โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

เพราะวิถีการใช้ชีวิตของคนเราในปัจจุบัน ทำให้เป็นโรคต่างๆได้แบบไม่รู้ตัว ทั้งเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด รวมไปถึงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งนับวันจะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และในจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น กลับเป็นผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ

       โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักไม่มีอาการแสดงให้ทราบล่วงหน้า โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งมีทั้งปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้และสามารถควบคุมได้

 ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ

1.      เรื่องของอายุ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไรก็มีโอกาสเกิดไขมันในผนังหลอดเลือดมากขึ้นเท่านั้นสำหรับในผู้หญิงที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไปจึงทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมากขึ้น

2.      พันธุกรรม หากใครมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ (หมายถึงครอบครัวสายตรง คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง) ก็จะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้มากกว่าคนที่ไม่มีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

 ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้คือ

1.      การสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อหัวใจวายมากกว่าคนที่ไม่สูบถึงสองเท่า และมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างกะทันหัน นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังเป็นอันตรายต่อคนใกล้ชิดเพราะสารนิโคตินในบุหรี่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น คาร์บอนมอนนอกไซด์ในควันบุหรี่จะเกาะติดกับฮีโมโกลบินในเลือดได้ง่ายกว่าออกซิเจน ดังนั้นหัวใจอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอกับความต้องการ นอกจากนี้ในบุหรี่ยังมีสารเคมีอีกหลายสิบ หลายร้อยตัว ซึ่งสารเคมีเหล่านี้อาจเป็นตัวก่อให้เกิดความเสียหายกับผนังหลอดเลือดได้

2.      โรคเบาหวานคือความผิดปกติที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานๆ อาจเป็นสาเหตุของการทำลายผนังภายในของหลอดเลือด และยังกระตุ้นให้มีคราบสะสมเกาะภายในผนังหลอดเลือดอีกด้วย

3.      ความดันโลหิตสูง เพราะความดันโลหิตสูงสามารถกระตุ้นให้กระบวนการการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือดเกิดได้เร็วขึ้น ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เนื่องจากต้องสูบฉีดโลหิตแรงขึ้นเพื่อจะส่งไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย

4.      โคเลสเตอรอลสูง ยิ่งมีระดับโคเลสโตรอลสูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือดมากขึ้นเท่านั้น

5.      ความอ้วน หรือน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นหากเทียบการทำกิจกรรมประเภทเดียวกัน หัวใจของคนที่มีน้ำหนักตัวมากจะทำงานหนักมากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ

6.      ไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้แก่

-          การนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานตลอดทั้งวัน โดยไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

-          การรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีไขมันและโคเลสเตอรอลสูง

-          การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และเป็นเวลานานมีส่วนทำให้ปริมาณไขมันในเลือดมีระดับสูง และอาจทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ จึงเป็นการลดสมรรถภาพของหัวใจในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย

-          ความเครียด หรือความคิดในเชิงลบจะมีผลต่อสุขภาพร่างกายในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะ ปวดหัวไมเกรน หัวใจ ฯลฯ

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.samitivejhospitals.com/healtharticle_detail/หลอดเลือดหัวใจตีบ_1748/th

 

http://svh.cc/HeartPackage

ด้วยความปรารถนาดี จากโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ 

ความเห็นที่ 1
สุดแสนล้านทรวง

เจอพยาบาลแล้ว มันชอบเป็นโรคหัวใจตีบ ขึ้นมาทันทีเล่ย :em01:

ความเห็นที่ 2
mimpl

ต้องเอาใจใส่ค่ะ

ความเห็นที่ 3
pimmy12

สาระเนื้อหาJoker123ความรู้ดีดี