จะทำไงดี เมื่อเสื้อผ้าตัวเก่ง เป็นที่อยู่ของเชื้อโรคและไรฝุ่น

เชื้อโรคและไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นที่มาอาจมาจากคราบ เหงื่อไคล หรือละอองฝน ประเทศไทยเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ที่ดีเนื่องจากมีภูมิอากาศร้อนชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนที่ชื้นกว่าช่วงอื่น ๆ ผ้าต่าง ๆ อยู่ในสภาพเปียกและอับได้ง่าย รวมถึงการหมักหมมเสื้อผ้าที่ยังตากไม่แห้งสนิท ซึ่งนอกจากจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มจำนวนเชื้อโรคและไรฝุ่นแล้วยังก่อให้เกิด กลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย

 

พญ. วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวถึงอันตรายจากไรฝุ่นว่า "ไรฝุ่นคือสารก่อภูมิแพ้อันดับ 1 คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึงร้อยละ 70-90% ของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ในประเทศไทย เนื่องจากมีภูมิอากาศร้อนชื้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตได้ดี โดยไรฝุ่นจะผลิตสารก่อภูมิแพ้อย่าง มูลของไรฝุ่น ออกมาหลังจากอยู่อาศัยบนผ้าสำหรับเครื่องนอนอย่าง ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือปลอกหมอนซึ่งเมื่อร่างกายของเราสัมผัส มูลของไรฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นอาการภูมิแพ้ให้รุนแรงขึ้นซึ่งมีตั้งแต่ระดับ ที่น่ารำคาญ เช่น คัดแน่นจมูก ไอ จาม น้ำมูกไหล มีผื่นคัน คันตา คันในคอ หรือที่เรียกกันว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) ไปจนถึงระดับที่อาการรุนแรงขึ้นมาในคนที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้อย่างคนที่ป่วย เป็นโรคหอบหืดที่เราเรียกว่า อาการจับหืดเฉียบพลันซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยมูลของไรฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นให้ทางเดินหายใจหดตัว ทำให้หายใจไม่ออก ยิ่งหากได้รับเชื้อราเข้าไปด้วยแล้ว อาจยิ่งกระตุ้นอาการหอบหืดให้รุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไปพบแพทย์หรือได้รับการช่วยเหลือไม่ทันเวลา"

 

  อย่างไรก็ตามพฤติกรรรมของคนเมืองในปัจจุบันที่มักวุ่นกับการทำงาน และกิจกรรมต่าง ๆ จนแทบไม่เหลือเวลาในการทำงานบ้าน รวมถึงการซักผ้า และการทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม หารู้ไม่ว่า ผ้าที่หมักหมมและไม่ได้รับการทำความสะอาด คือแหล่งที่อยู่และแพร่พันธุ์ที่สำคัญของเชื้อโรค และไรฝุ่น เพราะผ้าเหล่านี้อาจปนเปื้อนไปด้วยเหงื่อไคล คราบสกปรกต่าง ๆ ที่ติดมาจากร่างกาย หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราต่าง ๆ นั้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งขี้ไคลและสปอร์ของเชื้อราคือแหล่งอาหารที่สำคัญที่ทำให้ไรฝุ่นนั้น สามารถเจริญเติบโตได้ดีและแพร่พันธุ์บนผ้าของเรามากยิ่งขึ้น

          ทาง ผลิตภัณฑ์ซักผ้าโอโม มีเคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นไม่ให้มารบกวนอีกต่อไป ให้คุณมั่นใจในความขาวสะอาดของผ้าและเครื่องนุ่มห่มอย่างแท้จริง

 

        ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า อย่าปล่อยให้ไรฝุ่นยึดพื้นที่ในตู้เสื้อผ้า ควรทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่นและเช็ดเป็นประจำ เพื่อลดความชื้นและกำจัดมูลของไรฝุ่นและดูแลไม่ให้เกิดเชื้อราซึ่งเป็นแหล่ง อาหารสำคัญของไรฝุ่น

        เก็บเครื่องนอนและเครื่องนุ่งห่มในที่แห้งและมีประตูปิดมิดชิด เพราะเชื้อโรคและไรฝุ่นมักเติบโตได้ดีในที่อับ และมีความชื้นสูง

        เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดลึกถึงเชื้อโรคและไรฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ เพราะข้อมูลจากสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศอังกฤษ (Allergy UK) เผยว่าอุณหภูมิน้ำที่สามารถขจัดไรฝุ่นนั้นต้องมากกว่า 60 องศาขึ้นไป แต่น้ำสำหรับการซักผ้าด้วยมือหรือแม้แต่เครื่องซักผ้าปกติมีอุณหภูมิเพียง แค่ 30-40 องศา การใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ขจัด ไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น

        ตากผ้ากลางแดดจัดนานติดต่อกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อ ฆ่าไรฝุ่นและลดสภาวะการฟักตัวของไรฝุ่นบนเสื้อผ้า สำหรับคุณแม่ ควรดูแลเสื้อผ้าท่อนบนเป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับลูกน้อยมากที่สุด

          สำหรับหนาวนี้ที่กำลังมาถึง เตรียมรื้อเสื้อกันหนาวที่เก็บอยู่ในลิ้นชักหรือตู้เสื้อผ้าข้ามปี และเริ่มทำความสะอาดด้วยการ แช่แข็งเสื้อกันหนาวหรือแจ็คเกตในถุงพลาสติกข้ามคืน ก่อนซักและตากเสื้อกันหนาวกลางแดดจัดก่อนสวมใส่ เพื่อ กำจัดไรฝุ่นที่อาจหมักหมมและแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมากบนเสื้อกันหนาวในช่วงที่ ถูกเก็บอยู่ในลิ้นชักหรือตู้เสื้อผ้าตลอดหลายเดือนก่อนช่วงฤดูหนาว

          รู้จักเจ้าวายร้ายตัวจิ๋วบนเสื้อผ้าอย่าง "ไรฝุ่น" ต้น ตอหนึ่งของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นเรื้อรังของคนทั่วโลกและคนไทยกันแล้ว ก็อย่าลืมหมั่นดูแลเสื้อผ้าให้ขาวสะอาดและปราศจากเชื้อโรคและไรฝุ่นกันให้ดี ด้วยเคล็ดลับจำขึ้นใจง่ายๆ คือ "อะไรซักได้ ต้องซัก ตากแดดได้ ต้องตาก" เพราะการซักผ้าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขอนามัยที่ดี เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้คุณและคนที่อยู่ใกล้ตัวคุณปลอดภัยจากเชื้อโรคและไร ฝุ่น

 

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเชื้อโรค และไรฝุ่น

- เชื้อโรคนั้นแอบสะสมอยู่มากในเครื่องซักผ้า เพราะคนส่วนใหญ่มักซักผ้ารวม ๆ กัน ซึ่งน้ำสกปรกที่ถูกล้างออกมาจากการซักผ้ายังสามารถแพร่เชื้อโรคได้ต่อไปอีก โดยมันจะเกาะอยู่ตามพื้นและผนังโดยรอบของเครื่องซักผ้า ดังนั้นเราจึงควรแยกผ้าที่คาดว่าน่าจะมีเชื้อโรคอยู่มากอย่าง ผ้ากันเปื้อน ผ้าเช็ดโต๊ะ อย่าซักรวมกับผ้าอื่น ๆ เด็ดขาด !

- ห้ามนำผ้าที่เปียกฝนลงไปกองสุมไว้ในตะกร้าร่วมกับผ้าอื่น ๆ เด็ดขาด เพราะนั่นคือต้นเหตุของการเกิดกลิ่นอับชื้นและเชื้อราบนเสื้อผ้า

- ไรฝุ่นชอบหลบซ่อนตัวอยู่ในที่มืด และอากาศร้อนชื้น ดังนั้นเสื้อผ้าที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักหรือตู้เสื้อผ้าที่มืดทึบจึงมักเป็น อาณาจักรที่ไรฝุ่นชอบใช้ในการแพร่พันธุ์

- แสงยูวีจากแสงแดดสามารถฆ่าไรฝุ่นได้ เมื่อถูกแสงโดยตรงเป็นเวลานาน 30-60 นาที แต่พวกมันมักฉลาดกว่าที่คิด ด้วยการแอบเข้าไปซ่อนในผ้าที่มีเส้นใยกำบังมาก ทำให้แสงยูวีไม่สามารถเข้าไปฆ่าได้ เนื่องจากไม่สามารถทะลุทะลวงเส้นใยจนถึงไรฝุ่นได้ ดังนั้นจึงไม่ควรตากผ้าหรือเครื่องนอนเพียงอย่างเดียว ต้องซักและทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นร่วม ด้วย

- เครื่องดูดฝุ่นสามารถช่วยลดได้แค่มูลของไรฝุ่น แต่ยากที่จะดูดตัวไรฝุ่นออกมาด้วย เพราะตัวไรฝุ่นจะใช้ขายึดเกาะรวบเส้นใยไว้อย่างเหนียวแน่น จึงควรที่จะซักทำความสะอาดและตาก เสื้อผ้า เครื่องนอนต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอจะดีกว่า

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/OMOThailand
 

ความเห็นที่ 1
moopingpong

มีความรู้มากๆเลยขอบคุณมากๆค่า

ความเห็นที่ 3
nezmez

ขอบคุณมากนะครับ ได้ความรู้เกี่ยวกับการกำจัดไรฝุ่นในเสื้อผ้า ที่แค่ใช้ผงซักฟอกก็สามารถช่วยป้องกันได้ แจ๋วจริงๆ