่องในศีล ความบกพร่องในศีล

ไม่มีเราก็ทราบได้ว่า เราต้องเป็นผู้ทรงพรหมวิหาร ๔ การที่จะทรงพรหมวิหาร 

๔ ครบถ้วนหรือไม่ก็ต้องอาศัยพิจารณาจิตของตัวเอง ในจิตตานุปัสสนา ท่าน

ว่าอย่างไรก็ช่าง ท่านว่าเราเอาใจจับทรงไว้ซึ่งพรหมวิหาร ๔ และศีลให้บริสุทธิ์ 

วันทั้งวัน คืนทั้งคืน ใคร่ครวญอยู่เสมอ ถึงศีลของเรา ในเมื่อเราใคร่ครวญแบบ

นั้นแล้วศีลมันก็ไม่ไปไหน


คัดลอกธรรมะจากหนังสือกรรมฐาน 40 เรื่อง พรหมวิหาร ๔ คุมศีล โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดํา วัดท่าซุง

ความดีนี้ปฏิบัติเพื่อบูชาพระรัตนตรัย และหลวงพ่อฤาษีลิงดำเป็นที่สุด


http://palungjit.org/threads/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B9%94-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A4%E0%B9%85%E0%B8%A9%E0%B8%B5-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87.539920


[​IMG]